เราอยู่ในยุคที่ Generative AI สร้างความตื่นเต้นให้วงการ MarTech มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การช่วยคิดคอนเทนต์ เสกงานภาพสวยๆ ไปจนถึงการสร้าง Automation Workflow แต่สิ่งที่ Google เพิ่งเปิดตัวล่าสุดอย่าง Project Genie กำลังจะพาเราก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปสู่อีกขั้นครับ
ลองจินตนาการว่า เราไม่จำเป็นต้องมีทักษะการเขียนโค้ดหรือปั้นโมเดลเป็น แค่พิมพ์ Prompt ลงไป แล้ว AI จะสร้างโลกเสมือนจริงให้เราเดินเข้าไปสำรวจ วิ่งเล่น หรือขับรถชมวิวได้ทันที นี่ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า แต่มันคือสิ่งที่ Google ทำสำเร็จแล้วในวันนี้ครับ
Project Genie คืออะไร
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา Google DeepMind ได้โชว์ศักยภาพของ Genie 3 ซึ่งเป็นโมเดล AI ประเภท World Model ที่มีความสามารถในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ตอบโต้ได้ หรือ Interactive Environments ครับ
ล่าสุด Google ได้ขยับจากงานวิจัยไปสู่เครื่องมือที่จับต้องได้ในชื่อ Project Genie และได้เปิดให้สมาชิก Google AI Ultra ในสหรัฐฯ ได้ทดลองใช้ นี่คือ Experimental Research Prototype ที่จะเปลี่ยนคำสั่ง Text หรือรูปภาพ ให้กลายเป็นเกมหรือโลก 3 มิติที่คุณเล่นได้จริงครับ
อีกหนึ่ง Impact ที่จะเขย่าวงการ Production และ Game Development คือการทลายกำแพงทักษะอย่างการ Coding หรือ 3D Modeling ครับ เพราะการสร้างโลก 3 มิติ หรือเกมสักเกม ต้องอาศัยทีมงานนับสิบและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสูงมาก
แต่ด้วยฟีเจอร์อย่าง World Sketching ของ Genie จะทำให้การสร้าง Immersive Content กลายเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ เพียงแค่ใช้ภาพวาดสเก็ตช์ง่ายๆ หรือคำสั่งข้อความ (Prompt) AI ก็พร้อมจะเนรมิตโลกที่ซับซ้อนขึ้นมาให้ทันที สิ่งนี้จะทำให้แบรนด์สามารถสร้าง Virtual Pop-up Store หรือกิจกรรมเสมือนจริงได้ในต้นทุนที่ต่ำลงและรวดเร็วขึ้น จนการมีหน้าร้านในโลกเสมือนอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ไม่ต่างอะไรกับการมีหน้าร้านบนแพลตฟอร์มโซเชียลในปัจจุบันครับ
FacebookFacebookXXLINELineผมเป็นคนขี้เกียจจำ Prompt ครับ ใครเคยเรียนคลาส AI กับผมจะรู้ดีว่าผมไม่เคยให้ท่องสูตร แต่จะสอนหลักการเบื้องหลังเสมอ เพราะเครื่องมือ AI เปลี่ยนเร็วจนสูตรที่จำมาใช้ได้ไม่กี่เดือนก็หมดอายุ แต่หลักคิดที่เข้าใจจริงจะอยู่กับเราไปตลอด และวันนี้ก็ถึงคิวของเครื่องมือใหม่ที่หลายคนถามเข้ามาเยอะมาก นั่นคือ Muse Image ใน Meta AI บทความก่อนหน้าผมพาไปรู้จักแล้วว่า Muse Image คืออะไร และทำไมนักการตลาดถึงมองข้ามไม่ได้ https://everydaymarketing.co/data-ai/muse-image-meta-ai-what-marketers-need-to-know/ ตอนนี้เราจะมาลงมือกันจริงๆ ว่าจะเริ่มใช้จากตรงไหน สั่งงานอย่างไรให้ได้ภาพตรงใจตั้งแต่รอบแรกๆ และมีข้อควรระวังอะไรที่ควรรู้ก่อนเอาไปใช้กับงานของแบรนด์ครับ ขอออกตัวก่อนนิดหนึ่งว่า Meta ทยอยเปิดฟีเจอร์เป็นบางประเทศและบางช่องทาง เนื้อหาในบทความนี้อิงจากประกาศอย่างเป็นทางการของ Meta ดังนั้นหน้าตาปุ่มหรือขั้นตอนบางจุดอาจจะต่างกันเล็กน้อยตามจังหวะที่ฟีเจอร์มาถึงเครื่องของแต่ละคนนะครับ Where to Start เปิดใช้ Meta AI สร้างภาพได้จากช่องทางไหนบ้าง ตอนนี้ช่องทางหลักในการใช้ Muse Image ตามประกาศของ Metaมีอยู่ 3 ทาง ทางแรกคือ Meta AI ทั้งบนเว็บ meta.ai และในแอป ซึ่งเป็นช่องทางที่ใช้ฟีเจอร์ได้ครบที่สุด […]
FacebookFacebookXXLINELineรู้มั้ยครับว่าตอนนี้ Meta AI มีผู้ใช้ทะลุ 1,000 ล้านคนต่อเดือนไปเรียบร้อยแล้ว อย่างที่ผมเคยถอดไว้ในบทความถอดรหัส Meta Business Agent 2026 และเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Meta ก็เพิ่งติดอาวุธชิ้นใหม่ให้ฐานผู้ใช้นับพันล้านคนนี้ ด้วยการเปิดตัว Muse Image โมเดลสร้างภาพ Image Generation ตัวแรกจาก Meta Superintelligence Labs ที่ฝังเข้ามาใน Meta AI ให้เปิดใช้ได้ทันที ซึ่งในฐานะคนที่เปิดแชทคุยกับ AI เหมือนผู้ช่วยประจำตัวทุกเช้าอยู่แล้ว ข่าวนี้ทำให้ผมต้องหยุดอ่านยาวๆ ตั้งแต่เห็นพาดหัวเลยครับ ฟังดูเหมือน Meta แค่ปล่อย AI สร้างภาพอีกตัวออกมาวิ่งไล่ตามคู่แข่งใน Category ใช่ไหมครับ แต่พออ่านรายละเอียดทั้งหมดจบ ผมกลับเห็นภาพที่ใหญ่กว่านั้นมาก เพราะสิ่งที่ Meta ประกาศไม่ใช่แค่เครื่องมือทำภาพสวย แต่คือการเปลี่ยนภาพถ่ายในมือถือของผู้ใช้นับพันล้านคน ให้กลายเป็นทั้งของเล่น หน้าร้าน และพื้นที่โฆษณาใหม่ในเวลาเดียวกัน บทความนี้ผมเลยอยากชวนเพื่อนๆ นักการตลาดมารู้จัก Muse Image กันให้ครบทุกมุม ตั้งแต่ตัวโมเดลคืออะไร […]