แต่อย่างไรก็ตามแม้ Gen X จะบอกว่าตัวเองเครียดมาก พวกเขาก็ยังสามารถจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้ดีที่สุด ด้วยประสบการณ์ที่เคยผ่านโลกมา บวกกับพวกเขาเกิดมาในยุคที่ต้องปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีต่างๆ มากที่สุด
ในปัจจุบันนี้คน Gen X มีจำนวนไม่ได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับคนเจนอื่น แต่กลับมีอิทธิพลต่อโลกอย่างมาก เพราะบรรดาเหล่า CEO ในบริษัทชั้นนำทั้งหลายล้วนเป็นคนวัย Gen X ที่กุมบังเหียนอยู่ทั้งนั้น อย่าง Jeff Bezos, Elon Musk, Satya Nadella, Larry Page และ Sergey Brin เองก็ล้วนเป็นคนวัยเจนเอ็กซ์ทั้งนั้น
คน Gen X มีสัดส่วน 31% จากประชากรทั้งโลก และมีการใช้จ่ายเงินอยู่ที่ 27% ของการจับจ่ายใช้สอยทั่วโลก วันนี้พวกเขากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย ไปจนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอีกครั้ง แน่นอนว่าสภาวะจิตใจของพวกเขากำลังได้รับผลกระทบหนักมาก นั่นหมายความว่าถ้าแบรนด์ใดสามารถช่วยพวกเขาในเรื่องนี้ได้ก็จะกลายเป็น Top of Mind นำหน้าคู่แข่งไปไกลครับ
อีกแง่มุมหนึ่งของคนเจนเอ็กซ์คือมีความปราณีต ละเอียดละออ ใส่ใจในรายละเอียดมากกว่าที่หลายคนคิด ดูเหมือนโทนสีอิร์ธโทนจะได้รับความนิยมในคนกลุ่มนี้ และในขณะเดียวกันพวกเขาก็มองหา Luxury Experience หรือ Exclusive Experimence ประสบการณ์ที่แตกต่างจากคนเจนอื่นสำหรับ Gen X ที่มีรายได้ดี
ในกลุ่ม Gen X ที่เป็นคนรวยมากๆ ที่เราเรียกกันว่า HNWIs ย่อมากจาก High-Net-Worth Individuals มีการเติบโตมากถึง 59.8% และกลุ่มคนที่รวยกว่านั้นที่เรียกว่า UHNWIs ที่ย่อมาจาก Ultra High-Net-Worth Individuals ก็มีการเติบโตมากถึง 32.7% ครับ
เรียกได้ว่ากลุ่ม Gen X นี่แหละขุมทรัพย์แห่งความมั่นคั่งของโลกใบนี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่รวยแล้วก็จะยิ่งรวยขึ้นไปอีก ดังนั้นต้องทำความเข้าใจพวกเขาดีๆ เพื่อที่พวกเขาจะได้อยากเป็นลูกค้าเราไปนานๆ
แต่นักการตลาดกลับไม่ค่อยใส่ใจ Gen X ผู้มั่งมี
พวกเขารู้สึกว่าบรรดาการตลาดทั้งหลายที่เห็น โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดียกลับมีแค่ 13% เท่านั้นที่ดูใช้ภาษาและตั้งใจสื่อสารกับพวกเขา เพราะนักการตลาดส่วนใหญ่มักให้ความสนใจและสำคัญกับกลุ่มวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ที่เป็น Gen Z โดยส่วนใหญ่ ก็เหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อนเราก็ถูกสั่งว่าต้องพิชิตใจ Gen Y ให้ได้เท่านั้นพอ
แล้วก็ขอให้จำไว้ว่า Gen X ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ค่อนไปทางสูงวัยนั้นก็ชอบเล่น TikTok ไม่แพ้เด็กๆ คนรุ่นใหม่เหมือนกัน เพราะวันนี้ TikTok เป็นโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มสำหรับคนทุกเจนเรียบร้อยแล้ว ทำให้บรรดา Creator Gen X เติบโตมากในแพลตฟอร์มนี้ ถ้าจะทำการตลาดกับเจนเอ็กซ์ก็ต้องทำความเข้าใจพวกเขาให้ดีรอบด้านครับ
คนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิดคิดว่ากลุ่มวัยรุ่นอย่าง Gen Z เท่านั้นที่เป็นผู้ขับเคลื่อนกระแสหรือเทรนด์โซเชียลมีเดียโลก แต่ในความเป็นจริงแล้วเหล่า Gen Y ก็มีอิทธิพลไม่แพ้กัน เพราะในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำเทรนด์ยุค 90 และ 2000 หรือ Y2K ที่กลับมาฮิตกันได้แบบงงๆ ก็เพราะเหล่า Gen Y หรือ Millennials นี่แหละที่เป็นคนจุดกระแสเทรนด์นี้ขึ้นมาจนเหล่า Gen Z เอาไปแผยแพร่ต่อด้วยความสนใจ
ถ้าเราสังเกตุอีกนิดจะเห็นว่าพวกภาพยนต์ ซีรีส์ รายการทีวี ไปจนถึงดนตรี ศิลปินต่างๆ ที่เคยดังในอดีตกลับมาดังอีกครั้งได้ก็เพราะเหล่า Gen Y นี่แหละครับ
เพลงใน TikTok เองที่ได้รับความนิยมมากๆ ก็เป็นเพลงยุค 70-90 ช่วงที่ Gen Y เริ่มเป็นวัยรุ่น กระแสโหยหายความอบอุ่นทางใจเป็นที่นิยมขึ้นมาก็เพราะเหล่า Gen Y นี่แหละที่ต้องการกำลังใจให้สู้ต่อไปได้ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่องยาวนานแบบทุกวันนี้
อย่าลืมว่าพวกเขากลายเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคนเต็มตัว แต่กลับรู้สึกว่าชีวิตไม่ค่อยประสบความสำเร็จแบบคนยุคก่อน หรือตามมาตรฐานสังคมทุกวันนี้เท่าไหร่ จะมีบ้านสักหลังในเมือง หรือใกล้เมืองเป็นเรื่องยากเกินฝันไปมาก แค่คอนโดติดรถไฟฟ้าเดินทางสะดวกก็ยังอาจถือว่ายากเกินเอื้อมสำหรับ Gen Y หลายคนในวันนี้
เจนนี้เป็นผู้ทำให้เกิดเศรษฐกิจแบบ Subscription Model ขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่าถ้าเป็นเจ้าของมันยาก งั้นก็ขอเช่าใช้แค่ชั่วคราวแล้วกัน ทั้งบ้าน ทั้งรถ และก็ค่อยๆ แตกแขนงไปสู่การเช่าสิ่งอื่นๆ มากมาย
Minimalism สไตล์ขวัญใจชาว Millennials
หนึ่งในเทรนด์ที่ชาวมิลเลนเนียลสนใจคือการแต่งบ้าน หรือของใช้สไตล์มินิมอล พวกเขาพยายามค้นหาสินค้าของตกแต่งสไตล์นี้มากเป็นพิเศษ สีก็ต้องมีความมินิมอล การแต่งตัวก็มินิมอล อีกด้านนึงพวกเขามองว่า Minimal is new Luxury ความหรูหราดูดีคือความเรียบงายเท่าที่จำเป็น
อย่างแบรนด์กระเป๋าเดินทางที่ถูกกล่าวถึงในรายงานนี้ก็คือ July มาจากประเทศออสเตรเลีย ที่สามารถให้ผู้ซื้อสามารถปรับแต่งให้ตรงจริตหรือสไตล์ของตัวเองได้ แม้จะมินิมอลในดีไซน์แต่ก็ยังสร้างความยูนีคแตกต่างในสไตล์ตัวเอง
ส่วนหนึ่งเพราะแพทย์สั่งให้ Gen Y ที่เข้าสู่วัยกลางคนที่เริ่มมีปัญหาสุขภาพทั้งความดัน เบาหวาน โรคหัวใจโผล่มาให้เห็นชัดๆ จากเอาปากกา Ozempic จิ้มพุงเพื่อลดเบาหวานกลายเป็นว่าน้ำหนักลดลงฮวบฮาบ ส่งผลให้เกิดกระแสการซื้อไปจิ้มลดน้ำหนักกันเองเยอะมากจนเริ่มถูกจับตาในหลายประเทศ
น่าสนใจกว่านั้นคือมีมากถึง 44% ของ Millennial Parent ที่ใช้ AI ช่วยวางแผนการเที่ยวให้ ไปจนถึงคำนวนงบประมาณค่าใช้จ่ายไปพร้อมกัน หรือแม้แต่การเที่ยวตามกระแสที่เห็นบนโซเชียลมีเดียก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
สรุป Insight Gen Y พฤติกรรมผู้บริโภควัยกลางคนและพ่อแม่สมัยใหม่ในวันนี้
Gen Y กลายเป็นวัยกลางคนเต็มตัวที่เริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพตามมา ไปจนถึงกลายเป็นพ่อแม่ของ Alpha อย่างเต็มที่ที่เปิดใจรับเทคโนโลยี แล้วก็วางแผนเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ พวกเขาต้องการสิ่งที่คุ้นเคยในวัยเด็กจนเกิดเป็นกระแส Y2K อีกครั้ง
พวกเขายังคงมีอิทธิพลต่อเทรนด์โลกหรือโซเชียลมีเดียอย่างมาก หลายครั้ง Gen Z ก็หยิบเอาสิ่งที่ Gen Y โพสไปกระจายต่อจนกลายเป็นเทรนด์ Nostalgia ในท้ายที่สุด ทำให้อะไรที่เคยหายกลับมาฮิตได้อีกครั้ง ลองคิดหาสินค้าย้อนวัยหรือบริการแบบวันวานมาทำยอดขายกับกลุ่มคนทั้ง 3 เจนอย่าง Gen Y, Gen Z และ Alpha ดู
สไตล์มินิมอล ความเรียบง่าย กลายเป็นความหรูหราใหม่สำหรับมิลเลนเนียล คงพอเห็นแนวทางการตลาดกับไอเดียธุรกิจสำหรับคนที่ต้องการจับกลุ่ม Gen Y วัยกลางคนเต็มตัวในวันนี้แล้วนะครับ
Double Side Lifestyle เจนซีผู้จัดการชีวิตดิจิทัลได้ดีเยี่ยม
คนเจนก่อนหน้าไม่ว่าจะ Gen X หรือ Gen Y มักจะใช้ออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างจริงจัง คือมีชีวิตอย่างไรก็โพสออนไลน์อย่างนั้น แต่กับ Gen Z นั้นไม่เหมือนกันพวกเขามีชีวิตออนไลน์สองด้านอย่างจริงจังครับ
OIYK (Only If You Know) ชีวิตที่แชร์ให้เฉพาะเพื่อนสนิทเห็นเท่านั้น เวลาพวกเขาไปทำกิจกรรมออฟไลน์ในชีวิตจริงแบบสุดๆ หรือทำอะไรแบบส่วนตัวแบบสุดๆ ไปจนถึงเวลาไปใช้ชีวิตสุดพิเศษหรูหรา พวกเขาไม่เน้นอวดชีวิตทุกอย่างลงโซเชียลแบบ Gen Y แต่พวกเขาเลือกที่จะเก็บโพสเหล่านั้นเอาไว้ให้แค่เพื่อนสนิทเท่านั้นที่ได้เห็น
ส่วนชีวิตออนไลน์อีกด้านของ Gen Z เรียกว่า Chronically Online ก็คือตะโกนแบบสุดขั้ว ตั้งใจป่าวประกาศให้โลกรู้แบบสุดทุกด้าน ถ้าจะโพสก็จะโพสแบบจัดเต็มไม่มีคำว่าเขินอาย เพราะทุกอย่างคือคิดมาแล้วว่าแบบนี้แชร์ได้ ก็เลยตั้งใจแชร์มันออกไป ดังนั้นถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเห็นโพสของเจนซี วัยรุ่น คนรุ่นใหม่ที่คิดว่าสุดโต่ง ดูไร้ความคิด พึงรู้ไว้ซะว่าพวกเขาคิดมาดีแล้วก่อนจะโพสทุกครั้ง
จากรายงานของ WGSN เผยว่าบริษัทหรือแบรนด์ไหนที่จะพิชิตใจ Gen Z ได้ต้องคำนึงถึง 4C ดังนี้ Content, Culture, Commerce และ Community ต้องทำให้สินค้าหรือบริการดูแปลกใหม่ สดใหม่ สนุกสดใสมากขึ้น ถ้าทำเองไม่ได้ก็ต้องไปหา Partner มา Collaboration เหมือนที่เราเริ่มเห็นกันเยอะมากในวันนี้ คอลแลปข้ามขั้ว ข้ามค่าย ข้ามอุตสาหกรรมจนงงไปหมด
อย่าง Starface แบรนด์แผ่นแปะสิวลายการ์ตูนเองก็ได้รับความนิยมในกลุ่ม Gen Z บนช่องทาง Discord หรือ Heineken เองก็จับมือกับร้านสะดวกซื้อ Bodege ออกโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนไลว์เทคที่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากโทรเข้า โทรออก และส่งข้อความเท่านั้น ที่ชื่อว่า The Boring Phone แต่กลับเป็นที่ถูกใจ Gen Z มาก เพราะทำให้พวกเขาสามารถใช้เวลาในการปาร์ตี้สังสรรค์พูดคุยกับเพื่อนทุกคนได้เต็มที่โดยไม่ต้องมีโซเชียลมีเดียมาขัดขวาง
Insight Gen Z กับอาหารการกิน
เป็นที่น่าสนใจว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z กลับชื่นชอบการทำอาหารด้วยตัวเองพอสมควร ในแง่หนึ่งเพราะพวกเขาจะได้สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจเรียก Engagement ตัวเองในโซเชียลมีเดียควบคู่กัน สิ่งที่พวกเขาชอบทำก็คืออาหารที่ทำด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือขนมขบเคี้ยวสูตรพิเศษที่อาจไม่เน้นรสชาติความอร่อยมากนัก แต่ให้ความสำคัญกับหน้าตาความสวยงามของขนมที่ทำเพื่อโพสลงโซเชียล
ดูเหมือนจะเป็นโอกาสของแบรนด์เครื่องครัวแบบง่ายๆ ให้ Gen Z สามารถทำคอนเทนต์ลงโซเชียลให้กลับมาเป็น Free PR ของแบรนด์ครับ
แต่ถ้าเมื่อไหร่พวกเขาจะออกไกินข้าวนอกบ้าน ก็พบว่า Gen Z ชาวอเมริกันและยุโรปกว่า 93% วางแผนการเงินสำหรับการกินอย่างจริงจังให้ไม่เกินงบ พวกเขาคิดตั้งแต่ความคุ้มค่าในแง่ของประสบการณ์ รสชาติความอร่อย ไปจนถึงถ้าไปกินร้านนั้นจะสามารถทำคอนเทนต์ลงโซเชียลได้หรือไม่
ดังนั้นร้านอาหารที่จะได้ใจ Gen Z ต้องมีการออกแบบและตกแต่งร้านให้กลายเป็นหนึ่งในจุดขายจริงๆ แค่อร่อยถือว่าธรรมดา ดีไซน์ของร้านต้องจัดจ้านให้ดูพร้อมจะ Instagramable และ TikTokable ได้ด้วย
อย่าลืมว่า Gen Z ไปจนถึงคนทุกเจนใช้ TikTok กันเป็นปกติแล้ว และพวกเขาก็มักเจอร้านใหม่ๆ ที่ดูน่าไปก็จากคลิปบน TikTok เป็นหลักนี่แหละครับ
ตลาดอสังหาดูท่าจะโตยากกับกลุ่มเจนซี
จากข้อมูลพบว่า Gen Z คนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกที่จะอยู่บ้านเดียว หรือบ้านเดิมของครอบครัว แม้ว่าจะทำงานมีรายได้ของตัวเองมากสักระยะแล้วก็ตาม เรื่องนี้ก็ดูจะตอบสนองกับกระแสราคาอสังหาที่พุ่งสูงสทะยานทั่วโลก บวกกับพ่อแม่ของ Gen Z ก็อาจกัดฟันซื้อหรือสร้างบ้านแล้ว
ก็ในเมื่อบ้านเดิมยังอยู่ได้แล้วจะต้องไปดินรนหาบ้านใหม่ทำไม แต่นั่นหมายถึงโอกาสของตลาดการรีโนเวทตกแต่งบ้านเก่าให้ดูเก๋ ดูโมเดิร์น ที่น่าจะเติบโตกับกลุ่ม Gen Z ได้เป็นอย่างดีในอนาคต
จากบ้านมาสู่การจัดการคนในบ้าน น่าสนใจกว่า Gen Z กว่า 87% รับหน้าที่เป็นหัวเรือวางแผนการท่องเที่ยวของครอบครัวในช่วงวันหยุดเป็นหลัก ตั้งแต่เป็นคนเลือกโรงแรมว่าคนในบ้านควรไปพักที่ไหนดี ควรไปทำกิจกรรมอะไรด้วยกันบ้าง ไปจนถึงจัดสรรคอนเทนต์ให้ว่าแต่ละคนควรโพสแบบไหนบ้างลงโซเชียลมีเดียช่องทางต่างๆ
ดังนั้นข้อมูลทั้งหลายจึงเป็นการคาดการณ์จากสภาพแวดล้อมและความน่าจะเป็นโดยส่วนใหญ่ เริ่มจาก World Economic Forum คาดการณ์ว่าเด็กกลุ่มนี้น่าจะเกิดน้อยลงกว่าเดิมมากจากปัญหาเศรษฐกิจถดถอยและตกต่ำทั่วโลก
ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำก่อนหน้าจำนวนการเกิดของ Gen Alpha ยังไม่ลดต่ำลงเท่ากับ Gen Beta เลย บวกกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ภาวะหนี้สินครัวเรือนที่ไม่มีท่าที่ว่าจะลดลง ทำให้พ่อแม่หลายคนเริ่มสอนและเลี้ยงลูกตามเงื่อนไขทางการเงินที่ตัวเองเจอ
ด้วยความที่เด็กเจนเบต้าเกิดมาในยุค AI ก็ต้องบอกว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่มาด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แน่นอนเราจะได้ AI เป็นพี่เลี้ยงที่พร้อมช่วยลดภาระเราได้มากมาย แต่ในขณะเดียวกันเราจะรู้ได้อย่างไรว่า AI ของบริษัทที่เราใช้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการตลาด หรือกำไรของบริษัทมากกว่าจะช่วยพัฒนาเด็กๆ ลูกๆ หลานๆ ของเราแทน
และพ่อแม่ของพวกเขากดจำกัดหรือเข้มงวดการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในการเลี้ยงลูกอย่างเต็มที่ แต่อีกความน่าสนใจคือเด็กเจนนี้เกิดมาในยุค AI แทนดิจิทัล หรือโซเชียล แบบเด็กเจนอัลฟ่า หรือเจนซีครับ
เมื่อ AI กลายเป็นสิ่งที่ Generation Beta จะคุ้นเคยนับจากนี้ไป ก็คงต้องรอติดตามกันว่าโลกใบใหม่ที่มีเจนเบต้ามากขึ้นจะมีหน้าตาอย่างไรในปีถัดๆ ไปครับ
สรุป Consumer Insight 6 Generation 2026
จากรายงานเจาะเทรนด์โลกของ TCDC โดย CEA บอกให้รู้ว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้ง 6 Generation ประจำปี 2026 ตั้งแต่ Baby Boomer, Gen X, Gen Y, Gen Z, Alpha ไปจนถึง Beta นั้นมีทิศทางเป็นอย่างไร
FacebookFacebookXXLINELineหากเรานิยามว่า Gen Z และ Millennials คือเจเนอเรชันแห่งโซเชียลมีเดียแล้วล่ะก็ Gen Alpha ก็คือ “เจเนอเรชันแห่งเกมมิ่ง” อย่างแท้จริงค่ะ ซึ่งน้องๆกลุ่มนี้กำลังเติบโตและเตรียมก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลต่อทิศทางตลาดโลกมากที่สุดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้แล้ว ดังนั้นสำหรับนักการตลาดโจทย์ในวันนี้คือเราจะเตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมรับมือกับโลกที่ Gaming กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คนต่างหาก วันนี้เราเลยอยากพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ 3 Insight Gen Alpha ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าพวกเขาคือใคร ทำไมวิธีคิดของพวกเขาถึงแตกต่างจากรุ่นพี่อย่างสิ้นเชิงและนักการตลาดต้องปรับอย่างไรเพื่อให้ทันคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ Gen Alpha คือใครและทำไมพวกเขาถึงพิเศษ Gen Alpha หรือกลุ่มน้องๆที่เกิดในช่วงปี 2010 ถึง 2024 นั้นถือเป็นเจเนอเรชันแรกที่เติบโตมาพร้อมกับนิยามใหม่ของวิดีโอเกมค่ะ เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว เกมไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความบันเทิงชั่วครั้งชั่วคราวแต่พวกเขากำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกของเกมอย่างแท้จริง ลองจินตนาการภาพย้อนกลับไปดูนะคะ ถ้าคุณเติบโตมาในยุค 90s ความทรงจำเกี่ยวกับเกมของคุณอาจจะผูกพันอยู่กับเครื่อง Sega Mega Drive, การซิ่งรถใน Mario Kart, การสร้างบ้านใน The Sims หรือตำนานเกมงูบนมือถือโนเกีย พอขยับมาในยุค 2000s เราก็อาจจะเริ่มตื่นเต้นกับเทคโนโลยีของ Nintendo Wii, Xbox […]