AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์เป็นขั้นต่อไปของวิวัฒนาการเทคโนโลยี ซึ่งมีความสามารถในการเรียนรู้ วิเคราะห์ และทำงานได้อย่างอัตโนมัติ โดยจุดเริ่มต้นของ AI นั้นมาจากความพยายามในการสร้างระบบที่สามารถคิดและเรียนรู้ได้เหมือนมนุษย์ในปี 1956 คำว่า ‘Artificial Intelligence’ นั้นถูกใช้ครั้งแรกในงานประชุมที่ Dartmouth College
ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัย AI อย่างเป็นระบบงานประชุมนี้จัดขึ้นโดยนักวิจัยที่มีชื่อเสียงอาทิเช่น John McCarthy, Marvin Minsky, Nathaniel Rochester, และ Claude Shannon โดยมีเป้าหมายเพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการสร้างเครื่องจักรที่สามารถเรียนรู้และทำงานได้เหมือนมนุษย์จริงๆ
AI-Generated image by Shutterstock (Promt: An AI tool that looks like a robot sitting next to a human, Sitting next to each other on a park bench in New York in the spring.)
ทำความรู้จักกับ AI มากขึ้น
AI คืออะไร ? AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ก็คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้เครื่องจักรและคอมพิวเตอร์สามารถทำงานหรือแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองเหมือนกับมนุษย์ ประมาณว่าเจ้า AI คือตัวรบจบที่สามารถเรียนรู้ วิเคราะห์ และตัดสินใจได้โดยใช้ข้อมูลและประสบการณ์ที่มีอยู่ผ่านข้อมูลที่มนุษย์เราเป็นคนครีเอทหรือป้อนเข้าไป
ซึ่งหลักการทำงานของ AI ก็คือการนำข้อมูลจำนวนมากมาฝึกฝนให้ระบบสามารถเรียนรู้จากข้อมูลเหล่านั้นคล้ายๆกับการฝึกเด็กน้อย 5 ขวบที่น่ารักแล้วให้น้องเขาทำงานต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การรู้จำเสียงหรือภาพ และการตัดสินใจขั้นต้น
ตัวอย่างของ AI ที่เราเห็นได้ในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆเลยก็ เช่น การนำทางและแผนที่เป็นแอปพลิเคชันที่เอาไว้นำทางอย่าง Google Maps ที่ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์สภาพการจราจรและเสนอเส้นทางที่ดีที่สุดในเวลาจริงแบบ real time รวมถึงการคาดการณ์เวลาถึงที่หมายและการแนะนำเส้นทางลัดเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด
ซึ่งการประยุกต์ใช้ AI ในชีวิตประจำวันของเรานี้ช่วยทำให้การทำงานและการใช้ชีวิตของเราสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือมันที่ดีไม่ไหวว
ในสายการธุรกิจและการตลาด AI มีประโยชน์อะไรบ้าง
ต้องบอกเลยว่าจากบทความที่แล้วที่เล่าถึง AI Content Marketing แนะนำ AI Tools ที่ต้องรู้ในปี 2024 วันนี้การตลาดวันละตอนขอเล่าเพิ่มเติมแบบอินไซต์แบบละเอียดยิบกับเครื่องมือที่ชื่อว่า