Facebook Live 2025 เปิดไพ่ลับเพิ่มยอดขายด้วย Customer Journey

ไหน ๆ ใครขายของผ่านไลฟ์สดบ้างคะ ยกมือขึ้น! เชื่อว่าหลายคนคงเจอปัญหาซ้ำซากที่ทำให้ปวดเฮดกลุ้มฮาร์ทเวลาขายของผ่านไลฟ์ใช่ไหมคะ เช่น พอบอกโค้ดสินค้าปุ๊บ คอมเมนต์สั่งซื้อก็ตามมารัว ๆ จนตามแทบไม่ทัน บางทีคอมเมนต์ตกหล่นไม่ได้อ่านก็มี ส่วนลูกค้าบางคนก็เพิ่งเข้ามาดูไลฟ์ ไม่เข้าใจว่าต้องทำยังไง เห็นสินค้าก็อยากจะซื้อ แต่พอขั้นตอนดูงง ๆ วุ่นวาย ก็หนีออกจากไลฟ์ไปอีกต่างหาก
แบบนี้คนขายก็เหนื่อย ลูกค้าก็ท้อ แล้วจะทำยังไงให้การไลฟ์สดทั้งขายง่าย ลูกค้าก็ช้อปสะดวก แบบไม่ต้องพิมพ์โค้ดซ้ำ ๆ ไม่ต้องไล่ถามสินค้าทีละตัว คำตอบก็คือ ใช้ฟีเจอร์ Facebook Live Shopping นั่นเองค่ะ 

ไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสไปฟังการบรรยายของคุณวรากร Business Education Trainer จาก Meta ในงาน “ปั้นยอดขายให้ปังรับปี 2025 ด้วย Feature ใหม่จาก Facebook by ZWIZ.AI” มาค่ะ วันนี้จะมาแบ่งปันเรื่องราวของฟีเจอร์ใหม่อย่าง Facebook Live Shopping ที่ล่าสุดปักตะกร้าได้แล้วนะ! ทำให้คนขายก็แฮปปี้ ลูกค้าก็ยิ่งชอปสนุก เงินไหลออกจากกระเป๋าแบบไม่ทันตั้งตัว ถ้าทุกคนพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยค่ะ

ก่อนอื่นเลย ข้อมูลที่น่าสนใจจาก Decision Lab บอกไว้ว่า 79% ของกลุ่มเป้าหมายในไทยดูไลฟ์สดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และในจำนวนนี้ 78% ใช้เวลาดูไลฟ์อย่างน้อย 30 นาที เลยทีเดียวค่ะ เรียกได้ว่า 8 ใน 10 คน คือสายดูไลฟ์ตัวจริง

Facebook Live

และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ การดูไลฟ์ไม่ได้จบแค่ความบันเทิงนะคะ เพราะมีคนไทยถึง 7 ใน 10 ที่ตัดสินใจซื้อสินค้าหลังจากดูไลฟ์เสร็จ นอกจากนี้ยังมีถึง 79% ที่กลับมาซื้อซ้ำจากไลฟ์ชอปปิงของแบรนด์เดิมอย่างน้อยเดือนละครั้ง และเมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อครั้งแรก พบว่าในการซื้อซ้ำครั้งที่ 2 มีลูกค้าถึง 44% ที่ยอมจ่ายเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกด้วยค่ะ

Facebook Live

เห็นแบบนี้แล้ว การไลฟ์สดขายของก็คือช่องทางที่ทั้งน่าสนใจและเป็นโอกาสทองสุด ๆ และแพลตฟอร์มที่เป็นที่นิยมที่สุดที่คนไทยเลือกดูไลฟ์ชอปปิง ก็คือ Facebook นั่นเองค่ะ

แต่ในยุคที่คู่แข่งเยอะเต็มหน้าฟีดแบบนี้ เราจะไลฟ์ยังไงให้ปัง โดยไม่โดนกลืนหายไปในฝูงชนล่ะคะ? วันนี้เราจะมาลงลึก วิธีไลฟ์ชอปปิง ให้เห็นผล โดยผู้เขียนจะเล่าไปพร้อมกับหลัก Customer Journey ที่ช่วยให้เห็นเส้นทางการตัดสินใจซื้อของลูกค้าได้ชัดขึ้น และได้เรียนรู้วิธีที่จะช่วยเปลี่ยนจาก “คนแปลกหน้า” ให้กลายเป็น “ลูกค้าประจำ” กันค่ะ

ก่อนอื่น อย่าคิดว่าไลฟ์ชอปปิงเหมาะกับร้านออนไลน์ที่ขายสินค้าทั่วไปอย่างเดียวนะคะ เพราะธุรกิจไหน ๆ ก็ใช้ได้หมด อย่างโรงแรมก็ยังสามารถไลฟ์สดพาชมห้องพักได้ทุกซอกทุกมุม เล่าเรื่องได้ดีกว่าโพสต์เฉย ๆ ด้วย แต่ก่อนจะไปถึงขั้นขายดีจนมือเป็นระวิง สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือ สร้างแค็ตตาล็อกสินค้า ค่ะ

แค็ตตาล็อกก็เปรียบเสมือนหน้าร้านค่ะ ถ้าวางไม่สวย ดูไม่น่าเชื่อถือ ก็ยากที่จะดึงดูดลูกค้า แล้วแค็ตตาล็อกที่ดีต้องมีอะไรบ้าง?

  1. รูปภาพชัดเจน: ความละเอียดสูง เห็นสินค้าทุกมุมไปเลย (อย่างน้อย 500×500 พิกเซล ขนาดไฟล์สูงสุด 2 MB)
  2. ชื่อสินค้าสั้น กระชับ: ไม่ต้องยาวเป็นเรียงความ เช่น “กางเกงช้างขายาว” แทนที่จะใส่ยืดยาวว่า “กางเกงช้างขายาวเนื้อผ้านุ่ม ยืดหยุ่น ใส่สบายทุกองศา”
  3. ราคาชัดเจน: อย่าลืมระบุเป็นราคาล่าสุดนะคะ ลูกค้าจะได้ไม่ลังเล
  4. ใส่ข้อมูลสินค้า (หากมี) เช่น ขนาด สี หรือรูปแบบต่าง ๆ ที่มีให้เลือกซื้อ
  5. ใส่คำอธิบายสินค้า: ใส่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจซื้อ ไม่ซ้ำกับชื่อสินค้า เพื่อไม่ให้ดูเหมือนสแปมมากเกินไป

นอกจากนี้ ทาง Meta ยังแนะนำให้มีสินค้าอย่างน้อย 6 รายการ ในแค็ตตาล็อก พร้อมตรวจสอบให้ข้อมูลอัปเดตอยู่เสมอภายใน 6 เดือน และต้องหลีกเลี่ยงการขายสินค้าใน 6 กลุ่มต้องห้าม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม, สินค้าทางการแพทย์และสุขภาพ, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เครื่องสำอางใช้แล้ว, สินค้าสำหรับผู้ใหญ่ และการพนัน เพื่อให้แคมเปญรันได้ราบรื่นที่สุดค่ะ

และสำหรับใครที่มีแค็ตตาล็อกอยู่แล้วบนแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์ อย่าง ZWIZ.AI การซิงค์สินค้าเข้ากับ Facebook ก็ทำได้ง่าย ๆ เลยค่ะ เพียงเข้าไปที่แพลตฟอร์ม เลือกสินค้าที่ต้องการ จากนั้นคลิก “การซิงค์กับ Facebook” แล้วเลือกแค็ตตาล็อก Facebook ที่ต้องการใช้ กด “ซิงค์” และรอให้ระบบทำงานให้เสร็จ เท่านี้ก็สามารถดูตัวอย่างประสบการณ์การซื้อผ่าน Messenger ได้เลยค่ะ

ทาง Meta ได้แบ่ง Customer Journey ของลูกค้าออกเป็น 6 ขั้น ซึ่งไม่ได้เรียง Funnel เป็นเส้นตรงนะคะ แต่วนเป็นอินฟินิตี้ เพราะเราสามารถกลับมา Engage กับลูกค้าเก่าได้เสมอค่ะ จะเป็นอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ!

Facebook Live

เริ่มจากทำให้คนรู้จักไลฟ์ของเราก่อน ด้วยการตั้งค่าโปรโมตไลฟ์ล่วงหน้าผ่าน โฆษณาแบบวิดีโอถ่ายทอดสด เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่รู้จักเราและกลุ่มที่มีแนวโน้มจะมาเป็นลูกค้าเราค่ะ

จากการศึกษาของ Forrester Consulting ระบุว่า 79% ของผู้ใหญ่ชาวไทยต้องการสื่อสารกับธุรกิจผ่านการส่งข้อความ อีกทั้ง 95% ของธุรกิจบอกว่าประสบการณ์ของลูกค้าดีขึ้น และ 93% บอกว่าและรายได้เติบโตขึ้น เมื่อใช้การส่งข้อความสำหรับธุรกิจของ Meta ด้วย

Facebook Live

เพราะฉะนั้น แม้ว่าการโปรโมตไลฟ์มีมากมายหลายวิธี แต่วิธีที่แนะนำเป็นพิเศษเลย คือ เครื่องมือ “Live + การคลิกไปยัง Messenger” ที่จะช่วยดึงลูกค้าที่สนใจมาพูดคุยกับแบรนด์ได้ง่ายขึ้นค่ะ ข้อดีก็คือ ลูกค้าจะไม่ต้องคอมเมนต์ถามในที่สาธารณะ แต่จะส่งข้อความมาหาเราใน Messenger ส่วนตัว ซึ่งช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว แถมเพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้นด้วยค่ะ

ในขั้นนี้จะอยู่ที่ “วิธีไลฟ์” ของเราค่ะ ว่าเราจะทำยังไงให้ลูกค้ารู้สึกสนใจและมั่นใจในสินค้า เช่น

  • สาธิตการใช้งาน – โชว์ให้เห็นเลยว่าสินค้าดียังไง
  • เปรียบเทียบจุดเด่น กับสินค้าอื่น ๆ
  • ตอบคำถามสด ๆ – ลูกค้าจะได้เคลียร์ข้อสงสัยทันที แถมยังมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ขายมากขึ้นด้วย
  • จัดโปรโมชั่นพิเศษช่วงไลฟ์ เช่น ส่วนลด ของแถม สิทธิพิเศษ

โดยฟีเจอร์ไลฟ์ชอปปิงนี้จะช่วยให้ลูกค้ากดดูสินค้าได้ในขณะไลฟ์ ลูกค้าจะเห็นลิสต์สินค้าและกดดูข้อมูลได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคอยพิมพ์ถามให้เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ

นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนมองว่าเป็น “ไฮไลท์” ของไลฟ์ชอปปิงเลยค่ะ เพราะเรียกได้ว่าเป็นเส้นทางที่ Seamless ลดความซับซ้อนของเส้นทางไลฟ์ตั้งแต่การพิจารณาไปจนถึงการซื้อ จึงทำให้สะดวกคนซื้อ สบายคนขายได้นั่นเอง

Facebook Live
  • ลูกค้าสามารถกดเลือกสินค้า กดจำนวน และส่งข้อความมาที่ Messenger เพื่อสั่งซื้อได้เลย ไม่ต้องพิมพ์โค้ด ให้ยุ่งยากอีกต่อไป
  • แอดมินเองก็สะดวก ไม่ต้องคอยไล่ดูคอมเมนต์ แถมลดข้อผิดพลาดที่ลูกค้าพิมพ์ผิดด้วย
  • คนขายก็สามารถ ปักตะกร้าสินค้า ได้แบบเรียลไทม์ ถ้ากำลังพูดถึงสินค้าไหนอยู่ ก็ทำให้เด่นขึ้นมาได้ทันทีค่ะ ลูกค้าจะได้เห็นชัด ๆ ว่าตอนนี้พูดถึงสินค้าไหน และกดสั่งซื้อได้เลย

หลังจากลูกค้าสั่งซื้อ ถ้าเรามีระบบจากแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์ เช่น ZWIZ.AI มาช่วยก็จะเพิ่มความสะดวกรวดเร็วไปอีกขั้น เพราะจะมี Chat bot ส่งข้อความยืนยัน พร้อมรายละเอียดการชำระเงินไปทันทีค่ะ ลูกค้าไม่ต้องรอแอดมินตอบ แถมบอทยังช่วยสรุปออเดอร์ ติดตามการชำระเงิน และปิดการขายได้เร็วขึ้นอีกด้วย

หลังจากที่ดึงดูดลูกค้าใหม่เข้ามาแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ กระตุ้นการมีส่วนร่วมกับกลุ่มลูกค้าเดิมหรือกลุ่มที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาก่อนค่ะ ซึ่งเราสามารถทำได้โดยการโปรโมตไลฟ์หรือโฆษณาแบบเจาะจงไปยังกลุ่มเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยซื้อสินค้าหรือบริการ เคยดูไลฟ์ก่อนหน้า เคยกดไลก์ แชร์ หรือแสดงความคิดเห็น เพื่อสร้างการจดจำและดึงความสนใจให้กลับมาดูไลฟ์อีกครั้ง รวมถึงช่วยกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าให้เหนียวแน่นขึ้นด้วยค่ะ

สุดท้ายนี้ ผู้เขียนมองว่าเป็นการทำให้ลูกค้ากลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ และพร้อมจะช่วยแนะนำแบรนด์ให้กับคนอื่น ๆ ผ่านการแชร์ไลฟ์ จะทำให้วนกลับไปที่ขั้นตอนแรก “การค้นพบ” อีกครั้งค่ะ เพราะเมื่อลูกค้าประทับใจและพึงพอใจกับสินค้าและบริการของเราแล้ว นอกจากพวกเขาจะกลับมาซื้อซ้ำแล้ว ที่สำคัญคือพวกเขายังบอกต่อให้เพื่อน ๆ หรือคนรู้จักมาซื้อสินค้าจากเราอีกด้วย เป็นการเพิ่มการรับรู้นั่นเอง

นอกจากนี้ สำหรับใครที่อยากทำไลฟ์ชอปปิงให้ปัง การตั้งค่าโฆษณาที่ถูกต้องถือเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ นี่คือเคล็ดลับที่ช่วยให้โฆษณาของเราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุดจาก Meta

  1. ตั้งงบประมาณให้เหมาะสม
    หลีกเลี่ยงการใช้การปรับงบประมาณแบบ Advantage สำหรับวิดีโอถ่ายทอดสด ควรกำหนดงบประมาณเองในระดับชุดโฆษณา
  2. เลือกใช้งบประมาณตลอดอายุแคมเปญ
    ตั้งงบประมาณแบบตลอดอายุการใช้งาน พร้อมกำหนดเวลาสิ้นสุดโฆษณา โดยใช้กลยุทธ์แคมเปญแบบค่าเริ่มต้น “ปริมาณสูงสุด”
  3. ไลฟ์สดให้นานพอ
    กำหนดระยะเวลาโฆษณาให้สอดคล้องกับเวลาไลฟ์สด แนะนำให้ไลฟ์อย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะหากถ่ายทอดสดสั้นเกินไป อาจทำให้โฆษณาแสดงไม่ครบตามเกณฑ์
  4. เลือกประเภทการแสดงโฆษณาแบบ “มาตรฐาน”
    เพื่อให้ระบบจัดแสดงโฆษณาในจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุด
  5. สร้างแคมเปญใหม่เสมอ
    ควรสร้างแคมเปญใหม่ แทนการใช้แคมเปญเก่า เพื่อลดปัญหาความซ้ำซ้อน เช่น วันนี้ไลฟ์ไปแล้วเมื่อตอนบ่าย แล้วจะไลฟ์ใหม่ช่วงค่ำ ๆ ให้สร้างแคมเปญใหม่เลย
  6. ใช้กลุ่มเป้าหมายแบบกว้าง
    การกำหนดเป้าหมายแบบกว้างจะช่วยให้โฆษณาเข้าถึงผู้ชมได้ดีและเร็วขึ้น ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพราะถ้าเราตั้งกลุ่มเป้าหมายซับซ้อน ระบบจะทำการเรียนรู้นาน กว่าจะโฆษณา เราอาจไลฟ์ไป 1-2 ชั่วโมงแล้ว ก็จะเสียโอกาสไป
  7. ปิดฟีเจอร์ “รีไวนด์”
    ในการตั้งค่าวิดีโอถ่ายทอดสด แนะนำให้ปิดตัวเลือกนี้ เพื่อให้ผู้ชมเห็นโฆษณาขณะนั้นได้เลย และโฆษณาสามารถอนุมัติได้เร็วด้วยค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะกับเทคนิคดี ๆ สำหรับ Facebook Live Shopping เห็นไหมคะว่า ไลฟ์ชอปปิงสามารถเปลี่ยนจากคนที่ไม่รู้จักให้กลายเป็นลูกค้าประจำได้ ผ่านกระบวนการ Customer Journey ที่วางแผนมาอย่างดี จากการสร้างแค็ตตาล็อกที่ครบถ้วน ไปจนถึงการปิดการขายแบบราบรื่น ไม่ว่าจะใช้ฟีเจอร์ปักตะกร้าสินค้า การส่งข้อความผ่านระบบ Facebook Messenger หรือใช้พาร์ทเนอร์อย่าง ZWIZ.AI ช่วยจัดการแชท ทุกอย่างนี้ล้วนช่วยแก้ปัญหาให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้แบบครบวงจรเลยทีเดียวค่ะ

หากยังลังเลว่าจะเริ่มขายผ่านไลฟ์ดีไหม บอกเลยว่า ต้องลองดูแล้วนะคะ ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงแบบนี้ การที่เราได้รู้เคล็ดลับดี ๆ แบบนี้นำมาปรับใช้ จะช่วยให้ธุรกิจของเราก้าวนำหน้าคู่แข่งไปอีกขั้นแน่นอนค่ะ และสำหรับใครที่สนใจการใช้ ZWIZ.AI เข้ามาช่วยใน Facebook Live Shopping คลิกที่นี่ ได้เลย แล้วพบกันใหม่บทความหน้านะคะ :0)

อ่านบทความเพิ่มเติมที่นี่

โอปอ Marketing Content Creator และ Data Insight Researcher ของการตลาดวันละตอน ⋆˚✿˖° ดีใจที่ได้แชร์เรื่องราวกับทุกคนค่ะ อย่าลืมยิ้มให้ตัวเองทุกวัน และฝากติดตามบทความต่อไปด้วยนะคะ ( 。•ㅅ•。)~✧

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *