การตลาด Hero Gum เมื่อหมากฝรั่งกลายเป็นฮีโร่ สู่ CSR ที่สร้างคุณค่าอย่างแท้จริง

เวลาพูดถึงหมากฝรั่ง หลายคนคงนึกถึงรสชาติหวานซ่า กลิ่นมิ้นท์สดชื่นใช่ไหมคะ หรืออาจจะเป็นการเป่าฟองสนุกๆ แต่จะเป็นอย่างไรถ้าหมากฝรั่งธรรมดาๆ ชิ้นนั้นกลับกลายเป็นเครื่องมือช่วยชีวิตคนได้? Mars Wrigley ยักษ์ใหญ่แห่งวงการขนม และเจ้าของแบรนด์หมากฝรั่งชื่อดัง Doublemint ได้ร่วมมือกับ Gift of Life Marrow Registry ในโครงการ Hero Gum ที่เปลี่ยนหมากฝรั่งให้กลายเป็น “ฮีโร่” ในการช่วยผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด จะเป็นแบบไหนไปชมกันค่ะ

ในสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดมากกว่า 20,000 คนที่ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วนโดยหนึ่งในวิธีการรักษาหลักคือการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดหรือไขกระดูกจากผู้บริจาคที่เข้ากันได้ แต่ปัญหาใหญ่คือ “โอกาสในการหาแมทช์ที่เหมาะสมมีน้อยมาก” และต้องอาศัยฐานข้อมูลผู้บริจาคจำนวนมหาศาลเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยแต่ละคนค่ะ

ในความเป็นจริงกลับเต็มไปด้วยอุปสรรค ผู้คนจำนวนมากยังขาดความตระหนักรู้เกี่ยวกับการบริจาคไขกระดูก หลายคนไม่เข้าใจว่ากระบวนการนี้สามารถช่วยชีวิตได้จริง ๆ และที่สำคัญคือขั้นตอนการสมัครยังซับซ้อนต้องกรอกข้อมูลออนไลน์รอให้ชุดตรวจ DNA ส่งมาทางไปรษณีย์และทำการเก็บตัวอย่างส่งกลับอีกที กระบวนการที่ยุ่งยากเหล่านี้ทำให้คนจำนวนมากล้มเลิกกลางทางทั้งที่ตั้งใจจะมาช่วยเหลือ

เพื่อลดปัญหาเหล่านี้ Gift of Life Marrow Registry องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ทำงานด้านการสร้างเครือข่ายผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดจึงมองหานวัตกรรมใหม่ที่จะ “ทำให้การสมัครเป็นผู้บริจาคง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” และผลลัพธ์ก็คือ Hero Gum หมากฝรั่งที่ไม่ใช่แค่ขนมแต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเก็บ DNA ของผู้ใช้เพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูลผู้บริจาคได้ทันที

Hero Gum ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าทางกายภาพค่ะ แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์ใหม่ที่ช่วย “ลด Pain Point” ของผู้คนได้ ให้ทุกคนสามารถสมัครเป็นผู้บริจาคได้ง่าย ๆ แค่เคี้ยวหมากฝรั่งแล้วส่งคืนก็สามารถเป็นฮีโร่ที่ช่วยต่อชีวิตใครบางคนได้แล้ว

ไอเดียนี้เกิดจากข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งเพียง 5 นาที สามารถให้ตัวอย่าง DNA ที่ใช้ได้สำหรับการตรวจสอบเพื่อลงทะเบียนเป็นผู้บริจาค ซึ่งหมายความว่าหมากฝรั่งที่คุณเคี้ยวอยู่ทุกวันนั้น สามารถเป็นเครื่องมือช่วยชีวิตได้จริงๆค่ะ Mars Wrigley ได้ร่วมกับเอเจนซี่ Adam&eveDDB New York จึงเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของ Wrigley Doublemint ให้กลายเป็น Hero Gum พร้อมชุดเก็บตัวอย่าง DNA ที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ และยังมีขั้นตอนการใช้งาน Hero Gum ที่ง่ายมากค่ะ

  1. เคี้ยวหมากฝรั่งเป็นเวลา 5 นาที
  2. ใส่หมากฝรั่งลงในซองที่มาพร้อมชุด
  3. ส่งกลับไปยัง Gift of Life
  4. ได้รับหมายเลขผู้บริจาคเฉพาะตัว
  5. หมากฝรั่งถูกส่งไปตรวจที่ห้องแล็บ

การทำแคมเปญนี้ Mars Wrigley ไม่ได้แค่เปลี่ยนชื่อสินค้าแต่ออกแบบ customer journey ใหม่ทั้งหมด

1. Product Repurposing Strategy แทนที่จะใช้ไม้สำลีธรรมดาๆ พวกเขาเปลี่ยนมาใช้หมากฝรั่งซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้นเคยและสนุกกว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งฟังดูน่าสนใจกว่าการใช้ไม้สำลีใส่ในช่องปากแน่นอน

2. Packaging Innovation บรรจุภัณฑ์ถูกออกแบบใหม่ให้ดูสดใสและดึงดูดคนรุ่นใหม่พร้อมกับมาในรูปแบบชุดทดสอบที่สมบูรณ์ที่ไม่ใช่แค่หมากฝรั่งธรรมดา

การตลาด Hero Gum
ขอบคุณภาพจาก Shutterstock AI Generator Prompt : A bright and realistic lifestyle photo of young working-age people (20s–40s) casually chewing gum in a fun and natural way. The atmosphere is fresh, positive, and colorful with soft lighting. People look stylish and modern, dressed in casual work outfits, smiling and relaxed. The gum is highlighted subtly to show playfulness and freshness, without looking like an ad

3. Distribution Strategy แทนที่จะขายผ่านช่องทางปกติ Hero Gum ถูกแจกที่อีเวนต์ มหาวิทยาลัย และศูนย์ชุมชนทั่วสหรัฐฯ เช่น การแจกในเกมเบสบอลระหว่าง New York Mets กับ San Francisco Giants ในวันที่ 1 สิงหาคมค่ะ

4. Communication Strategy Adam&eveDDB สร้างสื่อครบชุด ตั้งแต่วิดีโอแอนิเมชั่น 30 วินาที (ที่ฉายครั้งแรกบน Jumbotron ในสนามเบสบอล), แบนเนอร์ดิจิทัลและโซเชียล, เว็บไซต์เฉพาะ และสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับกิจกรรม

สิ่งที่น่าสนใจคือ แคมเปญนี้เลี่ยงการใช้ข้อความที่หนักหน่วงหรือชวนให้รู้สึกผิดแต่เลือกใช้ “Hero Trope” ที่เน้นบทบาทของผู้บริจาคในฐานะฮีโร่ที่ช่วยชีวิตคนได้ อย่างที่คุณMusashi Shintaku ผู้อำนวยการสร้างสรรค์จาก Adam&eveDDB New York กล่าวว่า แคมเปญนี้เปลี่ยน “สิ่งที่เรียบง่ายและคุ้นเคยอย่างหมากฝรั่งให้กลายเป็นการกระทำที่ทรงพลังและช่วยชีวิต”

แคมเปญนี้ไม่ใช่แค่การทำ CSR ธรรมดา แต่เป็นกลยุทธ์ที่ Win-Win ทุกฝ่าย

  • Gift of Life ได้ผู้บริจาคเพิ่มขึ้นด้วยวิธีที่สะดวกและสนุก
  • Mars Wrigley เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และสร้างเหตุผลใหม่ในการซื้อสินค้า
  • ผู้บริจาค ได้ทำดีโดยไม่ต้องเสียสละอะไรเพิ่มเติม
  • ผู้ป่วย มีโอกาสได้รับการรักษาที่ดีขึ้น
การตลาด Hero Gum
ขอบคุณรูปภาพจาก : Gift of life

กลยุทธ์ Product Repurposing นี้ไม่ใช่ครั้งแรกในวงการ เราเคยเห็น Barilla ทำแคมเปญ “Secondhand Box” ที่เปลี่ยนกล่องพาสต้าให้เป็นกล่องสำหรับส่งของมือสองเพื่อความยั่งยืน จุดเด่นของกลยุทธ์นี้คือ ลูกค้าไม่ต้องเสียสละอะไร พวกเขาซื้อสินค้าตามปกติ แต่ได้ทำประโยชน์ไปด้วยในตัว

การตลาด Hero Gum เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการทำ Purpose Driven Marketing ที่ดูไม่บังคับหรือ “เทศนา” เกินไป การเปลี่ยนหมากฝรั่งธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องมือช่วยชีวิต ไม่ใช่แค่ไอเดียที่ฉลาดแต่ยังแสดงให้เห็นว่าการตลาดสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้จริงๆค่ะ โดยไม่ต้องเสียความสนุกหรือความเป็นแบรนด์ไป

สำหรับผู้เขียนสิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือความเรียบง่ายของแนวคิด ใครจะคิดว่าการเคี้ยวหมากฝรั่ง 5 นาที จะกลายเป็นการช่วยชีวิตคนได้ล่ะ? นี่คือพลังของ Insight ที่ดีเมื่อแบรนด์มองเห็นโอกาสในสิ่งที่ดูธรรมดาและเชื่อมโยงเข้ากับ Purpose ที่ใหญ่กว่า การตลาด Hero Gum เป็นเคสที่ควรศึกษาเพราะแสดงให้เห็นว่าการทำ Social Impact Marketing ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล บางทีคำตอบอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด แค่ต้องมองให้เห็นศักยภาพที่แฝงอยู่ในผลิตภัณฑ์ของเราเท่านั้น

Source : Gift of life 

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

อุ๋มอิ๋ม Marketing Content Creator และ Data Insight Researcher ของการตลาดวันละตอนค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *