Data Research Insight ยโสธร เมืองแห่งวัฒนธรรมอีสาน By Social Listening

พามาดู Data Research Insight จังหวัด ยโสธร เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมอีสานดั้งเดิม วิถีชุมชนอันอบอุ่น และธรรมชาติริมฝั่งลำน้ำชีที่เงียบสงบครับ เมืองแห่งนี้คือบ้านของภูมิปัญญาท้องถิ่น งานหัตถกรรม ผ้าไหมลวดลายประณีต และอาหารพื้นบ้านรสแท้ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนครับ

บทความนี้จะพามาเจาะลึกพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนไทยที่พูดถึงยโสธรบนโลกโซเชียล ผ่านบทสนทนากว่าหลายหมื่นข้อความทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ Data 76 จังหวัดทั่วไทย มาดูว่าคนพูดถึงยโสธรว่าอย่างไร? เค้ามาทำอะไรบ้าง? กินอะไร? เที่ยวที่ไหน? เดินทางแบบไหน? มากับใคร? พักกี่วัน? และมีของดีอะไรที่ต้องซื้อกลับ?

ในบทความนี้ผมจะพาไปเจาะ Data Research Insight ยโสธร โดยใช้เครื่องมือ Mandala ในการวิเคราะห์แบบ Social Listening ที่จะทำให้มองจังหวัดยโสธรต่างออกไปจากเดิมครับ

ในบทความนี้เราจะพามาดูทั้งขั้นตอนกระบวนการทำ 8 ขั้นตอน และ Insight ที่เจอมาแบ่งปันทุก ๆ คนกันครับ

  1. Research Keywords
  2. Set Campaign Collecting Data
  3. Cleansing Data
  4. Conversation Analysis
  5. Categorized Data
  6. Visualization
  7. Insights Summary
  8. Data-Driven Decision

มาเริ่มกันที่สองขั้นตอนแรกของการวิเคราะห์กันครับ Research Keyword และ การเก็บข้อมูล Collecting Data ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำ Social Listening ให้มีคุณภาพ ในเคสของ จังหวัดยโสธรเราได้เลือกใช้คีย์เวิร์ดหลัก ที่สะท้อนการพูดถึงพื้นที่จริงบนโซเชียลมีเดีย ได้แก่ “ยะโส” และ “ยโส” ซึ่งครอบคลุมทั้งการสะกดถูก การสะกดผิด และคำที่ชาวเน็ตนิยมใช้

เหตุผลที่ต้องเลือกหลายรูปแบบ เพราะเวลาเราอ่านข้อความบนโซเชียลจริง ๆ ผู้ใช้งานจำนวนมากมักพิมพ์แบบง่าย ๆ ซึ่งหากใช้แค่คำที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว จะทำให้เราตกข้อมูลสำคัญไปเยอะมากครับ

ช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล 01 ธันวาคม 2024 – 31 ตุลาคม 2025 (รวมทั้งหมด 11 เดือนเต็ม) เพื่อให้เห็นภาพรวมการพูดถึงยโสธรทั้งช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ปลายปี – ต้นปี – เข้าหน้าฝน และช่วงเทศกาลสำคัญอย่างบุญบั้งไฟ

หลังจากตั้งค่าคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดยโสธร กวาด Data จากแพลตฟอร์มหลักอย่าง Facebook, TikTok, X (Twitter), Instagram และ YouTube ทั้งหมด 60,242 Mentions ซึ่งครอบคลุมทุกบริบทที่มีการกล่าวถึงคำว่า ยโสธร / ยโส / ยโสฯ ในช่วงเวลาที่ตั้งค่าไว้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดิบจำนวนมากมีข้อมูลบริบทที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่ 

เราจึงทำการ Cleaning Data (รายละเอียดจะพูดถึงในหัวข้อภัดไปครับ) จนเหลือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดจริง ๆ อยู่ที่ 33,264 Mentions ซึ่งหมายความว่ามากกว่า 45% ของข้อมูลดิบถูกคัดออกไป ทำให้ข้อมูลที่เหลือมีคุณภาพเหมาะสำหรับนำไปใช้วิเคราะห์ Insight เชิงพฤติกรรมและภาพจำของจังหวัดยโสธรบนโลกออนไลน์ได้อย่างแม่นยำครับ

อย่างที่บอกไปก่อนหน้าครับก่อนที่เราจะเข้าสู่การวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อหา Insight ของจังหวัดยโสธร ขั้นตอนที่ขาดไม่ได้เลยคือ Cleansing Data ครับ

ขั้นต้นระบบได้ดึง Data มาทั้งหมด 60,242 Mentions จากทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok, X (Twitter), Instagram และ YouTube แต่แน่นอนว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจังหวัดยโสธร 100%

เราจึงต้องทำขั้นตอนสำคัญคือ Cleansing Data เพื่อกรองเฉพาะโพสต์ที่พูดถึงจังหวัดยโสธรจริง ๆ ในมิติการท่องเที่ยว วิถีชีวิต วัฒนธรรม ร้านอาหาร ที่พัก และประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวแชร์ ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น ข่าวพายุเข้า, รายงานสภาพอากาศ, คอนเทนต์ที่ใช้คำว่า “ยโส” แต่ไม่เกี่ยวกับพื้นที่ จะถูกตัดออกทั้งหมด เพราะไม่สะท้อนพฤติกรรมท่องเที่ยวของผู้คนจริง ๆ ครับ

หลังจากผ่านกระบวนการ Clean แล้ว ข้อมูลที่ยังมีคุณภาพพอสำหรับการวิเคราะห์ต่อ เหลืออยู่ทั้งหมด 33,264 Mentions ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่ดีและตรงประเด็นมากพอที่จะนำไปต่อยอดเพื่อหาภาพจำและ Insight ของจังหวัดยโสธรได้ครับ

วิธีการ Cleansing การ Cleansing ทำได้หลายวิธี เช่น

  1. Exclude โพสต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง ออกจากระบบโดยตรง
  2. ลบข้อมูลที่ไม่ต้องการเก็บถาวร
  3. กำหนด Keyword สำหรับ Exclude เพิ่มเติม เช่น “ราชการ”, “อบรม”, “พิธีเปิด”, “โรงเรียน”, เพื่อกรองเนื้อหาที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ออก

ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้ Insight ที่ได้จาก Social Data ของจังหวัดชัยภูมิครับสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลีนดาต้าอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพมากที่สุดมา วิเคราะห์ Trend & Insight ได้ที่บทความนี้ครับ > https://everydaymarketing.co/trend-insight/top10-influencers-investment-money-2023-on-tiktok/

อย่างที่เราเห็นใน STEP 3 ครับ ระหว่างกระบวนการ Cleansing Data เราต้องอ่าน Social Data จำนวนมากที่ไหลเข้ามาจากคีย์เวิร์ด “ยโสธร” ที่ถูกใช้ในหลากหลายบริบท ทั้งข่าวสารทั่วไป บทสนทนาที่ไม่เกี่ยวกับจังหวัด ไปจนถึงโพสต์ที่พูดถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวจริง ๆ จนสุดท้ายเราคัดกรองเหลือเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของจังหวัดยโสธรเท่านั้น

เมื่อได้ชุดข้อมูลที่ตรงประเด็นแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การวิเคราะห์บทสนทนา Conversation Analysis เพื่อตอบคำถามสำคัญว่า คนบนโลกออนไลน์พูดถึง “จังหวัดยโสธร” อย่างไร? ไปเที่ยวที่ไหน? พูดถึงประสบการณ์แบบไหน?  และประเด็นใดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล?

การทำ Conversation Analysis ช่วยให้เราเห็น Narrative ของจังหวัดจากสายตาของนักท่องเที่ยวจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความประทับใจบรรยากาศ งานบุญบั้งไฟ วัฒนธรรมพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่นแสนอร่อย หรือสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่คนชอบแชร์ลงโซเชียล ซึ่งทั้งหมดนี้คือจิ๊กซอว์สำคัญที่สะท้อนภาพจำของยโสธรในมุมมองของคนบนโซเชียลครับ

เรามาเริ่มจากภาพรวมการพูดถึงจังหวัดยโสธร บนโลกโซเชียลกันก่อนครับ ทั้งในมิติของ จำนวนการพูดถึง By Mention และ การมีส่วนร่วม By Engagement เพื่อให้เห็นว่าผู้คนพูดถึงจังหวัดนี้ผ่านแพลตฟอร์มไหนมากที่สุด และช่องทางใดที่ผู้ประกอบการหรือหน่วยงานท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษครับ

By Mention การพูดถึง จากข้อมูลในภาพ จะเห็นได้ชัดว่าแพลตฟอร์มที่มีสัดส่วนการพูดถึงยโสธรมากที่สุดคือ

  • TikTok 56%
  • Facebook 32%
  • YouTube 10%
  • Instagram 1%
  • Twitter (X) 1%

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า TikTok คือแพลตฟอร์มหลักของการพูดถึงเกี่ยวกับยโสธร โดยเฉพาะคอนเทนต์แนวที่ชาวเน็ตนิยมแชร์ในรูปแบบวิดีโอสั้น ส่วน Facebook ยังคงเป็นพื้นที่สำคัญของคอนเทนต์เชิงชุมชน เช่น ข่าวท้องถิ่น ประกาศกิจกรรม งานบุญต่าง ๆ และโพสต์จากกลุ่มชุมชนท้องถิ่น

@vachiyaso

ลูกค้ารีบทีพนักงานเองก็เหนื่อยร้อง😂 ทัก อินบ๊อคเพจ ➡️📲 m.me/Vachiyaso. #วาชิเปิดบริการทั้ง3โลเคชั่น 🟢🟢หรือทักสั่งไลน์แมน 🟢🟢 🛵Vachi อุทัยรามฤทธิ์ https://lin.ee/ycTqy3d 🛵Vachi เมืองเก่า https://lin.ee/YfEfoVP 🛵Vachi แจ้งสนิท (ร้านใหญ่) https://wongn.ai/21xvLJ ——————————- 📌 โลเคชั่น ถนนแจ้งสนิท https://goo.gl/maps/RGk8XfpSjQLCG6NB6 📞 062 149 8646 ✅️เวลาเปิด-ปิด Mon-Frid 8:00-17:30 Sat 9:00-17:30 Sun 9:00-17:00 📌โลเคชั่น เมืองเก่า https://goo.gl/maps/R86y2bYnmNmFrn6r5 📞098 428 5264 ✅️เวลาเปิด-ปิด Mon-Frid 8:00-17:00 Sat 9:00-17:00 Sun 9:00-17:00 📌โลเคชั่น ถนนอุทัยรามฤทธิ์ https://maps.app.goo.gl/FZ7PciM3LmDqZCrh9 📞063 146 5246 ✅️เวลาเปิด-ปิด Mon-Fri 8:00-17:30 Sat-Sun 9:00-17:30 #latteartheroes #latteartgram #latteartporn #latteartvideo #latteartist #latteartphilippines #lattelife #latte #latteart #coffee #coffeetime #coffeelovers #coffeelover #coffeeaddict #coffeeshop #coffeecoffeecoffee coffeegram. #vachiyaso #รีวิวยโสธร #reviewyaso #cafeyaso #ยโสธร #คาเฟ่ยโส #vachiyaso #reviewesan #รีวิวอีสาน #วาชิ #yasothon #ร้านกาแฟยโสธร

♬ เสียงต้นฉบับ – วาชิ คือร้านกาแฟในยโส – วาชิ คือร้านกาแฟในยโส

By Engagement การมีส่วนร่วมรวมทุกประเภท (รวมยอดวิว YouTube/TikTok) เมื่อดูในเชิง Engagement รวมทั้งหมด (รวมยอดวิวด้วย) กลายเป็นว่า YouTube กระโดดขึ้นมาสูงมาก

  • TikTok 51%
  • YouTube 37%
  • Facebook 10%
  • Instagram 1%
  • Twitter (X) 1%

เหตุผลคือคอนเทนต์เที่ยวจังหวัดยโสธรบน YouTube มักมีรูปแบบ Vlog แบบยาว เช่น “เที่ยวงานบุญบั้งไฟ” หรือ “วิธีทำบั้งไฟ” ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่สร้าง Engagement สูงและแชร์ต่อได้ง่ายครับ

By Engagement (Ignore View) ตัดยอดวิวออก เหลือเฉพาะ Like / Comment / Share เมื่อเราตัดยอดวิวของ TikTok และ YouTube ออก เพื่อโฟกัสเฉพาะ Engagement เชิงปฏิสัมพันธ์แท้ ๆ เช่น ไลค์ คอมเมนต์ แชร์ ภาพรวมที่ได้คือ

  • TikTok 61%
  • Facebook 29%
  • YouTube 8%
  • Instagram 1%
  • Twitter (X) 1%

ตัวเลขนี้ยิ่งตอกย้ำว่า TikTok คือพื้นที่ที่ผู้คน Engage กับคอนเทนต์เกี่ยวกับยโสธรมากที่สุด โดยเฉพาะคลิปท่องเที่ยว งานประเพณี และไลฟ์สไตล์ชาวอีสาน ส่วน Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่แข็งแรงสำหรับคอนเทนต์ชุมชน ข่าวพื้นที่ และโพสต์กิจกรรม ซึ่งยังได้ Engagement จริงในระดับสูงครับ

Data Research Insight ยโสธร

เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมการพูดถึงจังหวัดยโสธรแบบมีมิติและตามเวลา เราได้วิเคราะห์ Social Data ตลอดช่วง 1 ธันวาคม 2024 – 31 ตุลาคม 2025 แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ By Mention, By Engagement, และ By YouTube Engagement เพื่อดูว่าช่วงเวลาไหนเกิดกระแส สูงขึ้นเพราะอะไร และคอนเทนต์ประเภทใดเป็นตัวขับเคลื่อนบทสนทนาในแต่ละเดือน

By Mention จากกราฟจะเห็นว่า ตลอดช่วง 11 เดือนของการเก็บข้อมูลคนพูดถึง จ.ยโสธร อย่างต่อเนื่อง โดยมีช่วงที่ Mention พุ่งสูงในเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน ซึ่งสอดคล้องกับคอนเทนต์เกี่ยวกับ หมอลำ, งานประเพณีท้องถิ่น, และการรีวิว คาเฟ่ยโสธร ที่ได้รับความนิยมในช่วงนั้น นอกจากนี้ คอนเทนต์ “วัดสวยที่ยโสธร” ยังเป็นอีกกลุ่มที่ช่วยให้จังหวัดถูกพูดถึงสม่ำเสมอตลอดปีครับ

By Engagement (ยกเว้น YouTube) หากตัด YouTube ออกไป ความสนใจบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Facebook จะโดดเด่นในคอนเทนต์ หมอลำ, POV ชีวิตในยโสธร, และ รีวิวคาเฟ่ยโสธร โดยเฉพาะช่วงกลางปีที่ Engagement สูงจากกระแสโชว์หมอลำและกิจกรรมชุมชน เช่น ขบวนกลองยาวที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางครับ

By YouTube Engagement เมื่อพิจารณาเฉพาะข้อมูลจาก YouTube พบว่าคอนเทนต์ที่ได้ Engagement สูงที่สุดเป็นคลิปเกี่ยวกับ งานบุญบั้งไฟ, หมอลำ, และวิดีโอแนว “เที่ยวแบบวิถีชุมชน” เช่น รีวิววัดหรือกิจกรรมประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่เหมาะกับการเล่าเรื่องแบบยาวและดึงความสนใจได้ดีบนแพลตฟอร์ม YouTube ครับ

Facebook โพสต์จาก สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร เกี่ยวกับงานประเพณีบุญบั้งไฟ ที่ปีนี้มี หม่ำ จ๊กมก มาร่วมงานด้วย ทำให้โพสต์ดังกล่าวได้ Engagement สูง ความนิยมของหม่ำในฐานะศิลปินอีสานระดับประเทศช่วยดึงความสนใจจำนวนมาก และทำให้คอนเทนต์งานบุญของยโสธรกลายเป็นไวรัลบน Facebook อย่างรวดเร็วครับ

Instagram โพสต์จาก phongsathon_gmm ที่แชร์บรรยากาศการกลับบ้านไปเก็บเห็ดที่ยโสธร ทำให้คอนเทนต์แนววิถีชีวิตชาวอีสานถูกพูดถึงมาก ผู้ติดตามจำนวนมากช่วยเพิ่มทั้งยอดไลก์และคอมเมนต์ จนกลายเป็นหนึ่งในโพสต์ที่ได้รับการมีส่วนร่วมสูงสุดบน Instagram ครับ

TikTok คลิปจาก vachiyaso คาเฟ่ยโสธรคอนเทนต์ในรูปแบบตลก ตามสไตล์คาเฟ่สมัยใหม่ได้ Engagement สูง

YouTube วิดีโอจากช่อง My Mate Nate ที่ไปถ่ายทำและร่วมกิจกรรมในงานบุญบั้งไฟยโสธร ถือเป็นคอนเทนต์ที่สร้าง Engagement มหาศาล ทั้งความสนุกของกิจกรรม และความอลังการของงานบุญ ทำให้คลิปนี้ได้รับ Engagement สูงครับ

หลังจากที่เราทำการ Conversation Analysis ขั้นตอนต่อมาก็คือการจัดกลุ่มข้อมูลหรือ Categorize Data เพื่อให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้นครับ ในขั้นตอนนี้เราจะเริ่มจากการอ่าน Social Data ที่ผ่านการคัดกรองแล้วว่า ผู้คนพูดถึงยโสธรในประเด็นใดบ้าง เช่น งานบุญบั้งไฟ หมอลำ วัดสวย คาเฟ่ยโส อาหารท้องถิ่น หรือกิจกรรมชุมชน 

จากนั้นจึงจัดหมวดหมู่ให้สัมพันธ์กับสิ่งที่ภาคธุรกิจและหน่วยงานท่องเที่ยวสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยอาศัยฟีเจอร์ Tag บนเครื่องมือ Social Listening เพื่อแบ่งข้อมูลเป็นกลุ่ม ๆ ทำให้เราวิเคราะห์ต่อได้ง่ายขึ้น เช่น ดูว่าแต่ละหมวดมีสัดส่วนการพูดถึงเท่าไร หรือหมวดใดที่มี Engagement สูงที่สุด กล่าวได้ว่าขั้นตอนนี้คือการเปลี่ยนข้อมูลกระจัดกระจายให้กลายเป็น Insight ที่มีทิศทาง พร้อมต่อยอดเชิงกลยุทธ์ได้ทันทีครับ

เมื่อจัดหมวดหมู่ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการทำ Data Visualization เพื่อแปลงข้อมูลดิบให้กลายเป็นภาพที่อ่านง่ายขึ้น ไม่ว่าจะใช้ Power BI, Looker Studio, Tableau หรือ Excel ก็สามารถช่วยให้เราเห็นภาพรวม Insight ของยโสธรได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นครับ

Data Research Insight ยโสธร

จากการจัดกลุ่มข้อมูล เราแบ่งหมวดสำคัญออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 

  • Travel Insight ที่สะท้อนสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของยโสธร เช่น งานบุญบั้งไฟ วัดสวย คาเฟ่ และหมอลำ
  • Behavior Insight ที่บอกว่าคนมาเที่ยวกี่วัน มากับใคร และใช้เวลาแบบไหน
  • Hotel/Resort ที่ชี้ให้เห็นรูปแบบที่พักที่คนเลือกเมื่อมาเยือน
  • Transportation ที่เล่าถึงวิธีการเดินทางมายังยโสธร 
  • Souvenir ของดีของฝาก เช่น ผ้าไหม หมูยอ และสินค้า OTOP 

ขั้นตอน Visualization นี้ทำให้เราเข้าใจยโสธรในมุมของนักท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน ว่าเขามาที่นี่เพราะอะไร และประสบการณ์แบบไหนที่ทำให้จังหวัดนี้น่าจดจำครับ

Data Research Insight ยโสธร

จากการวิเคราะห์ Social Data พบว่าสิ่งที่ผู้คนมาทำมากที่สุดเมื่อมาเยือนยโสธรคือการเที่ยวงานเทศกาลและประเพณี คิดเป็น 47% ของทั้งหมด ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดอย่าง “บุญบั้งไฟ”, “หมอลำ”, และงานบุญประจำปีต่าง ๆ ที่มีพลังดึงดูดสูงมากบนโลกออนไลน์

รองลงมาคือการเที่ยวพิพิธภัณฑ์และโบราณสถาน 24% เช่น พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก หรือแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นที่บอกเล่ารากวัฒนธรรมอีสานได้ลึกซึ้ง ส่วนการไปวัดคิดเป็น 18% ซึ่งมักเป็นจุดหมายที่ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปและคนในพื้นที่นิยมแวะทำบุญ ขอพร และถ่ายภาพสวย ๆ

ขณะที่ คาเฟ่คิดเป็น 11% แม้จะไม่ใช่หมวดใหญ่ที่สุด แต่ก็สะท้อนการเติบโตของคาเฟ่ท้องถิ่นที่เน้นงานดีไซน์และบรรยากาศแบบอีสานร่วมสมัย ทำให้ยโสธรมีลายเซ็นด้านไลฟ์สไตล์เพิ่มขึ้นชัดเจน

โดยรวมแล้วจะเห็นได้ว่าจังหวัดยโสธร เป็นจังหวัดที่โดดเด่นเรื่อง วัฒนธรรม–ประเพณี–เอกลักษณ์ท้องถิ่น อย่างมาก และกิจกรรมกว่าเกินครึ่งหนึ่งบน Social Data มาจากการเฉลิมฉลอง งานบุญ และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงความสนุกเข้ากับความศรัทธาในแบบอีสานแท้ ๆ ครับ เดี๋ยวพาไปเจาะลึกในพาร์ทถัดไปกันครับ

จาก Social Data จะเห็นชัดเจนว่า งานเทศกาลและประเพณี คือหมวดที่มีการพูดถึงสูงที่สุดของจังหวัดยโสธรครับ เพราะเป็นกิจกรรมที่สะท้อนวัฒนธรรมอีสานอย่างเข้มข้น ทั้งความศรัทธา ความสนุก และบรรยากาศเฉพาะถิ่นที่หาไม่ได้จากที่อื่น และนี่คือ Top 3 เทศกาลที่คนมีส่วนร่วมสูงที่สุดบนโซเชียล ในช่วงเวลาเก็บข้อมูลครับ

1) งานบุญบั้งไฟ – Engagement 831,242 ไฮไลต์ใหญ่สุดของจังหวัด และเป็นหนึ่งในงานบุญประเพณีที่โด่งดังที่สุดของภาคอีสาน ภาพการจุดบั้งไฟ ความสนุกของชาวบ้าน และขบวนแห่สุดคึกคัก ทำให้โพสต์เกี่ยวกับงานนี้ถูกแชร์ต่อจำนวนมากทุกปี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ระดับประเทศของยโสธรครับ

2) หมอลำ – Engagement 421,815 หมอลำถือเป็น DNA ของยโสธรอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเวทีหมอลำเต็มวง ชุดการแสดงสุดอลังการ หรือคลิปสนุก ๆ จากงานวัด ล้วนสร้างกระแส Engagement สูงอย่างมีนัยสำคัญ เสียงแคน เสียงพิณ และเสน่ห์ความม่วนชื่นคือพลังสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์หมอลำมาแรงตลอดปีครับ

3) มาลัยข้าวตอก – Engagement 82,248 ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกหนึ่งเดียวในโลก ของชาวบ้านฟ้าหยาด จังหวัดยโสธร เป็นงานที่สะท้อนความประณีต ความเชื่อ และศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นอย่างสวยงาม การแห่เสาหลักมาลัยสูงตระหง่านคือภาพที่ดึงดูดสายตาทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ชมออนไลน์จำนวนมากครับ

ถ้ามองจาก Social Data จะพบว่ายโสธรไม่ได้เป็นแค่เมืองที่มีงานบุญบั้งไฟดัง แต่เป็นจังหวัดที่มีวัฒนธรรมเข้มข้นจนสร้างแรงกระเพื่อมบนโลกออนไลน์ได้อย่างโดดเด่น ทั้งงานบุญ งานแห่ และการแสดงหมอลำ ทำให้จังหวัดนี้เป็นหนึ่งใน Landmark ด้านงานประเพณีที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของไทยครับ

จากการวิเคราะห์ Social Data พบว่า หมวดพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของยโสธร ได้รับความสนใจสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานที่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและถ่ายทอดเรื่องราวท้องถิ่นได้โดดอย่างเด่น ซึ่งคือ 3 อันดับแรกต่อไปนี้ครับ

1) พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก – Engagement 317,242 Landmark ของยโสธรที่โด่งดังบนโซเชียลมาหลายปี ด้วยดีไซน์อาคารรูปพญาคันคากขนาดใหญ่ที่สะดุดตา ทำให้ทุกโพสต์ที่มีภาพขององค์พญาคันคาก ถูกแชร์และมี Engagement สูงมาก จุดเด่นคือเป็นสถานที่ที่ผสมผสานตำนาน ความเชื่อ และความสนุกสำหรับครอบครัวได้อย่างลงตัวครับ

2) พิพิธภัณฑ์เมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า – Engagement 275,211 พื้นที่ที่พาย้อนกลับไปสัมผัส “ยโสธรในความทรงจำ” ผ่านบ้านเก่าต้นแบบและเรื่องราวจากอดีต เมืองสิงห์ท่าเป็นย่านโบราณเก่าแก่ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว หลายโพสต์ที่มีย่านบ้านไม้เก่าและป้าย “สิงห์ท่าในความคิดถึง” สามารถสร้างอารมณ์ร่วมและทำให้ผู้ชมเกิดความผูกพันกับเมืองนี้ได้ดีครับ

3) พิพิธภัณฑ์หลวงตาพวง – Engagement 111,216 สถานที่เชิงศรัทธาที่ถูกพูดถึงจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและครอบครัวที่เดินทางมาทำบุญ จุดเด่นอยู่ที่ความสงบ สถาปัตยกรรมที่งดงาม และเรื่องราวชีวประวัติของหลวงตาพวงที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน ทำให้คอนเทนต์เกี่ยวกับสถานที่นี้ยังคงได้รับ Engagement ดีอย่างสม่ำเสมอครับ

จากข้อมูลจะเห็นว่ายโสธร ไม่ได้มีดีแค่เทศกาลสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังมีแหล่งเรียนรู้ วัฒนธรรม ความเชื่อ ที่โดดเด่นมาก และสามารถสร้าง Engagement ได้ดีบนโซเชียล ไม่ว่าจะเป็น Landmark แปลกตาอย่าง พญาคันคาก หรือพื้นที่ประวัติศาสตร์อย่าง บ้านสิงห์ท่า ทั้งหมดสะท้อนว่าอัตลักษณ์จังหวัดคือเมืองแห่งเรื่องเล่าและความทรงจำ ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวครับ

วัดในยโสธรเป็นอีกหนึ่งหมวดที่ผู้คนพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากมุมของการทำบุญ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และภาพสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ซึ่งทำให้เกิด Engagement สูงบนโลกออนไลน์ โดยมี 6 อันดับแรกดังนี้ครับ

Data Research Insight ยโสธร

1) วัดศรีธรรมาราม — Engagement 41,321 วัดเก่าแก่ประจำเมืองที่มีสถาปัตยกรรมงดงามและเป็นหนึ่งในวัดที่คนแวะมาทำบุญมากที่สุด โพสต์ที่มีภาพด้านหน้าพระอุโบสถและบรรยากาศงานบุญช่วยสร้าง Engagement สูงอย่างต่อเนื่องครับ

2) วัดมหาธาตุ — Engagement 34,122 จุดเด่นคือเจดีย์ศิลปะร่วมสมัยที่ถ่ายรูปออกมาสวยมาก ทำให้หลายโพสต์บนเฟซบุ๊กและเพจท่องเที่ยวแชร์ภาพต่อกันแบบไวรัล จึงไม่แปลกที่ Engagement จะสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของจังหวัดครับ

3) วัดสิงห์ท่า — Engagement 31,421 เป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองยโสธร โดดเด่นด้วยพระประธานองค์ใหญ่ในพระอุโบสถ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญทางศาสนา คอนเทนต์จากงานทำบุญที่วัดนี้ได้รับความสนใจสูงมากครับ

4) วัดพระพุทธบาทยโสธร — Engagement 22,164 วัดที่คนพูดถึงในบริบทของการเดินทางไปสักการะระหว่างทริปท่องเที่ยว จุดเด่นคือบรรยากาศเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ และเป็นจุดแวะทำบุญยอดนิยมของคนในพื้นที่ครับ

5) วัดคำเลา — Engagement 15,161 วัดที่มีงานศิลปะร่วมสมัยโดดเด่น โดยเฉพาะประติมากรรมพญานาคสีน้ำเงินซึ่งกลายเป็นฉากถ่ายภาพที่นิยมมาก ทำให้อินฟลูเอนเซอร์และเพจท่องเที่ยวแชร์ภาพจำนวนมาก จนสร้างกระแส Engagement สูงอย่างรวดเร็วครับ

6) วัดอัครเทวดามีคาแอล — Engagement 13,241 โบสถ์คาทอลิกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก เพราะสถาปัตยกรรมผสมผสานความเป็นท้องถิ่นเข้ากับศิลปะทางศาสนาได้อย่างลงตัว ทำให้คอนเทนต์เกี่ยวกับงานคริสต์มาส งานประดับไฟ และบรรยากาศเวลากลางคืนได้รับความสนใจสูงครับ

เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ในยโสธรกำลังเติบโตอย่างเห็นได้ชัด โดยคอนเทนต์เกี่ยวกับคาเฟ่ ติดเทรนด์บนโซเชียลหลายครั้ง สะท้อนว่าจังหวัดนี้ไม่ได้มีดีแค่วัฒนธรรม แต่ยังมีคาเฟ่ที่บรรยากาศดีและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ และนี่คือ 6 คาเฟ่ที่มียอด Engagement สูงที่สุดครับ

Data Research Insight ยโสธร

1) Vachi — Engagement 82,312 ขึ้นแท่นคาเฟ่ที่ Engagement มากที่สุดในยโสธร เป็นเหมือนห้องรับแขกของคนยโสธร ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น บรรยากาศดี และเหมาะกับทั้งนั่งทำงานหรือมานั่งชิลล์กับเพื่อน ทำให้คลิปและรูปรีวิวถูกแชร์ต่อจำนวนมากครับ

2) Cafe Palermo — Engagement 33,961 คาเฟ่โทนยุโรปที่โดดเด่นด้วยครัวซองต์ ขนมโฮมเมด และบรรยากาศสายคาเฟ่ฮอปปิ้ง จุดขายคือภาพถ่ายสวยทุกมุม ทำให้หลายโพสต์จากลูกค้าและเพจท่องเที่ยวมียอดไลก์สูงจนขึ้นเทรนด์ในพื้นที่ครับ

3) Meraki — Engagement 21,165 คาเฟ่มินิมอลที่หน้าตาดีมาก ไม่ว่าจะเป็น Façade สีขาว ดำ หรือมุมถ่ายภาพด้านหน้า ร้านนี้เหมาะกับสายถ่ายรูป และยังเป็นหนึ่งในคาเฟ่ที่นักท่องเที่ยวต่างจังหวัดชอบแวะเมื่อมาเยือนยโสธรครับ

4) คาเฟ่มาเมซง — Engagement 11,431 คาเฟ่บรรยากาศเป็นกันเองที่เน้นความร่มรื่นสบายตา เหมาะกับคนที่ต้องการมานั่งพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ บรรยากาศเหมาะกับการนั่งคุยและจิบกาแฟครับ

5) KATANYU — Engagement 5,542 คาเฟ่ดีไซน์เท่ ๆ โทนอบอุ่นที่เน้นงานสถาปัตยกรรมแบบมินิมอล ดูเรียบแต่มีสไตล์ ขนมและเมนูอบเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่ทำให้หลายโพสต์บนเพจรีวิวได้รับการแชร์ค่อนข้างสูงครับ

Behavioral Insight มาเที่ยวการมาเที่ยวจังหวัดยโสธรส่วนใหญ่คือกลุ่ม พื่อน สูงถึง 78% รองลงมาคือ ครอบครัว 15%, เดินทางคนเดียว 5%, และ มากับแฟน 2% ครับ

พฤติกรรมนี้สะท้อนให้เห็นว่ายโสธร เป็นจุดหมายที่เหมาะกับการมาเที่ยวแบบกลุ่มเพื่อนมากที่สุด เพราะเดินทางง่าย สถานที่เที่ยวส่วนใหญ่เป็นแนวชิลล์ ๆ ถ่ายรูปสนุก และมีกิจกรรมที่แชร์ประสบการณ์ร่วมกันได้ดี เช่น คาเฟ่ท้องถิ่น วัด และมุม Local ต่าง ๆ

โดยรวมข้อมูลชี้ว่ายโสธรเป็นจังหวัดที่เด่นด้าน Friend Trip และ Family Trip ซึ่งเป็นโอกาสให้ธุรกิจในพื้นที่ ไม่ว่าจะร้านอาหาร คาเฟ่ หรือกิจกรรมท้องถิ่น ออกแบบบริการให้ตอบโจทย์คนมาหลายรูปแบบ โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนที่ยังมีสัดส่วนสูงที่สุดอย่างชัดเจนครับ

Data Research Insight ยโสธร

ส่วนใหญ่เลือกเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน สูงถึง 49% รองลงมาคือ One Day Trip 29% และ 3 วัน 2 คืน 22% ครับ พฤติกรรมนี้สะท้อนว่ายโสธรเป็นจังหวัดที่เหมาะกับการเที่ยวแบบ ทริปสั้น ๆ สบาย ๆ เดินทางง่าย ไม่ต้องวางแผนเยอะ และเก็บ Landmark สำคัญได้ครบภายในหนึ่งถึงสองวัน ทั้งวัด คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และจุดเที่ยวในเมือง

กลุ่ม 2 วัน 1 คืน มักเป็นสายชิลล์ เดินเที่ยวเมือง กินร้าน Local แวะคาเฟ่ และถ่ายรูป Landmark สำคัญ ส่วนกลุ่ม One Day Trip มักเป็นคนพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงที่แวะมาเที่ยวแบบไป–กลับครับ ขณะที่ 3 วัน 2 คืน เป็นกลุ่มที่อยากเที่ยวแบบจัดเต็ม เก็บครบหลายอำเภอ ทั้งเชิงวัฒนธรรม ชุมชน และคาเฟ่ท้องถิ่นที่กำลังเป็นกระแส

โดยรวมแล้ว Insight นี้ชี้ชัดว่ายโสธร คือปลายทางทริปสั้นยอดนิยม เหมาะกับการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวแบบ 1–2 วัน เพื่อดึงให้นักท่องเที่ยววางแผนมาได้ง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสร้างแพ็กเกจหรือกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทริปสั้นเหล่านี้ครับ

Data Research Insight ยโสธร

จากข้อมูล Social Data พบว่านักท่องเที่ยวที่มายโสธรส่วนใหญ่เลือกพัก โรงแรมมากที่สุด 82% รองลงมาคือ โฮมสเตย์ 12% ซึ่งสะท้อนภาพสำคัญว่าการท่องเที่ยวยโสธรมักเป็นทริปสั้น กระชับ และเน้นความสะดวกสบายครับ

กลุ่มที่เลือกโรงแรมมักเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเพื่อนหรือครอบครัว เน้นทำเลในเมือง ใกล้ร้านอาหาร คาเฟ่ และแลนด์มาร์กสำคัญ เดินทางสะดวก และเข้าพักง่ายโดยไม่ต้องเตรียมตัวมาก ขณะที่โฮมสเตย์เป็นกลุ่มที่ต้องการบรรยากาศอบอุ่นและใกล้ชิดธรรมชาติ เช่น โฮมสเตย์ในพื้นที่ชุมชน หรือบ้านพักวิวธรรมชาติซึ่งกำลังเป็นภาพยอดนิยมในคอนเทนต์บนโซเชียลครับ

Data Research Insight ยโสธร

จากข้อมูล Social Data พบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมายโสธร ส่วนใหญ่เลือกใช้ รถยนต์ส่วนตัวสูงถึง 70% รองลงมาคือ มอเตอร์ไซค์ 22% และ รถทัวร์ 8% ซึ่งสะท้อนว่ายโสธรเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวเดินทางแบบอิสระ คล่องตัว และจัดทริปเองได้ง่ายมากครับ

1) รถยนต์ส่วนตัว – 70% กลุ่มนี้คือแกนหลักของนักท่องเที่ยวในยโสธร โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่ชอบขับรถเที่ยวเอง เพราะสามารถแวะหลายจุดได้ในทริปเดียว ทั้งวัด คาเฟ่ จุดชมวิว และแลนด์มาร์กสำคัญอย่างบั้งไฟพญาคันคาก การเดินทางด้วยรถยนต์ยังตอบโจทย์ทริปสั้น 1–2 คืน ได้เป็นอย่างดีครับ

2) มอเตอร์ไซค์ – 22% เป็นอีกกลุ่มที่พบมากในคอนเทนต์บนโซเชียล โดยเฉพาะสาย Touring และวัยรุ่น/วัยทำงานที่ชื่นชอบความอิสระในการขับเที่ยวรอบเมืองยโสธร เส้นทางโล่ง ขับง่าย ทำให้ภาพขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวถูกพูดถึงอยู่เรื่อย ๆ ครับ

3) รถทัวร์ – 8% แม้จะมีสัดส่วนน้อยที่สุด แต่ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีผู้ที่เดินทางจากต่างจังหวัดโดยไม่มีรถส่วนตัวครับ

Data Research Insight ยโสธร

จากข้อมูล Social Data พบว่าหมอนขิดคือของฝากที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของจังหวัดยโสธรถึง 49% ถือเป็นสินค้าที่สะท้อนภูมิปัญญาชาวอีสานได้ชัดเจนที่สุด ทั้งลายทอที่เป็นเอกลักษณ์ สีสันสด และงานฝีมือประณีต ทำให้หมอนขิดยโสธรกลายเป็นไอเท็มยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวซื้อไปเป็นของใช้ ของแต่งบ้าน หรือของฝากครับ

อันดับถัดมาคือ ผ้าไหม 38% ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมที่โดดเด่นของยโสธรเช่นกัน โดยเฉพาะผ้าไหมทอมือจากหลายชุมชนที่ขึ้นชื่อเรื่องลวดลายละเอียดและโทนสีดั้งเดิมของอีสาน ส่วนปลาส้ม 13% เป็นอีกหนึ่งของดีที่ถูกพูดถึงบ่อย เพราะเป็นของฝากกินง่าย เก็บได้นาน และมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของยโสธรครับ

โดยรวมแล้ว ของดีของยโสธรสะท้อนชัดถึงงานฝีมือ + อัตลักษณ์พื้นถิ่นทำให้นักท่องเที่ยวมักกลับบ้านพร้อมสินค้าเชิงวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์และใช้งานได้จริงครับ

จากข้อมูล Data Research Insight ยโสธร พบว่าการพัฒนาการท่องเที่ยวควรมุ่งเน้นไปที่เทศกาลและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุดแข็งอันดับหนึ่งของจังหวัด โดยเฉพาะงานบุญบั้งไฟ หมอลำ และข้าวตอก ที่สร้าง Engagement สูงมากบนโซเชียล ควรต่อยอดผ่านแคมเปญการตลาดที่เล่าเรื่องอัตลักษณ์ชาวผู้ไทยและวัฒนธรรมอีสานให้เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวยุคใหม่ 

ขณะเดียวกันพิพิธภัณฑ์และโบราณสถาน เช่น พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก และพิพิธภัณฑ์เมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า ควรถูกพัฒนาให้เป็นจุดเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมที่ถ่ายรูปสวยและเดินชมได้ทั้งครอบครัว ส่วนคาเฟ่ท้องถิ่นที่กำลังเป็นที่นิยม เช่น Vachi หรือ Meraki สามารถรวมเป็นเส้นทาง Café Route เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวแบบเพื่อนและครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มหลักกว่า 70% ของจังหวัด ยโสธรยังมีต้นทุนด้านอาหารพื้นถิ่นและของดีท้องถิ่น เช่น หมอนขิด ผ้าไหม และปลาส้ม ซึ่งควรยกระดับเป็น Signature Souvenir ผ่านตลาดชุมชนและร้านของฝาก 

รวมถึงการทำ Collaboration กับคาเฟ่หรือร้านอาหารเพื่อเพิ่มโอกาสขาย สุดท้ายจังหวัดควรปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นยานพาหนะหลัก พร้อมใช้ Social Data ติดตามช่วงเวลาที่ผู้คนพูดถึงจังหวัด เพื่อออกแบบคอนเทนต์และแคมเปญได้แม่นยำยิ่งขึ้น ทำให้ยโสธรสามารถเติบโตเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีทั้งเสน่ห์ ภูมิปัญญา และความร่วมสมัยในแบบของตัวเองครับ

Coming Soon…

คลิกเพื่ออ่านบทความ Project Data Research Insight ก่อนหน้า > Over All ไทยแลนด์ เขาใหญ่ เกาะเสม็ด หัวหิน เชียงราย กาญจนบุรี เชียงใหม่ นครนายก Over All ไทยแลนด์(2) น่าน แม่ฮ่องสอน จันทบุรี พัทยา ภูเก็ต ขอนแก่น ระยอง นครราชสีมา ราชบุรี อยุธยา ตาก นครศรีธรรมราช  สงขลา อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ เพชรบูรณ์ สุพรรณบุรี

สนใจเรียน AI Social Listening กับการตลาดวันละตอน

ถ้าใครอ่านแล้วอยากทำได้แบบนี้ อยากเรียนรู้การทำ Data Research จาก Social Listening กับการตลาดวันละตอน ตอนนี้มีคอร์สสอนแบบออนไซท์ เน้น Workshop ลงมือทำ 100% ค่าเรียนคนละ 6,750 บาท โดยจะได้รับเครื่องมือ AI Social Listening ในราคาเท่ากันไปใช้ฟรี 1 เดือนเต็ม

สนใจอ่านรายละเอียดและสมัครก่อนเต็มได้ที่ฟอร์มด้านล่างนี้ครับ

และนี่คือผลงานของผู้เรียนคลาส Social Listening รุ่น 32 กับการตลาดวันละตอน

ครั้งนี้เป็นผลงานของผู้เรียนที่ไม่ได้มาจากสาย Data โดยตรง แต่สนใจอยากเข้าใจผู้บริโภคให้ลึกขึ้นเลยลองมาเรียนดูสักครั้ง

และจากหลักการ 8 Step Social Listening ที่ได้เรียนไปในคลาส ผู้เรียนก็เอาไป Apply กับหมวด Cleansing ได้อย่างดี จนออกมาเป็น Insight ที่น่าสนใจเพียบ

เริ่มจากการดูว่า Texture แบบไหนกำลังได้รับความนิยม โดยจะเห็นว่า “ไมเซลล่า/วอเตอร์” และ “บาล์ม” คือ 2 กลุ่มที่คนพูดถึงเยอะที่สุด ต่อมาก็เจาะลึกต่อว่า แล้วผู้บริโภค เลือกซื้อเพราะอะไร จะเห็นว่า Key Feature ที่มาแรงคือ “ล้าง + บำรุง” ได้ในขั้นตอนเดียว และ “ล้างเมคอัพกันน้ำได้” ส่วนเหตุผลที่ซื้อจริง ๆ กลับไม่ได้อยู่ที่แบรนด์ แต่เป็นเพราะ “ขวดใหญ่” และ “ราคาดี”

บอกเลยว่า ไม่ได้แค่ดูผิวเผิน แต่ผู้เรียนลงลึกถึงระดับ Benefit, Ingredient, Skin Concern ไปจนถึงการ Mapping ภาพรวมของ Category ได้อย่างครบถ้วน

ชื่อเติ้ลครับ เป็น Senior Data Insight Researcher & Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอนครับ ^^ มีงานอดิเรกเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยฝั่ง Consumer Insights ที่คณะวิทยาศาตร์การกีฬา ที่จุฬาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *