Google เองก็มีตัวอย่างการใช้งาน Scheduled Actions เช่น การให้ Gemini สรุปปฏิทิน To-do list และอีเมลที่ยังไม่ได้อ่านในแต่ละวัน การให้รายงานสภาพอากาศพร้อมไอเดียการแต่งตัว การอัปเดตข่าวหรือกิจกรรมของศิลปินที่ชอบทุกสัปดาห์ รวมถึงการแนะนำคาเฟ่หรือร้านอาหารใหม่ ๆ ในพื้นที่สำหรับช่วงสุดสัปดาห์
ถ้ามองในมุมของคนทำงาน การใช้งานเหล่านี้คือการย้ายงานที่ต้องเช็กซ้ำ ๆ ออกจากสมองเรา แล้วให้ AI เป็นคนเตรียมข้อมูลเบื้องต้นให้แทน สำหรับนักการตลาดหรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ภาพที่น่าสนใจกว่านั้นคือการตั้งให้ Gemini ส่งไอเดียคอนเทนต์ทุกเช้า สรุปเทรนด์รายสัปดาห์ ติดตามข่าวในอุตสาหกรรม หรือรวบรวมประเด็นที่ควรนำไปต่อยอดเป็นโพสต์ แทนที่เราจะเริ่มวันด้วยหน้ากระดาษเปล่า เราอาจเริ่มวันด้วยชุดข้อมูลที่ AI เตรียมมาให้แล้วครับ
ต้องบอกว่าฟีเจอร์นี้ไม่ได้เปิดให้ทุกบัญชีใช้งานแบบไม่มีเงื่อนไข สำหรับบัญชี Google ส่วนตัว ผู้ใช้ต้องมี Google AI Pro หรือ Google AI Ultra ส่วนบัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียนต้องมีสิทธิ์ใช้งานผ่าน Google Workspace รุ่นที่รองรับ นอกจากนี้ฟีเจอร์นี้จะใช้งานไม่ได้หากปิด Keep Activity และผู้ใช้ต้องลงชื่อเข้าใช้ Gemini Apps ก่อนครับ
เมื่อเชื่อมกับ Google Workspace ฟีเจอร์นี้ยิ่งน่าสนใจขึ้น
หนึ่งในจุดแข็งของ Gemini Scheduled Actions คือการเชื่อมโยงกับระบบนิเวศของ Google โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับ Google Workspace เช่น Calendar, Gmail หรือ To-do list อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้ Scheduled Action ใช้งานร่วมกับแอปอื่น ระบบจำเป็นต้องเชื่อมต่อแอปนั้นก่อน หากยังไม่ได้เชื่อม Gemini จะขอให้ผู้ใช้เชื่อมต่อแอปก่อนใช้งาน
นี่คือเหตุผลที่ฟีเจอร์นี้อาจช่วยได้มาก สำหรับคนที่ใช้งาน Google เป็นหลัก เพราะ Scheduled Actions ไม่ได้เป็นเพียงการตั้งเวลาให้ AI ตอบข้อความ แต่เป็นการให้ AI ทำงานอัตโนมัติ เข้าไปช่วยสรุปข้อมูลจากเครื่องมือทำงานที่เราใช้จริงในชีวิตประจำวัน
ขอบคุณภาพจาก Shutterstock AI Generator a modern digital workspace with a glowing AI assistant interface managing scheduled tasks automatically, calendar notifications floating in the air, soft blue and white color palette, clean minimal design, futuristic but realistic, productivity concept, natural lighting, high detail, professional environment, no text, no watermark, stock photo style
สิ่งนี้ทำให้ AI เข้าใกล้คำว่า Personal Assistant มากขึ้น เพราะมันไม่ได้รอให้เราถามอย่างเดียว แต่สามารถเตรียมข้อมูลบางอย่างให้เราล่วงหน้าได้ สำหรับคนทำงานทั่วไป มันช่วยลดงานซ้ำ สำหรับคนทำคอนเทนต์ มันช่วยลดการเริ่มต้นจากศูนย์ สำหรับนักการตลาด มันช่วยให้ติดตามข้อมูลและเทรนด์ได้เป็นระบบมากขึ้น
ผมหวังว่าทุกคนจะนำการพัฒนาของเทคโนโลยีและบทความนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่มากก็น้อยนะครับ ฝากติดตามบทความด้านการใช้ AI แบบนี้ด้วยนะครับ หรือใครอยากให้นำ AI ตัวไหนมาเล่าให้ฟัง สามารถคอมเมนต์บอกกันได้เลยครับ
สำหรับนักอ่านที่ชอบ และ อยากอ่านบทความเกี่ยวกับการตลาด, Data และ AI เพิ่มเติม สามารถติดตามได้จาก เพจการตลาดวันละตอน รวมไปถึง Twitter Instagram YouTube ของการตลาดวันละตอนได้เลยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับ