5 Step Data Driven Business ห้าขั้นตอนของการเปลี่ยนองค์กรให้ฉลาดใช้ดาต้าขับเคลื่อนธุรกิจ จากประสบการณ์ Data Driven Marketing Advisor ให้กับบริษัทต่างๆ ทำให้พบว่าการจะพาบริษัทหนึ่งจากจุดเริ่มต้นในการวางระบบเก็บข้อมูลจนไปสู่การทำ Data Monetization นั้นต้องเจออะไรบ้าง
ถ้าใครมีแผนอยากจะให้บริษัทของเราใช้ Data-Driven Business & Marketing กันอย่างเต็มตัว ลองมาดูจากภาพนี้กันนะครับว่าองค์กรเราอยู่ตรงไหน และจะต้องทำอะไรต่อไปเพื่อจะได้ไปต่อในยุค Data นับจากนี้
สองแกนหลักของ 5 Step Data-Driven Business Framework
จะเห็นว่าแกนตั้งนั้นจะมีความซับซ้อนของ Data มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนแกนนอนนั้นจะสะท้อนถึงความสามารถในการใช้ Data Driven ในองค์กรเรา ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มเข้าใจ Step 1 ของการใช้ Data-Driven Business กันดีกว่าครับ
Data Driven Business Step 1: ยังไม่เริ่มเก็บ Data ก็ต้องเริ่มต้นเก็บและใช้ Data บ้าง
จากนั้นคุณก็ต้องเริ่มเรียนรู้การทำ Data Visualization หรือให้ทีมงานไปเรียนเพื่อเปลี่ยน Data ตัวเลขเยอะๆ ตัวหนังสือแยะๆ ให้กลายเป็น Dashboard ที่เข้าใจเห็น Insight ง่าย
การทำ Data Visualization วันนี้ก็เหมือนกับการอ่านภาษาดาต้าออกด้วยตัวเองเป็นโดยไม่ต้องรอใครมาอ่านให้ฟัง เมื่อเราอ่านหนังสือเองได้เราก็จะเรียนรู้ได้ไว รู้ว่าอยากรู้อะไรต่อเพื่อจะได้เข้าใจโอกาสใหม่ๆ ที่ไม่รู้มาก่อนในธุรกิจเรา
ในขั้นตอนนี้ยังไม่ต้องทำอะไรที่ซับซ้อนมาก เอาแค่เปลี่ยนดาต้าให้กลายเป็นกราฟ เป็น Pie chart ง่ายๆ ก่อน แล้วเดี๋ยวคุณจะเริ่มรู้ว่าคุณต้องการ Data แบบไหนเพิ่ม อย่ารอให้ดาต้าพร้อมแล้วค่อยทำ แต่คำแนะนำผมคือจงเริ่มทำไปพร้อมกับดาต้าที่มี เพื่อจะได้เข้าใจว่าเราเก็บมาแบบนี้ใช้งานจริงแล้วเวิร์คหรือเปล่า ติดขัดตรงไหนหรือไม่
ทั้งหมดนี้คือการค่อยเป็นค่อยไป เริ่มต้นจากการเก็บและเริ่มต้นเรียนรู้ที่จะใช้ ด้วยการทำ Data Visualization ให้เป็นครับ
ส่วนโปรแกรมในการเริ่มต้นทำ Data Visualization ง่ายๆ ผมแนะนำสองตัวหลักที่ผมใช้ประจำ
Looker Studio ใช้ฟรี แถมยังใช้บน Web โดยไม่ต้องลงโปรแกรมในเครื่องแต่อย่างไร
Power BI อันนี้ก็มีให้ใช้ฟรี แต่ต้องโหลดโปรแกรมลงในคอมพิวเตอร์ แต่สำหรับคนใช้ Mac แบบผมก็ลำบากหน่อย เพราะยังไม่มีให้ดาวน์โหลด อาจต้องไปพยายามใช้บน Web แทน ซึ่งอาจทำทุกอย่างได้ไม่เหมือนคนใช้ PC ครับ
เมื่อคุณทำ Step ที่ 1 ทั้งสองอย่างที่ผมบอกไปด้านบน คุณจะเริ่มขยับเข้าสู่การเก็บ Transaction Data ตามแกนตั้ง และอาจขยับไปสู่การเก็บ Customer Data หรือเก็บข้อมูลลูกค้าได้ไวขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้มันง่ายและต้นทุนของระบบต่างๆ ก็ถูกมาก ส่วนแกนนอนความสามารถในการใช้ Data Driven ของคุณก็จะเริ่มขยับไปสู่การ “ใช้ดาต้าบ้าง”
Data Driven Business Step 2: เริ่มต้นหาคนทำ Data เป็นงานหลัก
งานใดจะเกิดดอกออกผลได้ต้องมีคนทำ งานใดจะออกผลงามๆ ได้ต้องมีคนดูแล งาน Data ก็เหมือนกันครับ จาก Step ที่ 1 พอเริ่มมีคนในบริษัทเราทำ Data เองได้บ้าง เราจะเริ่มรู้ว่าเราสามารถหยิบเอาดาต้าที่มีมาบิด มาต่อยอดอย่างไร แต่พอมาถึงตอนนี้คุณจะเริ่มเจอปัญหาใหม่ นั่นก็คือคนที่ทำ Data ให้เรามักจะเป็นพนักงานที่มีหน้าที่เดิมอยู่แล้ว
ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักหนีไม่พ้นสองตำแหน่งนี้
IT
Digital Marketing
งาน Data มักถูกโยนเข้า IT ก่อน ด้วยความที่เห็นว่าเขาต้องดูแลระบบ ต้องทำเรื่องฐานข้อมูลอยู่แล้ว แถมยังพอทำพวกโปรแกรม BI ได้บ้าง ก็เลยถือวิสาสะโยนหน้าที่ความรับผิดชอบในการทำ Data หรือ Dashboard ให้กับเขาไปเพิ่ม
หรือถ้าที่ไหน IT แข็งหน่อยเพราะอยู่มานานจนผู้บริหารเกรงใจไม่อยากยุ่งด้วย งานทำ Data ก็มักถูกโยนเข้ามือผู้ทำตำแหน่ง Digital Marketing เป็นประจำ ทีนี้ปัญหาที่ตามมาคือเดิมที Digital Marketing ก็มีหน้าที่ความรับผิดชอบอยู่ล้านแปด พอเพิ่มความรับผิดชอบอย่างที่ล้านเก้าเข้าไป ถามใจคุณดูถ้าคุณเป็นพนักงานตัวเอง คุณคิดว่าจะสามารถทำ Data ให้ออกมาดีได้อย่างที่ผู้บริหารอย่างเราคาดหวังหรือเปล่า
ผมเจอแนวคิดนี้ครั้งแรกตอนไปช่วยเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง ผมเซอร์ไพรส์มากที่พบว่าทีม Data ของบริษัทแห่งนี้ไม่ได้มีหน้าที่ทำ Dashboard ใดๆ เป็นหลัก ผิดกับบริษัทอื่นๆ ที่เคยเจอมา ทีม Data บริษัทนี้มีหน้าที่เตรียมดาต้าให้พร้อมใช้งานมากที่สุด ส่วนทีมอื่นๆ ที่เหลือคือจะมีคนทำ Analyst ของตัวเอง เช่น Sales Analyst หรือ Customer Service Analyst ส่งผลให้การใช้ Data-Driven Business & Marketing เป็นเรื่องที่รวดเร็วมากๆ ของบริษัทมหาชนแห่งนี้
เหมือนกับที่เขาบอกว่า ถ้าคุณให้ปลาเขา เขาจะมีกินแค่มื้อเดียว แต่ถ้าคุณสอนเขาจับปลา เขาจะหาเลี้ยงตัวเองได้ตลอดไป งาน Data ก็เหมือนกัน อย่าเก็บความรู้ไว้คนเดียวหรือแค่ทีมเดียว ควรรีบกระจายความรู้เรื่อง Data Literacy ออกไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งข้อดีก็ชัดเจนคือ
ลดโหลดงาน Data เล็กๆ น้อยๆ ที่ถ้าเรียนรู้หน่อยก็จัดการได้
ทีม Data จะได้มีเวลาไว้จัดการงานยากๆ หรือเรียนรู้ทักษะอัปเดทเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มาไวเหลือเกิน
คนหน้างานมีความเข้าใจ Context ของการใช้ Data มากกว่า Data Specialist อยู่แล้ว
ส่งผลให้เกิดการปรับปรุงการ Collecting Data ของแต่ละทีมไปพร้อมกัน เมื่อได้หยิบจับดาต้ามาทำเองก็จะพบว่าเรายังผิดพลาดตรงไหนตั้งแต่เนิ่นๆ
เมื่อมาถึงตรงนี้คุณจะเริ่มขยับความสามารถในการใช้ Data มาสู่ Step ที่ 4 แล้ว นั่นก็คือทุกทีมในบริษัทใช้ Data Driven เป็นหลักแล้วครับ (จากภาพแกนนอนด้านล่าง)
เมื่อถึง Step นี้คุณจะเริ่มเป็นผู้บริหารที่ขี้เกียจได้ สามารถพักผ่อนได้ ปล่อยลูกน้องตบตีกันด้วยดาต้าแทนตำแหน่งอำนาจได้ คุณจะเริ่มไม่ค่อยมีบทบาทในการประชุมเท่าไหร่ ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะมันยังไม่จบ เพราะคุณกำลังขยับเข้าสู่ Step ที่ 4 ในการใช้ Data Driven Business จริงๆ
Data Driven Business Step 4: สร้างทีมใหม่ในการทำ Data Monetization
พอมาถึงตอนนี้การใช้ Data Driven ภายในบริษัทคุณจะเริ่มอยู่ตัว ทีม Data เริ่มมีหน้าที่บริหารจัดการ Data ให้พร้อมใช้ ส่วนทีมอื่นๆ ก็สามารถวิเคราะห์ดาต้าด้วยตัวเองได้ ใครที่อดทนมาถึงจุดนี้ ผมขอแสดงความยินดีด้วย คุณกำลังจะก้าวเข้าสู่ New S Curve ของธุรกิจแล้ว
เพราะใน Step นี้คุณจะต้องเริ่มลงทุนสร้างทีมใหม่ เป็นทีมที่ทำหน้าที่ทำ Data Monetization หรือทำเงินจากดาต้าจริงๆ แล้ว เหมือนกับที่ Facebook เอา User Data มาขายผ่านระบบ Facebook Ads ให้เราเลือกทำการตลาดตาม Segment หรือ Persona ของผู้ใช้งานได้ นี่คือการคิดแบบพื้นฐาน คือการให้เช่า Audience กับคนที่สนใจอยากทำการตลาดกับกลุ่มลูกค้าหรือผู้ใช้งานที่เรามี
Data Driven Business Step 5: Congratulation คุณคือบริษัทที่ใช้ Data Driven Business จริงๆ แล้ว!!
ตอนนี้คุณคือบริษัทที่เข้ากับโลกยุค Data Driven Everything คุณสามารถสร้างรายได้ใหม่โดยไม่ต้องขายสินค้าอะไรเพิ่ม แค่เอาดาต้าที่มีจากการขายสินค้าหรือบริการไปต่อยอดอีกทีหนึ่ง เรียกว่าเป็นเสือนอนกินจากดาต้าก็ว่าได้ บริษัทไหนๆ ต่างก็อิจฉาริษยาคุณ
ในบ้านเราก็มีบริษัทแบบนี้มากขึ้นทุกวัน ผมอาจพูดชื่อตรงๆ ไม่ได้ แต่ให้รู้ไว้ว่าธุรกิจ Retail ที่มีระบบสมาชิกโดยส่วนใหญ่นั้นมีบริการขายดาต้า หรือถ้าเรียกให้ถูกคือ Data Solution ให้เราทำการตลาดผ่าน Customer Data หรือ User Data ของเรานั่นเองครับ
ถ้าจะยังมีสิ่งที่คุณต้องทำตอนนี้ก็คงเป็นการปรับปรุงการเก็บ Collection Data ตั้งต้นให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เก็บให้มีความละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็สร้าง Use Case ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ
สรุป 5 Step Data Driven Business & Marketing ห้าขั้นตอนการพาองค์กรเราให้ฉลาดใช้ดาต้าขับเคลื่อนธุรกิจ
แล้วจึงค่อยขยายความรู้เรื่องดาต้าให้คนส่วนใหญ่ในองค์กรทำด้วยตัวเองเป็นได้ เริ่มต้นจากการทำ Data Visualization ให้เป็นแบบง่ายๆ แล้วบริษัทคุณจะเริ่มเป็น Data Driven แล้วในขั้นตอนนี้
เมื่อทำได้แบบนั้นคุณก็เริ่มสร้างทีมใหม่ในการขายให้หรือบริการดาต้ากับ Partner ที่สนใจ คุณจะเริ่มทำเงินจาก Data ที่มีได้ตรงๆ ในแบบที่ไม่คาดคิดว่าบริษัทอย่างเราก็ทำได้ และในท้ายที่สุดคุณก็จะกลายเป็นบริษัทที่ทำ Data Monetization โดยไม่รู้ตัวครับ
ทั้งหมดนี้มาจากประสบการณ์ที่ผมได้โอกาสไปเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทต่างๆ บ้างจากหลายปีที่ผ่านมา แล้วพบว่าการจะพาบริษัทธรรมดาให้กลายเป็นบริษัทที่ใช้ Data Driven มันก็จะมีขั้นตอนและปัญหาที่ต้องเจอประมาณนี้แหละ