Data Research Insight สำรวจจักรวาล พี่เต้ มงคลกิตติ์ คนพูดถึงยังไงบ้าง

หากพูดถึงนักการเมืองที่สร้างกระแสไวรัลได้เรื่องความฮาในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา ชื่อของ “พี่เต้ มงคลกิตติ์” หรือ “เต้ พระราม 7” ต้องติดโผอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอนครับ บทความนี้เราจะพามาเจาะลึกข้อมูลจาก Data Research Insight พี่เต้ เพื่อดูว่าในโลกออนไลน์นั้น คนไทยพูดถึงพี่เต้ในเรื่องอะไรบ้าง นโยบายไหนที่คนให้ความสนใจ และภาพลักษณ์ของแกในสายตาประชาชนตกลงแล้วเป็นอย่างไรกันแน่?

Data Research Insight พี่เต้

โดย Data Insight ในบทความนี้ เราใช้ Social listening tool จาก Mandala ที่นักการตลาดต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีกับเครื่องมือที่จะช่วยเราในการหา Data Insight ซึ่งในบทความนี้เราจะพามาดูตั้งแต่ขั้นตอนแรก ในการ Research เพื่อเป็นประโยชน์และความรู้ให้กับนักการตลาดมือใหม่ที่กำลังศึกษาเรื่อง Data และสามารถให้ผู้ประกอบการ และผู้อ่านทุกท่านนำไปปรับใช้กับแบรนด์ได้ด้วยครับ

STEP 1 – 2 Research Keyword, Collecting Data

Data Research Insight พี่เต้

Research Keyword เป็นตัวหลักในการกวาดข้อมูลบนเครื่องมือ เป็นการตั้งคีย์เวิร์ดเพื่อให้ Mandala ไปไล่กวาดโพสต์ที่มีคีย์เวิร์ดที่เราตั้งมาครับ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ๆ เพราะเราจะต้องคิดว่าผู้จะพิมพ์คีย์เวิร์ดอะไรเมื่อจะกล่าวถึงเดี่ยว สะกดแบบไหนได้บ้าง โปรเจกต์นี้จะโฟกัสเกี่ยวกับ พี่เต้ มงคลกิตติ์ ครับ ฉะนั้นผมจึงจะโฟกัสสิ่งที่คนพูดถึง พี่เต้ เป็นหลัก โดยใช้คำคีย์เวิร์ดที่ผมใช้คือ “พี่เต้” “มงคลกิตต์” และ “พระราม7”

โดยตั้งค่าให้ Mandala ไปดึงข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 – 3 มีนาคม 2026 ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, X (Twitter), Instagram, TikTok, และ YouTube ผลที่ได้คือมีข้อมูลรวม 10,000 mentions ซึ่งถือว่าเป็นกระแสที่ใหญ่มากสำหรับนักการเมืองครับ

STEP 3 Cleansing Data

อย่างที่ได้เล่าไปก่อนหน้านี้ครับ ก่อนที่เราจะเข้าสู่การวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อหา Insight ของจังหวัด หนองคาย ขั้นตอนที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยคือ Cleansing Data หรือการลบข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป เพื่อให้เราเหลือเฉพาะข้อมูลที่มีคุณภาพเท่านั้นครับ

Data Research Insight พี่เต้

ตัวอย่างข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องจากการกวาดข้อมูล เราพบโพสต์จำนวนมากที่ติดคำว่าหนองคายแต่ไม่ได้เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น:

  • โพสต์ฝากร้านขายของออนไลน์ หรือสินเชื่อต่างๆ
  • เต้คนอื่นที่ไม่ใช่ เต้ มงคลกิตติ์ หรือเรื่องราวส่วนตัวที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ภาพรวม

ตัวอย่างข้อมูลที่ “เกี่ยวข้อง” จริงกับเต้ มงคลกิตติ์

  • คลิปเมื่อสัมภาษณ์เมื่อพี่เต้จะฟื้นคืนชีพไดโนเสาร์
  • จัดอันดับนโยบายพี่เต้
  • พี่เต้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.
  • พี่เต้บุก กกต. ร้องให้เลือกตั้งโมฆะ

วิธีการ Cleansing

การ Cleansing ทำได้หลายวิธี เช่น

  1. Exclude โพสต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง ออกจากระบบโดยตรง
  2. ลบข้อมูลที่ไม่ต้องการเก็บถาวร
  3. กำหนด Keyword สำหรับ Exclude เพิ่มเติม เช่น “รถรับจ้าง”, “รับงาน”, “พระเครื่อง”, “พระราม 7”, เพื่อกรองเนื้อหาที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ออกครับ

ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้ Insight ที่ได้จาก Social Data ของเต้ มงคลกิตติ์ครับสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลีนดาต้าอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพมากที่สุดมา วิเคราะห์ Trend & Insight ได้ที่บทความนี้ครับ > https://everydaymarketing.co/trend-insight/top10-influencers-investment-money-2023-on-tiktok/

STEP 4 Conversation Analysis

อย่างที่เราได้เห็นใน STEP 3 ระหว่างการ Cleansing Data ข้อมูลจากโซเชียลที่หลั่งไหลเข้ามาผ่าน Keyword “พี่เต้”, “มงคลกิตต์”, และ “พระราม7” ทำให้เราพอจะกรองเหลือเฉพาะโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับ”พี่เต้ มงคลกิตติ์” ของเราจริง ๆ ได้แล้วครับ

สิ่งที่เจอคือบทสนทนาที่ยังกระจัดกระจาย ไม่ได้รวมเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ชัดเจน เช่น บางโพสต์พูดถึงนโยบาย ตอนนี้เราทำได้แค่อ่านข้อมูลพื้นฐานที่เป็นภาพใหญ่ ซึ่งในการอ่านข้อมูล เรามักจะเริ่มจากฟีเจอร์พื้นฐานในหน้า Dashboard แรกไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม Top post เพื่อรู้ภาพรวมข้อมูลที่ได้รับความนิยมครับ

Data Research Insight พี่เต้

สัดส่วนการพูดถึง (Mentions) สำหรับสัดส่วนการพูดถึง พี่เต้ มงคลกิตติ์ พบว่าอยู่บน Facebook มากที่สุด 81.1% ตามมาห่างๆ ด้วย YouTube (6.8%) และ TikTok (6.1%) สะท้อนว่า Facebook เป็นพื้นที่หลักที่สำนักข่าวและเพจต่างๆ ใช้รายงานความเคลื่อนไหวของพี่เต้ ไม่ว่าจะเป็นเพจข่าว หรือเพจที่ทำมีมต่าง ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ฐานแฟนดาบพิฆาตอสูรในไทยกระจายอยู่หลากหลายแพลตฟอร์ม แต่ Facebook ยังคงเป็นช่องทางที่แฟน ๆ ตลอดจนสื่อมวลชน ใช้แชร์คอนเทนต์ที่เป็น “โพสต์ยาว ข่าวสาร และข้อมูลความเคลื่อนไหวทางการเมือง มากที่สุดครับ

การมีส่วนร่วม (Engagement) ในมิติของ Engagement พบว่า YouTube นำโด่งไปถึง 50.6% เนื่องจากยอดวิวของคลิปรายการข่าว, การให้สัมภาษณ์, และคอนเทนต์จัดอันดับนโยบายที่ถูกเปิดชมเป็นจำนวนมาก ตามมาด้วย TikTok 25.9% ที่เป็นแพลตฟอร์มคอนเทนต์ไวรัล เช่น คลิปตัดต่อวลีเด็ดสุดปั่น, มีมตลก ๆ และคลิปรีแอคแบบสั้น ๆ ขณะที่ Facebook มี 18% และ Instagram มี 5.3% โดยส่วนใหญ่จะเป็นโพสต์รายงานข่าวสาร ความเคลื่อนไหวทางการเมือง และคอนเทนต์ตลก ๆ เช่น จัดอันดับนโยบายสุดแปลกของพี่เต้ หรือ ถ้าพี่เต้ได้เป็นนายก

การมีส่วนร่วม (Engagement – Ignore View) เมื่อเราตัดยอดวิว YouTube ออกไปเพื่อดู การมีส่วนร่วมเชิงโต้ตอบจริง (Like, Share, Comment) จะพบภาพที่น่าสนใจมากขึ้นครับ

  • TikTok ขึ้นมาครองอันดับหนึ่ง 51.5% เป็นเครื่องยืนยันว่า TikTok คือศูนย์กลางการสร้าง Engagement เชิงโต้ตอบ คนกดหัวใจ แชร์ คลิปตัดต่อวลีเด็ดสุดปั่น คลิปมีมตลกๆ หรือรีแอคชั่นนโยบายของพี่เต้
  • Facebook อยู่ที่ 35.8% ซึ่งสะท้อนว่าเพจสำนักข่าวใหญ่ ๆ และกลุ่มคนที่ติดตามข่าวสารการเมืองยังใช้เป็นแหล่งพูดคุยและถกเถียง
  • Instagram 5.3% เป็นแพลตฟอร์มเสริมที่เน้นการแชร์ Visual และการโต้ตอบกับความเคลื่อนไหวทั่วไปของพี่เต้
  • YouTube มี 2% เมื่อตัดยอดวิวออกไป สัดส่วนลดลงอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่มักจะเข้าไปเพื่อเปิดดูคลิป มากกว่าที่จะคอมเมนต์หรือแชร์ต่อในแพลตฟอร์มนี้ครับ
Data Research Insight พี่เต้

เมื่อดูเทรนด์จาก Hashtag ทำให้เห็นว่าภาพรวมของ Social Data ทั้งหมดกำลังพูดถึง พี่เต้ มงคลกิตติ์ กับเรื่องอะไร ใช้แท็กไหนนั่นเองครับ

Data Research Insight พี่เต้

Data นี้เป็นข้อมูลว่าในแต่ละแพลตฟอร์มเพจไหน แอคเคาท์ไหน กล่าวถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรกในแพลตฟอร์ม

Facebook

  • First Mention: Udonthani Update
  • Date: 02 January 2026
  • Time: 09:57:00 นาฬิกา

Instagram

  • First Mention: workpointnews23
  • Date: 06 January 2026
  • Time: 12:40:59 นาฬิกา

Twitter/X

  • First Mention: thaiarmedforce
  • Date: 06 January 2026
  • Time: 18:02:43 นาฬิกา

TikTok

  • First Mention: khaosodonline
  • Date: 05 January 2026
  • Time: 15:14:35 นาฬิกา

YouTube

  • First Mention: ไทยมิธ
  • Date: 05 January 2026
  • Time: 11:32:41 นาฬิกา
Data Research Insight พี่เต้

คอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement ส่วนใหญ่แบ่งได้เป็น 3 ประเภทครับ

1. คอนเทนต์ที่เกี่ยวกับนโยบายปั่น ๆ เช่น การโปรโมตนโยบายสุดบ้าอย่างการคืนชีพไดโนเสาร์, ฟื้นกระทรวงเวทมนตร์, หรือคนไทยได้เที่ยวอวกาศ คอนเทนต์ประเภทนี้สร้าง Engagement ได้สูงแบบถล่มทลาย เพราะตอบโจทย์ชาวเน็ตที่ชอบเสพมี และคนทั่วไปที่เบื่อการเมืองแบบเติม ๆ ครับ

2. คอนเทนต์ด่า / ไม่พอใจ กกต. เช่น คลิปหรือการให้สัมภาษณ์ที่พี่เต้ออกมาซัด กกต. เพื่อทวงคะแนนเสียงจากนโยบาย “ผู้หญิงมีผัว 4 คน-ไดโนเสาร์-มนุษย์อวกาศ” จุดนี้ช่วยขยายการมีส่วนร่วม เพราะผู้ชมไม่ได้แค่เข้ามาดูนโยบายแปลก ๆ แต่ยังได้มีอารมณ์ร่วมในการวิพากษ์วิจารณ์หรือขบขันไปกับลีลาการชนกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ประจำตัวที่คนจดจำครับ

@mgronline

“พี่เต้” ซัด กกต. เอาคะแนน “ผู้หญิงมีผัว 4 คน-ไดโนเสาร์-มนุษย์อวกาศ” คืนมา

♬ เสียงต้นฉบับ – MGR Online – MGR Online

3. คอนเทนต์ความเคลื่อนไหวของพี่เต้ เช่น การประกาศเส้นทางเดินใหม่ทางการเมือง เตรียมยื่นลาออกจากพรรค หรือประกาศเอาจริงลงสนามผู้ว่าฯ กทม. คอนเทนต์ประเภทนี้ทำให้กระแสเข้าถึงคนวงกว้างในเชิงข่าวสาร แม้ยอด Engagement จะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงโปรโมตนโยบายปั่น ๆ แต่ก็ยังเป็นการดึงความสนใจจากกลุ่มคนที่ติดตามการเมืองจริงจังและสื่อกระแสหลักที่รอดูทิศทางต่อไปของเขาครับ

Data Research Insight พี่เต้
  • Facebook – ไทยรัฐ: เล่นข่าวนโยบายพี่เต้
  • Instagram – อีจัน: เล่นข่าวพี่เต้ไม่พอใจ กกต.
  • Twitter – อ่ย ส้มส้มเห็นชอบ: ทวิตพี่เต้ร้องเรียนกกต
  • TikTok – ceo.bikboba: ทำคลิปสัมภาษณ์พี่เต้
  • YouTube – Minute Fact: ทำคลิปจัดอันดับนโยบายพี่เต้

STEP 5 Categorize Data

การทำ Categorize Data เป็นการจับกลุ่มข้อมูลเพื่อให้ง่ายต่อการวิเคราะห์ เห็นตัวเลขสัดส่วนชัดเจนที่ช่วยให้เราสามารถตัดสินใจอะไร ๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ซึ่งโจทย์การทำ Categorize Data ควรจะตั้งมาจาก Social Data ที่มี เราจะได้อ่านจำนวนมากอยู่แล้วตั้งแต่ขั้นตอนการคลีนข้อมูลครับ อีกทางคือโจทย์จากสิ่งที่เราต้องรู้ สิ่งที่จะมีประโยชน์กับธุรกิจมากที่สุด และใช้ฟีเจอร์ Tag บนเครื่องมือ Social Listening เพื่อรวมข้อมูลให้เป็นกลุ่มก้อนครับ 

ตัวอย่างเบื้องต้นเกี่ยวกับการติดแท็ก ลองดู ที่นี่ ได้เลยครับ หรือจะมาอัปเดตเทคนิคกับเครื่องมือเวอร์ชั่นใหม่ ๆ ในคลาสออนไลน์ของเราก็ได้นะครับครับ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ท้ายบทความเลยครับ

STEP 6 Data Visualization

Data Research Insight พี่เต้

สำหรับ Category การกล่าวถึงของ Data Research Insight พี่เต้มงคลกิตต์ สามารถแบ่งได้ 3 กลุ่มตามภาพด้านบนเลยครับ

หมวดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ นโยบาย 68.8% ไม่ว่าจะเป็น อวกาศ, กระทรวงเวทย์มนต์, ไดโนเสาร์, ผลักดันคนไทยมีลูก, นิวเคลีย, หาคู่, วิดพื้นเพิ่มเงินเดือน, ซื้อทีมฟุตบอล หรือการแต่งงานได้หลายคน ที่ยังคงเป็นที่พูดคุยและสร้างสีสันบนโซเชียลมีเดีย รองลงมาคือ กล่าวถึง 21% โดยมีการพูดพาดพิงถึงบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้ง กกต, อนุทิน, พิธา, ชัชชาติ, แสวง บุญมี ไปจนถึงบุคคลระดับโลกอย่าง อีลอนมัสก์, ฮุนเซน และโดนัลด์ ทรัมป์ และสุดท้ายคือ หลังเลือกตั้ง 10.2% ซึ่งสะท้อนความสนใจในความเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไปของพี่เต้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประท้วง, ลงสมัครผู้ว่า กทม., ลาออกจากพรรค, ตั้งพรรคใหม่ และการไปออกรายการต่างๆ ครับ

ต่อไปผมจะพามาเจาะลึกแบบละเอียดกับข้อมูลแต่ละกลุ่มกันนะครับ ว่าจะเจอข้อมูลแบบไหนบ้าง

Data Research Insight พี่เต้

1. อวกาศ 32.3% เป็นนโยบายที่ถูกพูดถึงมากที่สุดและเป็นกระแสไวรัลอันดับหนึ่ง ด้วยไอเดียสุดล้ำที่เกี่ยวกับอวกาศ เช่น “ถ้าเต้เป็นนายกฯ คนไทยได้ไปเที่ยวอวกาศ” :ประเทศไทยต้องมีกองทัพอวกาศ” “เซนทรัลสาขาดาวอังคาร” ทำให้ชาวเน็ตต่างพากันแชร์และคอมเมนต์แซวกันอย่างสนุกสนาน ทั้งการทำมีมล้อเลียนหรือตัดต่อภาพ ทำให้หัวข้อนี้กลายเป็น Talk f the town ที่เรียกเอนเกจเมนต์ได้ถล่มทลายและเป็นจุดเริ่มต้นความไวรัลของแคมเปญนี้เลยครับ

@thairath_news

“พี่เต้” ประกาศเตรียมสร้าง “เซ็นทรัลเวสเกต” บนดาวอังคาร และจะเปิดอีกหลายสาขาในกาแลคซี่ ลั่น! ถ้าได้เป็นนายกฯ พร้อมนั่งบัญชาการประเทศบนอวกาศ #ข่าวtiktok #พรรคทางเลือกใหม่ #เต้ #เต้มงคลกิตติ์ #อวกาศ #ห้างสรรพสินค้า #เซ็นทรัล #หาเสียง #แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี #เลือกตั้ง69 #เลือกอีกสักตั้ง #2060MothershipTalkStage #trending #trendingnow #คลิปโซเชียล #ไทยรัฐทีวี32

♬ เสียงต้นฉบับ – Thairath – Thairath

2. ไดโนเสาร์ 27.4% ตามมาติด ๆ ด้วยนโยบายสุดป่วยอย่างการ “การคืนชีพไดโนเสาร์” เพราะประชาชนอยากเลี้ยง (แถมพ่วงด้วยการฟื้นกระทรวงเวทมนตร์) ประเด็นนี้ทำเอาโลกโซเชียลฮือฮาและงงไปตาม ๆ กัน หลายคนแชร์ไปขยี้ต่อในความหลุดโลก จนยอดเมนชันพุ่งสูงสูสีกับเรื่องอวกาศเลยทีเดียวครับ

@overact_

นโยบายพี่เต้พระราม7 สานฝันวัยเด็ก☺️ #ประเทศไทย #เลือกตั้ง #ไดโนเสาร์ #พี่เต้

♬ original sound – OVERACT – OVERACT

3. แต่งงานได้หลายคน 8.1% นโยบายเรียกเสียงฮือฮา โดยพี่เต้บอกว่าจะอนุญาตให้มีคู่ครองได้หลายคน ประเด็นนี้ถูกหยิบยกมาถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ทั้งในมุมติดตลก หลายคนบอกจะเลือกพี่เต้แล้วเอาผัวไปปล่อยดาวอังคาร ทำให้เกิดการสนทนาและการแชร์ต่อเป็นจำนวนมากครับ

4. วิดพื้นเพิ่มเงินเดือน 7.6% นโยบายสุดปั่นที่โดนใจสายฮาและวัยทำงาน กับแนวคิดการใช้ความฟิตแลกค่าตอบแทน ชาวเน็ตพากันแชร์ไปแท็กเพื่อนฝูงและสร้างคอนเทนต์ล้อเลียนว่าต้องฟิตร่างกายแค่ไหนถึงจะรวย เป็นการดึงกระแสเรื่องใกล้ตัว (เงินเดือน) มาผูกกับความตลกได้อย่างลงตัวครับ

5. ซื้อทีมฟุตบอล 4.9% เอาใจคอบอลชาวไทยแบบสุดขีดด้วยนโยบายการเจรจาซื้อทีมฟุตบอลระดับโลก (ในภาพมีการใช้โลโก้ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล) นโยบายนี้ดึงดูดกลุ่มแฟนคลับกีฬาให้เข้ามาร่วมคอมเมนต์ แซว และขิงกันไปมา แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องยากแต่ก็สร้างสีสันและยอดเอนเกจเมนต์จากกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มได้ดีครับ

@mgronline

“พี่เต้” มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ตอบเอฟซีในไลฟ์สด หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมผลักดันซื้อสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเป็นของคนไทย

♬ เสียงต้นฉบับ – MGR Online – MGR Online

6. ผลักดันคนไทยมีลูก 4.6% นโยบายที่หยิบยกปัญหาโครงสร้างประชากรมานำเสนอในสไตล์มึน ๆ ของพี่เต้ ไม่ว่าจะเป็น “อัพไซส์ชายไทย” “ปั๊มลูก 2 เวลา” แม้จะเป็นเรื่องระดับชาติ แต่ด้วยภาพลักษณ์การโปรโมตที่ดูตลก ทำให้คนนำไปพูดถึงในเชิงหยอกล้อและแชร์ต่อในคอมมูนิตี้ต่าง ๆ อีกทั้งหลายคนยังบอกว่าปั๊มแล้วให้พี่เต้เอาไปเลี้ยงเองมั้ย

@thairath_news

“พี่เต้” ผุดไอเดีย! คนไทยทุกบ้านปั๊มลูกวันละ 2 เวลา ก่อนนอนและตื่นนอน หวังแก้ไขประเด็นอัตราประชากรไทยลดลง พร้อมหนุนการศึกษาสร้างวิชาฝึกฝนเป็นนักรบอวกาศ #ข่าวtiktok #พรรคทางเลือกใหม่ #พี่เต้ #เต้มงคลกิตติ์ #เด็ก #ลูก #ครอบครัว #หาเสียง #แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี #เลือกตั้ง69 #เลือกอีกสักตั้ง #trending #trendingnow #คลิปโซเชียล #ไทยรัฐทีวี32

♬ original sound – Thairath – Thairath

7. นิวเคลียร์ 4.4% อีกหนึ่งนโยบายระดับชาติที่ถูกพูดถึงไม่น้อย นโยบายนี้ถูกพูดถึงในแง่ของความกล้าคิดใหญ่ ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริงในบริบทการเมืองไทยจนทำให้คนอดไม่ได้ที่จะหยิบมาตั้งคำถามและทำเป็นคอนเทนต์ขำขันบนโซเชียลครับ

8. บอลไทยไปบอลโลก 2.3% นโยบายความฝันสูงสุดของคนไทยที่ถูกหยิบมาใช้กี่ครั้งก็ยังเรียกความสนใจได้เสมอ แม้สัดส่วนจะไม่สูงเท่านโยบายปั่น ๆ อันอื่น แต่ก็ยังมีการพูดถึงในกลุ่มแฟนบอลที่เข้ามาแสดงความเห็นทั้งในเชิงเชียร์และเชิงแซวครับ ว่าจะได้หร๊อ

9. คลองแสนแสบกินได้ 2.0% นโยบายเปิดตัวก่อนที่พี่เต้จะประกาศลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพครับ ด้วยการเคลมว่าจะทำให้น้ำในคลองแสนแสบสะอาดจนกินได้ กลายเป็นหัวข้อที่ถูกเพจมุกตลกและชาวเน็ตนำไปขยี้ต่อ สร้างเอนเกจเมนต์จากการล้อเลียนสภาพความเป็นจริงของเมืองหลวงได้พอสมควรครับ

10. หาคู่ 1.7% ปิดท้ายด้วยนโยบายเอาใจคนโสด (เช่น การตั้งกรมการจัดหาคู่) แม้จะอยู่รั้งท้ายใน Top 10 แต่ก็เป็นนโยบายที่ถูกใจวัยรุ่นและคนโสดวัยทำงานที่พากันแชร์ไปแซวตัวเองและเพื่อนฝูง ทำให้ยังมีพื้นที่อยู่ในบทสนทนาบนโซเชียลมีเดียครับ

1. กกต. 53.23% เป็นหน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงคู่กับพี่เต้มากที่สุดแบบทิ้งห่าง เพราะตอนนี้เป็นคู่อริของพี่เต้อย่างเต็มตัวครับ ด้วยการที่ กกต เรียกสอบพี่เต้ว่านโยบายของพี่เต้ทำไม่ได้จริง และตามาด้วยการที่พี่เต้ประกาศว่า กกต นับคะแนนของตนผิดจนเป็นที่มาของการออกมาวิจารณ์ หรือภาพไวรัลสุดฮือฮาอย่างการไป “โชว์ฟิตวิดพื้นหน้า กกต. 50 ที” ทำให้ชาวเน็ตแห่แชร์และคอมเมนต์ถึงวีรกรรมนี้กันอย่างล้นหลามครับ

2. แสวง บุญมี 14.12% เลขาธิการ กกต. ที่ตกเป็นเป้าหมายหลักในการชนของพี่เต้ ด้วยวาทกรรมเดือดที่ปรากฏในสื่ออย่าง “ถ้าคิดจะมีเรื่องกับผม คุณได้มีเรื่องกับประชาชนทั่วประเทศแน่!!” ทำให้ชื่อของคุณแสวงถูกพูดถึงพ่วงไปกับข่าวการประท้วงและการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

3. พิธา 7.97% นักการเมืองระดับท็อปที่ถูกโยงเข้ามาในบทสนทนาผ่านการ “อวยพร” สไตล์พี่เต้ ที่บอกว่า “ขอให้คุณพิธารีบปั๊มลูกเร็วๆ เพราะประชาชนมีลูกน้อยมากเลย และคุณพิธามีลูกคนเดียวเอง” ถือเป็นการดึงกระแสของบุคคลที่ถูกพูดถึงเยอะมาผูกกับนโยบาย “ผลักดันคนไทยมีลูก” ของตัวเองได้อย่างเนียนเลยนะครับพี่เต้จนคนต้องเอาไปพูดต่อและทำเป็นมีมครับ

4. ฮุนเซน 6.9% อดีตผู้นำกัมพูชา ที่มักจะถูกพี่เต้หยิบยกมากล่าวถึงในเชิงพาดพิง เปรียบเทียบ หรือแสดงความเห็นส่วนตัวสไตล์ดุดัน ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ที่เรียกยอดวิวและคอมเมนต์จากผู้ติดตามสายฮาร์ดคอร์ได้เสมอครับ

5. อนุทิน 5.28% อีกหนึ่งนักการเมืองเบอร์ใหญ่ที่มักถูกพาดพิงถึงในแง่ของการเปรียบเทียบผลงาน หรือความหล่อของพี่เต้ ทำให้มีรายชื่อติดโผเข้ามาในกลุ่มคนที่ถูกกล่าวถึงร่วมด้วยครับ

6. ชัชชาติ 4.6% ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะถูกกล่าวถึงคู่กัน เพราะหนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญหลังเลือกตั้งของพี่เต้คือการประกาศตัว “ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.” ทำให้ชื่อของชัชชาติถูกดึงมาเป็นคู่เทียบและถูกพูดถึงในฐานะคู่แข่งในสนามนี้ครับ

7. โดนัลด์ ทรัมป์ 3.45% ผู้นำระดับโลกที่ถูกดึงเข้ามาในจักรวาลการเมืองของพี่เต้เพื่อสร้างสีสัน แสดงให้เห็นถึงความกล้าคิดใหญ่ระดับโลก แม้จะดูไกลตัวแต่ก็สร้างความฮือฮาและยอดเอนเกจเมนต์จากความแปลกใหม่ได้ครับ

8. อีลอน มัสก์ 3.23% มหาเศรษฐีและนักธุรกิจระดับโลกที่เข้ามาอยู่ในโผนี้จากแคมเปญหาเสียงสุดล้ำที่ว่า “เตรียมทาบทาม ‘อีลอน มัสก์’ หากประชาชนเลือกพี่เต้นั่งนายกฯ” ซึ่งสอดคล้องรับกับนโยบายพาคนไทยไปเที่ยวอวกาศแบบพอดิบพอดี ถือเป็นการดึงชื่อคนดังมาสร้างกระแสไวรัลได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยครับ

หลังการเลือกตั้ง พบว่าประเด็นความเคลื่อนไหวที่คนพูดถึงพี่เต้มีความหลากหลาย โดยสามารถจัดอันดับได้ 5 หัวข้อหลักครับ โดยสัดส่วนมากที่สุดคือ ลงผู้ว่า กทม 37% ที่สะท้อนว่าชาวเน็ตและสื่อให้ความสนใจกับเส้นทางใหม่ทางการเมืองในสนามท้องถิ่น และรอดูว่านโยบายสุดไวรัลของเขาจะถูกนำมาใช้กับกรุงเทพฯ อย่างไร อันดับสองคือ แยกทางกับพรรคเดิม 22% ซึ่งบ่งบอกว่าการตัดสินใจลาออกเพื่อลุยตั้งพรรค/ทางเลือกใหม่ ทำให้คนติดตามก้าวต่อไปของเขาอย่างใกล้ชิดครับ

ขณะที่ 21.81% พูดถึงการประท้วง กกต แสดงให้เห็นว่าคาแรคเตอร์สายลุยที่ออกมาชนกับหน่วยงานรัฐ (เช่น การนัดบุกทวงคืนนโยบายไดโนเสาร์ หรือ เลือกตั้งใหม่) ยังคงเป็นจุดขายที่เรียกเอนเกจเมนต์จากชาวเน็ตได้ดีครับ ในอีกด้านหนึ่ง มี 15.4% พูดถึงการไปออกรายการ เพราะการเดินสายให้สัมภาษณ์ตามสื่อและพูดคุยกับอินฟลูเอนเซอร์คือช่องทางที่ช่วยเลี้ยงกระแสให้คนไม่ลืมเขา และมีเพียงสัดส่วนเล็ก ๆ 3.7% ที่พูดถึงการตั้งพรรคใหม่ ซึ่งถือเป็นเสียงสะท้อนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับความสนใจในภาพใหญ่ที่เขาจะไปลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ครับ

Social Listening พี่เต้

เมื่อสำรวจความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย พบว่าความรู้สึกและมุมมองที่คนมีต่อพี่เต้สามารถจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลักครับ โดยคนส่วนมากคิดว่า เฉย ๆ ตลกดี 79.5% ที่สะท้อนภาพชัดเจนว่าคนส่วนใหญ่มองแคมเปญ นโยบายแปลกใหม่ และการเคลื่อนไหวของพี่เต้เป็นสีสัน ความบันเทิง และมีม บนโลกอินเทอร์เน็ต มากกว่าที่จะมองเป็นเรื่องการเมืองแบบซีเรียสครับ

อันดับสองคือกลุ่มที่ ชอบพี่เต้ เลือกจริง 10.2% ซึ่งบ่งบอกว่าท่ามกลางกระแสความปั่นฮา ก็ยังมีฐานเสียงที่ซื้อไอเดีย ถูกใจคาแรคเตอร์สายชน กล้าคิดนอกกรอบ และพร้อมที่จะสนับสนุนด้วยการลงคะแนนเสียงให้จริง ๆ ครับ

ในขณะที่อีก 10% ระบุว่า ไม่ชอบดูไร้สาระ หิวแสง แสดงให้เห็นถึงเสียงสะท้อนมุมกลับจากกลุ่มคนที่คาดหวังความจริงจังในการทำงานการเมือง และมองว่าการสร้างกระแสด้วยนโยบายที่หลุดโลกเกินไปนั้นไม่ตอบโจทย์ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูสีกับกลุ่มคนที่ชื่นชอบและพร้อมเลือกเลยครับ

  1. ThairathTV 757.9K Engagement
  2. ไทยรัฐนิวส์โชว์ 712.5K Engagement
  3. อีจัน 550.5K Engagement
  4. Thairath – ไทยรัฐออนไลน์ 517.9K Engagement
  5. ขอบสหนัง 262K Engagement
  1. thairathtv 263.3K Engagement
  2. ejanentertain 161.6K Engagement
  3. ejan2016 158.7K Engagement
  4. pptvhd36 129.2K Engagement
  5. thairath 124K Engagement
  1. thairath_news 1.63M Engagement
  2. mgronline 882.8K Engagement
  3. ceo.blkboba 795.9K Engagement
  4. pondonnews 701.2K Engagement
  5. pptv.thailand 562.3K Engagement
  1. PPTV HD 36 1.63M Engagement
  2. Minute Fact 633.1K Engagement
  3. PRIMKUNG 496.4K Engagement
  4. ลุงตู่ 473.6K Engagement
  5. TurnerBell 381.8K Engagement

การวิเคราะห์ Data Research Insight พี่เต้ มงคลกิตต์ พบว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญหาเสียงธรรมดาเท่านั้นครับ แต่กลายเป็นมีมและสีสันที่ถูกพูดถึงอย่างมหาศาลบนโลกออนไลน์ โดยการ Categorize ข้อมูลออกมาเป็น 3 หมวดหลักครับ

นโยบาย ถูกพูดถึงมากที่สุด 68.8% โดยมี อวกาศ ครองอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 32.3% ตามมาด้วย ไดโนเสาร์ 27.4% และ แต่งงานได้หลายคน 8.1% ซึ่งตอกย้ำว่าความแปลกใหม่และแฟนตาซีสุดล้ำเป็นจุดดึงดูดหลักในการสร้างกระแสไวรัล ส่วน บุคคลที่ถูกกล่าวถึงคู่กัน อยู่ที่ 21% โดย กกต ถูกพูดถึงมากที่สุด 53.23% ตามมาด้วย แสวง บุญมี 14.12% และ พิธา 7.97% แสดงให้เห็นถึงบทบาทของคู่กรณีทางการเมืองที่ช่วยเป็นตัวจุดชนวนความเดือดและขยายกระแสผ่านคาแรคเตอร์สายชนของพี่เต้ครับ

ขณะที่ความเคลื่อนไหว หลังเลือกตั้ง 10.2% ชาวเน็ตเลือกพูดถึงการ ลงผู้ว่าฯ กทม. มากที่สุดถึง 37.0% ตามมาด้วย แยกทางกับพรรคเดิม ที่ 22.0% และ ประท้วง กกต. 21.81% ชี้ว่าคนไทยยังคงให้ความสนใจและติดตามก้าวต่อไปของเขาในฐานะผู้ท้าชิงในสนามผู้ว่า กทม ส่วนความรู้สึกของคนใน Social พบว่าอารมณ์ เฉย ๆ ตลกดี ครองสัดส่วนสูงถึง 79.5% ซึ่งสร้าง Engagement เชิงขบขันได้มหาศาล รองลงมาคือ ชอบพี่เต้ เลือกจริง 10.2% และ ไม่ชอบดูไร้สาระ หิวแสง 10.0% สะท้อนว่าแคมเปญนี้เข้าถึงผู้คนในฐานะคอนเทนต์บันเทิงมากกว่าเรื่องการเมืองแบบซีเรียสครับ

สุดท้ายเมื่อพิจารณาทั้งหมด เราจะเห็นว่ากระแสของ พี่เต้มงคลกิตต์ ประสบความสำเร็จในแง่ของการสื่อสารครับ เพราะผสมผสานระหว่าง นโยบายหลุดโลก คาแรคเตอร์ดุดัน อารมณ์ขันของชาวเน็ต และการเคลื่อนไหวที่คาดเดาไม่ได้ จนเกิดเป็นจักรวาลคอนเทนต์ที่กระจายอยู่ในทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่ Facebook, TikTok, YouTube ไปจนถึง Instagram และนี่คือตัวอย่างของการที่การเคลื่อนไหวทางการเมืองสามารถก้าวข้ามรูปแบบเดิม ๆ ไปสู่การเป็นปรากฏการณ์ไวรัลและมีม บนโลกออนไลน์ได้ครับ

บทสรุป Data Research Insight พี่เต้ จึงเป็นบทเรียนชิ้นสำคัญของการทำการตลาดการเมืองยุคดิจิทัลครับ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การสร้างไวรัลและการแฮ็กพื้นที่สื่อนั้นสามารถทำได้ด้วยความแปลกใหม่และความกล้าคิดนอกกรอบ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว หากไม่สามารถเปลี่ยนผ่านจากกระแสความฮือฮาไปสู่นโยบายที่จับต้องได้และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ชัยชนะที่ได้มาก็อาจเป็นเพียงภาพลวงตาบนหน้าจอโทรศัพท์ ที่ต้องจ่ายแพงด้วยต้นทุนความน่าเชื่อถือในโลกแห่งความเป็นจริง

สนใจเรียน AI Social Listening กับการตลาดวันละตอน

ถ้าใครอ่านแล้วอยากทำได้แบบนี้ อยากเรียนรู้การทำ Data Research จาก Social Listening กับการตลาดวันละตอน ตอนนี้มีคอร์สสอนแบบออนไซท์ เน้น Workshop ลงมือทำ 100% ค่าเรียนคนละ 9,900 บาท โดยจะได้รับเครื่องมือ AI Social Listening ในราคา 6,750 ไปใช้ฟรี 1 เดือนเต็ม

Loading…
This image has an empty alt attribute; its file name is 1-1-1-1-1-1024x1024.png
This image has an empty alt attribute; its file name is 2-3-1-1-1-1024x1024.png

และนี่คือผลงานของผู้เรียนคลาส Social Listening รุ่น 32 กับการตลาดวันละตอน

ครั้งนี้เป็นผลงานของผู้เรียนที่ไม่ได้มาจากสาย Data โดยตรง แต่สนใจอยากเข้าใจผู้บริโภคให้ลึกขึ้นเลยลองมาเรียนดูสักครั้ง

และจากหลักการ 8 Step Social Listening ที่ได้เรียนไปในคลาส ผู้เรียนก็เอาไป Apply กับหมวด Cleansing ได้อย่างดี จนออกมาเป็น Insight ที่น่าสนใจเพียบ

เริ่มจากการดูว่า Texture แบบไหนกำลังได้รับความนิยม โดยจะเห็นว่า “ไมเซลล่า/วอเตอร์” และ “บาล์ม” คือ 2 กลุ่มที่คนพูดถึงเยอะที่สุด ต่อมาก็เจาะลึกต่อว่า แล้วผู้บริโภค เลือกซื้อเพราะอะไร จะเห็นว่า Key Feature ที่มาแรงคือ “ล้าง + บำรุง” ได้ในขั้นตอนเดียว และ “ล้างเมคอัพกันน้ำได้” ส่วนเหตุผลที่ซื้อจริง ๆ กลับไม่ได้อยู่ที่แบรนด์ แต่เป็นเพราะ “ขวดใหญ่” และ “ราคาดี”

บอกเลยว่า ไม่ได้แค่ดูผิวเผิน แต่ผู้เรียนลงลึกถึงระดับ Benefit, Ingredient, Skin Concern ไปจนถึงการ Mapping ภาพรวมของ Category ได้อย่างครบถ้วน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *