ที่สำคัญกว่านั้นคือ Rolf Benz ไม่ได้ผลิตโซฟาสำเร็จรูปมากองรอขาย แต่ผลิตแบบสั่งทำ Made to Order ลูกค้าเลือกได้เองว่าจะใช้หนังแบบไหนจากตัวเลือกกว่า 100 ชนิด หรือผ้าแบบไหนจากกว่า 200 ชนิด ข้อมูลนี้มาจาก รายงานของ Aper ที่ยังระบุด้วยว่าเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นได้รับการรับรอง Blue Angel ด้านสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ปี 2014 และในปี 2020 Rolf Benz ก็เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายแรกๆ ที่ได้ตรารับรอง Furniture Made in Germany ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่การันตีว่าผลิตในเยอรมนีจริง
ลองคิดตามดูนะครับว่ากำแพงนี้มันสูงแค่ไหน คู่แข่งที่อยากลอกเลียน Rolf Benz ต้องไม่ใช่แค่ลอกดีไซน์ แต่ต้องมีโรงงานทำโครงเอง มีช่างฝีมือเย็บและหุ้มเบาะระดับเดียวกัน มีระบบสั่งทำที่รองรับวัสดุหลายร้อยแบบ และต้องมีถิ่นกำเนิดที่ผู้บริโภคเชื่อถือได้อย่าง Made in Germany ทั้งหมดนี้ใช้เงินซื้อลัดไม่ได้ ต้องใช้เวลาสะสมเป็นสิบๆ ปี นี่แหละคือความหมายที่แท้จริงของคำว่ากำแพงที่คู่แข่งลอกเลียนยาก
Why It Worked ทำไมกลยุทธ์ราคาแพงของ Rolf Benz ถึงยังมีคนยอมจ่าย
เหตุผลข้อแรกคือความคงทนที่จับต้องได้ คุณ Jürgen Mauß ผู้บริหารของ Rolf Benz เคยให้สัมภาษณ์กับ The Nomad Magazine ว่าโซฟา Rolf Benz หนึ่งตัวมีอายุการใช้งานเฉลี่ยราว 25 ปี และหลายตัวก็ใช้ได้นานกว่านั้นอีก เมื่อมองในมุมนี้ ราคาที่ดูแพงตอนซื้อจึงถูกเฉลี่ยด้วยเวลาที่ยาวนาน กลายเป็นความคุ้มค่าในระยะยาวที่โซฟาราคาถูกซึ่งพังทุก 3 ถึง 5 ปีให้ไม่ได้
เหตุผลข้อที่สองคือการที่แบรนด์ทำให้โซฟากลายเป็นงานออกแบบที่มีคุณค่าเชิงวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่ของใช้ รุ่น 6500 ที่ออกแบบตั้งแต่ยุค 1980 ยังคงถูกจัดแสดงใน Museum of Modern Art ที่นิวยอร์ก และแบรนด์ยังเคยผลิตโซฟาพิเศษให้รายการทีวีชื่อดังของเยอรมนีอย่าง Wetten dass ที่คุณ Thomas Gottschalk ใช้ต้อนรับแขกมาหลายปี เมื่อสินค้ากลายเป็นสัญลักษณ์ของรสนิยมและสถานะ ราคาก็ไม่ใช่ประเด็นหลักในการตัดสินใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอีกต่อไป
เหตุผลข้อที่สามที่ลึกที่สุดคือถิ่นกำเนิดกลายเป็นกำแพงที่แม้แต่เจ้าของใหม่ยังไม่กล้าแตะ ในปี 2018 Rolf Benz ถูกกลุ่มทุน Kuka หรือ Jason Furniture จากจีนเข้าซื้อกิจการ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือสายการผลิตทั้งหมดยังคงอยู่ในเยอรมนีเหมือนเดิม ไม่ได้ถูกย้ายไปผลิตที่อื่นเพื่อลดต้นทุน นั่นเพราะเจ้าของใหม่เข้าใจดีว่ากำแพง Made in Germany และงานฝีมือในป่าดำคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของแบรนด์นี้ ถ้าย้ายฐานการผลิตเมื่อไหร่ มูลค่าที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่ายแพงก็จะหายไปทันที
Marketing Lesson 4 บทเรียนกลยุทธ์แบรนด์พรีเมียมจาก Rolf Benz สำหรับนักการตลาด
Rolf Benz เป็นแบรนด์ของประเทศอะไร ใครเป็นผู้ก่อตั้ง
Rolf Benz เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะระดับพรีเมียมจากเยอรมนี ก่อตั้งในปี 1964 โดยช่างหุ้มเบาะชื่อ คุณ Rolf Benz ที่เมือง Nagold ริมป่าดำทางตอนใต้ของเยอรมนี ปัจจุบันอยู่ภายใต้กลุ่มทุน Kuka หรือ Jason Furniture จากจีนตั้งแต่ปี 2018 แต่ยังคงผลิตในเยอรมนีเหมือนเดิม
ทำไมโซฟา Rolf Benz ถึงราคาแพง
เพราะ Rolf Benz ผลิตแบบครบวงจรในโรงงานของตัวเองที่เยอรมนี ตั้งแต่ทำโครงไปจนถึงเย็บและหุ้มเบาะ ผลิตแบบสั่งทำที่ลูกค้าเลือกหนังและผ้าได้หลายร้อยแบบ ใช้งานได้เฉลี่ยราว 25 ปี และได้ตรารับรอง Made in Germany ต้นทุนงานฝีมือและมาตรฐานเหล่านี้คือที่มาของราคาระดับพรีเมียม
กลยุทธ์การตลาดของ Rolf Benz ที่นักการตลาดเรียนรู้ได้คืออะไร
หัวใจคือการสร้างกำแพงที่คู่แข่งลอกเลียนยาก ทั้งการผลิตครบวงจรในบ้านตัวเอง การขายความคงทนแทนราคาถูก การใช้ถิ่นกำเนิด Made in Germany เป็นเครื่องยืนยันคุณภาพ และการรักษามาตรฐานไว้แม้เจ้าของจะเปลี่ยนมือ