กลยุทธ์ฟูจิฟิล์ม เปลี่ยนพื้นที่ใจกลางสยามให้เป็น Creative Hub ที่รวมพลคนรักภาพถ่าย พร้อมสร้าง Community สำหรับเหล่า Creator

ในยุคที่ใคร ๆ ก็กดสั่งซื้อกล้องดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันได้ในไม่กี่วินาที คำถามที่นักการตลาดหลายคนสงสัยคือ “ทำไมแบรนด์ใหญ่ถึงยังกล้าลงทุนมหาศาลเพื่อสร้าง Flagship Store ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง?” คำตอบไม่ได้อยู่ที่การสร้างหน้าร้านเพื่อวางขายสินค้า แต่คือการสร้าง Space เพื่อส่งมอบประสบการณ์ (Experience) ที่หาไม่ได้ในโลกออนไลน์ จาก กลยุทธ์ฟูจิฟิล์ม  ที่ได้ประกาศเปิดตัว “FUJIFILM House of Photography” สาขาแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สยามสแควร์วัน โดยย้ำ “ที่นี่ไม่ใช่แค่โชว์รูม แต่เป็น Experience Center และ Creative Hub” 

วันนี้เราจะพาไปถอดรหัสกลยุทธ์เบื้องหลังว่าแบรนด์ใช้วิธีผสานประสบการณ์เข้ากับการสร้างคอมมูนิตี้อย่างไร เพื่อมัดใจคนรุ่นใหม่และเหล่า Creator ครับ

Experience as a Magnet ใช้ ‘ประสบการณ์’ เป็นแม่เหล็กดึงดูด

ฟูจิฟิล์มเลือกปักหมุดที่ “สยามสแควร์วัน” ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ของคนรุ่นใหม่ โดยเนรมิตพื้นที่กว่า 458 ตารางเมตร ครอบคลุม 2 ชั้น (ชั้น LG และ ชั้น 1) ให้กลายเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับคนรักการถ่ายภาพ กลยุทธ์แรกที่เห็นได้ชัดคือการเปลี่ยน “พื้นที่ขาย” ให้เป็น “พื้นที่ลอง” ของทุกคน

โดยภายในแบ่งออกเป็น 9 โซนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ Customer Journey ของเหล่า Creators โดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่ โซนทดลองกล้องและเลนส์ ที่มีครบทุกโมเดล ให้ลูกค้าได้หยิบจับใช้งานจริง ไม่ใช่แค่มองผ่านตู้กระจก ไปจนถึงการสร้าง Wow Experience ด้วย ห้องโฟโต้บูท ที่ใช้เทคโนโลยีโปรเจคเตอร์เข้ามาเสริมบรรยากาศให้มีความ Immersive เหมาะแก่การทำคอนเทนต์

นอกจากนี้ ยังมีการเจาะกลุ่มลูกค้า Pro-User ด้วย “สตูดิโอถ่ายภาพ” ที่มาพร้อมอุปกรณ์ไฟและฉากหลังระดับมืออาชีพ และโซน “GFX Lounge” พื้นที่เอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้สนใจกล้องฟอร์แมตขนาดใหญ่ สิ่งเหล่านี้สะท้อนแนวคิด Try-Before-You-Buy ขั้นกว่า คือการอนุญาตให้ลูกค้าได้ “ใช้ชีวิต” ร่วมกับสินค้าจริงๆ เพื่อสร้างความมั่นใจและความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรก

Community as the Core สร้างชุมชนเชื่อมสัมพันธ์

เมื่อดึงคนเข้ามาด้วยประสบการณ์แล้ว โจทย์ต่อมาคือทำอย่างไรให้พวกเขาไม่เดินจากไปเฉย ๆ กลยุทธ์ที่แบรนด์ใช้คือการสร้าง Community หรือชุมชนของคนคอเดียวกัน

กลยุทธ์ฟูจิฟิล์ม

คุณฮารุโตะ อิวาตะ กรรมการผู้จัดการ ฟูจิฟิล์ม เอเชีย แปซิฟิก ได้บอกว่า แบรนด์ต้องการทำให้ที่นี่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ เราจึงเห็นการอุทิศพื้นที่ชั้น LG ให้เป็น “พื้นที่เวิร์กชอป” สเปซอเนกประสงค์สำหรับการจัดคลาสเรียนรู้และกิจกรรมรวมพลคนรักกล้อง นี่คือการเปลี่ยนบทบาทของแบรนด์จาก “ผู้ขาย” มาเป็น “Host” หรือเจ้าบ้านที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้มาพบเจอกัน

อีกหนึ่งไฮไลต์คือโซน “แกลเลอรีรูปถ่าย” ที่จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนจากผลงานของช่างภาพ X-Photographer การมีพื้นที่จัดแสดงผลงานทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตนเองไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อ แต่เป็น “Creator” ที่ได้รับการยอมรับ และมีเวทีในการ “ปล่อยของ” ซึ่งเป็นจิตวิทยาสำคัญในการสร้าง Sense of Belonging หรือความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์

The Seamless Loop วงจรที่เชื่อมประสบการณ์สู่สังคม

เพื่อให้กลไกของ Experience และ Community ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ฟูจิฟิล์มได้วางระบบนิเวศแบบ One-Stop Service ที่ขังลูกค้าให้อยู่ในลูปของแบรนด์ได้อย่างแนบเนียน ตั้งแต่การทดลองถ่าย (Input) การเรียนรู้เทคนิค (Process) ไปจนถึงการปรินต์ภาพและการซ่อมบำรุง (Output)

กลยุทธ์ฟูจิฟิล์ม

นอกจากนี้ ยังมีการใช้กลยุทธ์ User-Generated Content (UGC) ผ่านกิจกรรมเปิดตัวอย่างแคมเปญ “แชร์-ช้อป-โพสต์” โดยกระตุ้นให้ผู้มาเยือนถ่ายภาพมุมต่างๆ ในร้านและโพสต์ลงโซเชียลมีเดียพร้อมติดแฮชแท็ก #HOPBangkok เพื่อลุ้นรับของรางวัล วิธีนี้ไม่เพียงแต่สร้างความคึกคักให้กับคอมมูนิตี้ในร้าน (Offline) แต่ยังขยายภาพลักษณ์ความสนุกสนานออกไปสู่โลกโซเชียล (Online) เปลี่ยนลูกค้าทุกคนให้กลายเป็น Micro-Influencer ที่ช่วยโปรโมตแบรนด์ไปในตัว

สรุป กลยุทธ์ฟูจิฟิล์ม เปลี่ยนพื้นที่ใจกลางสยามให้เป็น Creative Hub ที่รวมพลคนรักภาพถ่าย พร้อมสร้าง Community สำหรับเหล่า Creator

กลยุทธ์ฟูจิฟิล์ม ครั้งนี้แสดงให้เราเห็นว่า ในยุคใหม่ “หน้าร้าน” อาจจะต้องเป็นมากกว่าสถานที่วางจำหน่ายสินค้า แต่ต้องยกระดับสู่การเป็น Destination ที่ผู้คนตั้งใจเดินทางมาเพื่อเสพประสบการณ์และพบปะผู้คนที่มีความชอบเหมือนกัน

กลยุทธ์ฟูจิฟิล์ม
AI-Generated by Shutterstock (Prompt: A vibrant close-up portrait of a Gen Z young adult using a Fujifilm camera, shot in a 16:9 aspect ratio. The subject is smiling naturally, full of youthful energy, with colorful accessories and a trendy Gen Z fashion style. Bright, cheerful color palette with soft pastel tones. Shallow depth of field, crisp focus on the face and Fujifilm camera, cinematic lighting, high-key lighting style. Modern lifestyle photography, fresh, playful, and authentic mood, ultra-high resolution, natural skin texture, lively expression, contemporary aesthetic.)

ฟูจิฟิล์มไม่ได้กำลังแข่งกันขายกล้องที่สเปกดีที่สุด แต่กำลังแข่งกันสร้าง “พื้นที่” ที่ลูกค้าจะรู้สึกผูกพันและอยากกลับมาซ้ำมากที่สุด เพราะในท้ายที่สุดแล้ว คู่แข่งอาจลอกเลียนเทคโนโลยีได้ แต่ไม่สามารถลอกเลียน “ความรู้สึกของความเป็นคอมมูนิตี้” ที่แบรนด์สร้างขึ้นมาได้

สำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์การถ่ายภาพแบบครบวงจร และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Creative Hub แห่งใหม่นี้ สามารถแวะไปได้ที่ชั้น LG – 1 สยามสแควร์วัน เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น. ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *