“จังหวัดมุกดาหาร” ประตูสู่อินโดจีนริมฝั่งโขง เมืองแห่งพญานาค ที่นี่คือดินแดนที่ผสานวัฒนธรรมอีสานและวิถีชีวิตริมน้ำเข้าไว้ด้วยกัน เป็นที่ตั้งของ “พญานาค 3 องค์” อันศักดิ์สิทธิ์ และมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่าง “ภูผาเทิบ” ที่มีหินรูปร่างแปลกตา จังหวัดที่หลายคนอาจมองว่าเป็นแค่ทางผ่าน แต่จริง ๆ แล้วกลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา ทั้งอาหารการกิน วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ด้วย Data Research Insight จ.มุกดาหาร ซึ่งรีพอร์ตเจาะลึกการท่องเที่ยวเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ Data 76 จังหวัดทั่วไทย เพื่อวิเคราะห์ดูว่าคนไทยพูดถึง จ.มุกดาหาร บนโซเชียลอย่างไรบ้าง
เรามาดูกันว่าคนพูดถึงจังหวัดนี้ยังไง มาทำอะไร กินอะไร เดินทางมาแบบใด ชอบเที่ยวแบบไหน พักผ่อนกันยังไง มากับใคร พักกี่วัน ของดีประจำจังหวัดมีอะไรบ้าง ในบทความนี้เราหา Insight มาฝากกันอย่างจัดหนักจัดเต็มครับ
ในบทความนี้เราจะพามาดูทั้งขั้นตอนกระบวนการทำ 8 ขั้นตอน และ Insight ที่เจอมาแบ่งปันทุก ๆ คนกันครับ
Research Keywords
Set Campaign Collecting Data
Cleansing Data
Conversation Analysis
Categorized Data
Visualization
Insights Summary
Data-Driven Decision
STEP 1-2 Research Keyword, Collecting Data
มาเริ่มกันที่ขั้นตอนแรก Research Keyword โดยตัว Keyword ที่เลือกใช้มีดังนี้ครับ
ตัว Keyword ที่ใช้คือ “มุกดาหาร” โดยระยะเวลาดึงข้อมูลย้อนหลัง คือ 01 January 2025 – 31 October 2025 รวมทั้งสิ้น 10 เดือน
หลังจากเซตตัว Keyword เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ การ Collecting Data โดยระบบได้กวาดข้อมูลมาให้เราได้ทั้งหมดจํานวน 42,176 mentions ซึ่งจํานวนนี้ถือว่าเพียงพอต่อการนำไปใช้วิเคราะห์ในเบื้องต้นได้แล้วครับ
STEP 3 Cleansing Data
ก่อนที่จะได้ Insight มานั้น ต้องขอบอกว่าข้อมูลที่เราดึงมา 42,176 Mentions มันไม่ได้มีข้อมูลที่เราจะใช้ได้ทั้งหมด 100% ครับ เพราะฉะนั้นเราจะต้องมา Cleansing data ซะก่อน โดยการ Cleansing data ของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละคนครับ
ยกตัวอย่างเช่น โพสต์จาก Ing Shinawatra ที่เราเห็นในภาพครับ ในโพสต์นี้มีการพูดถึง “มุกดาหาร” ก็จริง แต่บริบทของข้อความเป็นการพูดถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องกับหัวข้อการท่องเที่ยวที่เราต้องการวิเคราะห์ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงต้องคัดกรองข้อมูล (Exclude) ที่ไม่เกี่ยวข้องเหล่านี้ออกไปก่อนนั่นเองครับ
โดยวิธีการลบข้อมูลที่เราไม่ต้องการออกก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้ 1. กดที่ปุ่ม Exclude 2. กดลบที่ปุ่มถังขยะ หรือ 3. เลือกคีย์เวิร์ดที่จะ Exclude ในข้อความโดยการคลุมดำคำนั้นได้เลย สามารถเลือกใช้วิธีไหนก็ได้ตามความถนัดเลยครับ
สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลีนดาต้าอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพมากที่สุดมา วิเคราะห์ Trend & Insight ได้ที่บทความนี้ครับ > https://everydaymarketing.co/trend-insight/top10-influencers-investment-money-2023-on-tiktok/
STEP 4 Conversation Analysis
อย่างที่เห็นใน STEP 3 ในระหว่างที่ Cleansing Data เราก็จะได้อ่าน Social Data ที่ไหลเข้ามาจาก Keyword จนสามารถทำให้เหลือเฉพาะโพสต์ที่เราต้องการ ต่อมาก็เข้าสู่การอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลต่อ เพื่อหาการพูดถึง จ.มุกดาหาร
คัด Insight ที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการชุมชน ธุรกิจท่องเที่ยว และบุคคลทั่วไปทุกคนที่สนใจใน จ.มุกดาหาร เพื่อสามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อ โดยการอ่านข้อมูล เรามักจะเริ่มจากฟีเจอร์พื้นฐานในหน้า Dashboard แรก ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม Top post เพื่อรู้ภาพรวมข้อมูลที่ได้รับความนิยมครับ
Overview Social Data Stat
เรามาดูส่วนแรกในเรื่องของการพูดถึงจังหวัดมุกดาหารบนแพลตฟอร์ม Social Media ทั้งในมิติของ Mention และ Engagement กันก่อนเลยครับ เพื่อให้เราได้เห็นภาพกว้างมากขึ้นว่าแพลตฟอร์มไหนที่ธุรกิจใช้ทำการตลาด หรือคนไทยใช้โพสต์ถึง ไปจนมีส่วนร่วมกับประเด็นต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ จ. มุกดาหาร ครับ
จะเห็นว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีการใช้พูดถึง จ.มุกดาหาร มากที่สุดถึง 54% รองลงมาคือ YouTube 39% , Facebook 4% , Instagram 3% และ Twitter (X) <1% ตามลำดับ
และในส่วนของ Engagement ช่องทาง YouTube กลับมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 65% รองลงมาคือ TikTok 30% , Instagram 3% , Facebook 2% และ Twitter (X) <1% ตามลำดับ ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าคอนเทนต์วิดีโอยาว (Long-form) บน YouTube เกี่ยวกับมุกดาหารได้รับความสนใจสูงมากครับ โดยเฉพาะคลิปท่องเที่ยวเดินป่าหรือผจญภัย
นอกจากนี้เพื่อให้เราเห็น Engagement ที่ชัดเจนมากขึ้น เมื่อเราตัด View ของ YouTube ออกไป จะพบว่า TikTok เป็นช่องทางที่นิยมมากที่สุดถึง 83% รองลงมาคือ Instagram 9% , Facebook 5% , YouTube 3% และ Twitter (X) <1% ตามลำดับ
หากมองในภาพรวมจะเห็นว่า 3 แพลตฟอร์มหลักที่มีบทบาทสำคัญคือ TikTok, YouTube และ Instagram แสดงให้เห็นถึงโอกาสสำหรับผู้ประกอบการในการสร้างคอนเทนต์วิดีโอเพื่อเล่าเรื่องราวของมุกดาหารให้น่าสนใจ ทั้งในรูปแบบสั้น (TikTok) และยาว (YouTube) ครับ
VIDEO
Timeline Social Data Stat
และในส่วนของทางด้าน Timeline Social Data Stat เราจะแยกกันทั้งหมด 3 ส่วนด้วยกัน ดังนี้
By Mention จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลา 10 เดือนของปี คนพูดถึง จ.มุกดาหาร ในสัดส่วนที่แตกต่างกัน แต่ถือว่า Mention ค่อนข้างสูงตลอดทั้งปี 2568 ตัวอย่างกิจกรรมเช่น การแวะเที่ยว “ทุ่งกังหันลม” และคนไป “เที่ยววัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์” ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด
By Youtube Engagement เมื่อเรามาดูในช่องทาง YouTube จะเห็นว่าคอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement สูงจะเป็นเรื่องของการ “กิน” และ “เที่ยวแบบครอบครัว” ครับ เช่น “แวะกินหมูหันที่แก่งกะเบา” และ “พาครอบครัวเที่ยวมุกดาหาร” สะท้อนให้เห็นว่ามุกดาหารเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับครอบครัว
By Engagement (except YouTube) หากตัด YouTube ออกไป จะเห็นว่าช่วงต้นปีคนสนใจคอนเทนต์รีวิว “เที่ยวมุกดาหาร 2 วัน 1 คืน” และพีคสุด ๆ ในเดือนตุลาคม กับงานใหญ่ประจำปีอย่าง “งานออกพรรษา” ที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากครับ
Social Data by Hashtag & Word
นอกจากนี้ เมื่อเราดูเทรนด์จาก Social Data by Hashtag และ Social Data by Word จากภาพรวมข้อมูลจริง ก็ทำให้เห็น Insight ที่ชัดเจนมากครับว่าคนกำลังพูดถึงอะไร
อันดับ 1 แน่นอนคือ #มุกดาหาร แต่จุดที่น่าสนใจมากคือกลุ่มคำที่รองลงมาครับ:
กลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวและสิ่งศักดิ์สิทธิ์: เราจะเห็นคำว่า #วัดภูมโนรมย์ , #อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว , #แก่งกะเบา และ #พญานาค รวมถึงใน Word Cloud ก็มีคำว่า “วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์” และ “องค์พญานาค” ตัวใหญ่มาก สะท้อนจุดแข็งเรื่องการท่องเที่ยวสายมูและธรรมชาติ
กลุ่มคาเฟ่และร้านกาแฟ: อันนี้มาแรงมากครับ มี Hashtag ผุดขึ้นมาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น #ร้านกาแฟมุกดาหาร , #คาเฟ่มุกดาหาร , #espresso , #dripcoffee แสดงให้เห็นว่า “Culture การเที่ยวคาเฟ่” ในมุกดาหารก็เป็นที่นิยมเหมือนกัน
กลุ่มบุคคลมีชื่อเสียงและงานบุญ: เราเห็น Hashtag #bellacampen , #we_arebellaclub , #เบลล่าราณี และคำว่า “ถวายผ้าป่าสามัคคี” , “พิธีบวงสรวง” ซึ่งสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่มีดารามาทำบุญใหญ่ที่วัดภูมโนรมย์
ตรงนี้มี Insight ที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการเลยครับ โดยเฉพาะ “ธุรกิจคาเฟ่” ข้อมูลบอกว่าคนค้นหาและติดแท็กเกี่ยวกับกาแฟแบบเจาะจง (เช่น Drip Coffee, Espresso) ดังนั้นร้านกาแฟในมุกดาหารควรติด #ร้านกาแฟมุกดาหาร และชื่อเมนูเด็ดของร้าน พ่วงเข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกค้นหาครับ
เรามาเจาะดูภาพรวมคอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement หรือการมีส่วนร่วมสูงสุดในแต่ละแพลตฟอร์มประกอบกันครับ เพื่อให้เข้าใจบริบทภาพรวมของคอนเทนต์ที่คนให้ความสนใจกันมากขึ้น
Facebook: เพจ TripTH ทริปไทยแลนด์ โพสต์มาทำบุญที่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กที่สวยงาม
Instagram: bellacampen (เบลล่า ราณี) โพสต์ภาพร่วมงานบุญผ้าป่าที่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ซึ่งสอดคล้องกับ Hashtag ที่เราเห็นก่อนหน้านี้ สร้างการรับรู้ในวงกว้างมหาศาล
X: Kukukue โพสต์ภาพ 1 ในพญานาค 3 พิภพ พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช ตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งพญานาค
TikTok: yoshirinra (โยชิ รินรดา) โพสต์คลิปมาร่วมงานเทศกาลออกพรรษาที่มุกดาหาร ซึ่งได้รับ Engagement ถล่มทลาย
YouTube: ช่อง สาวคำม่วน เมืองลาว ทำคลิปขับรถข้ามจังหวัด แวะกินหมูหันที่แก่งกะเบา มุกดาหาร
VIDEO
STEP 5 Categorize Data
ต่อมาเป็นการจับกลุ่มข้อมูลเพื่อให้ง่ายต่อการวิเคราะห์ เห็นตัวเลขสัดส่วนชัดเจนครับ ซึ่งโจทย์ที่เราจะน่ามาตั้งเป็นกลุ่มนั้นควรจะตั้งมาจาก Social Data ที่มี ซึ่งเราก็จะได้อ่านข้อมูลจำนวนมากอยู่แล้วตั้งแต่ขั้นตอนการ Clean Data พอจะทำให้ทราบว่ามีข้อมูลไหนบ้าง แล้วจะสามารถจับกลุ่มได้อย่างไร
อีกทางคือโจทย์จากสิ่งที่เราต้องรู้ สิ่งที่จะมีประโยชน์กับธุรกิจมากที่สุด และใช้ฟีเจอร์ Tag บนเครื่องมือ Social Listening เพื่อรวมข้อมูลให้เป็นกลุ่มก้อนครับ
STEP 6 Data Visualization
เมื่อทำขั้นตอนของการจัดหมวดหมู่ Data เสร็จแล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 6 คือ การทำ Data Visualization วิธีการทำก็สามารถทำได้หลายทางแล้วแต่ความถนัด เช่น Power Bi, Looker Studio, Excel, Tableau เป็นต้น โดยขั้นตอนนี้จะเป็นการนำข้อมูลทั้งหมดที่เราได้ทำการเตรียม มาทำการแปลงเป็นภาพที่เข้าใจง่ายขึ้นนั่นเองครับ
เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของ Insight ทั้งหมดในบทความนี้ เราจึงแบ่งหัวข้อออกมาเป็น 5 หัวข้อหลักดังนี้ครับ
Travel Insight: สถานที่ที่คนชอบไป เดินทางมาที่ จ.มุกดาหาร ทำไม ชอบทำอะไร แบบไหน
Behavior Insight: พฤติกรรมการมาท่องเที่ยวเป็นอย่างไร ได้แก่ มาเที่ยวกี่วัน มากับใคร
Hotel / Resort: มาแล้วพักกันที่ไหน เลือกที่พักแบบไหน
Transportation: วิธีในการเดินทางมาเที่ยวที่ จ.มุกดาหาร ที่พูดถึงเยอะบน Social Media
Souvenir: ของดียอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรืออาหารชื่อดังจาก จ.มุกดาหาร
และยินดีต้อนรับทุกคนสู่ “เมืองพญานาค” ประตูสู่อินโดจีนที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังครับ
Travel Insight: เที่ยว 3 สไตล์ ‘เทศกาล-ธรรมชาติ-วัด’
มาเริ่มต้นกันที่ภาพรวมใหญ่ ๆ ของการท่องเที่ยวใน จ.มุกดาหาร กันก่อนเลยครับ ข้อมูลตรงนี้มีความน่าสนใจมากครับ เพราะสัดส่วนกิจกรรมที่คนนิยมทำ 3 อันดับแรกนั้นมีตัวเลขที่ใกล้เคียงกันมาก แทบจะเรียกได้ว่าเฉือนกันไม่ลงเลยทีเดียวครับ
เที่ยวงานเทศกาลและประเพณี (26%): งานประเพณีท้องถิ่นริมโขง คือหนึ่งในเสน่ห์ที่ช่วยดึงดูดให้คนมาสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่นครับ
เที่ยวธรรมชาติ (25%): แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างภูเขาและริมแม่น้ำโขง ก็เป็นจุดแข็งที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสำหรับสายเดินป่า และตั้งแคมป์
เที่ยววัด (24%): ด้วยกระแสศรัทธาพญานาคและวัดสวยบนยอดเขา ทำให้สายมูและสายบุญหลั่งไหลมาที่นี่อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นเลยครับว่า มุกดาหารเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ครบเครื่องมาก ๆ ทั้งความสนุกจากเทศกาล ความสวยงามของธรรมชาติ และความศรัทธาทางศาสนา นอกจาก 3 หมวดหลักนี้ ก็ยังมี สถานที่ทางประวัติศาสตร์และอื่นๆ (20%) และ คาเฟ่/ร้านอาหาร (5%)
ซึ่งในส่วนต่อไป เราจะมาเจาะลึกกันครับว่า การท่องเที่ยวแต่ละรูปแบบจะมี Engagement เป็นอย่างไร และมี Insight อะไรที่น่าสนใจซ่อนอยู่บ้างครับ
จัดอันดับ เทศกาลและประเพณี จ.มุกดาหาร Top 6 by Engagement
อย่างที่เห็นจากภาพรวมครับว่า “งานเทศกาลและประเพณี” ถูกพูดถึงมากที่สุด โดยงานส่วนใหญ่จะเน้นไปที่วัฒนธรรมริมโขงและความสนุกสนาน ซึ่งดึงดูด Engagement ได้สูงมากครับ
สำหรับ 6 อันดับแรกมีดังนี้ครับ
ออกพรรษาและแข่งเรือ (Engagement: 665,340): นี่คือ Signature Event ของจังหวัด ไฮไลต์คือการแข่งเรือยาวไทย-ลาวกลางแม่น้ำโขง และปีนี้ยิ่งคึกคักเป็นพิเศษเมื่อ “โยชิ รินรดา” มาร่วมงานและโพสต์ลงโซเชียล ทำให้งานกลายเป็นกระแสไวรัลที่มีคนพูดถึงและแชร์ต่อกันอย่างถล่มทลายครับ
บุญบั้งไฟ (Engagement: 33,208): ประเพณีขอฝน อย่างที่ “อ.คำชะอี” (บุญบั้งไฟคำชะอี) ที่มีการจัดงานและขบวนแห่ รวมไปถึงการละเล่นทีดูสนุกสนาน
สงกรานต์ (Engagement: 28,008): เทศกาลแห่งความสุขที่มุกดาหารบรรยากาศ “เดือด” ไม่แพ้ที่อื่น โดยเฉพาะจุดเล่นน้ำหลัก ๆ ในตัวเมืองที่คึกคักมาก
กาชาด (Engagement: 13,062): งานรวมของดีประจำปี ที่คนเน้นพูดถึงเรื่อง “ของกิน” และการเดินเที่ยวชมร้านค้าภายในงานครับ
งานโฮมเหง้าเผ่าผู้ไทย (Engagement: 4,396): งานโชว์อัตลักษณ์ชาวผู้ไทย (ภูไท) ทั้งการแต่งกายและการฟ้อนรำตามวัฒนธรรมในท้องถิ่น
งานออนซอนคำชะอี (Engagement: 1,833): งานเฉลิมฉลองของดีและวัฒนธรรมประจำอำเภอคำชะอีครับ ไฮไลต์คือการฟ้อนรำสุดอลังการของนางรำนับร้อยนับพันชีวิตที่สวมใส่ชุดพื้นเมืองครับ
เที่ยวแหล่งธรรมชาติ จ.มุกดาหาร Top 10 by Engagement
มาต่อกันที่อีกหนึ่งเสน่ห์ของการท่องเที่ยวมุกดาหารครับ นั่นคือ “แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ” ที่นี่มีความหลากหลายมาก ทั้งภูเขา อ่างเก็บน้ำ และที่ขาดไม่ได้คือบรรยากาศริมแม่น้ำโขงครับ
สำหรับ 10 อันดับแรกที่ได้รับ Engagement สูงสุด มีดังนี้ครับ
ภูหมู (Engagement: 31,005): คว้าอันดับ 1 ไปครองครับ ที่นี่คือจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งใน อ.นิคมคำสร้อย ด้วยอากาศที่เย็นสบายและลานกางเต็นท์ ทำให้ถูกใจสายแคมป์ปิ้งและคนรักธรรมชาติมากครับ
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว (Engagement: 17,323): แหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่มี “บัว” เกิดขึ้นเองในแอ่งหินบนยอดภู
แก่งกะเบา (Engagement: 16,986): แลนด์มาร์กริมโขงที่ต้องมา เพราะที่นี่เป็นที่ประดิษฐาน “พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช” (องค์พญานาคสีขาวสง่างาม) 1 ใน 3 พญานาคแห่งมุกดาหาร และที่พลาดไม่ได้กับ “หมูหันแก่งกะเบา” ที่ใครมาก็ต้องแวะชิมครับ
ห้วยสิงห์ (Engagement: 14,818): หรืออ่างเก็บน้ำห้วยสิงห์ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดฮิต บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการปูเสื่อนั่งปิกนิกชิล ๆ ริมน้ำครับ
หาดมโนภิรมย์ (Engagement: 11,996): ฉายา “ทะเลอีสาน” ของมุกดาหารครับ เป็นหาดทรายน้ำจืดที่คนนิยมมาเล่นน้ำคลายร้อนและทานอาหารกันคึกคักในช่วงหน้าแล้ง
นอกจาก 5 อันดับแรกนี้ ยังมีสถานที่ธรรมชาติสวย ๆ อีกเพียบครับ ได้แก่ ช่องเขาขาด (วิวถนนสวย), วังเทียมเมฆ (จุดกางเต็นท์ริมน้ำ), ภูผาซาน (ทะเลหมอก), ภูผาเทิบ (หินรูปทรงแปลกตา Unseen Thailand) และ น้ำตกแก่งโพธิ์ ครับ
จากข้อมูลจะเห็นว่าหลายสถานที่ เช่น ภูหมู, วังเทียมเมฆ และภูผาซาน เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกางเต็นท์ สะท้อนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ว่าต้องการ Outdoor Experience หรือประสบการณ์การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่แวะถ่ายรูปแล้วกลับ แต่ต้องการใช้เวลาซึมซับบรรยากาศ ดูดาว หรือชมทะเลหมอก ซึ่งถือเป็นโอกาสดีสำหรับธุรกิจบริการเช่าเต็นท์หรืออุปกรณ์แคมป์ปิ้งในพื้นที่ครับ
เที่ยววัดสายมู จ. มุกดาหาร Top 10 by Engagement
สำหรับสายบุญและสายมูต้องห้ามพลาดครับ เพราะ Insight บอกเราชัดเจนว่า คนที่มาเที่ยววัดในมุกดาหาร ส่วนใหญ่มีเป้าหมายหลักคือ “การไปทำบุญและบูชาพญานาค” เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องพญานาค 3 พิภพที่โด่งดังไปทั่วประเทศ
ซึ่ง 10 วัดที่ได้รับ Engagement สูงสุด มีดังนี้ครับ โดยเราจะมาเจาะลึก 5 อันดับแรกกันครับ
วัดภูมโนรมย์ (Engagement: 214,387): ที่นี่คือแลนด์มาร์กที่ต้องมาให้ได้ ไฮไลต์คือ “องค์พญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช” (พญานาคสีน้ำเงิน) องค์ใหญ่ยักษ์บนยอดเขา และโดยเฉพาะปีนี้กระแสยิ่งแรงขึ้นไปอีกเมื่อนางเอกสาว “เบลล่า ราณี” ได้เดินทางมาร่วมงานบุญกฐินและรำถวายพ่อปู่พญาอนันตนาคราช ก็ยิ่งทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้นไปอีกครับ
วัดดานพระอินทร์ (Engagement: 10,755): วัดสวยกลางป่าที่มีเจดีย์ทรงระฆังคว่ำสีทองอร่ามโดดเด่น และยังมีองค์พญานาคให้สักการะ เป็นจุดเช็คอินที่สายถ่ายรูปและสายบุญชื่นชอบมากครับ
วัดสองคอน (Engagement: 10,735): หรือ “สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขีแห่งประเทศไทย” แม้จะเป็นศาสนสถานของศาสนาคริสต์ แต่ด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตาและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทำให้ติดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่คนต้องแวะไปชมความงดงามครับ
วัดภูหล่มขุม (Engagement: 10,379): วัดที่มีโดมใหญ่สีขาวตั้งเด่นอยู่บนเนินเขา บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การไปปฏิบัติธรรมและชมวิวครับ
วัดป่าวิเวกวัฒนาราม (Engagement: 8,672): หรือวัดหลวงปู่จาม เป็นวัดป่าสายปฏิบัติที่มีความร่มรื่น และมีเจดีย์บู่ทองกิตติที่สวยงาม เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวมุกดาหารครับ
นอกจาก 5 วัดหลักนี้แล้ว ยังมีวัดสวยและวัดเก่าแก่อื่น ๆ ที่ได้รับความสนใจเช่นกันครับ ได้แก่ วัดอัมพวัน , วัดถ้ำโส้ม , วัดศรีมงคลเหนือ , วัดมโนภิรมย์ (วัดเก่าแก่ริมโขง) และ วัดศรีมงคลใต้
จากข้อมูลสะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงพลังของ “Celebrity & Influencer” ที่มีต่อการท่องเที่ยวครับ ถึงแม้ความสวยงามและศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ก็ดึงดูดคนได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่เมื่อมีดาราหรืออินฟลูมาด้วย ก็ทำให้จาก “สถานที่ที่น่าไป” กลายเป็น “สถานที่ที่ต้องไป” ได้ทันทีครับ
เที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์และแลนด์มาร์กอื่น ๆ จ. มุกดาหาร Top 5 by Engagement
ซึ่งหมวดนี้เป็นการรวมเอาแลนด์มาร์กและสถานที่อื่น ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งแต่ละที่ล้วนสะท้อนสีสันและความมีชีวิตชีวาของมุกดาหารได้เป็นอย่างดีครับ
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 (Engagement: 87,335): ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่สะพานข้ามแดน แต่คือ “จุดเช็คอินริมโขงที่ครบจบในที่เดียว” เพราะบริเวณใต้สะพานและทางเลียบโขงเป็นที่ตั้งของ “ศาลพญาอนันตนาคราช” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนเคารพศรัทธา มี “ถนนคนเดิน” ให้เดินช้อปปิ้ง และไฮไลต์เด็ดคือการนั่งกิน “หมูกระทะริมโขง” ชมวิวสะพานยามค่ำคืน ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ดึงดูด Engagement ได้มหาศาลครับ
ทุ่งกังหันลม (Engagement: 10,803): หรือ “ทุ่งกังหันลมร่มเกล้า” จุดเช็คอินถ่ายรูปสวยสไตล์เกาหลีที่กำลังมาแรง โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่ท้องฟ้าโปร่ง
สวนน้ำ (Engagement: 7,719): แหล่งพักผ่อนคลายร้อนยอดนิยมสำหรับกลุ่มครอบครัวและวัยรุ่นในพื้นที่ครับ
หอแก้ว (Engagement: 4,263): หรือ “หอแก้วมุกดาหาร” สัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมวิวเมืองมุกดาหารและแม่น้ำโขงแบบ 360 องศา
สวนสัตว์ชั่งทองฟาร์ม (Engagement: 2,349): อีกหนึ่งจุดเช็คอินสำหรับครอบครัวที่มีกิจกรรมให้อาหารสัตว์และมุมถ่ายรูปน่ารัก ๆ ครับ
เที่ยวคาเฟ่ จ. มุกดาหาร Top 10 by Engagement
มาถึงคิวของสายคอนเทนต์และสายคาเฟ่กันบ้างครับ จากข้อมูล Insight พบว่าเทรนด์ของคาเฟ่ในมุกดาหารที่คนให้ความสนใจอย่างมากก็คือ คาเฟ่สวยที่สามารถนั่งชิลล์ และซึมซับบรรยากาศ ครับ โดยเฉพาะคาเฟ่ที่มีมุมถ่ายรูปสวย ๆ หรืออยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
โดย 10 ร้านที่ได้รับการพูดถึงและมี Engagement สูงสุด มีดังนี้ครับ
ห้วยสิงห์อินเลิฟ แคมปิ้ง (Engagement: 9,425)
ไร่ภาสทอง (Engagement: 7,392)
ญาญ่าคาเฟ่ (Engagement: 7,206)
ตาเบบูญ่า (Engagement: 6,939)
addie coffee and bagel (Engagement: 4,531)
nha cu in the garden (Engagement: 3,871)
Nez Home Cafe (Engagement: 3,210)
Cafe Seosulla (Engagement: 2,904)
Balanz Slowbar Coffee (Engagement: 2,703)
lackofsleepcoffee (Engagement: 1,793)
จะเห็นได้ว่าร้านอันดับต้น ๆ อย่าง “ห้วยสิงห์อินเลิฟ” หรือ “ไร่ภาสทอง” จะเน้นบรรยากาศที่กว้างขวางและวิวสวยงามเป็นจุดขายหลักครับ
ร้านอาหารที่ต้องแวะ จ. มุกดาหาร Top 10 by Engagement
นอกจากคาเฟ่บรรยากาศดีแล้ว มาดูลิสต์ร้านอาหารที่ต้องแวะในมุกดาหารกันบ้างดีกว่าครับ บอกเลยว่าที่นี่มีร้านอาหารหลากหลายสไตล์ให้นักท่องเที่ยวได้ไปลิ้มลองกันจริง ๆ ครับ จากข้อมูลจะเห็นว่าร้านที่ได้รับความสนใจมักจะเป็น ร้านอาหาร Local ที่มีเมนูเด็ดชัดเจน โดยเฉพาะอาหารเวียดนามที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ครับ
สำหรับ 10 ร้านอาหารในมุกดาหารที่ได้รับ Engagement สูงสุด มีดังนี้ครับ
ปาเต ออเย็น (Engagement: 18,950)
จินางข้าวเปียกเส้น (Engagement: 10,168)
สวนศิลป์ นิคมคำสร้อย (Engagement: 7,059)
เฮง ปัง ปั๊ว (Engagement: 5,031)
เจ้สุน ชายต้นข้าวเปียกเส้น (Engagement: 3,755)
ปากหม้อชายเดี่ยว (Engagement: 3,607)
วิรินทร์แจ่วฮ้อน (Engagement: 2,763)
มุกดาก๋วยเตี๋ยวไก่บ้าน (Engagement: 2,481)
เจ้น้อยมุกดาหาร (Engagement: 2,199)
ร้านเช้า สาย บ่าย เย็น (Engagement: 1,406)
Behavioral Insight: ทริปสั้น 1-2 วัน คือรูปแบบยอดนิยม แต่สาย Road Trip ก็น่าจับตามอง
เรื่องของระยะเวลาในการท่องเที่ยว จาก Insight พบว่าพฤติกรรมการเที่ยวในมุกดาหารค่อนข้างหลากหลายครับ แต่ส่วนใหญ่ยังคงเน้นทริปแบบ “ระยะสั้น”
เที่ยวแบบ 1 วัน (39%): นี่คือกลุ่มใหญ่ที่สุดครับ สะท้อนให้เห็นว่ามุกดาหารเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับ “One Day Trip” โดยเฉพาะการขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวชมแลนด์มาร์กสำคัญ ๆ ครับ
เที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน (33%): ตามมาติด ๆ ครับ เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้เวลาพักผ่อนและสัมผัสบรรยากาศมากขึ้น โดยกิจกรรมหลักคือการ “ตั้งแคมป์” หรือ “ทำบุญ” ไหว้พระครับ
เที่ยวแบบ 3 วันขึ้นไป (28%): เมื่อรวมกลุ่มที่เที่ยว 3 วัน 2 คืน (20%) และกลุ่มที่อยู่นานกว่านั้น (8%) เข้าด้วยกัน จะเห็นว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่น้อยเลยครับ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้คือนักเดินทางตัวจริงที่ต้องการเก็บที่เที่ยวให้ครบทั้งในเมืองและนอกเมือง หรือเป็นสายมูที่ตระเวนไหว้พระหลายวัด รวมถึงกลุ่มที่จัด Road Trip ข้ามจังหวัดยาว ๆ ครับ
จะเห็นว่าพฤติกรรมการท่องเที่ยวในมุกดาหารมีความเชื่อมโยงกับ “การตั้งแคมป์” และ “Road Trip” ค่อนข้างมาก แต่ที่มองข้ามไม่ได้เลยคือกลุ่ม “สายมู” ครับ เพราะหลายคนเดินทางมาเพื่อวัตถุประสงค์หลักคือการ “ไหว้ขอพรพญานาค” ที่วัดภูมโนรมย์หรือแก่งกะเบา ทำให้ทริปสั้น 1-2 วันได้รับความนิยมครับ
Behavioral Insight: เที่ยวมุกดาหาร ‘มากับครอบครัว’ มากที่สุด
มาถึง Insight ด้านพฤติกรรม ที่น่าสนใจกันบ้างครับ รู้ไหมครับว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของมุกดาหารคือกลุ่มไหน? จากข้อมูลพบว่า ‘กลุ่มครอบครัว’ คือกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดครับ โดยมีสัดส่วนสูงถึง 33% ตามมาด้วย ‘คนเดียว’ ที่ 20% , ‘เพื่อน’ 16% และ ‘แฟน’ 16%
เรามาดูพฤติกรรมของแต่ละกลุ่มกันครับ
มากับครอบครัว (33%): กลุ่มนี้คือกลุ่มใหญ่ที่สุด กิจกรรมหลัก ๆ ก็คือการพาครอบครัว ทั้งพ่อ แม่ ลูก หลาน มาเที่ยวพักผ่อน เช่น การไปวัด สวนสัตว์ หรือคาเฟ่ เป็นต้น
เที่ยวคนเดียว (20%): เป็นกลุ่มที่ใหญ่รองลงมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีแนวโน้มเดินทางมาเพื่อ เดินป่า หรือตั้งแคมป์ เพื่อสัมผัสธรรมชาติแบบสงบ ๆ ครับ
มากับเพื่อน (16%): เป็นกลุ่มที่เน้นกิจกรรมลุย ๆ ครับ ทั้งไปเที่ยวเดินป่า ตั้งแคมป์ หรือจัด Road Trip ขับรถเที่ยวกับแก๊งเพื่อน
มากับแฟน (16%): กลุ่มนี้มักจะมีกิจกรรมเป็นการตะลอนเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวริมโขง หรือแวะคาเฟ่ครับ
Transportation Insight: ขับรถเที่ยวเองคือ No.1 แต่เทรนด์ ‘รถบ้าน’ ก็น่าจับตา
เรื่องวิธีการเดินทางมายังจังหวัดมุกดาหาร ข้อมูลตรงนี้ตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นเมืองแห่ง Road Trip ได้ชัดเจนมากครับ เพราะ ‘รถยนต์’ และ ‘มอเตอร์ไซค์’ ครองส่วนแบ่งรวมกันเกือบ 90%
รถยนต์ (48%): วิธีการเดินทางยอดนิยมอันดับ 1 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้ รถส่วนตัว เน้นความสะดวกสบายและอิสระในการแวะเที่ยวตามจุดต่าง ๆ
มอเตอร์ไซค์ (40%): สัดส่วนสูงมากจนน่าตกใจครับ (เกือบเท่ารถยนต์) ซึ่ง Insight ระบุว่ามักจะเป็นกลุ่มที่จัดทริป Road Trip ขี่รถเที่ยวชมวิวริมโขง หรือเป็นคนในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียงที่ขี่รถมาเที่ยวแบบ One Day Trip ครับ
เครื่องบิน (4%): เนื่องจากมุกดาหารไม่มีสนามบิน นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จึงต้องนั่งเครื่องมาลงที่จังหวัดใกล้เคียง (เช่น นครพนม หรือ อุบลฯ) แล้วต่อรถเข้ามาครับ
รถบ้าน (3%): แม้ตัวเลขจะดูน้อย แต่การที่มีสัดส่วนถึง 3% ถือว่าน่าสนใจมากครับ สะท้อนถึงกระแส Camping & Glamping ที่กำลังมาแรงในมุกดาหาร สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่ชอบไปนอนกางเต็นท์ตามภูต่าง ๆ ที่เราวิเคราะห์ไปก่อนหน้านี้ครับ
รถตู้ (3%) และ รถไฟ (1%): มีสัดส่วนน้อย โดยรถตู้มักจะเป็นรูปแบบการเช่าพร้อมคนขับหรือมากับทัวร์ครับ
ชัดเจนว่านักท่องเที่ยวมุกดาหารเน้น “ความเป็นส่วนตัวและอิสระ” ในการเดินทางสูงมาก ดังนั้น ผู้ประกอบการร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พัก ต้องให้ความสำคัญกับ “พื้นที่จอดรถ” เป็นอันดับแรก และสำหรับธุรกิจแคมป์ปิ้ง การมีจุดจอดสำหรับ “รถบ้าน” หรือบริการให้เช่ารถบ้าน ก็เป็นช่องว่างทางการตลาดที่น่าสนใจครับ
Insight ที่พัก: ‘โรงแรม’ คือตัวเลือกหลัก แต่ ‘ตั้งแคมป์’ มาแรงก็มาแรงเหมือนกัน
มาดูกันที่เรื่องรูปแบบที่พักกันบ้างครับ ข้อมูลตรงนี้สะท้อนสไตล์การเที่ยวของคนในมุกดาหารได้น่าสนใจมาก
โรงแรม (44%): กลุ่มนี้คือนักท่องเที่ยวสายมูและครอบครัวที่เน้นความสะดวกสบาย พักในตัวเมืองเพื่อตระเวนไหว้พระตามวัดดัง ๆ หรือเดินเที่ยวถนนคนเดินริมโขงครับ
ตั้งแคมป์ (25%): นักท่องเที่ยวนิยมไปกางเต็นท์นอนดูดาวและสัมผัสอากาศหนาวตามแหล่งธรรมชาติอย่าง ภูหมู ภูผาเทิบ หรือวังเทียมเมฆ ครับ
รีสอร์ท (23%): เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศธรรมชาติแต่ยังต้องการความสะดวกสบาย โดยมักจะตั้งอยู่ใกล้อุทยานหรือริมแม่น้ำโขงครับ
โฮมสเตย์ (5%) และ พูลวิลล่า (3%): เป็นทางเลือกเสริมสำหรับกลุ่มที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน หรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการปาร์ตี้ส่วนตัวครับ
การที่ “ตั้งแคมป์” ได้รับความนิยมสูงขนาดนี้ ชี้ให้เห็นว่าเทรนด์การท่องเที่ยวแบบพาตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาตินั้นมาแรงมากในมุกดาหาร ผู้ประกอบการที่พักอาจปรับตัวโดยการเพิ่มโซน Glamping หรือจุดกางเต็นท์ในรีสอร์ท เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ได้ครับ
Souvenir Insight: ‘หมูหัน’ ยืนหนึ่ง ของดีที่ต้องกินและต้องหิ้วกลับ
ปิดท้ายกันด้วย Insight “ของดี” ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่าเอกฉันท์มากครับ เพราะ ‘หมูหัน’ ครองสัดส่วนการพูดถึงสูงถึง 88%
หมูหัน (88%): นี่คือสัญลักษณ์ที่กินได้ของมุกดาหารเลยครับ โดยเฉพาะ “หมูหันแก่งกะเบา” ที่มีหนังกรอบเนื้อนุ่ม เป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาทาน และหลายคนก็นิยมซื้อกลับไปเป็นของฝากให้คนที่บ้านด้วย
ตะกร้าสาน (6%): สินค้าหัตถกรรมขึ้นชื่อ โดยเฉพาะ “กระเป๋าสานพลาสติก”
แหนมเนือง (6%): เป็นของฝากยอดฮิตที่ซื้อหาได้ง่ายและถูกปากคนทั่วไปครับ
สรุป Data Research Insight จ.มุกดาหาร
เดินทางมาถึงบทสรุปกันแล้วครับ จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นว่า “มุกดาหาร” เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพการท่องเที่ยวที่ “ครบเครื่องและสมดุล” มากที่สุดจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานเลยครับ
จุดแข็ง: มีแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวครบทั้ง 3 ด้านหลัก คือ เทศกาล (26%) , ธรรมชาติ (25%) และ วัด (24%)
พลังศรัทธา x Influencer: ปรากฏการณ์ “วัดภูมโนรมย์” ที่ได้อานิสงส์จาก “เบลล่า ราณี” และ “งานออกพรรษา” ที่มี “โยชิ รินรดา” มาร่วมงาน พิสูจน์แล้วว่าพลังของคนดังช่วยปลุกกระแสการท่องเที่ยวสายมูและวัฒนธรรมได้มหาศาล
พฤติกรรมนักท่องเที่ยว: ส่วนใหญ่มาเป็น “ครอบครัว” (33%) และนิยมเที่ยวแบบ “One Day Trip” (39%) โดยใช้ รถส่วนตัว เป็นหลัก
เทรนด์ใหม่: การท่องเที่ยวแบบ “Camping” (25%) มาแรง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการและการพัฒนาการท่องเที่ยว
สำหรับผู้ประกอบการ:
เกาะกระแส “พญานาค” และ “สายมู”: ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ หรือที่พัก ควรมีกิมมิคหรือจุดเช็คอินที่เชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องพญานาค หรือโปรโมตเส้นทางไหว้พระใกล้เคียงร้าน
เจาะตลาด “Camping & Glamping”: ธุรกิจที่พักควรเพิ่มโซนกางเต็นท์ หรือจัดทำแพ็กเกจที่พักสไตล์แคมป์ปิ้ง พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เพื่อรองรับดีมานด์ที่กำลังพุ่งสูง
เตรียมพื้นที่ “จอดรถ”: สำคัญมาก เพราะลูกค้าเกือบ 90% ขับรถมาเอง ร้านไหนจอดรถง่าย มีชัยไปกว่าครึ่งครับ
สำหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยรวมของจังหวัด:
ชูจุดขาย “เมือง 3 ธรรม”: (ธรรมะ-ธรรมชาติ-วัฒนธรรม) โปรโมตเส้นทางท่องเที่ยวที่ผสมผสานทั้งการไหว้พระ, เที่ยวธรรมชาติ และงานเทศกาลในทริปเดียว เพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวอยู่นานขึ้น
Influencer Marketing is Key: สานต่อความสำเร็จจากคุณเบลล่าและคุณโยชิ โดยการเชิญ Influencer สายท่องเที่ยวและสายมู มาทำคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาโมเมนตัมของการเป็น “เมืองพญานาค” ที่ต้องมาเยือน
ยกระดับ “งานออกพรรษา”: พัฒนางานแข่งเรือยาวและงานออกพรรษาให้เป็น “World Class Event” ริมโขง เพราะมีฐาน Engagement ที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว
หวังว่า Data Research Insight มุกดาหาร ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อชาวมุกดาหารและผู้ที่สนใจทุกคนนะครับ
Coming Soon…
คลิกเพื่ออ่านบทความ Project Data Research Insight ก่อนหน้า > Over All ไทยแลนด์ เขาใหญ่ เกาะเสม็ด หัวหิน เชียงราย กาญจนบุรี เชียงใหม่ นครนายก Over All ไทยแลนด์(2) น่าน แม่ฮ่องสอน จันทบุรี พัทยา ภูเก็ต ขอนแก่น ระยอง นครราชสีมา ราชบุรี อยุธยา ตาก นครศรีธรรมราช สงขลา อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ เพชรบูรณ์ สุพรรณบุรี
สนใจเรียน AI Social Listening กับการตลาดวันละตอน
ถ้าใครอ่านแล้วอยากทำได้แบบนี้ อยากเรียนรู้การทำ Data Research จาก Social Listening กับการตลาดวันละตอน ตอนนี้มีคอร์สสอนแบบออนไซท์ เน้น Workshop ลงมือทำ 100% ค่าเรียนคนละ 9,900 บาท โดยจะได้รับเครื่องมือ AI Social Listening ในราคาเท่ากันไปใช้ฟรี 1 เดือนเต็ม
สนใจอ่านรายละเอียดและสมัครก่อนเต็มได้ที่ฟอร์มด้านล่างนี้ครับ
และนี่คือผลงานของผู้เรียนคลาส Social Listening รุ่น 32 กับการตลาดวันละตอน
ครั้งนี้เป็นผลงานของผู้เรียนที่ไม่ได้มาจากสาย Data โดยตรง แต่สนใจอยากเข้าใจผู้บริโภคให้ลึกขึ้นเลยลองมาเรียนดูสักครั้ง
และจากหลักการ 8 Step Social Listening ที่ได้เรียนไปในคลาส ผู้เรียนก็เอาไป Apply กับหมวด Cleansing ได้อย่างดี จนออกมาเป็น Insight ที่น่าสนใจเพียบ
เริ่มจากการดูว่า Texture แบบไหนกำลังได้รับความนิยม โดยจะเห็นว่า “ไมเซลล่า/วอเตอร์” และ “บาล์ม” คือ 2 กลุ่มที่คนพูดถึงเยอะที่สุด ต่อมาก็เจาะลึกต่อว่า แล้วผู้บริโภค เลือกซื้อเพราะอะไร จะเห็นว่า Key Feature ที่มาแรงคือ “ล้าง + บำรุง” ได้ในขั้นตอนเดียว และ “ล้างเมคอัพกันน้ำได้” ส่วนเหตุผลที่ซื้อจริง ๆ กลับไม่ได้อยู่ที่แบรนด์ แต่เป็นเพราะ “ขวดใหญ่” และ “ราคาดี”
บอกเลยว่า ไม่ได้แค่ดูผิวเผิน แต่ผู้เรียนลงลึกถึงระดับ Benefit, Ingredient, Skin Concern ไปจนถึงการ Mapping ภาพรวมของ Category ได้อย่างครบถ้วน
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผู้เรียนคนหนึ่งที่ไม่เคยทำ Data มาก่อน ก็สามารถทำได้จริงในเวลาไม่กี่วัน หลังจากได้ลงมือฝึกในคลาสแบบ Workshop และถ้าทำได้ขนาดนี้ ก็รับ Certified จากพี่หนุ่ยไปเลยแบบไม่ต้องสงสัยครับ