ทุกคนคิดว่าแบรนด์เครื่องประดับจะให้ความสำคัญกับอะไรนอกจาก ความหรูหรา ความประณีต หรือดีไซน์ที่ไม่เคยตกยุค? Cartier ให้ความสำคัญกับสิ่ง ๆ หนึ่งมาตลอด 20 ปี นั่นคือการสร้างพื้นที่ให้ผู้ประกอบการหญิงทั่วโลกได้เติบโตและมีพลังที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคม ครับ
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้เป็นเจ้าภาพจัดพิธีมอบรางวัล Cartier Women’s Initiative Awards 2026 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวาระพิเศษที่โครงการนี้เดินทางมาครบ 20 ปีพอดี ภายใต้แนวคิด “Women Lighting the Path” ผมจะพาไปดูว่าโครงการนี้คืออะไร ทำไมแบรนด์หรูถึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน และผลการประกาศรางวัลปีนี้มีอะไรน่าสนใจบ้างครับ
พามารู้จัก Cartier Women’s Initiative
Cartier Women’s Initiative คือโครงการระดับสากลที่ก่อตั้งโดยเมซงคาร์เทียร์ตั้งแต่ปี 2006 โดยจุดตั้งต้นของโครงการนี้คือความเชื่อที่ว่าเมื่อผู้หญิงได้รับโอกาสในการเป็นผู้นำ พวกเธอจะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ความเชื่อนี้กลายมาเป็นรากฐานของโครงการที่มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงที่ลุกขึ้นมาแก้ไขความท้าทายของโลก ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านสังคมหรือสิ่งแวดล้อม
ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าการมอบรางวัลประจำปี จนกลายเป็นคอมมูนิตี้ระดับโลกที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการหญิงเข้าด้วยกันผ่านการแบ่งปันประสบการณ์และส่งต่อแรงบันดาลใจ ต้องบอกว่าตัวเลขที่สะท้อนความสำเร็จตลอด 2 ทศวรรษนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ
สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงผู้สร้างผลกระทบมาแล้วกว่า 330 ราย จาก 67 ประเทศทั่วโลก
มอบเงินทุนสนับสนุนไปแล้วทั้งสิ้น 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เชื่อมโยงเครือข่ายระดับโลกที่สมาชิกคอมมูนิตี้ยังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันมากกว่า 520 ราย ครอบคลุมกว่า 80 ประเทศ
ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่า Cartier Women’s Initiative เป็นมากกว่างานมอบรางวัลประจำปีที่จัดแล้วจบ เพราะมันคือพื้นที่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังคงเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
Cartier สนับสนุนโครงการนี้เพื่ออะไร เมื่อแบรนด์หรูเลือกสนับสนุนกับพลังของผู้หญิงในระยะยาว
คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมแบรนด์เครื่องประดับระดับโลกถึงให้ความสำคัญกับโครงการที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับสินค้าหรือยอดขาย แถมยังทำต่อเนื่องมาถึง 20 ปี
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ในคำพูดของ ซีริลล์ วิญเญอรอง ประธานกรรมการฝ่ายวัฒนธรรมและกิจกรรมเพื่อสังคมของคาร์เทียร์ ที่กล่าวในงานว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเติบโตจากแพลตฟอร์มมอบรางวัล มาเป็นคอมมูนิตี้ระดับโลกที่พร้อมสนับสนุนสมาชิกในทุกมิติ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจของพวกเธอต่อไป โดยบอกว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจของสมาชิกส่วนใหญ่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ และหลายธุรกิจก็เติบโตขึ้นจนสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก
คำพูดนี้เราจะเห็นว่าสิ่งที่คาร์เทียร์วางไว้เป็นมากกว่าเงินรางวัลที่จบในค่ำคืนเดียว เพราะคือการออกแบบประสบการณ์ Fellowship ระยะยาว 1 ปีเต็ม ที่ครอบคลุมทั้งโอกาสด้านเงินทุน เครือข่าย และการพัฒนาทักษะ พร้อมสิทธิ์เข้าถึงชุมชนระดับโลกได้ตลอดชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สมาชิกแต่ละรุ่นยังคงเชื่อมโยงกันแม้พิธีมอบรางวัลจะผ่านไปแล้วก็ตาม
อีกหนึ่งมุมมองที่ตอกย้ำเจตนารมณ์ของโครงการ มาจากคุณนวลพรรณ ล่ำซำ ที่กล่าวไว้ในงานว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้หญิงกล้าก้าวเข้าไปในพื้นที่ที่ใครต่างบอกว่าไม่คู่ควร กล้าที่จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ผุพัง และยืนหยัดในจุดยืนของตนเองอย่างมั่นคงในยามที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก ผมมองว่าคำพูดนี้สะท้อนชัดเจนว่าสิ่งที่โครงการนี้ให้ เป็นมากกว่าการสนับสนุนทางการเงิน เพราะคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้หญิงกล้าลุกขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวเองครับ
ผลประกาศรางวัลประจำปี 2026 ใครได้อะไรบ้างในวาระครบรอบ 20 ปี
ปีนี้ Cartier Women’s Initiative ได้ยกย่องผู้ประกอบการหญิงทั้งหมด 30 ท่าน จาก 19 ประเทศ ครอบคลุม 10 หมวดรางวัล แบ่งเป็นรางวัลระดับภูมิภาคจำนวน 9 รางวัล และรางวัลเฉพาะทางอีก 1 รางวัล คือ Science & Technology Pioneer Award สำหรับผู้บุกเบิกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้เข้ารอบทั้ง 30 ท่านถูกคัดเลือกผ่านกระบวนการตรวจสอบและประเมินผลอย่างเข้มงวดจากคณะกรรมการตัดสินอิสระ โดยเกณฑ์สำคัญคือต้องเป็นธุรกิจที่บริหารโดยผู้หญิง และมุ่งมั่นแก้ไขความท้าทายเร่งด่วนทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม ต้องบอกว่าความพิเศษของปีนี้คือเป็นครั้งแรกที่โครงการได้ผู้ประกอบการหญิงจากประเทศเนปาลเข้าร่วมด้วย ซึ่งสะท้อนว่าเครือข่ายของโครงการยังคงขยายตัวไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
ส่วนเงินทุนสนับสนุนสำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลในแต่ละอันดับมีดังนี้
อันดับ 1 ได้รับทุนสนับสนุน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อันดับ 2 ได้รับทุนสนับสนุน 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อันดับ 3 ได้รับทุนสนับสนุน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากเงินรางวัล สมาชิกทั้ง 30 ท่านยังได้รับสิทธิ์เข้าร่วมหลักสูตร Fellowship ระยะเวลา 1 ปี ที่ครอบคลุมโอกาสรอบด้าน รวมถึงการเข้าถึงชุมชนระดับโลกของ Cartier Women’s Initiative ได้ตลอดชีวิต ซึ่งผมมองว่าถือเป็นมูลค่าที่มากกว่าตัวเงินรางวัลในระยะสั้น
พิธีมอบรางวัลครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญหลายท่าน อาทิ นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานคณะกรรมการการพัฒนาของฟีฟ่าและนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ร่วมแชร์มุมมองเรื่องการทลายกำแพงโอกาสของผู้หญิง และอามัล คลูนีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิคลูนีย์เพื่อความยุติธรรม ที่กล่าวปาฐกถาพิเศษปิดท้ายงาน เน้นย้ำถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความกล้าหาญและการขับเคลื่อนเพื่อสิทธิมนุษยชน
มากกว่ารางวัล นิทรรศการและเวทีเสวนาที่สะท้อนเจตนารมณ์ของโครงการตลอด 20 ปี
สิ่งที่ทำให้ Cartier Women’s Initiative แตกต่างจากงานมอบรางวัลทั่วไป คือการที่โครงการนี้สร้างพื้นที่ให้คนได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดกัน
ภายในงานมีนิทรรศการพิเศษ หรือ Immersive Exhibition ที่ชวนผู้ร่วมงานสำรวจความสำเร็จและการเติบโตของคอมมูนิตี้ตลอด 20 ปี ผ่านเรื่องราวของสมาชิก 20 ท่าน ที่ดำเนินธุรกิจรับมือกับความท้าทายหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางชีวภาพ สุขภาพ การศึกษา ความเท่าเทียม และการเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจแก่ผู้หญิง นิทรรศการยังมีโซน “Cabinets of Curiosities” ในรูปแบบ Interactive และพื้นที่จัดแสดงผลงานของผู้ประกอบการหญิงไทยที่ได้รับการคัดเลือกจากความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย
ก่อนพิธีมอบรางวัล ยังมีการจัดเสวนา “Cartier Dialogues” เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โดยมีแขกผู้มีเกียรติกว่า 140 ท่านเข้าร่วม แบ่งเป็น 2 หัวข้อหลัก
หัวข้อแรก “Unveiling Brilliance: Imposter Syndrome & The Path to Authentic Leadership” พูดคุยเรื่องสภาวะ Imposter Syndrome หรืออาการคิดว่าตนเองไม่เก่งพอ ทั้งในมุมที่เกิดจากตัวบุคคลและเชิงโครงสร้างทางสังคม ซึ่งเป็นประเด็นที่คนทำงานยุคนี้หลายคนน่าจะรู้สึกเชื่อมโยงได้ไม่ยาก
หัวข้อที่สอง “Strength Reimagined: Leadership, Kindness and the Courage to Defy Expectations” ชวนพูดคุยถึงภาพจำที่สังคมมีต่อคำว่าความแข็งแกร่ง รวมถึงบทบาทของการศึกษา การคุ้มครองทางกฎหมาย และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเสริมศักยภาพให้ผู้หญิง
ผมมองว่าการมีพื้นที่แบบนี้สะท้อนให้เห็นว่า Cartier Women’s Initiative ให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวตนและภาวะผู้นำในเชิงลึก ไม่ใช่แค่มองผู้ประกอบการหญิงในมุมธุรกิจเพียงอย่างเดียว
ก้าวต่อไปของ Cartier Women’s Initiative สู่ปี 2027
พิธีมอบรางวัลปีนี้จบลงแล้ว และโครงการ Cartier Women’s Initiative ยังคงเดินหน้าต่อ โดยเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการประจำปี 2027 อย่างต่อเนื่อง ภายใต้รูปแบบรางวัลเดิมคือ 10 ประเภทรางวัล แบ่งเป็นระดับภูมิภาค 9 ภูมิภาค และรางวัลเฉพาะทาง Science & Technology Pioneer Award อีก 1 รางวัล
สมาชิกที่ได้รับการคัดเลือกในรุ่นต่อไปจะได้รับการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน บุคลากร และทุนทางสังคม เพื่อเร่งศักยภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจและทักษะความเป็นผู้นำ เช่นเดียวกับรุ่นพี่ที่ผ่านมา โดยพิธีมอบรางวัลครั้งต่อไปจะจัดขึ้น ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
สรุป Cartier Women’s Initiative Awards 2026 ฉลองครบรอบ 20 ปี ภายใต้แนวคิด “Women Lighting the Path”
ตลอด 20 ปีของ Cartier Women’s Initiative แสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนผู้หญิงให้ได้เป็นผู้นำนั้นสามารถสร้างผลกระทบและคุณค่าต่อสังคมทั่วโลกมากกว่าจะเป็นแคมเปญระยะสั้น จากจุดเริ่มต้นในปี 2006 มาจนถึงวันนี้ที่กรุงเทพมหานครได้กลายเป็นเวทีฉลองความสำเร็จระดับสากล โครงการนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อผู้หญิงได้รับโอกาส พวกเธอสามารถสร้างแสงสว่างนำทางให้ทั้งตัวเองและคนรอบข้างได้ ตรงตามแนวคิด “Women Lighting the Path” ที่โครงการยึดถือมาตลอด
ความสำเร็จของ Cartier Women’s Initiative ตลอด 20 ปีนี้ เกิดจากหลายปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น
การวางรากฐานจากความเชื่อที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก ว่าผู้หญิงที่ได้รับโอกาสจะเปลี่ยนแปลงสังคมได้
การออกแบบ Fellowship แบบครบวงจร ที่ไปไกลกว่าเงินรางวัล ครอบคลุมทั้งเครือข่าย ทักษะ และคอมมูนิตี้ตลอดชีวิต
การขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องสู่พื้นที่ใหม่ ๆ อย่างประเทศเนปาลในปีนี้
การสร้างพื้นที่เรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดผ่านนิทรรศการและเวทีเสวนา ไม่ใช่แค่พิธีมอบรางวัล
การเดินหน้าต่อเนื่องสู่ปี 2027 ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ตอกย้ำว่านี่คือการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่แคมเปญที่ทำเพียงครั้งเดียว
ทั้งหมดนี้ทำให้ Cartier Women’s Initiative กลายเป็นตัวอย่างของแบรนด์หรูที่เลือกให้ความสำคัญในการสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนในระยะยาวครับ