วันนี้ปลื้มจะมาเล่า Case study จาก Spotify ผู้ให้บริการสตรีมเพลง ที่บอกเลยว่าต่อยอด Data ของตัวเองได้เก่งมาก แถมยังใช้กลยุทธ์ Hijack Marketing กับคู่แข่ง จนดึงกระแสจากผู้ชมมาได้ ด้วยแคมเปญ การตลาด ง่ายๆ แทบจะไม่ต้องลงทุนหรือใช้งบมหาศาลอะไร เขาทำยังไงนั้น เรามาศึกษาเคสนี้ด้วยกันเลยค่ะ
แต่ก่อนอื่นเรามารู้จัก Hijack Marketing กันก่อนดีกว่า มันคือ การตลาด ขโมยความสนใจ การแย่งชิงความโดดเด่นจากคู่แข่ง โดยกลยุทธ์นี้มักเอาตัวเองแทรกเข้าไปอยู่ในกระแสสำคัญๆ หรือที่มีผู้ชมกำลังให้ความสนใจอยู่จำนวนมากนั่นเองค่ะ
แคมเปญ #ListenToYourFans ของ Spotify
Spotify ทำแคมเปญ #ListenToYourFans เพื่อใช้ประโยชน์จากงานเทศกาลดนตรี ที่ผู้คนอัดอั้นกันมานานถึง 2 ปี เพราะโควิด-19 ค่ะ แต่พอหลังสามารถจัดคอนเสิร์ต งานดนตรีต่างๆ ได้ Spotify จึงต้องการจับกระแสแฟนเพลงโดยการใช้กลยุทธ์ Hijack ในการสู้กับผู้สนับสนุนหลักของงานเทคกาลดนตรี อย่าง Claro Músic เป็นผู้สนับสนุนเทศกาลดนตรี The Estéreo Picnic ที่โบโกตา ประเทศโคลอมเบีย
นอกจากนั้นคือเขาได้วิเคราะห์เซ็ตลิสต์จากคอนเสิร์ตล่าสุดของศิลปิน + เปรียบเทียบกับเพลงยอดนิยมของพวกเขาบน Spotify เพื่อให้รู้ว่าเพลงไหนในโคลอมเบียที่มีการสตรีมมากที่สุด แต่ศิลปินไม่ได้นำเพลงนั้นไปร้องสดบ้าง และนำข้อมูลเหล่านี้ ทำสื่อสารบนออนไลน์ และออฟไลน์
ซึ่งเป็นโฆษณา ให้ฟีลแบบส่งข้อความไปถึงศิลปิน แบบแท็กชื่อเพลง และศิลปิน เพื่อขอให้เขาร้องเพลงนั้นในงานดนตรี โดยแคมเปญนี้ได้รับการเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย ให้แฟนๆ ได้รับการสนับสนุนให้แชร์โฆษณาดังกล่าวพร้อมด้วยแฮชแท็ก #ListenToYourFans ส่วน OOH เอง Spotify วางโฆษณางไว้ในสถานที่ที่ศิลปินน่าจะเห็น ก่อนไปเทศกาลมากที่สุด เช่น อาคารผู้โดยสารขาเข้าของสนามบิน ทางหลวง และในโรงแรม เป็นต้นค่ะ
สิ่งนี้ทำให้ศิลปินมีรีแอคชันกลับ และแฟนคลับก็ออกมาช่วยเชียร์ด้วยอีกแรง ทำให้ #ListenToYourFans ได้กระแสเเซงหน้าผู้สนับสนุนหลัก เรียกได้ว่าขโมยซีนไปเต็มๆ ค่ะ แถมยังไม่ต้องทุ่มงบเป็นสปอนเซอร์หลายบาท พร้อมกันนี้ Spotify ได้มูลค่าจากสื่อสูงถึง 2,500% และผู้ชมก็เข้าไปเพิ่มยอดวิวให้อีกด้วยค่ะ
บทวิเคราะห์
อย่างที่เราเห็นว่า Spotify ใช้ดาต้าตัวเองได้เกิดประโยชน์จริง ปลื้มว่าดีกว่าการรายงานจัดอันดับเพลงประจำปีเฉยๆ เพราะปกติเหล่าผู้ให้บริการสตรีมเพลงมักจะรวบรวมข้อมูล จัดอันดับ Top เพลงต่างๆ ออกมาแค่นั้น แต่นี่ Spotify ทำมากกว่านั้น โดยที่ใช้ข้อมูลของตัวเองในการขับเคลื่อนแคมเปญ
อีกทั้งยังใช้กลยุทธ์ทางการตลาด Hijack ที่ชาญฉลาดมาก สามารถเปลี่ยนความสนใจจากคู่แข่ง การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ต โดยไม่ต้องสปอน แถมทำให้แฟนคลับ ศิลปิน หันมาสนใจ Spotify แทน ถือเป็นการแก้ Pain Point ของผู้ชมที่อยากฟังเพลงที่ศิลปินบางทีไม่ได้หยิบมาร้องสดในงานดนตรี ทำให้ครั้งนี้ผู้ชมเอ็นจอย เสียงกระหึ่มไปทั่วงาน
นี่เลยเป็นเคสแบรนด์ที่ใช้ Data เก่งแบรนด์หนึ่งเลย ที่ปลื้มอยากเอามาเล่า เผื่อเป็นแนวคิดในการต่อยอดวางแผนกลยุทธ์ ใครมีดาต้าของตัวเองอย่าลืมหยิบมาใช้ประโยชน์แบบ Spotify ดูนะคะ หรือลองกลยุทธ์ Hijack Marketing ไม่แน่อาจดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายได้มหาศาลก็ได้นะ
ตัวอย่างการใช้ กลยุทธ์ Hijack Marketing ที่สามารถศึกษาต่อ
สำหรับใครที่อยากอ่านบทความเกี่ยวกับการตลาดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้จาก เพจการตลาดวันละตอน รวมไปถึงเว็บไซต์ Twitter Instagram YouTube และ Blockdit ของการตลาดวันละตอนด้วยนะคะ
Source