Google Bard แชทบอท AI ที่ถูกเปิดตัวในงานประชุมนักพัฒนา software ประจำปี Google I/O 2023 ถือเป็นข่าวสำคัญในวงการ Generative AI และ LLM ที่มีการใช้ PaLM2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบคำถามที่ซับซ้อน พร้อมกับความสามารถในการช่วยเขียนโค้ดโปรแกรมได้
นับว่าเป็นคู่แข่งที่สำคัญของ ChatGPT จากค่าย OpenAI ซึ่งถูกปล่อยออกมาก่อน ซึ่ง ChatGPT เองถือเป็นหนึ่งใน Game Changer ของ Generative AI ที่ทำให้เกิดการตื่นตัวของการเรียนรู้ และการพยายามเข้าถึง/ใช้งาน จากทั้งคนในวงการ Tech เอง และผู้ใช้งานทั่วไป
และถึงแม้ว่าทั้ง Bard AI จาก Google และ ChatGPT จาก OpenAI จะเป็น LLM เช่นเดียวกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันในหลายส่วน ที่เราจะมาติดตามความแตกต่างนั้นกันต่อ และแนะนำการเข้าใช้งาน Bard กันในบทความนี้ค่ะ^^
Google Bard VS ChatGPT
ขณะที่ Bard ได้รับความสนใจและสร้างกระแสในการเปิดตัวที่งาน Google I/O ในทางกลับกัน ChatGPT ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจากโมเดลภาษาตัวล่าสุดที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายบน internet ในปัจจุบัน ซึ่ง AI Chatbot จากทั้ง 2 ค่ายมีความแตกต่างกันหลักๆ ดังนี้ 😎🧐
# โมเดลภาษา (LLM ) ที่ อยู่เบื้องหลัง
ทั้ง Bard และ ChatGPT ของ OpenAI เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ที่สร้างมาเพื่อใช้งานในหลายลักษณะ เช่น ช่วยเรื่องการเขียนบทความ ช่วยเขียนโปรแกรม สร้างสื่อและการนำเสนอ การใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การวางแผนการเดินทาง ตลอดจนการตอบคำถามยากๆ ที่ต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งข้อมูล (ที่น้องๆ นักเรียน/นักศึกษาใช้ในการทำการบ้าน เป็นต้น)
😎 โดยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ Bard ใช้คือ PaLM2 (Pathways Language Model version2 ) ซึ่งเป็น LLM ที่มีการรับประกันประสิทธิภาพในการตอบสนองที่ดีขึ้น จากการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของ Google ที่เน้นย้ำในความสามารถของ Bard ในการสร้างการโต้ตอบบทสนทนาที่เหมือนการสื่อสารกับมนุษย์ นอกจากนี้ Bard ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเขียนบทความได้อย่างมีคุณภาพ อีกทั้งยังเพิ่มในส่วนของการรองรับ programming languages มากกว่า 20 ภาษา และภาษาอื่นๆ อีก 40 ภาษาที่นับว่าเป็นข้อได้เปรียบของ PaLM2
😏 ในขณะที่ ChatGPT ใช้ Generative Pre-trained Transformer (GPT) ที่ใช้เทคโนโลยี Transformer ในการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจในภาษาธรรมชาติ (NLP) โดยในปัจจุบันตัวโมเดลภาษาล่าสุดที่ ChatGPT คือ GPT3.5 (Reinforcement Learning from Human Feedback (RLHF) ในการเทรนโมเดล) และ GPT4
# Features
Google Bard (☞゚ヮ゚)☞
🤗😃 ในส่วนของ Features ต่างๆ ที่ Bard AI มีการ provide ให้กับผู้ใช้งาน นั้น ทาง Google มีการเคลมไว้ว่า,,,, Bard สามารถค้นหาข้อมูลใน Internet ได้แบบ Real-time ในขณะที่ผู้ใช้งานกำลังพิมพ์ข้อความหรือ Prompts ซึ่งหมายความว่า Bard สามารถแสดงผลลัพธ์ที่เป็นที่มีความเชื่อมโยงกับข้อมูลในปัจจุบัน เพื่อตอบสนองต่อ Prompts ที่เราพิมพ์เข้าไป ซึ่งจากคุณสมบัตินี้เองที่เป็นประโยชน์อย่างมากในการทำงานวิจัย การทำ trip plannig หรืองานประเภทอื่นๆ ที่ต้องใช้ข้อมูลออนไลน์ที่มีการอัพเดทอยู่เสมอ
นอกจากนี้ Bard ยังมี Features อื่นๆ ที่มาตอบสนองการใช้งานของพวกเราเพิ่มเติม ดังนี้ค่ะ^^
🎶 สามารถรับ Input ในรูปแบบของเสียง และสามารถใช้การป้อนข้อมูลด้วยเสียงที่มีความซับซ้อน แล้วแปลงเป็น Text ออกมา ก่อนที่จะ Response คำถามจากข้อความที่ถูกแปลงเป็น Text แล้วได้ด้วย
📰 สามารถ Export ข้อความผลลัพธ์ออกมาได้หลายแบบ ทั้งในรูปแบบของ PDF, Word และ HTML ซึ่งจาก Feature นี้ทำให้ง่ายต่อการแชร์ผลลัพธ์กับ application อื่นๆ และสามารถนำไฟล์ในรูปแบบนั้นๆ ไปใช้งานต่อได้เลย^^
📊 สามารถสรุปข้อมูลจากหน้า web page ได้ เป็น Feature ที่อาศัยความสามารถจากการที่โมเดลของ Bard รองรับข้อมูลได้หลาย Format ค่ะ ซึ่งหากเราอยากให้ Bard สรุปข้อมูลจากหน้าเว็บใดๆ ก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการ Copy URL หน้า web page นั้น แล้วนำมาวางเป็น prompts ได้ทันที
📜🧾 สามารถทำร่างของคำตอบได้หลายฉบับ ทำให้เราสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของร่างแต่ละฉบับ เพื่อเลือกผลลัพธ์ที่ดีที่สุดไปใช้งานต่อ นอกจากนี้เรายังสามารถแก้ไข หรือปรับแต่งร่างผลลัพธ์นั้นๆ ได้ตามต้องการอีกด้วย
🧐 ช่วยอธิบาย Code ได้ นับว่าเป็น Feature ที่มีประโยชน์มากในการช่วยเพิ่มความเร็ว และประสิทธิภาพในการเรียนรู้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษาต่างๆ เพราะนอกจากจะช่วยอธิบาย code ได้ ยังสามารถช่วย Debug โค้ดได้ เพียงแค่ Copy&Paste โค้ดที่เราต้องการทำความเข้าใจลงไป แล้วให้ Bard ช่วย explain หรือถามคำถามแบบเฉพาะเจาะจง
🔎 แนะนำ Google Search โดย Feature นี้จะทำการแนะนำ หัวข้อที่มีความเกี่ยวข้องกับ prompt ของเรา และสร้างรายการการค้นหา เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถไปตามต่อได้ง่ายๆ เพียงแค่พิมพ์คำว่า “Suggest” ต่อท้ายใน prompts
ChatGPT (☞゚ヮ゚)☞
😇🥳 และในส่วนของ ChatGPT จากค่าย OpenAI ที่โดยหลักแล้วจะเป็น Chatbot ซึ่งมี GPT model เป็นเบื้องหลังในการเรียนรู้และสร้างคำตอบให้กับผู้ใช้งาน เพื่อการโต้ตอบที่เป็นธรรมชาติและใกล้เคียงกับการสนทนากับมนุษย์ โดยยังอยู่บนพื้นฐานของการสร้างคำตอบให้เหมาะกับความสนใจและความชอบของผู้ใช้งาน มี Features และคุณลักษณะเด่น ได้แก่
😎 ChatGPT มีความเข้าใจด้านภาษา และความหมายของประโยคเป็นอย่างดี จากการใช้เทคนิคการประมวลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing: NLP) ทำให้สามารถให้คำแนะนำและตอบสนองได้ถูกต้องกับบริบทของบทสนทนา
👩👩👧👦 ChatGPT สามารถรองรับได้หลายภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย
💬 สามารถปับแต่งลักษณะของคำตอบให้ตรงกับความต้องการ ตั้งแต่การเป็น Chatbot ตลอดจนการสร้าง Content การแปลภาษา และการสรุปความ
✨ มี Web browsing, Plugin และ Code interpreter (ซึ่ง 3 Features นี้ เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ OpenAI ทำการปล่อยออกมาระหว่างที่นิกเขียนบทความนี้เลยค่ะ ╰(*°▽°*)╯)
ใหม่ !! ตอนนี้ ChatGPT มี Application เข้า ios แล้ว
credit: https://www.91mobiles.com/
# ประสิทธิภาพ และการใช้งาน
หากพิจารณาถึงเรื่องประสิทธิภาพในส่วนของ Bard ทำได้ค่อนข้างดีในเทอมของการค้นหาข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยใช้ algorithm ที่มีความซับซ้อนและเฉพาะเจาะจงเพื่อ return ผลลัพธ์ให้กับผู้ใช้งาน แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Bard นำเสนอในสิ่งที่เกี่ยวข้องจากข้อมูลที่อยู่บน Internet (ซึ่งหมายความว่าข้อมูลนั้นอาจจะผิดก็ได้) ทำให้ผู้ใช้งานต้องมาตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบด้วยค่ะ
และในส่วนของ ChatGPT ที่ถูกสร้างมีเพื่อเป็น Chatbot เป็นหลัก ต้องบอกว่าทาง OpenAI ทำได้ค่อนข้างดี มีประสิทธิภาพ และมีความเป็นธรรมชาติมาก (นับว่าเนียนนั่นเองค่ะ^^) ซึ่งในจุดนี้เองที่ทำให้ ChatGPT มีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการใช้งานเพื่อการตอบสนองต่อวความต้องการของลูกค้า เช่นการแนะนำสินค้าหรือบริการให้กับผู้สนใจ และตอบคำถามลูกค้าแบบกว้างๆ ในเบื้องต้น
โดยในส่วนของการใช้งานส่วนตัวนิกมองว่าการใช้งาน ChatGPT ผู้ใช้งานอาจต้องมีความรู้/ความเข้าใจด้านเทคนิคมากกว่าการใช้งาน Bard เพื่อสื่อสารผ่าน Prompts ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่ต้องการ แต่สำหรับภาษาไทยต้องยอมรับว่า ณ ปัจจุบันนี้ Bard ยังไม่มีการรองรับค่ะ^^
การเข้าใช้งาน Google Bard
มาถึงส่วนการเข้าใช้งาน Google Bard กันค่ะ 😊 ซึ่งในช่วงที่นิกเริ่มใช้งาน ยังต้องไปรอใน waitlist อยู่ แต่ในปัจจุบันนี้การเข้าใช้งานไม่ต้องเข้าไปรอเหมือนเดิมแล้ว และยิ่งใช้งานง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยการเข้าไปสมัครใช้งานได้ผ่าน link: https://bard.google.com/ หรือจะ Search Bard ใน Google ก็ได้เหมือนกันค่ะ
เมื่อเข้ามาแล้ว จะมีคำอธิบายเล็กน้อยว่า “Bard จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเรา และช่วยทำให้ไอเดียของเรากลายเป็นจริง และเราสามารถปรับปรุงการทำงานของ Bard ร่วมกันได้ผ่านการให้ feedback กลับมา” ซึ่งจากในหน้านี้เราก็สามารถกด Try Bard เพื่อเข้าใช้งาน
โดยหลังจากกด Try Bard แล้ว Google จะแสดงหน้า Term&Privacy ที่อธิบายในเรื่องของ การใช้ข้อมูล สิ่งที่ควรรู้ และ Term of Service ให้เราเลือกที่ I agree ได้เลยค่ะ^^
ทาง Google ก็จะ pop-up คำอธิบายขี้นมาว่า Bard อาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้องหรือเหมาะสมเสมอไป หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมให้ “Google it ” เพื่อตรวจสอบคำตอบ และ Bard จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการได้รับความคิดเห็นของคุณ ดังนั้นโปรดให้คะแนะนำสำหรับสิ่งที่ไม่เหมาะสมด้วย
ใน pop-up นี้ก็ให้เรากด Continue เพื่อเริ่มใช้งาน โดยความสิ่งที่นิกชอบสำหรับ Bard คือการที่สามารถเปลี่ยนเป็น Dark Theme (โดยการกดเลือกธีมที่มุมซ้ายล่าง) ได้ด้วยค่ะ^^
ซึ่งในส่วนนี้หากท่านใดยังไม่มี Idea ในการใช้งาน Bard ก็มีตัวอย่าง Prompt ให้เราทดลองใช้มาให้
ยกตัวอย่างการใช้งานให้ Bard ช่วยสรุปข้อมูลจาก Web page =>> สามารถทำได้ด้วยการ พิมพ์คำว่า “Summarise ” ไว้ข้างหน้า URL ของหน้าเว็บที่เราต้องการสรุปได้ดังภาพค่ะ
และความเท่ของ Bard คือการที่โมเดลนั้นมี RLHF หรือ Reinforcement Learning from Human Feedback (ผ่าน user อย่างพวกเรา) ไว้เพื่อพัฒนาให้ผลลัพธ์ดีขึ้น ผ่านการ get feedback จากผู้ใช้งาน ได้ผ่านการกดไอคอน like, dislike ที่อยู่ด้านล่างสุดของ response และนอกจากนี้เรายังสามารถ “Google it ” เพื่อให้ Google แสดงการ Search ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่เราถามได้ 😎😀
โดยจากผลลัพธ์ที่ Bard สรุปให้จะเห็นว่าเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งๆ ที่ใน webpage ที่เป็น input เป็นภาษาไทย นั่นก็เพราะในปัจจุบัน Bard ยังไม่รองรับภาษาไทยค่ะ ¯\_(ツ)_/¯
แต่ด้วยความเป็น Google ซึ่งสามารถ translate ได้อยู่แล้ว => ถ้าเราอยากได้ภาษาไทย เลยทำได้ง่ายๆ ด้วยการ Click ขวา แล้วเลือก “แปลเป็นไทย ” เพียงเท่านี้เราก็จะได้ response ที่เป็นภาษาไทยออกมาแล้ว และไม่ได้ออกมาเพียง draft เดียวนะคะ,,,,ทาง Bard ยัง provide ร่างคำตอบให้เราออกมา 3 ฉบับ เพื่อให้เราเลือกคำตอบที่เราชอบที่สุดไปใช้งานต่อค่ะ ^^
Last but not Least…
สำหรับบทความนี้เป็นบทความที่นิก Edit บ่อยที่สุดก่อนที่จะ Publish ค่ะ 🤣🤣 เนื่องจากระหว่างที่เขียน Bard และ ChatGPT ก็ปล่อย features กับ products ใหม่ ออกมาอย่างต่อเนื่อง =>> เช่น การที่ ChatGPT เพิ่มการเป็น Web browsing, Plugin, Code interpreter และมี Application บน ios ให้ download ในขณะที่ Bard เริ่มสามารถรองรับภาษาอื่นๆ เพิ่มเติมนอกจากภาษาอังกฤษ ซึ่งนับว่าการแข่งขันของทั้งคู่ เป็นประโยชน์กับ User อย่างพวกเรามากค่ะ^^ และหากเพื่อนๆ ลองใช้งาน Bard ดูแล้ว สามารถมาแลกเปลี่ยน และแนะนำนิกเพิ่มเติมได้ใน comment ==>> hope you all enjoy ka (❁´◡`❁)