เจาะลึกการตลาด Glassiq ชู Icon Lifestyle แบรนด์แว่นไทยผสานแฟชั่น&ฟังก์ชัน

ในยุคที่ “แว่นตา” เป็นมากกว่าอุปกรณ์ที่ช่วยในการมองเห็น แต่กลายเป็นแฟชั่นไอเท็มที่สะท้อนตัวตนแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจึงต้องเป็นมากกว่าผู้ขายสินค้า แต่ต้องสร้างเอกลักษณ์และประสบการณ์ที่โดดเด่นให้กับลูกค้า และนี่คือจุดที่ Glassiq แตกต่างจากแบรนด์แว่นตาทั่วไป บทความนี้เราจะพามาดู เจาะลึกการตลาด Glassiq ชู Icon Lifestyle แบรนด์แว่นไทยผสานแฟชั่น&ฟังก์ชันกันค่ะ

อย่างที่บอกว่าแทนที่จะขายแว่นแบบแมสทั่วไป แต่ Glassiq ยังโฟกัสที่กลุ่มลูกค้ามีสไตล์ คนที่มองหาแว่นตาที่ เสริมบุคลิก และเข้ากับลุคของตัวเอง ทุกดีไซน์ของ Glassiq ได้รับแรงบันดาลใจจากเทรนด์แฟชั่นระดับโลก คัดสรรให้เข้ากับโครงหน้าคนเอเชีย มีดีไซน์ที่เรียบหรู มินิมอล แต่โดดเด่น ใส่ง่ายแต่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครค่ะ

หากย้อนกลับไปในอดีตการเลือกซื้อแว่นตาอาจเป็นเรื่องที่ใช้เวลานานและยุ่งยาก ตั้งแต่การเดินทางไปที่ร้าน เลือกกรอบแว่นที่ถูกใจ วัดสายตา และรอรับแว่น ซึ่งบางครั้งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน แต่ Glassiq มองเห็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลง และเลือกเส้นทางที่แตกต่าง ด้วยแนวคิดว่า “การซื้อแว่นควรสะดวก ง่าย และเข้าถึงได้มากกว่านี้” ค่ะ

ก่อนอื่นต้องบอกว่า Glassiq (ชื่อเดิม Glazziq) ก่อตั้งในปี 2559 เป็น Startup ออนไลน์ ที่มองเห็นปัญหาของการซื้อแว่นตาแบบดั้งเดิมที่มักมีราคาสูงและขั้นตอนที่ซับซ้อน จึงพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์สร้างแนวทางใหม่ในการเลือกซื้อแว่นตา ที่ง่ายกว่า เร็วกว่า และสะดวกกว่าช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกแว่นได้ง่ายขึ้น พร้อมมอบความสะดวกสบายในทุกขั้นตอนนั่นเองค่ะ 

โดย Glassiq กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากนวัตกรรม Virtual Try-On ซึ่งใช้เทคโนโลยี AR ให้ลูกค้าสามารถลองแว่นตาผ่านหน้าจอได้จากที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทาง ให้ลูกค้าลองแว่นผ่านกล้องมือถือได้ทันทีเหมือนได้ลองจริงก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ GLAZZIQ กับฟีเจอร์ Virtual Try-On ที่ทำให้การตัดแว่นออนไลน์เป็นเรื่องง่าย

และอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สร้างกระแสให้กับแบรนด์คือ Home Try-On ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกแว่น 3 รุ่นเพื่อทดลองสวมใส่ที่บ้านก่อนตัดสินใจซื้อ และส่งคืนผ่าน 7-Eleven ได้ง่าย ๆ เลยค่ะ

ขอขอบคุณรูปภาพจาก zolitic
การตลาด Glassiq ชู Icon Lifestyle แบรนด์แว่นไทยผสานแฟชั่น&ฟังก์ชัน
ขอบคุณรูปภาพจาก SME THAILAND CLUB

ทำให้เห็นว่าแทนที่จะยึดติดกับการขายแบบเดิม Glassiq ใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่าง เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า ทั้ง Virtual Try-On ที่ให้ลองแว่นผ่านหน้าจอ และ Home Try-On ที่ให้ลูกค้าทดลองแว่นจากที่บ้าน เพิ่มความมั่นใจก่อนซื้อ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดแว่นตาไทยค่ะ

ซึ่งต่อมาในปี 2565 Glassiq ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Vision Ventures บริษัทที่ดำเนินธุรกิจแว่นตาครบวงจร ตั้งแต่การนำเข้า จัดจำหน่าย ค้าปลีก ไปจนถึงบริการหลังการขาย การควบรวมครั้งนี้ทำให้ Glassiq ได้ร่วมงานกับบริษัทนำศิลปไทย และหอแว่น ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแว่นตาที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 50 ปีค่ะ

เจาะลึกการตลาด Glassiq ชู Icon Lifestyle แบรนด์แว่นไทยผสานแฟชั่น&ฟังก์ชัน

และการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือ การรีแบรนด์จาก Glazziq เป็น Glassiq เพื่อให้ชื่อจดจำง่ายขึ้น พร้อมปรับดีไซน์โลโก้ให้ดูทันสมัยและสะท้อนความเป็นแบรนด์ยุคใหม่

ถึงแม้ว่า Glassiq และหอแว่นจะอยู่ในเครือธุรกิจเดียวกัน แต่ทั้งสองแบรนด์มีแนวทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยหอแว่นโฟกัสไปที่กลุ่มลูกค้าที่มีอายุมากกว่า และต้องการบริการตรวจวัดสายตาโดยละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญ ส่วน Glassiq จะเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ ดีไซน์แฟชั่น ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีที่ช่วยให้การเลือกแว่นเป็นเรื่องง่ายขึ้นค่ะ

ในยุคที่ Customer Experience สำคัญพอ ๆ กับตัวสินค้าเอง แบรนด์ที่สามารถมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายและราบรื่นให้กับลูกค้าจะเป็นผู้ที่ได้เปรียบ Glassiq เข้าใจจุดนี้เป็นอย่างดี จึงไม่หยุดอยู่แค่ช่องทางออนไลน์ แต่เลือกขยายสู่ Flagship Store ที่ EMSPHERE ชั้น 2 เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ครบวงจร ตั้งแต่การเลือกแว่น ทดลองสวมใส่ วัดสายตา ไปจนถึงการรับแว่นได้ภายใน 20 นาทีค่ะ

การผสานช่องทาง Omni-Channel นี้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวก แต่ยังสร้างความมั่นใจ และให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์มากขึ้น ลูกค้าสามารถศึกษาข้อมูลแว่นออนไลน์ล่วงหน้า แล้วมาทดลองใส่จริงที่หน้าร้าน พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ กลยุทธ์นี้ช่วยให้ Glassiq มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าการซื้อแว่นทั่วไป เสริมสร้างความภักดีของลูกค้า และทำให้แบรนด์แข็งแกร่งในระยะยาวอีกด้วยค่ะ

โดยจุดเด่นของ Glassiq @EMSPHERE คือมีบริการครบ และยังสามารถรับแว่นได้ใน 20 นาที กรณีค่าสายตาไม่ซับซ้อนอีกด้วยค่ะ ซึ่งลูกค้าสามารถดูแคตตาล็อกออนไลน์ ศึกษาข้อมูลแว่นแต่ละรุ่นได้จากที่บ้าน ก่อนเดินเข้าร้านได้อีกด้วยค่ะ เพราะอย่างที่เราบอกว่าแว่นตาไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ช่วยในเรื่องการมองเห็น แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และตัวตนของผู้สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นแว่นสายตาเพื่อความคมชัด หรือ แว่นกันแดดเพื่อเสริมลุคค่ะ

การเลือกแว่นที่เหมาะกับใบหน้าและสไตล์การแต่งตัวช่วยเพิ่มความมั่นใจและสะท้อนตัวตนของผู้ใส่ได้อย่างลงตัว ดังนั้นหากใครกำลังมองหาแว่นใหม่อยู่ ก็ลองแวะไปที่สาขา EMSPHERE ชั้น 2 ได้นะคะ มีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำ มีแว่นให้เลือกหลากหลาย ครบ จบ ในที่เดียวแน่นอนค่ะ

และปัจจุบัน Glassiq ไม่ใช่แค่แบรนด์แว่นตาอีกต่อไป แต่ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่มองหาแว่นสายตาคุณภาพสูง แว่นกันแดดสุดชิค หรือแว่นที่เข้ากับสไตล์ของตัวเองค่ะ

จากการเป็นสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ที่กล้าคิดต่างสู่แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในตลาด Glassiq คือเครื่องพิสูจน์ว่าแบรนด์ที่พร้อมปรับตัวและสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างชัดเจน จะสามารถครองใจผู้บริโภคได้ในระยะยาว เพราะในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บรนด์ที่อยู่รอดไม่ใช่แค่แบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือแบรนด์ที่ปรับตัวได้เร็วที่สุดนั่นเองค่ะ

เจาะลึกการตลาด Glassiq ชู Icon Lifestyle แบรนด์แว่นไทยผสานแฟชั่น&ฟังก์ชัน
ขอขอบคุณภาพจาก Glassiq

ในโลกธุรกิจ “การปรับตัวไว” คือกุญแจสู่ความสำเร็จ และ Glassiq คือหนึ่งในตัวอย่างที่พิสูจน์ว่า ใครที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เร็วที่สุด คนนั้นคือผู้ชนะค่ะ

Glazziq คือ ตัวอย่างของแบรนด์ที่ใช้การคิดต่างมาสร้างความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่ในตลาดแว่นตา แต่ยังเป็นต้นแบบของการตลาดยุคใหม่ ที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกของลูกค้า และสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในระยะยาวค่ะ

Glassiq เป็นตัวอย่างของแบรนด์ไทยที่สามารถปรับตัวและเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมแว่นตา ด้วยการนำ ทคโนโลยีมาผสานกับกลยุทธ์การตลาดที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมีกลยุทธ์สำคัญดังนี้

  • Omni-channel Marketing : เริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์แว่นตาออนไลน์ 100% และขยายสู่หน้าร้านแฟล็กชิปสโตร์ที่ EMSPHERE เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ลูกค้าสามารถเลือกซื้อแว่นได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามค่ะ
  • Technology-driven Experience : ใช้ Virtual Try-On (AR) ให้ลูกค้าสามารถลองแว่นผ่านกล้องมือถือได้จากที่บ้าน และ Home Try-On ที่ส่งแว่นให้ทดลองฟรีถึงบ้าน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ลดความลังเลก่อนตัดสินใจซื้อ
  • Strategic Partnership : ร่วมมือกับ หอแว่น ที่มีสาขากว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ให้บริการวัดสายตาแบบแม่นยำ พร้อมพาร์ตเนอร์กับ Thai Optical Group ผู้นำด้านเลนส์สายตาคุณภาพสูง เพื่อให้ลูกค้าได้รับแว่นและเลนส์ในราคาที่คุ้มค่าค่ะ
  • Social Media & Influencer Marketing :ใช้แพลตฟอร์ม Facebook, Instagram, TikTok และ ร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ที่มีสไตล์เฉพาะตัว ในการโปรโมตแว่นแต่ละคอลเลกชัน สร้างกระแสและเพิ่มการรับรู้แบรนด์อย่างรวดเร็ว
ขอขอบคุณภาพจาก Glassiq
  • Premium Content & Branding : เว็บไซต์และแพลตฟอร์มของ Glassiq ใช้ ภาพและเนื้อหาคุณภาพสูง เพื่อให้ลูกค้าเลือกแว่นได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูพรีเมียมและแตกต่างจากร้านแว่นตาทั่วไปค่ะ
ขอขอบคุณภาพจาก Glassiq
  • Content Marketing : ผลิตบทความให้ความรู้เกี่ยวกับ การเลือกแว่นที่เหมาะกับรูปหน้าและสไตล์ ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อแว่นที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้นอีกด้วยค่ะ
ขอขอบคุณภาพจาก Glassiq
  • ดีไซน์แว่นที่มีเอกลักษณ์ : Glassiq ให้ความสำคัญกับ การออกแบบแว่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้วัสดุคุณภาพสูง และดีไซน์ให้เหมาะกับคนเอเชีย สร้างความแตกต่างจากแว่นทั่วไปในตลาดค่ะ
ขอขอบคุณภาพจาก Glassiq

Glassiq ไม่ใช่แค่แว่นตา แต่คือสไตล์ที่สะท้อนตัวตน ผสานเทคโนโลยี ดีไซน์
และความสะดวกสบาย เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ทุกลุค ทุกโอกาส ทุกไลฟ์สไตล์ 

ด้วยกลยุทธ์เหล่านี้ Glassiq ได้พลิกโฉมวงการแว่นตาไทย จากแบรนด์ออนไลน์สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ทั้งในแง่ของดีไซน์ คุณภาพ เทคโนโลยี และประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวกและทันสมัย และยังคงเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดแว่นตาไทยต่อไป

และ Glassiq คือบทพิสูจน์ว่าแบรนด์ที่เติบโตได้ ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่มีสินค้า แต่ต้องเป็นแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภค กล้าปรับตัว และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง นักการตลาดและธุรกิจใดที่สามารถผสานนวัตกรรมกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้ก่อน คือตัวจริงของตลาดค่ะ

เจาะลึกการตลาด Glassiq ชู Icon Lifestyle แบรนด์แว่นไทยผสานแฟชั่น&ฟังก์ชัน
ขอขอบคุณภาพจาก Glassiq

ถ้าชอบ หรือ สนใจอยากอ่านบทความด้านการตลาดแบบนี้อีก ผู้เขียนฝากติดตามด้วยนะคะ หรือ ถ้าใครอยากให้ผู้เขียนนำมุมมองการตลาดแบบไหนมาเล่าให้ฟัง สามารถคอมเมนต์บอกกันได้เลยนะคะ 

สำหรับนักอ่านที่ชอบ และ อยากอ่านบทความเกี่ยวกับการตลาดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารด้านการตลาดต่าง ๆ สามารถติดตามได้จาก เพจการตลาดวันละตอน รวมไปถึง Twitter Instagram YouTube ของการตลาดวันละตอนได้เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะヽ(•‿•)ノ

Source Source Source Source Source Source Source

มิ้นนะคะ ● ⋏ ● เป็น Senior Marketing Content Creator & Data Researcher ของการตลาดวันละตอน ٩(◕‿◕)۶ I'm Content Writer, Digital Marketer, Ads optimizer ตั้งใจสรรสร้างทุกบทความ หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์ และ ชอบนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *