การตลาด LINE MAN ทำ Contextual Marketing อัดโปรใหญ่รับคนละครึ่งพลัส ดึงหนุ่ม กรรชัย นั่งพรีเซนเตอร์

บทความนี้พามาดู การตลาด LINE MAN ในช่วงที่รัฐบาลประกาศนโยบายคนละครึ่งพลัสกันครับ โดย LINE MAN เลือกจะเข้าไปมีบทบาทที่มากกว่าการเป็นแพลตฟอร์ม Food delivery ผ่านกลยุทธ์ Contextual Marketing ระดับประเทศ ที่ผสานระหว่างนโยบายรัฐ กับความสามารถของแพลตฟอร์ม พร้อมอัดโปรช่วยร้านเล็กทั่วประเทศ นอกจากนั้นยังดึงพี่หนุ่ม กรรชัยมานั่งพรีเซนเตอร์เพื่อสร้างพลังความน่าเชื่อถือและความแมสในเวลาเดียวกันครับ อ่านรายละเอียดในบทความนี้ได้เลยครับ

ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ รัฐบาลก็ประกาศนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อทั่วประเทศอีกครั้งครับ ซึ่งนั่นกลายเป็นจังหวะทอง สำหรับธุรกิจที่สามารถเข้าไปอยู่ในเงื่อนไขของนโยบายได้ และหนึ่งในนั้นคือ LINE MAN ครับ

LINE MAN มองนโยบายคนละครึ่งพลัสว่าเป็นโอกาสของแบรนด์ที่สามารถแสดงบทบาทได้มากกว่าแพลตฟอร์มส่งอาหาร เพราะหัวใจของโครงการคนละครึ่ง คือการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก ซึ่งสอดคล้องพอดีกับสิ่งที่ LINE MAN ยืนหยัดมาตลอด โดยที่ผ่านมามีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งกับแพลตฟอร์ม Food delivery เกือบ 100,000 ร้าน โดยกว่า 60–70% เลือกใช้ LINE MAN 

การตลาด LINE MAN

นอกจากนี้ยังมียอดผู้ใช้งานคนละครึ่ง ผ่าน LINE MAN จากเฟสที่ผ่านมาทั้งหมดกว่า 7 ล้านสิทธิ์ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็น เบอร์ 1 คนละครึ่ง โดยพร้อมเดินหน้าสนับสนุนร้านอาหารและผู้บริโภคเต็มรูปแบบ และในครั้งนี้ LINE MAN ใช้พลังของ หนุ่ม กรรชัย ผลักดันการใช้คนละครึ่ง ผ่าน LINE MAN ให้เข้าถึงทุกร้าน ทุกบ้าน และทุกชุมชนทั่วประเทศ 

เรียกได้ว่า LINE MANใช้สิ่งที่แบรนด์ทำอยู่แล้ว มาเชื่อมเข้ากับสิ่งที่ภาครัซกำลังขับเคลื่อน และนั่นคือการตลาดแบบ Contextual Marketing ในระดับประเทศ ที่เล่นกับเวลาและบริบทของประเทศได้อย่างลงตัวครับ

การเลือก พี่หนุ่ม กรรชัย มาร่วมแคมเปญครั้งนี้ ถือเป็นจังหวะที่ดีมาก ๆ ครับ ที่มองเห็นเทรนด์ทันกระแส เพราะนอกจากจะเป็นคนข่าวขวัญใจคนไทยที่อยู่ในกระแสสังคมตลอดเวลาแล้ว ล่าสุดเจ้าตัวเพิ่งสร้างปรากฏการณ์ไวรัลจากไลฟ์ดังแห่งปี ที่กวาดยอดขายถล่มทลายหลายสิบล้าน จนเป็นกระแสไวรัลดังบนโลกออนไลน์ การใช้พลังความแมสและความน่าเชื่อถือของคนข่าวระดับประเทศมาเป็นกระบอกเสียง จึงเป็นกลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึง “ใจคนไทย” และเชื่อมกับพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่ของประเทศได้ตรงจุดครับ

ในมุมของร้านอาหารนอกจากจะเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานสิทธิคนละครึ่งได้ง่ายทั้งฝั่งร้านค้าและผู้บริโภค LINE MAN ยังเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่ภายใต้โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายร้านอาหารและสร้างความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคทั่วประเทศครับ 

การตลาด LINE MAN

โดยร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการผ่าน LINE MAN ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิพิเศษแบบจัดเต็ม ได้แก่

  • ลดค่าธรรมเนียม GP เป็นกรณีพิเศษ สำหรับออเดอร์จากโครงการ “คนละครึ่งพลัส”
  • คูปองส่วนลดสำหรับร้านค้าเพื่อนำไปทำโปรโมชัน มูลค่า 3,000 บาท
  • Ads Credit เพิ่มการมองเห็นของร้านในแอปพลิเคชัน สูงสุด 1,000 บาท
  • ขยายระยะทางส่งฟรีเป็น 5 กิโลเมตร
  • สื่อโฆษณา ณ จุดขาย (POSM) เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้
  • ส่วนลดค่าบริการระบบจัดการร้านอาหาร (POS) สูงสุด 8,000 บาท
  • และกิจกรรมทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
ขอบคุณภาพจาก Shutterstock AI Generator: a line man food delivery rider handing over food to a happy customer, urban bangkok street in the evening, soft golden hour lighting, cinematic shallow depth of field, emotional connection, realistic expressions

ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ใช้สิทธิคนละครึ่ง LINE MAN ก็ได้เตรียมแคมเปญการตลาดและงบโปรโมชัน เพื่อมอบสิทธิพิเศษด้านส่วนลดค่าอาหาร สิทธิส่งฟรี และคูปองส่วนลดมากมายสำหรับออเดอร์จากโครงการคนละครึ่งบนแอป LINE MAN โดยทั้งหมดนี้สะท้อนว่า LINE MAN ไม่ได้เพียงตอกย้ำสถานะ “เบอร์ 1 คนละครึ่ง” แต่ยังเดินเกมเชิงรุกด้วยกลยุทธ์ที่เข้าใจทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ พร้อมใช้จุดแข็งในฐานะ “แพลตฟอร์มสัญชาติไทย” ที่เข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง และสามารถปรับตัวตอบรับนโยบายภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการร้านอาหารและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตต่อไปครับ

แคมเปญ LINE MAN คือกรณีศึกษาของแบรนด์ที่เข้าใจ Contextual Marketing ได้เป็นอย่างดีครับ โดยใช้จังหวะนโยบายรัฐมาสร้างความหมายให้แบรนด์ย้ำภาพแพลตฟอร์มของคนไทย เพื่อคนไทย พร้อมกับการเลือกพี่หนุ่ม กรรชัยช่วยเติมพลังความน่าเชื่อถือและความแมส แคมเปญนี้จึงไม่ได้จบแค่ยอดออเดอร์ แต่ต่อยอดเป็นความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ และผู้คน เป็นตัวอย่างของ Contextual Marketing ที่เปลี่ยนสถานการณ์ประเทศให้กลายเป็นจังหวะของแบรนด์ได้อย่างสวยงามครับ

ชื่อเติ้ลครับ เป็น Senior Data Insight Researcher & Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอนครับ ^^ มีงานอดิเรกเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยฝั่ง Consumer Insights ที่คณะวิทยาศาตร์การกีฬา ที่จุฬาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *