พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]
Digital Advertising สู่ Business Solution ของ McDonald’s
FacebookFacebookXXLINELineDigital Advertising ก้าวไปสู่ Business Solution ได้ยังไง? สำหรับหลายคนที่ทำงานในวงการโฆษณา โดยเฉพาะในกลุ่มดิจิทัล เอเจนซี่ มันจะเจอบรีฟที่น่าปวดใจเสมอว่า “ทำดิจิทัลคือทำคลิปไวรัลใช่มั้ย?” นี่คือความคิดฝังหัวของลูกค้า และนักการตลาดส่วนใหญ่ รวมไปถึงคนโฆษณาสาย Above the line ดั้งเดิมด้วย ดังนั้นสิ่งที่การตลาดวันละตอน อยากจะเอามาเล่าให้ฟังในวันนี้คือ เรามาลองดูวิธีใช้ดิจิทัล เพื่อสร้างยอดขายให้ธุรกิจจริงๆ เพิ่มขึ้นดีมั้ย โดยไม่ต้องมีไวรัลซักคลิป และไม่ใช่แค่ “Media เฉยๆ” ด้วย แต่มันคือการใช้ครีเอทีฟไอเดียบนเครื่องมืออย่าง Digital Media จะทำได้อย่างไรไปดูกัน พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วย Data จากพฤติกรรมผู้บริโภค เรื่องของเรื่องคือ แมคโดนัลด์ในสิงค์โปรนั้นประสบปัญหากับการส่งออเดอร์ช้าจนแข่งขันกับคู่แข่งที่ส่งอาหารถึงบ้านมากมายได้ยาก จากรับประกันส่งภายใน 30 นาที ทำเอาหลายพื้นที่ก็ใช้เวลาถึง 90 นาที กว่าจะมาส่ง ทาง OMD สิงค์โปรก็เลยร่วมมือกับ Google ในการพลิกวิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาส โดยการสร้าง Media ที่สามารถใช้ Data จากพฤติกรรมของคนบนออนไลน์เพื่อแก้ปัญหาการส่งช้าพร้อมกระตุ้นยอดขายไปในตัว ทางเดียวกันไปด้วยกัน […]
จิตวิทยาการตลาด – ดึงดูดลูกค้าได้ จากป้ายเข้าคิว
FacebookFacebookXXLINELineเราจะรู้ได้ยังไงว่าร้านนี้อร่อยมั้ยถ้ายังไม่เคยกินมาก่อน? เรื่องมันเริ่มจากวันก่อนผมผ่านไปแถวบางรัก แล้วก็เห็นรถเข็นขาหมูคันนึงผ่านไป ด้วยสีสันขาหมูดูน่ากินแถมกลิ่นยังยั่วยวนชวนหิว ก็เลยคิดว่าอยากจะซื้อกลับไปกินที่บ้านเป็นมื้อเย็นวันนั้น แต่มีคำถามนึงที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ “แล้วมันอร่อยมั้ย?” จะรู้ได้อย่างไรว่าร้านไหนขายดี มองแว้บแรกต้องสารภาพเลยครับว่าเดาไม่ออกเลยว่าร้านนี้รสชาติจะดีไหม เพราะร้านขาหมูรถเข็นคันนี้เพิ่งจะเข็นผ่านไปและยังไม่ทันตั้งร้านดี ต้องบอกว่าโดยปกติแล้วคนเรามักจะสังเกตความอร่อยออกได้ผ่านสัญญาณบางอย่าง เช่น มีคนกินเยอะ…ก็การันตีได้ถึงความอร่อยที่ผ่านมาตรฐานคนหมู่มาก ป้ายเชลล์ชวนชิม..สมัยก่อนเชื่อถือได้ แต่สมัยนี้ไม่ได้มีความขลังอะไรแล้ว หรือเสิร์ชดูรีวิวในเน็ต ดูว่าคนพูดถึงว่ายังไง แต่กับร้านที่ยังไม่ตั้งเสร็จดี ก็เลยยังไม่มีคนมากินให้เห็น และบวกกับตัวผมเองก็ต้องรีบไปต่อแล้วด้วย ดังนั้นผมต้องเลือกเอาแล้วหละว่าจะเสี่ยงซื้อขาหมูเจ้านี้กลับไปกินที่บ้านดีมั้ย ใช้ “ป้ายเข้าคิว” เป็นสัญญะของความอร่อย หลังจากลังเลอยู่นาน สุดท้ายผมเห็นสัญลักษณ์บางอย่างที่ทำให้ผมมั่นใจในระดับนึงว่าร้านนี้ “น่าจะอร่อย” ก็ตรงป้ายที่ด้านซ้ายบนของรูปครับ “กรุณาเข้าคิว” ป้ายนี้ทำให้ผมจินตนาการได้ว่าปกติแล้วร้านนี้น่าจะมีคนเยอะ จนต้องมีป้ายนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนรู้ว่าต้องต่อคิว เพราะถ้าร้านปกติคนไม่เยอะเป็นประจำก็ไม่น่าจะมีป้ายนี้ติด ต้องขอบคุณป้าย “กรุณาเข้าคิว” มากๆ ที่ทำให้ผมตัดสินใจถูกที่ซื้อมากิน เพราะขาหมูเทวดาแถวบางรักใกล้ๆ ร้านโจ๊กปริ้นซ์นี้อร่อยมากจริงๆ ครับ แต่ผมกลับมาคิดอีกครั้งว่าถ้าร้านนี้ไม่อร่อยจริง แต่เจ้าของร้านฉลาดคิดเรื่องจิตวิทยาเลยทำป้ายนี้ขึ้นมา ผมก็จะไม่เสียใจที่ตกเป็นเหยื่อการตลาดแบบตลาดๆ เลย เห็นมั้ยครับว่าแม้จะเป็นขาหมูรถเข็น ก็สามารถทำการตลาดผ่านป้ายโฆษณาเล็กๆ อย่างป้าย “กรุณาเข้าคิว” ขึ้นมาได้ ต่อให้เวลาที่คนยังไม่เยอะก็ทำให้คนที่เห็นมั่นใจได้ว่าร้านนี้น่าจะอร่อย จนต้องมาต่อคิวตามป้ายได้จริงๆ ส่วนใครที่อยากเรียนรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การทำตลาดในรูปแบบอื่นๆ แนะนำให้ไปอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ในบทความหน้าผมจะมีอะไรมาอัปเดตอีกบ้าง สามารถติดตามได้ผ่านเพจการตลาดวันละตอน […]
Vittel เตือนผู้บริโภคดื่มน้ำให้เพียงพอ ด้วยฝาขวดอัจฉริยะ
FacebookFacebookXXLINELineเคยได้ยินไหมครับว่าเราร่างกายเราสามารถอดทนต่อการขาดอาหารได้หลายวัน แต่ถ้าขาดน้ำแล้วล่ะก็ จะทนได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้ยครับ เพราะนอกจากอาหาร 5 หมู่ที่จำเป็นต่อร่างกายแล้ว ก็มีน้ำนี่แหละครับที่เราขาดไม่ได้ ดังนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ วันนี้การตลาดวันละตอนจะมาบอกเล่าเรื่องราวการตลาดแบบใส่ใจของผู้ผลิตน้ำ ที่ใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภค ว่าจะมีทางไหนมั้ยที่จะทำให้คนไม่ลืมดื่มน้ำบ่อยๆ ระหว่างวันบ้าง? ใส่ใจสุขภาพง่ายๆ เริ่มด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ Vittel น้ำดื่มยี่ห้อดังในฝรั่งเศสอยากจะชวนให้คนหันมาดื่มน้ำกันมากขึ้น ไม่ต้องมากขึ้นจนมากเกินไปเอา เอาแค่ให้ดื่มพอดีครบวันละ 8 แก้วให้ได้ก่อนเถอะ เพราะกว่า 80% ของคนฝรั่งเศสนั้นดื่มน้ำน้อยกว่าที่ควรดื่มเยอะมาก สาเหตุน่ะหรอครับ ก็งานมันยุ่งมาก มากจนไม่มีเวลายังไงล่ะ! พอชีวิตมันยุ่ง ก็เลยลืมดื่มน้ำบ่อยๆ ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าการดื่มน้ำเยอะๆ นั้นดี แต่ก็ไม่ค่อยได้หันมาสนใจกับการดื่มน้ำเลย ไม่ลืมดื่มน้ำระหว่างวัน ด้วยการตั้งเตือนจากขวดน้ำอัจฉริยะ มีครับ ด้วยฝาขวดอัจฉริยะที่สามารถตั้งเวลาเตือนให้เรารู้ตัวว่าต้องหยิบมันมาดื่มทุกๆ หนึ่งชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่หรือต่ออินเทอร์เน็ต wifi ใดๆ ซึ่งแบรนด์ Vittel ก็เข้าใจ Insight เหล่านั้นดี จึงได้ออกแบบฝาขวดที่สามารถเตือนให้คนรู้ตัวว่า “เฮ้ นาย ครบชั่วโมงแล้วนะ หยิบชั้นขึ้นไปดื่มซิ” ซึ่งฝาขวดอัจฉริยะนี้ จะสามารถตั้งเวลาเตือนให้เรารู้ตัวว่าต้องหยิบมันมาดื่มทุกๆ หนึ่งชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่หรือต่ออินเทอร์เน็ต wifi […]
การตลาดแบบรู้ใจ ให้คุณหารสที่ชอบ อาหารที่ใช่ ในรูปแบบ Digital
FacebookFacebookXXLINELineในโลกที่โลกหมุนไปอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ว่าอะไรก็ล้วนแล้วแต่ถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรูป และเสียง เราสามารถเปลี่ยนเป็นดิจิทัลได้ด้วยวีดีโอ ภาพถ่าย หรือเพลงบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ส่วนกลิ่นก็เคยเปลี่ยนกลิ่นให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล โดยทำเป็นเครื่องปลุกด้วยกลิ่นเบคอน จนเป็นข่าวฮือฮาไปเมื่อหลายปีก่อน แต่หนึ่งในประสบการณ์ทั้งหมดที่ยากจะถูกเปลี่ยนมาเป็นดิจิทัลได้ก็คือ “รสชาติ” แน่นอนว่าแม้การจะสัมผัสรสชาติในรูปแบบดิจิทัลจะทำได้ยากแค่ไหน แต่มาวันนี้รสชาติที่ต้องใช้ลิ้น ถูกทำให้เป็นดิจิทัลบนเวปไซต์และอยู่ในสมาร์ทโฟนของทุกคนจากบริษัทเครื่องเทศเครื่องปรุงรสที่จะมาเปลี่ยนรสชาติให้กลายเป็นดิจิทัล แล้วมันจะออกมาเป็นยังไง มาลองดูไปพร้อมกันครับ ค้นหารสชาติใหม่ที่ถูกใจในแบบดิจิทัล โดยปกติแล้วคนเราส่วนใหญ่มักจะทำอาหารแบบเดิมๆ กินเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นคนเราก็มีความชอบในรสขาติอาหารที่ต่างกันพอสมควร ทำให้การลงมือทำอาหารเมนูใหม่ๆ ที่มีเป็นล้านๆ เมนูจากตำราในอินเตอร์เน็ตนั้นไม่ต่างอะไรจากการเสี่ยงดวง ว่าจะเจอเมนูที่ใช่กับลิ้นตัวเองหรือไม่ บริษัท McCormick ที่ขายเครื่องเทศเครื่องปรุงรสมามากกว่า 100 ปี เกิดมีแนวคิดที่อยากจะปฏิวัติการทำธุรกิจด้วยดิจิทัล ที่ไม่ใช่แค่การเปิดร้านขายบนออนไลน์ แต่เป็นการนำรสชาติทั้งหมดมาสร้างเป็นฐานข้อมูลบนดิจิทัล ให้ใครๆ ก็สามารถเข้ามาค้นหารสชาติใหม่ๆ ที่ตัวเองชอบได้ ทำการตลาดแบบรู้ใจด้วยการเรียนรู้พฤติกรรมของคนหมู่มาก ทาง McCormick ที่มีความรู้เรื่องรสชาติอาหารมากว่า 125 ปี ก็เลยเปลี่ยนความคิดว่าอยากจะทำให้คนได้มาลอง Test รสชาติที่ตัวเองชอบบน platform ของตัวเอง จากนั้นเมื่อพอรู้แล้วว่าคนนี้ชอบรสขาติแบบไหน ก็จะแนะนำให้ลองทำเมนูใหม่ๆ ในรสชาติที่ตัวเองยังคงน่าจะชอบอยู่ได้ ด้วยหลักแนวคิดก็คล้ายๆ กับ Netflix แหละครับ เพราะ […]
Yogurt for MEN! แบรนด์โยเกิร์ตใช้ Insight มาปรับการสื่อสารใหม่ให้ตรงกลุ่ม
FacebookFacebookXXLINELineปกติแล้วเวลาเราเห็นโฆษณาโยเกิร์ตนั้นมักจะใช้พรีเซนเตอร์เป็นสาวสวยหุ่นดีกันเกือบทั้งนั้นใช่ไหมครับ แต่ Case Study ที่ผมจะมาเล่าให้ฟังวันนี้ เป็นเรื่องของโยเกิร์ตแบรนด์หนึ่งที่สื่อสารออกมาสู่สายตาผู้บริโภคด้วยหนุ่มๆ กล้ามแน่ๆ แทน ถ้าอยากรู้ว่าทำไมโยเกิร์ตแบรนด์นี้ถึงเลือกใช้ผู้ชายแทนผู้หญิงแบบเดิมๆ ลองมาดูกันครับ Yogurt for MEN ทำไมโยเกิร์ตต้องขายแต่ผู้หญิง? Powerful Yogurt เป็นโยเกิร์ตที่ปฏิวัติการโฆษณาสินค้าโยเกิร์ตที่จะเน้นภาพหญิงสาวสุขภาพดี รูปร่างเพรียวบาง มาเป็นแมนๆ เน้นๆ ได้กล้ามล้วนๆ เพราะจากผลสำรวจพบว่า 4 ใน 10 ของคนที่กินโยเกิร์ตเป็นประจำนั้นเป็นผู้ชาย ทางแบรนด์จึงได้สร้างสินค้าใหม่ขึ้นมาจับตลาดกลุ่มที่เป็นผู้ชายแบบแมนๆ โดยเฉพาะ โดยหยิบเอาความต้องการเบื้องลึกของผู้หนุ่มก็คือความต้องการมีรูปร่างที่ดูดี มี Sixpack และกล้ามที่ชัดเจน ชูจุดขายจาก Insight ผู้บริโภค ในการเปิดตัวในงานแสดงสินค้า ทางแบรนด์ได้ชูจุดขายด้วยการใช้คำที่กระตุ้นความต้องการลึกๆ ในใจผู้บริโภค อย่างประโยคที่ว่า “ในตัวคุณมี Sixpack ซ่อนอยู่ ถ้าอยากให้มันออกมา ก็แค่ต้องกินโยเกิร์ตของเรา” ผลที่ได้คือกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่พูดกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังมีรายการทีวีอีกหลายรายการนำไปพูดต่อโดย เป็น Free Media แบบไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท นอกจากนี้ยังมีร้านค้าเฉพาะในเมืองนิวยอร์กติดต่อทางแบรนด์เพื่อนำ Product ตัวนี้ไปขายกว่า 300 ร้าน […]
Cashless Society จะเป็นอย่างไรเมื่อเปลี่ยน Candy แทนเงินทอนให้กลายเป็นเงินจริง
FacebookFacebookXXLINELineมีใครเคยไปอินเดียบ้าง ยกมือขึ้น!! ผมเชื่อว่าใครที่เคยไปอินเดีย น่าจะเคยได้รับลูกอมแทนการทอนเงินกันมาบ้างใช่ไหมครับ แต่ในปัจจุบันมีคนเอาวัฒนธรรมเหล่านี้มาเป็นไอเดียใจการพัฒนาแอปพลิเคชัน ที่จะสามารถเปลี่ยนลูกอมให้กลายเป็นเงินจริงได้ Cashless Society กำลังจะถือกำเนิดขึ้นจากวัฒนธรรมการทอน Candy ? อินเดียนั้นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่กว่า 96% ยังเน้นการใช้เงินสดเป็นหลัก และปัญหาหลักของประเทศก็คือเวลาไปซื้อของที่ร้านค้าแล้วจ่ายเงินสด ทางร้านค้าส่วนใหญ่มักจะไม่มีเศษเหรียญพอทอนได้ทุกครั้ง ก็เลยเกิดวัฒนธรรมการให้ลูกอมแทนเศษเงินขึ้นมาแทน ครับ…ที่อินเดียอาจจะกำลังเข้าสู่สังคมไร้เงินสด หรือที่เรียกกันเก๋ๆ ในตอนนี้ว่า Cashless Society ได้ด้วย Candy หรือลูกอมนี่แหละ จากลูกอมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมไร้เงินสดได้อย่างไร ทางระบบ e-wallet ที่ชื่อว่า Paytm ได้สร้างแคมเปญขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้คนเข้ามาใช้บริการของตัวเองมากกว่าคู่แข่ง แถมยังสร้าง ecosystem และการเปลี่ยนผ่านเข้ามาสู่สังคมไร้เงินสด Cashless Society ได้อย่างเนียนๆ ได้ด้วยลูกอม ลูกอม…ที่เพิ่งบอกไปว่าบรรดาพ่อค้าแม่ขายต่างๆ มักใช้เป็นตัวแทนเศษเหรียญเมื่อวันก่อน มาวันนี้ลูกอมนั้นกลับมีค่าเป็นเศษเงินดิจิทัลขึ้นมาจริงๆ ครับ แค่คนที่ได้ลูกอมนั้นแกะห่อแล้วเอารหัสในห่อไปกรอกในแอพ จากนั้นเงินดิจิทัลก็จะเข้าไปในบัญชีผู้ใช้ งานนี้ทำเอาวินๆ กันทุกฝ่าย เพราะลูกค้าก็ได้เศษเงินทอนของตัวเอง ร้านค้าก็ไม่ต้องหาเศษเงินมาทอนให้วุ่นวาย และ Paytm เองก็ได้ผู้ใช้งานเข้ามาในระบบของตัวเองเพิ่มขึ้นๆ จนกลายเป็น No.1 ในเวลารวดเร็ว ด้วยการตลาดแบบ […]
การตลาดแบบจริงใจ- ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้ด้วย แอป Clarity Money
FacebookFacebookXXLINELineเราอยู่ในโลกที่การตลาดแข่งขันกันสูง แต่ละแบรนด์ก็พยายามแย่งชิงความสนใจจากผู้บริโภคทั้งหลาย โดยมีเป้าหมายคล้ายๆ กันหมดคือ..เอาเงินในกระเป๋าผู้บริโภคออกมาให้ตัวเองให้ได้มากที่สุด แต่อย่าเพิ่งสิ้นหวังเหมือนว่าเราต่างเป็นเป้าหมายให้แบรนด์ต่างๆ มารุมทึ้งกัดกินเราหมด แบรนด์หรือองค์กรดีๆก็มีเหมือนกัน อย่างตัวอย่างที่จะเอามาเล่าให้ฟังวันนี้ก็คือแอปพลิเคชันตัวนึงที่ชื่อว่า Clarity Money ที่ห่วงใยผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้คุณประหยัดเงินได้อีก Clarity Money ผู้ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากกว่าที่เคย Clarity Money เป็นแอปพลิเคชันที่ตอนนี้เปิดให้ใช้งานในเฉพาะอเมริกา โดยตัวแอปฯ นั้นมีแนวทางหลักๆในการทำงานของมันก็คือ ช่วยแนะนำให้คนประหยัดเงินมากขึ้น ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นทิ้งไป แล้วก็ทำให้เราๆ มีเงินเหลือในบัญชีกันเยอะขึ้น เช่น บางบิลที่ดูแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ต้องจ่าย แอปฯ ก็จะแนะนำให้เรายกเลิกค่าใช้จ่ายรายการนั้นซะ ส่วนรายการใช้จ่ายไหนที่จำเป็นและต้องใช้เป็นประจำ ทางแอปฯ ก็อาจจะไปหาดีลพิเศษเพื่อช่วยให้เราประหยัดมากขึ้นได้ แนวคิดเพื่อผู้คนที่แท้จริง จากแนวคิดดังกล่าวนั้นเรียกได้ว่าเป็นแนวคิดเพื่อผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ทำให้ผลลัพธ์คือผ่านมายังไม่ถึงปี มีคนมาใช้งานประจำกว่า 100,000 ราย ได้ตัวเลขการใช้จ่ายผ่านในแอปฯ นี้มากถึง หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และช่วยให้แต่ละคนที่ใช้แอปฯ ประหยัดเงินลงไปได้ประมาณหลักหมื่นบาท แถมเจ้าของยังบอกสัญญาว่าจะไม่มีการขายข้อมูลของผู้ใช้ หรือรับเงินให้แนะนำการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นด้วย ส่วนรายได้ของแอปฯ นี้จะมาจากการนำเสนอสินค้าและบริการที่ดีกว่า จากไลฟ์สไตล์ทางการเงินที่ต่างกันของแต่ละคน โดยจะไม่มีการยัดเยียดหรือหลอกลวงใดๆ จาก Case นี้น่าจะทำให้นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจเห็นแล้วว่าธุรกิจที่ดีก็มีทางไปต่อได้ ถ้าเราเอาผู้ใช้งานเป็นที่ตั้ง และนึกถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภคมากพอ ก็จะทำให้ผู้คนให้ความสนใจ เข้ามาใช้งาน […]
Google Pixel Buds หูฟังแปลภาษาอัตโนมัติ
FacebookFacebookXXLINELineGoogle Pixel Buds อาจจะกำลังเปลี่ยนโลกแห่งการเรียนภาษา เมื่อวันนี้กูเกิ้ลประดิษฐ์อุปกรณ์วิเศษที่เหมือนวุ้นแปลภาษาของโดราเอมอนขึ้นมาได้ ในชื่อ Google Pixel Buds หูฟังไร้สายอัจฉริยะที่สามารถแปลภาษาได้อัตโนมัติทันที 40 ภาษาทั่วโลก ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษเท่านั้นที่เราอาจจะไม่จำเป็นต้องเรียน แต่หมายถึงภาษาหลักๆทั่วโลก และเชื่อได้ว่าความสามารถของระบบ ai เบื้องหลังหูฟังชิ้นนี้ก็จะฉลาดมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนผมจินตนาการไปแล้วว่าอีกหน่อยมนุษย์โลกอาจจะเหลือแค่เพียงภาษาเดียวที่ต้องเรียนรู้ นั่นก็คือภาษาในการเขียนโปรแกรม ลองคิดดูซิว่าในตอนเด็กๆเราต่างถูกพ่อแม่ครูอาจารย์เคี่ยวเข็นให้เรียนภาษาอังกฤษมากแค่ไหน ถัดมาอีกยุคในเด็กยุคนี้อังกฤษไม่พอยังต้องไปภาษาจีนด้วย เพราะเมื่อจีนเปิดประเทศก็เป็นโอกาสทางธุรกิจมากมายตามมา แล้วมาวันนี้เทคโนโลนีก็มาถึงจุดที่การรู้ภาษามากกว่าอาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป ดังนั้นคำถามสำคัญคือเราจะต้องเรียนรู้ภาษาต่างชาติไปทำไม? แน่นอนว่ายังคงมีอีกหลายเหตุผลไม่ว่าจะในเรื่องของการเข้าใจบริบทของคำและความหมายที่มากขึ้น หรือแม้แต่การเรียนรู้วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ผ่านภาษานั้นๆอีก แต่สิ่งที่เคยเป็นข้อได้เปรียบในวันวาน อาจกลายเป็นแค่เรื่องสามัญในวันนี้ เพราะตั้งแต่ดิจิทัล หรือการสื่อสารที่ช่วยให้การไหลผ่านของข้อมูลขนาดใหญ่เป็นไปได้ง่ายขึ้นผ่าน fiber optic ที่วิ่งตรงเข้าถึงทุกบ้าน จากอดีตที่มีได้แค่องค์กรใหญ่ๆเท่านั้นที่สามารถทำได้ ไหนจะ 4G ที่ครอบคลุมแทบจะทั่วประเทศไปแล้ว ทำให้ความได้เปรียบในการรู้ภาษาต่างชาตินั้นค่อยๆเลือนหายไปเรื่อยๆ เหมือนกับในอดีตที่ผู้รู้ภาษาเขียนนั้นมีแค่อาลักษณ์ คนที่ทำหน้าที่คัดลอกหนังสือ คนกลุ่มนี้ในวันนั้นจึงมีค่ามหาศาลในสังคม จนเมื่อ Gutenberg ผลิตเครื่องพิมพ์แบบเรียงตัวอักษรขึ้นมาได้ ทำให้อาชีพอาลักษณ์ที่เคยสำคัญก็กลายเป็นสิ่งธรรมดาสามัญไป ยังไม่ต้องพูดถึงดิจิทัลที่ปฏิวัติการพิมพ์อีกครั้งให้เหลือแค่ content is king ในทุกวันนี้ เพราะสื่อกลางอย่างกระดาษหรือขั้นตอนการพิมพ์ที่เคยมีราคานั้นเหลือเป็นดูผ่านได้ทุกหน้าจอ ดังนั้นภาษาก็คงจะไม่ต่างกันในยุคก่อนจนถึงวันนี้ภาษาเป็นหนึ่งในความได้เปรียบอย่างมากสำหรับผู้ที่รู้ แต่ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันข้างหน้าความรู้ในภาษาจะกลายเป็นเหมือนบัตรเครดิตที่ใครๆก็มีได้ ไม่จำเป็นต้อง exclusive เหมือนวันวานอีกต่อไป […]
Face ID ใช้หน้าเป็น Password ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปลดล็อคโทรศัพท์
FacebookFacebookXXLINELineFace ID คือนวัตกรรมการปลดล็อคหน้าจอมือถือด้วยใบหน้า ที่ปัจจุบันมีอยู่ในมือถือรุ่นท็อปๆ ที่คุณถืออยู่ แต่มันไม่ได้จำกัดอยู่แค่เทคโนโลยีบนโทรศัพท์อีกต่อไป ที่พูดอย่างนี้เพราะอยู่ดีๆ ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าไอ้ระบบจ่ายเงินด้วยหน้า หรือ iPhone X ที่ปลดล็อคเครื่องด้วยหน้าเจ้าของ (Face id) หรือที่เรียกให้ครอบคลุมขึ้นมาอีกหน่อยด้วยศัพท์เท่ห์ๆ คือ biometric คือใช้ตัวเราเป็นเครื่องยืนยันตัวเราในอนาคต ทุกวันนี้เวลาเราจะซื้ออะไรทีเราก็แค่อาจจะหยิบบัตรพลาสติกใบแข็งขึ้นมารูดไป หรือไม่ก็บางร้านมี qr code ให้สแกน หรือเลข promtpay ให้ลูกค้าโอนเข้าได้ทันทีแทบจะไม่ต้องพกเงินแล้ว หรือถ้าคนที่ยังพกเงินอยู่ก็เชื่อได้เลยว่าร้อยละร้อยยี่สิบนั้นแทบจะไม่เคยเข้าไปเบิกเงินในแบงก์เลย ใช้บัตรพลาสติกกดเงินจากตู้ ATM กันทั้งนั้น จากที่พูดมาทั้งหมดก็คือ เราต้องยืนยันการเข้าถึงเงินที่เราเป็นเจ้าของมันด้วยอะไรซักอย่างเสมอ ไม่ว่าจะบัตร ATM บวกกับรหัสที่อยู่ในหัวเรา หรือบัตรเครดิตที่มีตัวยืนยันคือลายเซ็นต์ของเรา(เดี๋ยวนี้หลายที่ถ้ารูดต่ำกว่า 700 ก็ไม่ต้องเซ็นต์แล้วด้วยซ้ำ) หรือการโอนเงินจากธนาคารเราเข้าบัญชีพ่อค้าแม่ขาย ก็เป็นการยืนยันตัวตนในการใช้เงินของเราด้วยความทรงจำรหัส 6 ตัวของเรา ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการยืนยันตัวเองในการเข้าถึงเงินในทุกๆ ที่ ที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นกว่าสมัยก่อนจะมีแอพธนาคาร หรือตู้ ATM มากนัก แต่ทั้งหมดนี้กำลังจะถูกลบไปด้วยการใช้ตัวเราในการยืนยันตัวเราแล้ว ตัวอย่างง่ายๆ คือ KFC ที่จีนแค่เรายิ้มก็จ่ายเงินได้ เพราะมันผูกกับบัญชีเรา หรือการที่ […]
จิตวิทยาการตลาด – lululemon เปลี่ยนความคิดฝังหัว กับนิยามความ “แมนๆ”
FacebookFacebookXXLINELineเชื่อไหมครับว่าสมองของมนุษย์นั้นก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์นั่นก็คือการเก็บความทรงจำ ทั้งในแง่ของเกี่ยวกับพฤติกรรมของเรา ความเชื่อของเรา ความหวัง และความหวาดกลัว ซึ่งอะไรก็ตามที่จำฝังหัวไปแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อสิ่งนั้น แต่วันนี้ การตลาดวันละตอนจะพามาดู Case Study จากแบรนด์ Lululemon ที่พยายามเปลี่ยนภาพจำฝังหัว และทัศนคติความแมนในปัจจุบันให้แตกต่างออกไป จะทำได้อย่างไร มาดูกันครับ สร้างภาพจำฝังหัวผ่านโฆษณา ตั้งแต่อ้อนแต่ออกจำความได้ เรามักจะคุ้นชินกับภาพความแมนๆ ที่สร้างภาพจำฝังหัวผ่านโฆษณาส่วนใหญ่ว่า ความแมนคือความหนักแน่นบึกบึน กล้ามต้องแน่น ใจต้องกล้า อย่างไรอย่างนั้น จนเวลาผ่านมามีแบรนด์นึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนมุมมองความ “แมน” ใหม่ให้กลายเป็นความมีเสน่ห์แบบไม่ต้องมีกล้ามได้ นั่นก็คือ AXE และผ่านมาอีกช่วงนึงเมื่อไม่นานมานี้ AXE ก็พัฒนาไปอีกขั้นสู่ความเป็น “แมน” ที่หลากหลาย ไม่มีภาพ Stereotype หรือภาพจำฝังหัวอีกต่อไป เปลี่ยนความคิด ลบนิยามความเป็น “แมน” ในแบบเดิมๆ มาวันนี้แบรนด์ชุดเสื้อผ้าโยคะยี่ห้อนึงก็ออกมาสื่อสารถึงความแมนในแบบใหม่ภายใต้คอนเซปว่า Strength To Be เพราะจากผลสำรวจแบบแมนๆ จากกว่า 2,000 คนพบว่าภาพความแมนในความคิดเปลี่ยนไป 44% คิดว่าความแมนคือความใจกว้างแบบแมนๆ หาใช่กล้ามเนื้อมัดใหญ่อีกต่อไปไม่ และอีก 35% […]
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]