วันนี้ชวนมาทำความรู้จัก Zwiz.AI ที่ยกเครื่อง Chatbot ใหม่ด้วย Generative AI ที่จะช่วยให้การตอบแชทลูกค้าเป็นเรื่องง่าย และที่สำคัญทำให้การเก็บ First-Party Data เป็นเรื่องไม่ยาก ในวันที่แพลตฟอร์มต่างๆ ขึ้นค่าธรรมเนียมการขายแบบพุ่งทะยาน การมี Customer Data จึงเป็นทางรอดหลักของธุรกิจในยุค Digital วันนี้เราจะมาคุยกับคุณ คุณอาร์ท – ชนกานต์ ชินชัชวาล CEO & Co-Founder of ZWIZ.AI ที่จะมาเล่า Use Cased มากมายผ่านแบรนด์ไทยแบรนด์ดังให้อ่านกัน
กว่าจะมาเป็น Zwiz.AI
คุณอาร์ตจบ MUICT จบแล้วไปทำงานที่ IBM มาสองปีในตำแหน่ง IT Consultant หลังจากนั้นไปเรียนต่อที่ Imperial College London ประเทศอังกฤษ ด้าน AI โดยในยุคนั้นสอนเรื่อง ML เป็นหลักให้เรียนรู้จาก Data ตั้งแต่พื้นฐานอย่าง Classified Data แล้วจึงนำไป Predict Analysis ต่อ หลังจากจบแล้วจึงมาเปิด Zwiz.AI ในปี 2017 ปัจจุบัน 7 ปี และเล็งเห็นว่า Facebook และ LINE เปิดโอกาสให้มีการทำ ChatBot แบบ Open Platform หลังจากที่ลองมาหลายอย่างแล้ว เมื่อทำไปเรื่อยๆ แล้วมีลูกค้าจึงเริ่มขยับขยายจนปัจจุบันมีคนทำงาน 40 คน
สำหรับชื่อ “Zwiz” มาจากคำว่า “ชีวิต” เพราะ AI ไม่มีชีวิต แต่คนมีชีวิต แล้วจะตั้งตอนแรกว่า “AI ที่มีชีวิต” ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็น Zwiz ซึ่งชื่อนี้นั้นฟังดูมีความล้ำสมัยร่วมไปกับ Domain “.AI” กลายเป็นชื่อแบรนด์ที่จดจำได้ง่ายและสะดุดตา
การทำงานของ ZPT บอตจาก Zwiz.AI
ยกตัวอย่าง เมื่อลูกค้ามีคำถามมา จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างบอท 2 ตัว Intent-Based และ GenAI Bot เริ่มจากการมีบอลสองตัวที่ต้องเก็บข้อมูลจาก Q&A โดยหากตัวแรกตอบไม่ได้จะใช้ตัวที่สองที่เป็น Generative AI มาตอบที่มีการเรียนรู้จาก Document/File แต่ต้องใช้ Token เรียกว่า ZPT (ค่อนข้างใกล้เคียงกับ Custom GPT) หากในที่สุดตอบไม่ได้จะนำส่งไปสู่แอดมินที่เป็นมนุษย์ แต่มองว่างานจะน้อยลงมากๆ
ยกตัวอย่าง การเปิดเพจใน FB แล้วเล่นเสมือนเป็นลูกค้า โดยตัวแรก Zwiz.AI Chatbot จะตอบคำถามทั่วไป (ตาม Script ที่วางไว้) ส่วนตัวที่สองคือ ZPT จะสรุปยอดให้พร้อมส่งเลขบัญชี แล้ว Zwiz.AI Chatbot ตัวแรกจะกลับมาจัดการเมื่อลูกค้าส่งสลิปเข้ามาด้วยการตรวจสลิปอัตโนมัติ (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน) หากสังเกตง่ายๆ ตัวใดตอบเร็วคือบอตตัวแรก แล้วถามต่อว่า “เด็กกินได้ไหม” ซึ่งนำเอาข้อมูลที่มีในระบบอยู่แล้วมาตอบ แล้วเมื่อลองสั่ง บอตตัวที่สอง ZPT จะมาตอบด้วยการให้ข้อมูล Slip สรุปยอดต่างๆ ที่มองว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อ SMEs
ส่องหลังบ้าน ZPT
เมื่อพามาดูการทำงานหลังบ้าน จะเจอบอทประเภทแรกที่สอนไว้ล่วงหน้าที่เรียนรู้จากประโยคที่จัดเอาไว้ ซึ่งการพิมพ์หาก Keyword ใกล้เคียงก็จะแสดง รวมทั้งสามารถแสดงเป็นรูปได้ โดยการเซตจะต้องทำให้ครอบคลุม แต่หากตอบไม่ได้จะไหลมาที่ ZPT โดยจำเป็นต้องใช้ Token สุดท้ายถ้าตอบไม่ได้จะไหลมาที่แอดมิน
ในส่วนของ ZPT นั้นจะแยกเป็นชุดคำสั่ง (Prompt) และ คลังความรู้ (Knowledge) โดยสามารถเลือกเพศได้ และสอน Action ที่ต้องการให้ทำ หรือแม้แต่บริบทที่ต้องการให้ตอบ จะสะท้อนออกมาเป็น Character ที่ต้องการได้ช่วยเสริมด้านของ Brand โดยสามารถทำเองได้ไม่ยากมากนัก ซึ่งเป็นจุดประสงค์ของบริษัท ในส่วนของคลังข้อมูลหรือความรู้ สามารถระบุรายละเอียดสินค้าเป็นแบบ Free Text ที่สามารถใส่ได้ให้ละเอียดแบบครอบคลุม หรืออาจจะใส่คำถามที่พบบ่อยทิ้งไว้ได้ หากสอนได้ดีจะกลายเป็น Sales มืออาชีพเลยทีเดียวที่ลดงานของคน (แอดมิน) ได้อย่างมาก
นอกจากนี้ยังแสดงผลของ Dashboard ให้ดูว่าตอบอะไรไป และมี Log ให้ได้ตรวจคำตอบเพื่อไปสอนให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น (วันเวลา, สรุปคำถาม, คำถาม,คำตอบ, Emotion, About) แล้วหากเจอคำถามไหนบ่อยๆ ก็ให้ย้ายไปให้ตัวแรกตอบเพื่อประหยัด Token ที่ตัวบอตที่สองจะใช้ได้อีกด้วย
ทำไมจึงต้องทำ ZPT
เพราะเชื่อว่าจะไป Plugin กับตัวอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องไปต่อกับ FB สามารถแยกแบบ MyGPT ได้ทันที แล้วมีหน้าจอของ Admin ทำไว้สองสี แยกบอตแต่ละตัว บอตตัวแรกเป้นสีเทา บอตตัวที่สองเป็นสีน้ำเงิน หากแอดมินตอบจะเป็นชื่อ โดยเมื่อแอดมินมาสามารถกดหยุดบอตได้ เมื่อคุยจบค่อยกดให้บอตทำงานต่อ โดยจะสามารถเริ่มวัดผลได้ว่ามีประสิทธิภาพอย่างไร
ในอนาคตคุณอาร์ตตั้งใจจะนำเรื่องการรวมแชทซึ่งเป็น Feature ใหม่ มาเล่าให้ฟัง ว่าจะแบ่งการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นระหว่างคนและบอตได้อย่างไร
ZPT ราคาอย่างไร
1 โควต้าคือการถามตอบ โดยแพ็คเกจ S จะมีราคา 5,000 บาท คือ Message ละ 0.5 บาท ได้ทั้งหมด 10,000 โควต้า และราคาแพคเกจซื้อ 3 เดือนราคาเพียง 1,500 บาท (เดือนละ 500 บาท) ในกรณีเป็นองค์กรใหญ่แนะนำ Enterprise ที่จะมีทีมงานมาช่วย Model ที่อาจะเป็น Private ที่จะลดข้อกังวลในด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว
ดูย้อนหลังที่ Generative Chatbot AI สำหรับ SME กับ Zwiz.AI แชทบอท
VIDEO