ปับลิซิส กรุ๊ป (Publicis Groupe) บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการเอเจนซี่โฆษณาระดับโลก ได้ประกาศยกระดับตัวเองจากเอเจนซี่โฆษณาสู่การเป็น Business Partner อย่างเต็มตัวครับ ภายใต้แนวคิด “Intelligent System Driven Company” ที่น่าสนใจคือการทำงานแบบ Power of One ที่แบรนด์ใช้เป็นเป้าหมายในการทำงาน วันนี้มันได้ถูกยกระดับให้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างระบบ Intelligent System ที่สามารถคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ ปรับตัว และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้มากมายครับ วันนี้ผมจะพาไปถอดรหัส กลยุทธ์ Publicis Groupe Thailand ก้าวสู่ Intelligent System Driven Company พลิกโฉมเอเจนซี่ด้วย Data, AI และ Culture
1. Connected Identity ทรานส์ฟอร์มจาก Media Partner สู่ Growth Partner
นี่คือจุดที่ Publicis Media และ Digitas เข้ามาแก้ Pain Point ของการทำมีเดียแบบเดิม ๆ ด้วย Connected Identity ครับ สิ่งนี้คือการดึงแพลตฟอร์มอย่าง Epsilon และเทคโนโลยี Core ID เข้ามาใช้ติดตาม Digital Footprint ของผู้บริโภคแบบข้ามแพลตฟอร์มครับ ไม่ว่าลูกค้าจะกำลังอ่านบทความบนเว็บไซต์ ไถแอปพลิเคชัน หรือแม้แต่นอนดูรายการผ่านหน้าจอสมาร์ตทีวี ระบบนี้จะสามารถช่วยให้แบรนด์เห็นได้ว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร พวกเขาชอบคอนเทนต์แนวไหน และที่สำคัญที่สุดคือพวกเขามักจะไปซื้อที่แพลตฟอร์มใด ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee หรือ e-Commerce ของแบรนด์เอง
เมื่อแบรนด์นำข้อมูล First Party Data มาผสานเข้ากับ Connected ID มันจะอัปเกรดเป็นระบบที่รู้ใจผู้บริโภค ทำให้สามารถส่งโฆษณาและข้อเสนอได้ถูกคน ถูกที่ และถูกเวลา ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่แค่ยอด Impression ไว้โชว์ในรีพอร์ตอีกต่อไปครับ แต่คือการดัน ROI และสร้างยอดขายได้อย่างแม่นยำตลอดทั้ง Customer Journey ซึ่งนี่แหละครับคือการขยับสเตปสู่การเป็น Growth Partner ที่พร้อมผลักดันธุรกิจของลูกค้าให้เติบโตครับ
3. Cultural Intelligence เปลี่ยน Social First ให้ขับเคลื่อนธุรกิจ
มาถึงแกนหลักที่ 3 ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย ที่ขับเคลื่อนโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Media ย่าง Brilliant & Million ครับ เวลาได้ยินคำว่า Social First นักการตลาดหลายคนอาจจะเข้าใจไปว่า มันคือการต้องคอยเกาะกระแสใช่มั้ยครับ แต่ในมุมมองของการเป็น Business Partner Social First คือการเข้าไปทำความเข้าใจพฤติกรรม ตัวตน และภาษา ของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ครับ
บทสรุป กลยุทธ์ Publicis Groupe Thailand ก้าวสู่ Intelligent System Driven Company พลิกโฉมเอเจนซี่ด้วย Data, AI และ Culture
ความน่าสนใจที่ทำให้ Publicis Groupe Thailand ก้าวไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่การมี Data ที่แม่นยำ มี AI ที่อัจฉริยะ หรือมีทีมครีเอทีฟที่เก่งเท่านั้นครับ แต่ทั้งหมดนี้ถูกดึงมารวมและทำงานร่วมกันอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว ภายใต้แนวคิด Intelligent System Driven Company
ในยุคที่หลายเอเจนซี่ยังคงทำงานแยกกัน หรือเพิ่งเริ่มพยายามมารวมกัน Publicis ถือเป็นบริษัทแรกๆ ที่รวมทุกความเชี่ยวชาญเข้าด้วยกัน ผ่านรากฐาน Power of One ทำให้กระบวนการตั้งแต่การวิเคราะห์ Data หา Insight ส่งต่อให้ทีมครีเอทีฟ เกิดขึ้นอย่างไหลลื่นครับ
อย่างที่คุณเจนคณิต รุจิรโมรา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ ได้ตอกย้ำว่า วันนี้ Publicis Groupe ไม่ได้นิยามตัวเองว่ามีบริการอะไรบ้าง แต่ความได้เปรียบที่แท้จริงคือความสามารถในการนำ Expertise ทั้งหมดของแต่ละเอเจนซี่มาทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาให้ลูกค้าต่างหากครับ
เมื่อเชี่ยวชาญทุกมิติถูกรวมไว้ที่ Publicis Groupe ที่เดียว แบรนด์จึงไม่ต้องปวดหัวกับการบรีฟงานหลายเอเจนซี่อีกต่อไป นี่แหละครับคือการทรานส์ฟอร์มองค์กรที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การจะชนะในเกมการตลาดยุคนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีเครื่องมือเยอะกว่า แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถเอาทุกเครื่องมือให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้ดีที่สุดครับ
เพื่อน ๆ ล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับการใช้ Virtual Focus Group แทนการหาคนจริงๆ มาทำรีเสิร์ช? คิดว่า AI อวตาร์เหล่านี้จะสามารถสะท้อนอินไซต์ที่แท้จริงของคนไทยได้ดีแค่ไหนครับ? ลองคอมเมนต์มาแชร์มุมมองกันได้เลยครับ