Pet Marketing ตอบโจทย์เทรนด์ Pet tourism ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์

ทุกคนคิดว่า ถ้าศูนย์การค้ากลายเป็น “สวรรค์” สำหรับเราและเจ้าสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักจะเป็นยังไงคะ? ถ้าที่แห่งนี้เราทั้งสอง (หรือมากกว่านั้น) จะได้เดินเล่นชิล ๆ จิบกาแฟในคาเฟ่เก๋ ๆ เพลิดเพลินกับการชอปปิง หรือแม้แต่สนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษด้วยกัน มันคงจะดีไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ?
เพราะในยุคนี้ สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่ “สัตว์” อีกต่อไปค่ะ แต่กลายเป็น “ลูก” หรือ “สมาชิกครอบครัว” ที่เรารักสุดหัวใจ และถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่ชอบพาน้อง ๆ ออกเที่ยว โรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขาราชพฤกษ์ ได้เปลี่ยนฝันนี้ให้เป็นจริงแล้วค่ะ เขาได้ใช้ Pet Marketing ในการยกระดับตัวเองจากแค่ “ห้าง” ธรรมดา ให้กลายเป็น Pet Friendly Destination ที่จัดเต็มทั้งบริการ พื้นที่ และกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของและน้อง ๆ แบบครบวงจรเลย

แต่เอ๊ะ! แล้วทำไมโรบินสันถึงต้องทำแบบนี้กันล่ะ? มาค่ะ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง

“Pet Tourism” เทรนด์นี้มาแรงมากกกก

จากข้อมูลของ SCB EIC พบว่า ช่วงนี้การเที่ยวพร้อมสัตว์เลี้ยง หรือที่เรียกว่า Pet Tourism กลายเป็นเทรนด์สุดฮอตในหมู่คนเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะกลุ่มที่เลี้ยงแบบลูก (Pet Parent) ซึ่งตอนนี้มีเยอะถึง 49% ของผู้บริโภคที่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงหรือที่เรียกว่า Petsumer 

ที่พีคคือ คนกลุ่มนี้ยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อสัตว์เลี้ยง ทั้งค่ากิน ค่าอยู่ ค่าดูแลสุขภาพ และแน่นอนค่ะ รวมถึงค่าทริปเที่ยวด้วย โดยมีค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสุนัขเฉลี่ยอยู่ที่ 24,000-29,000 บาทต่อตัวต่อปีเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เพราะพวกเขาอยากสร้างโมเมนต์ดี ๆ ร่วมกับเจ้าขนปุยนั่นเองค่ะ โดยจากการวิเคราะห์ยังบอกอีกว่า กิจกรรมที่พวกเขานิยมมาก ก็คือกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้ อย่างการพักผ่อน ซึ่งสูงถึง 78% เลยค่ะ

Pet Marketing
AI image generated by Shutterstock (Prompt : A cinematic shot of woman enjoying a meal at a restaurant, his dog sitting comfortably in a modern stroller, surrounded by greenery and soft sunlight, joyful and relaxed mood, cinematic framing, vibrant tones)

โรบินสันไลฟ์สไตล์ เห็นแบบนี้ก็ไม่รอช้า ปรับโฉมใหม่สาขาราชพฤกษ์ให้เป็น แลนด์มาร์กของคนรักสัตว์ ที่ไม่ได้มีดีแค่ชอปปิง แต่เป็นพื้นที่ที่ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงจะได้พักผ่อนและสนุกไปด้วยกันได้

“Pet Friendly Destination” ที่ไม่ได้มาเล่น ๆ

ที่นี่ไม่ได้ทำให้แค่พาสัตว์เลี้ยงมาได้นะคะ แต่โรบินสันจัดให้เต็มที่ทั้ง In-Door และ Out-Door แบบที่ใครมาแล้วต้องยิ้มแก้มปริแน่นอน เพราะเขาอำนวยความสะดวกแทบทุกอย่างเลยล่ะค่ะ

#In-Door กิน เที่ยว ชอป กับน้อง ๆ ได้แบบไม่มีสะดุด

โซน In-Door นี้ พาน้อง ๆ เข้ามาชอปปิง นั่งคาเฟ่เก๋ ๆ หรือดินเนอร์ในร้านอาหารได้เลย แถมยังมีบริการ Pet Cart Service รถเข็นสัตว์เลี้ยงให้ยืมฟรี! จะน้องหมาเล็กหรือแมวขี้อ้อนก็เข็นเพลิน ปลอดภัย ช่วยให้อุ่นใจสุด ๆ

Pet Marketing

#Out-Door สนามเด็กเล่นสำหรับคนรักสัตว์

โซน Common Playground มีทั้งลานน้ำพุ ลำธาร และเครื่องเล่นสุดสนุก ให้น้อง ๆ ได้วิ่งเล่นแบบอิสระ และมีจุดบริการเพื่อสัตว์เลี้ยงครบครัน เช่น

  • Pet Waste Station แยกขยะมูลสัตว์อย่างเป็นระเบียบ
  • Doggy Leash Post แท่นผูกสายจูง เอาใจเจ้าของที่อยากนั่งพักชิล ๆ
  • Aqua Station จุดกดน้ำให้สัตว์เลี้ยงดับร้อน
  • Pet Toilet ห้องน้ำสัตว์เลี้ยงที่ออกแบบเพื่อความสะดวก
Pet Marketing
ที่มา Brandinside

#PET ’N ME โซนที่คนรักสัตว์ต้องกรี๊ด

นอกจากนี้ยังมี PET ’N ME ที่รวมสินค้าไลฟ์สไตล์สัตว์เลี้ยงกว่า 5,000 รายการ ไม่ว่าน้อง ๆ จะชอบของเล่นแบบไหน ขนมอะไร ที่นี่มีหมดค่ะ แถมยังมีบริการดูแลสุขภาพครบวงจร ทั้งอาบน้ำ-ตัดขน และปรึกษาสัตวแพทย์จาก Nelly Pet Wellness Center อีกด้วย

Pet Marketing
ที่มา PET ’N ME

ทั้งหมดนี้ ผู้เขียนมองว่าโรบินสันไลฟ์สไตล์ไม่ได้แค่ต้องการสร้างพื้นที่ค่ะ แต่เขากำลังสร้างความทรงจำดี ๆ ระหว่างเจ้าของกับเจ้าขนปุย ให้ทุกโมเมนต์เต็มไปด้วยความสุข และใกล้ชิดกันมากกว่าที่เคย

อีเวนต์สุดปัง “Pet Community” โปรโมตความ Pet Friendly

เพื่อเสริมภาพลักษณ์ “แลนด์มาร์กสำหรับคนรักสัตว์” โรบินสันไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ ไม่ได้มาเล่น ๆ ค่ะ เพราะพวกเขาจัดบิ๊กอีเวนต์ “Pet Community” โปรโมตความ Pet Friendly ด้วยการผนึกกำลัง 27 พาร์ทเนอร์ดัง เช่น JerHigh, Jinny, PET ’N ME และ Major Cineplex

และยังจัดกิจกรรมสุดคิ้วท์ ไม่ว่าจะเป็น Kids & Pets Fashion Show, Photo Booth, และ Talk Session จากผู้เชี่ยวชาญสัตว์เลี้ยง พร้อมกระตุ้น Engagement ด้วยกิจกรรม Popular Vote บนโซเชียลมีเดียด้วย

นอกจากนี้ งานนี้ยังมัดใจสายชอปด้วยโปรโมชันฟิน ๆ รับคูปองและสินค้าฟรีเมื่อช้อปครบ 500 บาท เรียกได้ว่าทั้งสร้างกระแส ทั้งดึงคนมาเดินศูนย์การค้าแบบอยู่หมัดเลยค่ะ

ถอดรหัสกลยุทธ์การตลาด สู่การเป็น “Pet Friendly Destination” 

จะเห็นได้เลยว่า โรบินสันไลฟ์สไตล์ไม่ได้แค่เปิดประตูต้อนรับสัตว์เลี้ยงนะคะ แต่ยังยกระดับให้ตัวเองเป็นแลนด์มาร์กที่คนรักสัตว์ต้องมา ด้วยการใช้กลยุทธ์การตลาดที่หลากหลายและลงลึกในทุกมิติ วันนี้ผู้เขียนได้สรุปกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจมาให้ทุกคน 5 ข้อดังนี้ค่ะ

1. Positioning วางจุดยืนชัดเจนว่าเป็น “Pet Friendly Destination”

โรบินสันไลฟ์สไตล์ใช้ Positioning เพื่อสร้างตัวเองให้แตกต่างและเป็นที่จดจำในใจกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการสื่อสารว่าเป็นศูนย์การค้าที่ครบจบทุกอย่างสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ตั้งแต่การชอปปิง พักผ่อน ไปจนถึงการดูแลสัตว์เลี้ยงในที่เดียว กลยุทธ์นี้ทำให้โรบินสันไลฟ์สไตล์กลายเป็นแบรนด์ที่มี “ภาพลักษณ์” ชัดเจนในตลาด

2. Event Marketing สร้างประสบการณ์ที่คนจดจำ

การจัดอีเวนต์ “Pet Community” นี้ ถือเป็นการใช้กลยุทธ์ Experiential Marketing อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะอีเวนต์นี้ไม่ได้แค่จัดเพื่อความสนุก แต่สร้างประสบการณ์ตรงให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์ เช่น Kids & Pets Fashion Show จุดบริการพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง และ Photo Booth ที่กระตุ้นให้คนถ่ายภาพและแชร์บนโซเชียลมีเดีย

Pet Marketing

แถมโรบินสันยังเชิญ Pet Idol และ KOL ที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นมาร่วมงาน เช่น “วอแวเป็ดมีผม” และ “2 พี่น้องตระกูลดีน” เพื่อเพิ่มแรงดึงดูด และช่วยสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ด้วย

3. จับมือกับ Partner เพื่อสร้างคุณค่า

การผนึกกำลังกับ 27 พาร์ทเนอร์ เช่น JerHigh, Jinny, PET ’N ME รวมถึงร้านค้าชื่อดังในเครือ เช่น การจับมือกับ JerHigh (แบรนด์ขนมสุนัขอันดับ 1 ในไทย) ช่วยพัฒนาบริการ Pet Cart Service หรือรถเข็นสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้านี้ ก็เพื่อช่วยให้แต่ละฝ่ายได้ประโยชน์ค่ะ 

ที่มา goober_bc

อย่างโรบินสันเองก็ได้เสริมภาพลักษณ์ในฐานะ “ห้างสำหรับคนรักสัตว์” และพาร์ทเนอร์ก็ได้ขยายฐานลูกค้าผ่านกลุ่มคนที่มาใช้บริการในห้าง พูดง่าย ๆ ก็คือ ต่างฝ่ายต่างใช้จุดแข็งของกันและกันมาช่วยเติมเต็มสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ทั้งสินค้า บริการ และประสบการณ์ใหม่ ๆ นั่นเองค่ะ

4. Customer-Centric Approach พื้นที่ที่เข้าใจทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

สิ่งที่ผู้เขียนมองว่าสำคัญมาก ๆ และโรบินสันทำออกมาได้โดนใจมาก ก็คือการที่พื้นที่ของโรบินสันไลฟ์สไตล์ถูกออกแบบด้วย Customer-Centric Approach ที่คำนึงถึงความต้องการลูกค้าแบบ 360 องศา ทั้ง In-Door และ Out-Door ค่ะ ซึ่งการออกแบบพื้นที่แบบนี้ไม่ได้แค่สร้างความสะดวกสบาย แต่ยังทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจและใส่ใจในรายละเอียดไลฟ์สไตล์ของตัวพวกเขาเอง รวมถึงไลฟ์สไตล์ของลูก ๆ ที่พวกเขารักด้วย!

Pet Marketing
ที่มา goober_bc

5. โปรโมชั่นและ Loyalty Program กระตุ้นยอดขายและรักษาลูกค้า

โปรโมชั่น เช่น การแจกคูปอง หรือสินค้าขนาดทดลองจากพาร์ทเนอร์ เป็นการใช้กลยุทธ์ที่กระตุ้นให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าและอยากกลับมาใช้บริการซ้ำ นอกจากนี้การตั้งแคมเปญยาวต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 67 – 31 ธ.ค. 67 ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการ Customer Retention และเพิ่มความถี่ในการมาใช้บริการอีกด้วยค่ะ

สรุป Pet Marketing ตอบโจทย์เทรนด์ Pet tourism ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์

ทั้งหมดนี้ ผู้เขียนมองว่า โรบินสันไลฟ์สไตล์ ไม่ได้แค่สร้างพื้นที่ Pet Friendly แต่พวกเขากำลังสร้าง “คอมมูนิตี้” ให้คนรักสัตว์ได้มารวมตัวกัน พร้อมส่งต่อความสุขและความทรงจำดี ๆ ระหว่างเจ้าของและเจ้าขนปุยอย่างจัดเต็ม ที่สำคัญคือโรบินสันเองก็ยกระดับตัวเองให้เป็นมากกว่าห้าง แต่เป็นแลนด์มาร์กที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่แบบรอบด้านอีกด้วย

นี่แหละค่ะ ความสำเร็จของกลยุทธ์การตลาดที่ใส่ใจทั้ง Insight ของเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ทุกดีเทลที่วางมาคือการสะท้อนว่า โรบินสันไลฟ์สไตล์นี้เข้าใจทั้ง “หัวใจ” ของกลุ่มเป้าหมาย และ “ความสุข” ของพวกเขาอย่างแท้จริงค่ะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้านะคะ :0)

อ่านบทความเพิ่มเติมที่นี่

โอปอ Marketing Content Creator และ Data Insight Researcher ของการตลาดวันละตอน ⋆˚✿˖° ดีใจที่ได้แชร์เรื่องราวกับทุกคนค่ะ อย่าลืมยิ้มให้ตัวเองทุกวัน และฝากติดตามบทความต่อไปด้วยนะคะ ( 。•ㅅ•。)~✧

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *