Giffarine เปิดตัว AI Coach โค้ชส่วนตัว 24 ชม. ยกระดับนักขายตรงยุคใหม่ จากความร่วมมือของ Microsof และ Frontis

ทุกวันนี้ผมว่าเราต่างรู้กันดีว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปตลอดเวลาครับ เมื่อก่อนอาจมีสูตรการขายที่ใช้ได้กับลูกค้าหลาย ๆ คนพร้อมกัน แต่ปัจจุบันต้องบอกว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความซับซ้อนมากขึ้นครับ ทั้งเรื่องอายุ อาชีพ การศึกษา ไลฟ์สไตล์ รวมถึงความคาดหวังที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้นักธุรกิจขายตรงต้องเผชิญความท้าทายใหม่ ๆ ที่ไม่สามารถพึ่งแค่สูตรสำเร็จได้อีกต่อไปครับ Giffarine มองเห็นประเด็นนี้ชัดเจนว่าบริษัทแม่ไม่สามารถติดตามและดูแลลูกทีมทุกคนได้ละเอียดเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับความซับซ้อนของพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การสอนเป็นรายบุคคลเป็นเรื่องที่เกินกำลังจะทำได้กับนักธุรกิจหลายแสนคน ดังนั้นสิ่งที่ Giffarine ทำคือการเปิดตัว Giffarine AI Coach ที่เปรียบเสมือนโค้ชส่วนตัว สำหรับนักขายทุกคน โดยใช้เทคโนโลยี AI จาก Microsoft และการออกแบบโซลูชันจาก Frontis เข้ามาช่วยขับเคลื่อน จะเป็นยังไงติดตามในบทความนี้ได้เลยครับ

ในธุรกิจขายตรง บริษัทแม่ก็เหมือนพ่อแม่ที่อยากจะสอน อยากจะบอกวิธีให้ลูกทีมสำเร็จ แต่ปัญหาคือคนเยอะเกินไป ติดตามไม่ทัน จะตามไปคอมเมนต์หรือแก้ให้เป็นรายบุคคลก็แทบเป็นไปไม่ได้ นักขายเองก็มีโจทย์ที่ต่างกันออกไป เช่น ถ้าจะขายของให้กับเด็กมหาลัยต้องพูดยังไงถึงจะเข้าใจง่าย หรือถ้าเป็นผู้ใหญ่วัยทำงานที่สนใจสุขภาพต้องใช้มุมการเล่าประมาณไหน ความจริงคือแต่ละคนต้องการสคริปต์เฉพาะตัวที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย

Giffarine AI Coach

และเมื่อไม่มีใครคอยบอกข้อดีข้อเสียเวลาเข้าไปขายกับลูกค้า การพัฒนาเลยช้ากว่าที่ควรจะเป็นครับ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการมี AI Coach จึงตอบโจทย์ เพราะมันไม่ใช่แค่ระบบสอนทั่วไป แต่เป็นการโค้ชแบบ Personalize ที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ 24 ชั่วโมงครับ

Giffarine AI Coach ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่เป็นทั้ง Trainer และ Mentor ส่วนตัว ที่ทำงานได้ตลอดเวลา โดยมีฟีเจอร์หลัก ๆ  2 อย่างที่ถือว่าเด็ดมากครับ

อย่างแรกคือ AI Script ที่จะช่วยสร้างสคริปต์การขายที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่มจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ซื้อเพราะภาพลักษณ์ กลุ่มคนทำงานที่สนใจคุณภาพ หรือกลุ่มผู้ใหญ่ที่เน้นสุขภาพ AI จะออกแบบสคริปต์ที่สอดคล้องกับความสนใจของแต่ละกลุ่มให้เสร็จสรรพ

อย่างที่สองคือ AI Feedback นักขายสามารถอัดวิดีโอนำเสนอสินค้า แล้วส่งเข้าไปในระบบเพื่อให้ AI วิเคราะห์และบอกข้อดีข้อเสียอย่างละเอียด คล้ายกับมีอาจารย์มานั่งดูวิดีโอให้แบบตัวต่อตัว ข้อแตกต่างคือ AI ไม่เหนื่อย ไม่บ่น และให้คำแนะนำได้ซ้ำ ๆ เท่าที่เราต้องการ

Giffarine AI Coach

เบื้องหลังทั้งหมดนี้ไม่ได้มาแทนคน แต่เปรียบเสมือน Co-Pilot ที่ช่วยเสริมพลังให้นักขายอิสระ ขายได้ง่ายขึ้น สื่อสารได้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น และยังใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปในงานขายได้เต็มที่

สิ่งที่ Giffarine เน้นย้ำชัดเจนคือ AI ที่ไม่ได้เข้ามาเพื่อกลืนบทบาทของนักขาย ลูกค้าก็ยังซื้อสินค้าผ่านนักธุรกิจอิสระเหมือนเดิม เพียงแต่ AI จะเข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในการขาย เพราะลูกค้าแต่ละคนต้องการการสื่อสารที่ต่างกัน การมี AI ที่ช่วย Customize Script และ Feedback จึงทำให้นักขายไม่ต้องลองผิดลองถูกมากนัก และสามารถประหยัดเวลาในการเตรียมตัวได้เยอะมาก ๆ เลยครับ

ขอบคุณภาพจาก Shutterstock AI Generator : Prompt a futuristic office where a human and an ai powered humanoid robot collaborate on a high tech holographic interface, ambient lighting, depth of field, cinematic tones, dramatic contrast

Microsoft เองก็มองว่าสิ่งนี้สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัท ที่ต้องการ Empower คนทุกวัย ทุกอาชีพ ให้สามารถใช้เทคโนโลยีสร้าง Impact ต่อชีวิตและงานได้จริง ๆ ครับ ส่วน Frontis ก็มองว่าการทำ AI Coach คือการก้าวจากการให้ข้อมูลที่ธุรกิจคุ้นเคย ไปสู่การให้ความฉลาด (Intelligence) ที่เข้าใจภาษาธุรกิจขายตรงและภาษาของ Giffarine โดยเฉพาะครับ

Giffarine มีฐานนักธุรกิจเครือที่ Active อยู่ราว 870,000 รหัส ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการนำ AI มาใช้ไม่ได้แค่สร้างความสะดวก แต่จะกลายเป็นการยกระดับคุณภาพนักธุรกิจทั้งเครือข่าย หากทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้เครื่องมือนี้ได้จริง จะเท่ากับว่าอุตสาหกรรม MLM ไทยกำลังขยับเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว

Giffarine AI Coach

ความสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนจาก Manual MLM ที่อาศัยทักษะเฉพาะบุคคล มาสู่ Smart MLM ที่มีระบบ AI คอยช่วยเสริมกำลัง ที่สำคัญเจ้าของGiffarineยังมองว่า การใช้ AI ครั้งนี้จะไม่ทำให้คนถูก Disrupt แต่จะทำให้นักขายมีความสามารถเพิ่มขึ้น มีโอกาสปิดการขายง่ายขึ้น และมั่นใจมากขึ้นครับ

สิ่งที่น่าสนใจคือการจับมือระหว่าง Giffarine กับ Microsoft และ Frontis ไม่ใช่แค่โปรเจกต์หนึ่ง แต่สะท้อนว่าธุรกิจขายตรงกำลังปรับเข้าสู่โลกใหม่ที่ AI ไม่ได้ถูกใช้แค่ในธุรกิจเทคหรืออีคอมเมิร์ซ แต่เข้ามาช่วยธุรกิจแบบดั้งเดิมที่มีเครือข่ายผู้คนจำนวนมหาศาล การมี AI Coach ไม่ได้ทำให้คนขายหายไป แต่กลับทำให้พวกเค้าเก่งขึ้น เข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น และทำงานได้สะดวกขึ้นกว่าเดิมครับ

นี่อาจเป็นต้นแบบของ AI Coach for Direct Sales ที่ในอนาคตเราอาจเห็นธุรกิจขายตรงรายอื่น ๆ ลุกขึ้นมาใช้โมเดลลักษณะนี้มากขึ้น และจะเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม MLM ของไทยให้มีมาตรฐานใหม่ที่สูงขึ้นครับ

สรุปแล้ว AI Coach คือก้าวสำคัญที่พาธุรกิจขายตรงจาก Manual MLM สู่ Smart MLM อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยความร่วมมือของ Microsoft และ Frontis ที่ทำให้โค้ชส่วนตัว 24 ชม กลายเป็นเรื่องใช้งานได้จริงผ่านสองฟีเจอร์หลัก—AI Script ที่ช่วยเขียนสคริปต์ให้ตรงคน ตรงช่องทาง และ AI Feedback ที่รีวิวคลิปแบบมีไทม์สแตมป์ ชี้จุดแก้ชัด ๆ เหมือนมีอาจารย์ประกบข้าง โดยไม่ตั้งใจมาแทนคนขาย

แต่ทำหน้าที่เป็น Co-Pilot เสริมพลังให้สื่อสารได้แม่นขึ้น รวดเร็วขึ้น และปิดการขายได้มั่นใจกว่าเดิม เมื่อขยายผลสู่เครือข่ายที่มีนักธุรกิจแอคทีฟนับแสนรหัส ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือคุณภาพการขายทั้งระบบถูกยกระดับ มาตรฐานคอมพลายและโทนแบรนด์นิ่งขึ้น และที่สำคัญกิฟฟารีนแสดงให้เห็นชัดว่าการใช้ AI ที่ใกล้คน คือคำตอบของการแข่งขันยุคใหม่ที่เปลี่ยนเร็วและวัดผลได้จริง

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

ชื่อเติ้ลครับ เป็น Senior Data Insight Researcher & Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอนครับ ^^ มีงานอดิเรกเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยฝั่ง Consumer Insights ที่คณะวิทยาศาตร์การกีฬา ที่จุฬาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *