7-customer-types-for-sales-merrill-reid-neuroeconomics

รู้จัก 7 ประเภทลูกค้า ผ่านโมเดล Merrill-Reid และ Neuroeconomics

ในโลกของการขาย การเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ หากคุณผู้อ่านเป็นนักขายหรือนักการตลาดที่ต้องการปิดการขายให้ได้ทุกครั้ง การรู้จักบุคลิกภาพและพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้านั้นคือสิ่งสำคัญ ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนจะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับโมเดล Merrill-Reid และ Neuroeconomics ที่จะช่วยเราแบ่ง ประเภทลูกค้า แบบที่ไม่ว่าจะเจอลูกค้าแบบไหนก็เอาอยู่ ถ้าพร้อมแล้ว ก็ลุยกันเลย!

แบ่ง ประเภทลูกค้า ด้วยโมเดล Merrill-Reid

หลักการ Merrill-Reid เป็นวิธีที่เอาไว้สร้างโปรไฟล์ของลูกค้าซึ่งเป็นโมเดลทางพฤติกรรมที่ใช้แบ่งประเภทบุคลิกภาพของลูกค้าออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ นักวิเคราะห์ (Analytical), นักขับเคลื่อน (Driver), ผู้เป็นมิตร (Amiable) และผู้ที่กล้าแสดงออก (Expressive)

7 ประเภทลูกค้า ที่นักขายต้องรู้ ผ่านโมเดล Merrill-Reid และ Neuroeconomics

ทำไมโมเดลนี้จึงสำคัญ? เนื่องจากโมเดลนี้สามารถทำให้เราเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถปรับเทคนิคในการขายให้เข้ากับเขาได้ หรือว่าง่าย ๆ ก็คือ การที่เราเข้าใจลูกค้าทั้ง 4 ประเภท จะช่วยกำหนดแนวทางการขายของเรานั่นเอง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเปลี่ยนว่าที่ลูกค้าให้กลายเป็นลูกค้าจริง ๆ อีกด้วย เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เราก็ไปดูกันเลยว่าบุคลิกภาพของลูกค้าทั้ง 4 ประเภท มีลักษณะอย่างไรบ้าง?

4 ประเภทลูกค้า ตามโมเดล Merrill-Reid

Analytical นักวิเคราะห์ – ลูกค้าผู้รู้จักสินค้าของเราเป็นอย่างดี

Designed by Freepik

ลูกค้าประเภทนี้มักเป็นคนที่มีระบบระเบียบและมีความรอบคอบ ดังนั้นหากต้องการชนะใจลูกค้าประเภทนี้ ข้อมูลต้องแน่นและถูกต้องพร้อมที่จะตอบคำถามที่ลง detail ของลูกค้าได้ทุกเรื่อง

Driver นักขับเคลื่อน – ลูกค้าผู้ชัดเจน ตรงไปตรงมา

Designed by Freepik

จุดสังเกตของลูกค้าประเภทนี้ คือ เขาจะมุ่งความต้องการไปที่สิ่งเดียวเท่านั้น ฉันมาเพื่อของสิ่งนี้ ดังนั้นในการขายจึงจำเป็นต้อง straight to the point อย่าช้า อ้อมโลก เพราะลูกค้าประเภทนี้จะรู้สึกเสียเวลาและไม่พอใจได้ เนื่องจากเขาให้ความสำคัญกับความพอใจเป็นหลัก ดังนั้นในการขายก็ต้องทำให้เขารู้เห็นอย่างชัดเจนว่าระดับความพอใจของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างไรได้บ้างหลังจากซื้อสินค้าของเราไปแล้ว

Amiable ผู้เป็นมิตร – ลูกค้าผู้ที่ต้องค่อย ๆ ผูกมิตร

Designed by Freepik

บุคลิกภาพของลูกค้าผู้เป็นมิตรจะมีความใจเย็นและมั่นคง ซึ่งการพยายามปิดการขายกับลูกค้าประเภทนี้แบบเร็วเกินไป อาจทำให้เขารู้สึกกดดันและถอยหนีได้ ดังนั้นเราต้องใช้ความอดทนในการสร้างความสนิทใจและมั่นใจกับเขา โดยการเริ่มพูดคุยเรื่องที่มีความเห็นตรงกันเพื่อสร้างความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน หรือพูดถึงรีวิวจากลูกค้าคนอื่นเพื่อสร้างความมั่นใจในสินค้า เป็นต้น

Expressive ผู้ที่กล้าแสดงออก – ลูกค้าผู้ที่พลังเต็มเปรี่ยม

Designed by Freepik

บุคลิกภาพนี้จะเป็นคนที่กล้าแสดงออก กล้าพูด กล้าคิด ฟีลคล้าย ๆ extrovert ซึ่งการดีลกับลูกค้าประเภทนี้ เราต้องบูส energy ให้มีความกระตือรือร้นมากขึ้น และอย่าเป็นนักขาย แต่จงเป็นเพื่อนกับเขา นอกจากนี้ลูกค้าประเภทนี้เขายังเป็นคนใส่ใจผู้อื่น ดังนั้นเราต้อง empathize เขาให้มาก ๆ และพยายาม connect กับเขาเป็นการส่วนตัวมากขึ้น

ซึ่งสิ่งสำคัญในการใช้โมเดล Merrill-Reid ได้แก่ 1) รับฟังความต้องการของลูกค้า 2) Appreciate ประเภทลูกค้าของเรา และ 3) ปรับกลยุทธ์การขายของเราให้เหมาะสมกับเขา

แบ่ง ประเภทลูกค้า ด้วยโมเดล Neuroeconomics

อีกวิธีหนึ่งในการเข้าถึงลูกค้า คือ การระบุประเภทของลูกค้า ซึ่งการวิจัยทางประสาทวิทยาเศรษฐศาสตร์ (Neuroeconomics) ได้แบ่งลูกค้าออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ลูกค้าที่ใช้จ่ายอย่างตระหนี่ถี่เหนียว (Tightwads) ลูกค้าที่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเกินความจำเป็น (Spendthrifts) และลูกค้าที่ใช้จ่ายทั่วไป (Average Spenders)

3 ประเภทลูกค้า ตามโมเดล Neuroeconomics

Tightwads ลูกค้าที่ใช้จ่ายอย่างตระหนี่ถี่เหนียว – โฟกัสที่ราคา

AI image generated by Shutterstock (Prompt : A stingy female shopper, listening to a salesperson, feels the price of the product is too high, salesperson holds a product with a price tag, no face distorted)

ลูกค้า Tightwads จะให้ความสำคัญกับการประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งในการวิจัยระบุว่าลูกค้าเกือบ 1 ใน 4 ของธุรกิจจะเป็นลูกค้าประเภทนี้ ดังนั้นหากต้องการมัดใจลูกค้าประเภทนี้เราจะต้องบอกข้อเท็จจริงและตัวเลขราคาจริง ๆ ต่อเขาไปเลย เพราะอย่างไรก็ตามเขาโฟกัสที่ราคาของสินค้าอยู่แล้ว และถ้าระดับราคาอยู่ในเกณฑ์ที่ลูกค้าเขารับได้ เราก็ไปต่อกับเขา แต่ถ้าไม่ เราก็มองหาลูกค้าคนอื่นแทน

Spendthrifts ลูกค้าที่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเกินความจำเป็น – ซื้อตามอารมณ์

Designed by Freepik

คนที่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย สามารถให้ความหมายได้อีกว่าเป็นลูกค้าที่ ‘ซื้อตามอารมณ์’ ซึ่งลูกค้าประเภทนี้จะตรงข้ามกับ Tightwads โดยสิ้นเชิง ในขณะที่ Tightwads จะชอบออม แต่ Spendthrifts จะชอบใช้เงิน ดังนั้นวิธีมัดใจลูกค้า Spendthrifts จึงตรงข้ามกับ Tightwads เช่นกัน โดยให้เราใช้ eye contact พูดคุย เล่าเรื่องอะไรก็ได้ เพื่อดึงดูดอารมณ์ของเขา อาจจะไม่ต้องพูดถึงราคาเลยก็ได้ถ้าเขาไม่ได้ถาม และแม้ว่าลูกค้าประเภทนี้จะน่าดึงดูดใจสำหรับธุรกิจ แต่น่าเสียดายที่จำนวนลูกค้าประเภทนี้มีเพียงประมาณ 15% ของลูกค้าทั้งหมดเท่านั้นเอง

Average Spenders ลูกค้าที่ใช้จ่ายทั่วไป – มีสัดส่วนมากที่สุด

Designed by Freepik

ลูกค้าประเภทนี้มีสัดส่วนที่ใหญ่อยู่ราว 60% เมื่อเทียบกับลูกค้า 2 ประเภทที่กล่าวถึงไปแล้ว โดยลูกค้า Average Spenders เขาจะมีความคิดเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายอยู่บ้าง แต่ไม่มากเท่า Tightwads และไม่น้อยเท่า Spendthrifts ดังนั้นวิธีมัดใจลูกค้าจึงต้องผสมผสานวิธีจากลูกค้าทั้ง 2 ประเภทดังกล่าว นั่นก็คือ การบอกข้อเท็จจริงและตัวเลขราคาจริง ๆ ในเวลาเดียวกันก็ทำสิ่งที่จะดึงดูดอารมณ์ของลูกค้าเอาไว้ด้วย

สรุป

ดังนั้น การเข้าใจและแบ่งประเภทลูกค้าด้วยโมเดล Merrill-Reid และ Neuroeconomics จะช่วยให้นักขายและนักการตลาดสามารถพัฒนากลยุทธ์การขายที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นนักวิเคราะห์ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึก หรือนักขับเคลื่อนที่ต้องการความชัดเจนตรงไปตรงมา ฯลฯ การปรับเทคนิคการขายให้สอดคล้องกับบุคลิกภาพและพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและลูกค้าในระยะยาวได้

สำหรับใครที่สนใจอ่านบทความอื่นๆ หรือ ต้องการอัปเดตความรู้การตลาดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ช่องทาง Website, Facebook, Instagram, Twitter, YouTube และ Tiktok ของการตลาดวันละตอนตามนี้ได้เลยค่ะ

Sources
Adversus

บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

นิวส์ Introverted Learner คนหนึ่งที่สนใจ Marketing หลงรักในศิลปะ งานสร้างสรรค์ เสียงเพลง และความสงบ ทุกบทความเขียนด้วยความตั้งใจที่อยากจะถ่ายทอด Input ที่ได้เรียนรู้ สู่ Output ที่เป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกคนค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *