ดังนั้นในสถานการณ์แบบนี้ถ้าซัมซุงเลือกเล่นเกมเดิม คือออกทีวีรุ่นใหม่ทุกปีแล้วแข่งกันที่ขนาดและความละเอียด ผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ Margin หดลงทุกปี และวันหนึ่งก็จะกลายเป็นเหมือนธุรกิจ DVD Player ที่ไม่มีใครสนใจว่าเป็นยี่ห้ออะไรอีกต่อไป
ทางออกของซัมซุงคือสร้างหมวดสินค้าใหม่ที่อยู่นอกเหนือคำว่า TV ดังที่ Michael McDermott รองประธานบริหารฝ่าย Consumer Electronics ของ Samsung Electronics America พูดไว้ว่า The Movingstyle ถูกออกแบบโดยเข้าใจว่า ผู้บริโภคยุคนี้ใช้ชีวิตแบบ Always-on และ Always-moving ไม่ใช่นั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟาเหมือนเดิมอีกแล้ว
ข้อแรกคือ Samsung Vision AI Companion ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI บนหน้าจอ ที่ตอบคำถาม แนะนำคอนเทนต์ และแสดงผลผ่านวิดีโอประกอบได้ ในปี 2026 ที่ทุกแบรนด์ใส่ AI กันหมด แต่ซัมซุงใส่ AI ที่ออกแบบมาเพื่อ Big Screen Experience โดยเฉพาะ
The Strategy Playbook 10 ปีของ Samsung ในการสร้าง Lifestyle Brand จากทีวี
ทีนี้มาดูในมุมที่ลึกขึ้นว่าทำไมซัมซุงถึงเลือกตั้งชื่อสินค้าตัวนี้ว่า The Movingstyle ที่ขึ้นต้นด้วย The และมีคำว่า Style ต่อท้าย แทนที่จะตั้งชื่อให้ฟังเหมือนสินค้า Tech อย่าง M9 หรือ S Pro
เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของ Playbook ที่ซัมซุงสร้างมานานกว่า 10 ปีครับ ลองดู Timeline ของ The Series ทั้งหมดของซัมซุงจะเห็นว่าในปี 2015 ซัมซุงเปิดตัว The Serif ซึ่งเป็นทีวีที่ร่วมออกแบบกับ Ronan และ Erwan Bouroullec สองพี่น้องนักออกแบบชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทีวีตัวนี้มีหน้าตาเหมือนเฟอร์นิเจอร์ ไม่เหมือนทีวี วางในบ้านได้โดยไม่ต้องแขวนผนัง
ในปี 2017 ตามมาด้วย The Frame ทีวีที่ออกแบบให้เหมือนกรอบรูป เปิดดูศิลปะได้จาก Samsung Art Store ที่มีผลงานกว่า 4,000 ชิ้น รวมถึง Collection พิเศษจาก MoMA, Art Basel และ Vogue เมื่อปิดดูทีวี มันคือกรอบรูปงานศิลป์บนผนัง
ในปี 2019 มี The Sero ทีวีที่หมุนได้ระหว่างแนวตั้งและแนวนอน ออกแบบมาเพื่อกลุ่ม Millennials ที่บริโภค Mobile Content เป็นหลัก ดูคอนเทนต์ TikTok และ Instagram บนทีวี 43 นิ้วได้แบบเต็มจอ ไม่ต้องมีแถบดำสองข้าง
จากนั้นมี The Premiere เครื่องโปรเจคเตอร์ระยะใกล้ที่เปลี่ยนผนังในบ้านเป็นโรงหนัง และ The Terrace ทีวี Outdoor สำหรับดูนอกบ้าน และในปี 2026 เพิ่ม The Movingstyle เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในตระกูลครับ
เห็นไหมครับว่า The Series ทั้งหมดมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ มันถูกออกแบบให้เป็น Lifestyle Object ไม่ใช่ Electronics ซัมซุงเรียกตระกูลนี้ว่า Lifestyle TVs อย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ทุกประเทศ และตั้งใจให้ลูกค้าซื้อด้วยเหตุผลทางสุนทรียะ ไม่ใช่ Spec Sheet คุณสมบติทางเทคนิคที่อาจฟังดูน่าเบื่อและไม่เข้าหูผู้บริโภคอย่างเราเท่าไหร่
The Frame สำหรับคนรักศิลปะ The Serif สำหรับ Design Lover The Sero สำหรับ Mobile Native Generation The Premiere สำหรับ Home Theater Enthusiast The Terrace สำหรับคนมี Outdoor Living และ The Movingstyle สำหรับคนที่ Lifestyle ไม่หยุดนิ่ง
นั่นเพราะ Specs ลอกได้ภายในปีเดียว แต่ Story ลอกไม่ได้ครับ ลูกค้าจำชื่อรุ่นทีวีของคุณไม่ได้ แต่จะจำได้ว่าคุณคือแบรนด์ที่ทำให้บ้านดูเป็นมิวเซียม (The Frame) คุณคือแบรนด์ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ (The Sero) หรือคุณคือแบรนด์ที่ตามชีวิตได้ทุกที่ (The Movingstyle)