เปิดเทรนด์ Caketing เมื่อเค้กไม่ใช่แค่ของหวาน แต่เป็น Story ของแบรนด์

ต้องยอมรับว่าเทรนด์ของกินทุกวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องรสชาติอีกต่อไป แต่ถูกยกระดับให้กลายเป็น “ประสบการณ์” ที่ทั้งมองแล้วว้าว และแชร์ต่อได้ทันที หนึ่งในเทรนด์ที่กำลังเป็นกระแสแรงทั้งในไทยและต่างประเทศก็คือ “Caketing” การนำสินค้า สิ่งของ หรือแม้แต่แบรนด์ มาสร้างสรรค์ใหม่ให้อยู่ในรูปของเค้กอย่างเหมือนจริงแบบไม่น่าเชื่อค่ะ

ซึ่งเบื้องหลังเทรนด์นี้มีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ ซึ่งวันนี้เราจะขอพาทุกคนไปย้อนรอย พร้อมดูว่าทำไมเค้กธรรมดาถึงกลายมาเป็นสื่อการตลาดสุดครีเอทีฟที่แบรนด์ใหญ่เองยังอยากร่วมวงค่ะ

หนึ่งในคนที่ทำให้เทรนด์นี้เป็นที่รู้จักในประเทศไทยคือ คุณมะเหมี่ยว mmfuwong อินฟลูเอนเซอร์และเจ้าของร้านเค้ก ที่สร้างคอนเทนต์การทำเค้กในรูปแบบที่ไม่ธรรมดา เริ่มตั้งแต่เค้กทรงกระปุกครีม น้ำยาปรับผ้านุ่ม มาส์กหน้า ไปจนถึง เค้กเสาบ้าน ที่ทั้งสร้างสรรค์และชวนคนดูตั้งคำถามว่า “ของจริงหรือเปล่า?”

และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนหันมาสนใจเทรนด์นี้มากขึ้น จนกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงทั้งในโลกออนไลน์และในหมู่ครีเอเตอร์ เพราะมันไม่ใช่แค่ “ของกิน” แต่คือ การสร้างประสบการณ์ใหม่ผ่านสายตาและความรู้สึกของผู้ชม
ในบทความนี้ เราจึงจะพาไปย้อนดูที่มาของเทรนด์นี้ ว่ากว่าจะมาถึงจุดที่เค้กกลายเป็นสื่อแทนแบรนด์ มันเริ่มจากอะไร และทำไมเทรนด์นี้ถึงมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่เห็นในตอนนี้ค่ะ

จาก Real or Fake และ Real or Cake สู่ “รีอัลออฟาเก้” และ “จริงหรือเค้ก”

จริง ๆ แล้วเทรนด์ที่นำสิ่งของมาให้คนทายว่าเป็นของจริงหรือของเลียนแบบนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกโซเชียล โดยเฉพาะในต่างประเทศที่มีคอนเทนต์ลักษณะนี้อยู่มากมาย ทั้งใน TikTok และ YouTube ที่มักจะนำเสนอให้คนทายว่าอันไหน “Real” และอันไหน “Fake” ผ่านวัตถุต่าง ๆ ที่ดูเหมือนจริงสุด ๆ

นอกจากนี้ ยังมีรายการจาก Netflix อย่าง Is It Cake? ที่ขยับไอเดียให้ไกลขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการท้าให้ผู้เข้าแข่งขันทำ “เค้กที่ดูเหมือนของจริง” มากที่สุด แล้วให้กรรมการและคนดูทายว่าอันไหนคือของจริง อันไหนคือเค้ก ซึ่งรายการนี้ก็กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก

เมื่อกระแสจากต่างประเทศเข้ามา คนไทยก็ไม่พลาดที่จะหยิบมาเล่นด้วยอารมณ์ขันแบบไทย ๆ โดยเริ่มจากล้อเลียนคลิปของต่างประเทศที่มีการออกเสียง “Real or Fake” แบบเพี้ยนให้กลายเป็น “รีอัลออฟาเก้” และกลายเป็นศัพท์โซเชียลที่ใช้กันสนุกปาก เช่น “รีอัลออฟาเก้ป่ะเนี่ย” หรือ “ฟาเก้ชัด ๆ”

คลิปต้นฉบับจาก @ditanganu

และ คลิปล้อเลียนจาก @tigercryy หรือที่เรารู้จักในชื่อ เลิ่กลั่ก

@galumdok

ก็ไม่ได้ทักไปเขาทักมา #pov #fyp #realorfake

♬ suara asli – DitaKerang🌊 – DitaKerang🌊

ต่อมาคอนเทนต์กลุ่มนี้ก็พัฒนาไปสู่แนว “Real or Cake” โดยเฉพาะคลิปที่ทำเค้กให้เหมือนของจริงจนแทบแยกไม่ออก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า หรือแม้กระทั่งสิ่งของในบ้าน ซึ่งใน TikTok ต่างประเทศก็มี Creator ที่โดดเด่น เช่น redrosecake_tubageckil ซึ่งเป็นนักปั้นเค้กระดับเทพที่ทำทุกอย่างให้ออกมาดูเหมือนจริงจนน่าทึ่ง

@redrosecake_tubageckil

A sweet surprise on a walk 😁🍰🐢 For more hyper-realistic cakes, you can check out my YouTube / Redrosecake-Tuba Geçkil channel. 🤍 Link in my bio👆👆

♬ TUBA GEÇKİL – orijinal ses – TUBA GEÇKİL
@redrosecake_tubageckil

Mutfağımın pasta olduğunu daha önce söylemiş miydim? 😁🍰 Did I ever tell you that my kitchen is cake? 😁🍰 #işbirliği #reklam #cakeorfake #everythingiscake #realorcake #kitchen

♬ orijinal ses – TUBA GEÇKİL

“จริงหรือเค้ก” จากไวรัลสู่วลีประจำวัน

ในประเทศไทย คำว่า “จริงหรือเค้ก” กลายเป็นศัพท์ที่นิยมใช้กันแพร่หลาย ไม่ใช่แค่ในโลกออนไลน์ แต่ยังไหลไปสู่การพูดคุยในชีวิตประจำวัน เช่น เวลาสงสัยว่าอะไรบางอย่างดูดีเกินจริง หรือดูไม่น่าเชื่อ ก็มักจะมีคนพูดว่า “เค้กป่ะเนี่ย?” หรือ “จริงหรือเค้ก?”

และตอนนี้อีกกระแสที่กำลังมา Caketing

จากจุดที่เค้กเป็นเพียงวัตถุลวงตาเพื่อให้คนดูทาย ตอนนี้มันกลายเป็นสื่อเล่าเรื่องของแบรนด์อย่างเต็มตัว เทรนด์ใหม่นี้เรียกว่า Caketing การนำสินค้าหรือแบรนด์ต่าง ๆ มาสร้างสรรค์เป็นเค้กเพื่อสื่อสารกับผู้คนในรูปแบบใหม่ค่ะ

หนึ่งใน Creator ที่เป็นผู้นำเทรนด์นี้ในไทยคือ คุณมะเหมี่ยว mmfuwong ที่มีความโดดเด่นในด้านการออกแบบเค้กอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่เค้กในพิธีแต่งงานหรือเค้กวันเกิดธรรมดา แต่คือเค้กที่กลายเป็น “งานศิลป์” ที่เล่าเรื่องแบรนด์ และทำให้คนต้องหยุดดูทุกครั้ง

จุดเด่นคือเธอไม่ใช้วิธีหั่นโชว์แบบ Real or Cake แต่จะ “เฉลย” อย่างนุ่มนวลว่าเค้กที่เห็นเป็นของกินจริง ๆ ด้วยการถ่ายแบบมุมกล้องเฉพาะ หรือหยิบเค้กเข้าปากกินแบบเนียน ๆ สร้างความประหลาดใจและรอยยิ้มให้กับผู้ชม

ในหลายคลิป คุณมะเหมี่ยวไม่เพียงแค่ทำเค้กให้สวยและเหมือนจริงเท่านั้น แต่ยังนำเค้กเหล่านี้ไปใช้ในการสร้างการจดจำแบรนด์ เช่น การทำเค้กเป็นถุงผลิตภัณฑ์ไฮยีน, ทำเค้กเป็นโทรศัพท์ Samsung Galaxy S25 Ultra, หรือแม้แต่เสื้อกินได้จากช็อกโกแลต Callebaut ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่แปลกใหม่แต่เปี่ยมด้วยจินตนาการ

นอกจากนี้ เธอยังทำเค้กเป็นประติมากรรมเพื่อใช้ในแคมเปญของคลินิกความงาม และแบรนด์ความงามต่าง ๆ เช่น งานฉลอง International Women’s Month หรือเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Dermatige ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่เพียงทำให้แบรนด์ดู “เข้าถึงได้” แต่ยังกลายเป็นคอนเทนต์ที่ผู้คนอยากแชร์และพูดถึง

แบรนด์ใหญ่ก็เริ่มสนใจ Caketing

ไม่ใช่แค่ครีเอเตอร์เท่านั้นที่มองเห็นโอกาสใน Caketing แต่ตอนนี้หลายแบรนด์เองก็เริ่มหันมาสนใจเทรนด์นี้เช่นกัน ตัวอย่างที่เห็นชัดคือแบรนด์อย่าง L’Oreal Paris ที่ส่งลิปสติก “กินได้” มาให้ครีเอเตอร์ลองรีวิว เป็นมุกใหม่ที่สนุก มีส่วนร่วม และเปลี่ยนลิปธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ ผ่านสินค้าลิปแมท #matteresistanceth ค่ะ

@meijilucksika

ลองกิน ลิป ลอรีอัล ชอบสีไหนกัน? 💄😚 #รีวิวบิวตี้ #Makeup #LOrealParisTH #LOrealMakeupTH ​​ #MatteResistanceTH

♬ original sound – Meijimill – Meijimill
@tntinna

ลิป กินได้อยู่ทางนี้ ! ตัวจึ้งมาแล้ววว L‘Oreal Paris ตัวดังสีสวยมากกกก ต้องมีค่ะสาว✨💄 #รีวิวบิวตี้ #Makeup #LOrealMakeupTH #LOrealParisTH #MatteResistanceTH #tiktoklooks #tiktokป้ายยา

♬ Messy (From F1® The Movie) – ROSÉ
เปิดเทรนด์ Caketing เมื่อเค้กไม่ใช่แค่ของหวาน แต่เป็น Story ของแบรนด์

เทรนด์ Caketing คือบทพิสูจน์ว่าเค้กในวันนี้ไม่ใช่แค่ของหวาน แต่สามารถเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องแบรนด์ สร้างประสบการณ์ และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในมือของ Creator อย่างคุณมะเหมี่ยว mmfuwong ที่เปลี่ยนเค้กธรรมดาให้กลายเป็นผลงานศิลปะ และสื่อที่แบรนด์อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง

ไม่ว่าจะเป็นเค้กในรูปลิปสติก ถุงของขวัญ หรือเสาบ้าน ทุกชิ้นล้วนดึงดูดสายตา กระตุ้นอารมณ์ และชวนให้คนดูตั้งคำถาม ซึ่งก็คือคุณสมบัติสำคัญของคอนเทนต์ที่ดีในยุคนี้ และ Caketing เป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ที่จะได้เล่าเรื่องในรูปแบบใหม่ ๆ รูปแบบที่ “กินได้ แชร์ได้ และรู้สึกได้” ในคราวเดียวกัน

ขอบคุณภาพจาก Shutterstock AI Generator
Prompt : A fashionable asian woman playfully pretending to eat a hyper-realistic cake shaped like a smartphone, editorial style lighting, clean white background, joyful expression, close-up shot, high fashion outfit, soft shadows and glossy surface, product detail looks realistic but edible, Caketing trend, creative surreal marketing concept, no text, photo-realistic

และนี่คือ เปิดเทรนด์ Caketing เมื่อเค้กไม่ใช่แค่ของหวาน แต่เป็น Story ของแบรนด์ ถ้าชอบ หรือ สนใจอยากอ่านบทความด้านการตลาดแบบนี้อีก ผู้เขียนฝากติดตามด้วยนะคะ หรือ ถ้าใครอยากให้ผู้เขียนนำมุมมองการตลาดแบบไหนมาเล่าให้ฟัง สามารถคอมเมนต์บอกกันได้เลยนะคะ 

สำหรับนักอ่านที่ชอบ และ อยากอ่านบทความเกี่ยวกับการตลาดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารด้านการตลาดต่าง ๆ สามารถติดตามได้จาก เพจการตลาดวันละตอน รวมไปถึง Twitter Instagram YouTube ของการตลาดวันละตอนได้เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะヽ(•‿•)ノ

อ่านบทความไอเดียการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

มิ้นนะคะ ● ⋏ ● เป็น Senior Marketing Content Creator & Data Researcher ของการตลาดวันละตอน ٩(◕‿◕)۶ I'm Content Writer, Digital Marketer, Ads optimizer ตั้งใจสรรสร้างทุกบทความ หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์ และ ชอบนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *