บทความนี้มาเอาใจแฟนอนิเมะกันบ้างครับ โดยเฉพาะแฟน ๆ ดาบพิฆาตอสูร (Demon Slayer) กับ Data Research Insight ภาค ปราสาทไร้ขอบเขต ที่กำลังมาแรงสุด ๆ ในไทย ต้องบอกก่อนเลยว่า ดาบพิฆาตอสูรเป็นหนึ่งในอนิเมะที่มีฐานแฟนคลับใหญ่และเหนียวแน่นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสายอ่านมังงะ สายดูอนิเมะ หรือแม้แต่คนที่ตามคอนเทนต์ไวรัลใน TikTok ก็หนีไม่พ้นต้องเห็นกระแสนี้แน่นอนครับ
บทความนี้ผมจะพามาสำรวจจักรวาล “ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต” กันครับ มาดูกันว่าคนไทยพูดถึงตัวละครไหนมากที่สุด คนดูอินกับอะไร โรงหนังฟอร์แมตไหนถูกพูดถึงบ่อย และกิจกรรม/สินค้าที่แฟน ๆ ต่อยอดกันเยอะที่สุดคืออะไร ติดตามได้ในบทความนี้เลยครับ
โดย Data Insight ในบทความนี้ เราใช้ Social Listening Tool จาก Mandala ที่นักการตลาดหลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้าใจ กระแส-บทสนทนา-และอารมณ์ของผู้ชม ได้แบบ Real-time ซึ่งในบทความนี้เราจะพามาดูตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการ Research เพื่อให้เป็นประโยชน์และความรู้สำหรับนักการตลาดมือใหม่ที่กำลังศึกษาเรื่อง Data และสามารถต่อยอดให้กับแบรนด์ของตัวเองได้จริงครับ
STEP 1 – 2 Research Keyword, Collecting Data
Research Keyword คือหัวใจหลักของการกวาดข้อมูลบนเครื่องมือ Social Listening เพราะเป็นเหมือนประตูแรกที่เราส่งให้ระบบไปค้นหาโพสต์ที่มีการพูดถึงหัวข้อนั้น ๆ ซึ่งสิ่งสำคัญคือเราต้องคิดแทนผู้บริโภคว่าเวลาเขาพูดถึง ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต เขาจะใช้คำว่าอะไรบ้าง คีย์เวิร์ดที่ใช้สำหรับการ Research ในรอบนี้ ได้แก่
“Infinity Castle”
“Demon Slayer”
“ดาบพิฆาตอสูร”
“ปราสาทไร้ขอบเขต”
โดยตั้งค่าให้ Mandala ไปดึงข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2025 – 18 สิงหาคม 2025 ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, X (Twitter), Instagram, TikTok, YouTube และ Pantip ผลที่ได้คือมีข้อมูลรวม 6,314 mentions (Social 5,201, Pantip 73, YouTube อีกหลายพัน engagement) ซึ่งถือว่าเป็นกระแสที่ใหญ่มากสำหรับอนิเมะครับ
ส่วนการ Collecting Data และ Cleansing ตอนแรกที่ดึงข้อมูลเข้ามา เราจะได้โพสต์ทั้งที่เกี่ยวข้องจริงและที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น มีคำว่า Castle หรือ Slayer แต่ไม่ได้พูดถึงอนิเมะ เรื่องนี้จึงต้องทำ Step 3 Cleansing Data เพื่อตัด Noise ออก เช่น โพสต์ที่ไม่เกี่ยวกับการ์ตูน ซึ่งหลัง Cleansing แล้วจึงได้ข้อมูลที่สะอาดและพร้อมสำหรับการต่อยอดวิเคราะห์ Trend & Insight ครับ
อย่างไรก็ตามสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลีนดาต้าอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพมากที่สุดมาวิเคราะห์ Trend & Insight ได้ที่บทความนี้เลยครับ > https://everydaymarketing.co/trend-insight/top10-influencers-investment-money-2023-on-tiktok/
STEP 4 Conversation Analysis
อย่างที่เราได้เห็นใน STEP 3 ระหว่างการ Cleansing Data ข้อมูลจากโซเชียลที่หลั่งไหลเข้ามาผ่าน Keyword “Infinity Castle”, “ดาบพิฆาตอสูร”, “Demon Slayer” และ “ปราสาทไร้ขอบเขต” ทำให้เราพอจะกรองเหลือเฉพาะโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับอนิเมะภาคนี้จริง ๆ ได้แล้วครับ
สิ่งที่เจอคือบทสนทนาบนที่ยังกระจัดกระจาย ไม่ได้รวมเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ชัดเจน เช่น บางโพสต์พูดถึงฉากการต่อสู้ ตอนนี้เราทำได้แค่อ่านข้อมูลพื้นฐานที่เป็นภาพใหญ่ ซึ่งในการอ่านข้อมูล เรามักจะเริ่มจากฟีเจอร์พื้นฐานในหน้า Dashboard แรกไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม Top post เพื่อรู้ภาพรวมข้อมูลที่ได้รับความนิยมครับ
Social Data Stat Overview
สัดส่วนการพูดถึง (Mentions) สำหรับสัดส่วนการพูดถึง Demon Slayer: Infinity Castle พบว่าอยู่บน Facebook มากที่สุด 43% ตามมาด้วย TikTok 27%, YouTube 16.6%, Instagram 10.8% และ Twitter 2.6% โพสต์ที่ถูกพูดถึงส่วนใหญ่จะเป็นเพจ/คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับอนิ ไม่ว่าจะเป็นเพจข่าวอนิเมะ หรือเพจที่ทำมีมและแฟนเพจตัวละครต่าง ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ฐานแฟนดาบพิฆาตอสูรในไทยกระจายอยู่หลากหลายแพลตฟอร์ม แต่ Facebook ยังคงเป็นช่องทางที่แฟน ๆ ใช้แชร์คอนเทนต์ที่เป็น “โพสต์ยาวและข้อมูล” มากที่สุดครับ
การมีส่วนร่วม (Engagement) ในมิติของ Engagement พบว่า YouTube นำโด่งไปถึง 75.4% เนื่องจากยอดวิวของคลิป Reaction, ไฮไลท์การสู้, และคอนเทนต์สรุปตอนที่ถูกแชร์กันจำนวนมาก ตามมาด้วย TikTok 18.3% ที่เป็นแพลตฟอร์มคอนเทนต์ไวรัล เช่น คลิปแฟนเมด, AMV, Cosplay และการรีแอคแบบสั้น ๆ ซึ่งเป็นที่นิยมมากในกลุ่ม Gen Z ขณะที่ Facebook มี 4.7% และ Instagram มี 1.6% โดยส่วนใหญ่เป็นโพสต์ภาพ Fanart, Cosplay และมีมครับ
การมีส่วนร่วม (Engagement – Ignore View) เมื่อเราตัดยอดวิว YouTube ออกไปเพื่อดู การมีส่วนร่วมเชิงโต้ตอบจริง (Like, Share, Comment) จะพบภาพที่น่าสนใจมากขึ้นครับ
TikTok ขึ้นมาครองอันดับหนึ่ง 55.7% เป็นเครื่องยืนยันว่า TikTok คือศูนย์กลางการสร้าง Engagement เชิงโต้ตอบ คนกดหัวใจ แชร์ คลิป Cosplay, คลิปตัดต่อเสียงไวรัล
Facebook อยู่ที่ 14.2% ซึ่งสะท้อนว่าเพจใหญ่ ๆ และกลุ่มแฟนยังเป็นแหล่งพูดคุยที่ทรงพลัง
YouTube มี 25% แม้ตัดวิวออกไป แต่ยังได้พลังจากคอมเมนต์ยาว ๆ ใต้คลิป Reaction/สรุปตอน
Instagram 5% และ Twitter <1% เป็นแพลตฟอร์มเสริมที่เน้นการแชร์ Visual และ Reaction ทันที
เมื่อดูเทรนด์จาก Hashtag ทำให้เห็นว่าภาพรวมของ Social Data ทั้งหมดกำลังพูดถึงเรื่องดาบพิฆาตอสูรกับเรื่องอะไร ใช้แท็กไหนนั่นเองครับ
คอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement ส่วนใหญ่แบ่งได้เป็น 3 ประเภทครับ
1. คอนเทนต์ที่เกี่ยวกับการชมภาพยนตร์/ประสบการณ์โรงหนัง เช่น การโปรโมตว่า “ต้องไปดู IMAX” หรือการรีวิวว่าเอฟเฟกต์อลังการ ดูแล้วอินเหมือนอยู่ในปราสาทจริง ๆ คอนเทนต์ประเภทนี้สร้าง Engagement ได้สูงเพราะตอบโจทย์ทั้งสายแฟนพันธุ์แท้ที่อยากสัมผัสคุณภาพ และสายทั่วไปที่สนใจ Experience ครับ
2. คอนเทนต์ Highlight/กิจกรรมเสริมรอบอนิเมะ เช่น คลิปพาไป Pop-Up Store ในไทย, การโชว์ของสะสม, Merchandising ต่าง ๆ หรือกิจกรรมแถมพิเศษที่มากับตั๋วหนัง จุดนี้ช่วยขยายการมีส่วนร่วม เพราะแฟน ๆ ไม่ได้แค่ดูอนิเมะ แต่ยังอยาก ครอบครอง/แชร์สิ่งที่บ่งบอกความเป็นแฟนครับ
3. คอนเทนต์จาก Influencer/Creator & Cosplay เช่น การร้องเพลงประกอบดาบพิฆาตอสูร, การรีแอคตลก ๆ, หรือการคอสเพลย์ตัวละคร คอนเทนต์ประเภทนี้ทำให้กระแส เข้าถึงคนวงกว้าง เพราะผสมทั้งแฟนคลับจริงกับผู้ชมทั่วไปที่ชอบความบันเทิงครับ
STEP 5 Categorize Data
การทำ Categorize Data เป็นการจับกลุ่มข้อมูลเพื่อให้ง่ายต่อการวิเคราะห์ เห็นตัวเลขสัดส่วนชัดเจนที่ช่วยให้เราสามารถตัดสินใจอะไร ๆ ด้ง่ายมากยิ่งขึ้น
ซึ่งโจทย์การทำ Categorize Data ควรจะตั้งมาจาก Social Data ที่มี เราจะได้อ่านจำนวนมากอยู่แล้วตั้งแต่ขั้นตอนการคลีนข้อมูลครับ อีกทางคือโจทย์จากสิ่งที่เราต้องรู้ สิ่งที่จะมีประโยชน์กับธุรกิจมากที่สุด และใช้ฟีเจอร์ Tag บนเครื่องมือ Social Listening เพื่อรวมข้อมูลให้เป็นกลุ่มก้อนครับ
ตัวอย่างเบื้องต้นเกี่ยวกับการติดแท็ก ลองดู ที่นี่ ได้เลยครับ หรือจะมาอัปเดตเทคนิคกับเครื่องมือเวอร์ชั่นใหม่ ๆ ในคลาสออนไลน์ของเราก็ได้นะครับครับ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ท้ายบทความเลยครับ
STEP 6 Data Visualization
สำหรับ Catagory การกล่าวถึงของ Data Research Insight ดาบพิฆาตอสูร สามารถแบ่งได้ 5 กลุ่มตามภาพด้านบนเลยครับ
หมวดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ตัวละคร 43.5% ไม่ว่าจะเป็นทันจิโร่ อาคาสะ มุซัน กิยู ชิโนบุ หรือเซนอิทสึ ที่ยังคงเป็นศูนย์กลางของทุกพูดกันบนโซเชียลมีเดีย รองลงมาคือ โรงภาพยนตร์ 25.7% โดยมีการพูดถึง Major Cineplex และ SF Cinema ตามมาด้วย ความรู้สึกหลังดู 15.1% ไม่ว่าจะเป็นนความอลังการ อินจนร้องไห้ ต้องไปดูซ้ำ ไปจนถึงเสียงสะท้อนบางส่วนเรื่องการย้อนอดีตเยอะเกินไป อีกหมวดที่สำคัญคือ รูปแบบการดู 10% ซึ่งสะท้อนว่าคนไทยให้ความสำคัญกับ Experience อย่าง IMAX และ 4DX ที่ช่วยยกระดับความมันส์และอารมณ์ร่วม และสุดท้ายคือ กิจกรรม/งานอีเวนท์ 5.7% เช่น การเปิดตัวนักพากย์ไทย Pop-Up Store ของที่ระลึก และ Cosplay ที่ช่วยขยายการมีส่วนร่วมให้ยาวนานกว่าแค่ในโรงหนังครับ
ต่อไปผมจะพามาเจาะลึกแบบละเอียดกับข้อมูลแต่ละกลุ่มกันนะครับ ว่าจะเจอข้อมูลแบบไหนบ้าง
TOP 11 ตัวละครที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด
แหแห Data Resea Data Research Insight ดาบพิฆาตอสูร: ภาคปราสาทไร้ขอบเขต
1. ทันจิโร่ 22.6% เป็นตัวละครที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโซเชียลมีเดีย เพราะยังคงเป็นศูนย์กลางของเรื่องราวในภาคนี้ ทุกฉากที่มีทันจิโร่มักจะถูกตัดมาแชร์ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ หรือโมเมนต์ที่สะท้อนความเป็นพระเอกของเรื่อง โดยเสน่ห์ของทันจิโร่คือความพยายามและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ทำให้แฟน ๆ ทั้งสายอนิเมะและคนทั่วไปเอาไปพูดถึงต่ออย่างมาก
2. อาคาสะ 17.8% วายร้ายที่ถูกพูดถึงเยอะเป็นอันดับสอง เพราะบทบาทในศึกใหญ่ที่ดุเดือดและดราม่ากับตัวละครหลัก อีกทั้งยังเป็นตัวละครที่หลายคนมองว่าร้ายแต่เท่ เผลอ ๆ เหมือนกับเป็นตัวเอกของภาาคนี้ซะด้วยซ้ำครับ เบื้องหลังก่อนมาเป็นอสูรของอาคาสะทำให้ใครหลายคนเสียน้ำตากันมากมาย ส่งผลให้เกิดการพูดถึงทั้งในแง่การต่อสู้สุดมันส์และการตีความเรื่องราวของอาคาสะครับ
3. มุซัน 9.5% แม้จะมีบทบาทไม่มากในภาคนี้ แต่ในฐานะบอสใหญ่ของตัวร้ายและตัวละครหลักที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด จึงถูกพูดถึงไม่น้อยเลยครับ โดยเฉพาะช่วงที่ปรากฏตัวในฉากสำคัญ ทำให้แฟน ๆ สร้างทั้งมีมและออกมาวิเคราะห์เนื้อเรื่องตัวละครกันอย่างต่อเนื่อง
4. เซนอิทสึ 8.2% อีกหนึ่งตัวละครที่เป็นขวัญใจแฟน ๆ ที่มีแต่คนรอชมในภาคนี้ ด้วยคาแรกเตอร์ที่ตลกแต่มีโมเมนต์เท่ ๆ ในการต่อสู้ในภาคนี้ ทำให้ถูกแชร์คลิปและมีการพูดถึงเยอะ โดยเฉพาะใน TikTok ที่มีแฟน ๆ ทำคลิปตัดต่อรีแอคกันมากครับ
5. กิยู 8.2% เสาหลักที่แฟน ๆ รักและพูดถึง ด้วยบุคลิกนิ่ง เท่ และมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในศึกปราสาทไร้ขอบเขต
6. ชิโนบุ 8.1% อีกหนึ่งเสาหลักหญิงที่แฟน ๆ ชอบ ด้วยบุคลิกทั้งอ่อนโยนและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน ทำให้ชิโนบุเป็นหนึ่งในตัวละครที่ถูกแฟนคลับทำ Fanart และ Cosplay เยอะมาก และเจ้าตัวก็มีบทบาทสำคัญสุด ๆ ในภาคนี้ด้วยครับ
7. อิโนะสุเกะ 6.2% สำหรับเจ้าหมูป่าบ้าพลังที่ความกวน ยังคงสร้างสีสันในภาคนี้อยู่เรื่อย ๆ ครับ คนพูดถึงอิโนะสุเกะในฐานะตัวละครที่ทำให้เรื่องไม่เครียดเกินไป แต่ในขณะเดียวก็มีการพูดถึงการต่อสู้ของอิโนะสุเกะที่จะเกิดในภาคต่อไปครับ
8.เนซึโกะ แม้ในภาคนี้จะไม่ได้มีบทบาทนำเท่าภาคก่อน แต่เนซึโกะก็ยังเป็นตัวละครที่แฟน ๆ รัก และถูกพูดถึงเสมอ โดยเฉพาะโมเมนต์น่ารัก ๆ และการแต่งคอสเพลย์ครับ
9. โดมะ อีกหนึ่งอสูรข้างสูงที่แฟน ๆ จับตามองเพราะบทบาทในศึกสำคัญ ทำให้ถูกพูดถึงทั้งในด้านความโหดเหี้ยมและคาแรกเตอร์ที่แปลกแยกจากอสูรตัวอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีการคอสเพลย์ตัวละครนี้กันค่อนข้างเยอะด้วยครับ
10. เคียวจูโร่ 4.8% แม้จะจากไปแล้วในภาคก่อน แต่เคียวจูโรก็ยังถูกพูดถึงในฐานะตัวละครในดวงใจของแฟน ๆ เสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีฉากย้อนหลังหรือการพูดถึงชื่อของเคียวจูโร่ รวมถึงการวิเคราะห์ว่าถ้าเคียวจูโร่ยังไม่ตายภาคนี้เนื้อเรื่องจะเปลี่ยนไปอย่างไร
11. คานาโอะ 4.4% อีกตัวละครหญิงที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเส้นเรื่องในภาคนี้ และเป็นที่พูดถึงในแง่พัฒนาการของตัวละคร ทำให้มีการแชร์ Fanart และคลิปเกี่ยวกับคานาโอะอยู่ไม่น้อยเลยครับ
2 โรงภาพยนตร์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด
จากการเก็บข้อมูล Social Data พบว่าแฟน ๆ พูดถึงโรงภาพยนตร์อยู่ 2 เจ้าใหญ่เป็นหลัก ได้แก่ Major Cineplex และ SF Cinema โดยมีสัดส่วนแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย Major Cineplex ถูกพูดถึงมากที่สุด 59.4% ส่วน SF Cinema อยู่ที่ 40.6% ครับ
สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ “โรงภาพยนตร์” กลายเป็นหมวดหมู่ที่ถูกพูดถึงมากเป็นอันดับสอง รองจากตัวละคร แสดงให้เห็นว่า ความสำเร็จของดาบพิฆาตอสูรไม่ได้เกิดจากตัวเนื้อหาอย่างเดียว แต่ได้แรงหนุนจากการโปรโมตของทั้งสองโรงภาพยนตร์ด้วยครับ
TOP 5 ความรู้สึกหลังดูที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด
หลังการรับชม ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต พบว่าความรู้สึกที่แฟน ๆ แสดงออกมามีความหลากหลาย โดยสามารถจัดอันดับได้ 5 อารมณ์หลักครับ โดยสัดส่วนมากที่สุดคือความอลังการ 48.3% ที่สะท้อนว่าภาพ แสง สี เสียง ในโรงหนังทำให้คนดูรู้สึกตื่นตะลึงและประทับใจอย่างมาก อันดับสองคือร้องไห้ 27.6% ซึ่งบ่งบอกว่าเรื่องราวและการเล่าอารมณ์ยังคงดึงอินแฟน ๆ ได้ดี ทำให้เกิดการแชร์รีแอคเชิงดราม่าอย่างต่อเนื่องครับ
ขณะที่ 18.7% บอกว่าต้องไปดูซ้ำแสดงให้เห็นว่าหนังไม่ได้สร้างแค่กระแส แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้เกิดการซื้อตั๋วซ้ำเพื่อเสพประสบการณ์อีกครั้งเพื่อเก็บรายละเอียดด้วยครับ ในอีกด้านหนึ่ง มี 8.3% อยากดูภาคต่อแล้วเพราะอินกับการปูเรื่องที่เชื่อมไปยังพาร์ทถัดไปทำได้ดีมาก ๆ และมีเพียงสัดส่วนเล็ก ๆ 3.3% ที่ไม่ชอบเพราะรู้สึกว่าย้อนอดีตเยอะเกินไป ซึ่งถือเป็นเสียงสะท้อนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับภาพรวมครับ
รูปแบบการดูที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด
ในแง่ของ รูปแบบการรับชมพบว่ากว่า 75.8% ของการพูดถึงอยู่ที่ IMAX ขณะที่ 4DX มีสัดส่วน 24.2% ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่าแฟน ๆ ให้ความสำคัญกับการดู Demon Slayer บนจอใหญ่เป็นพิเศษ เพราะประสบการณ์ที่ได้จาก IMAX ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่การดูอนิเมะ แต่เป็นการเข้าไปอยู่ในโลกปราสาทไร้ขอบเขตจริง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นความคมชัดของภาพ รายละเอียดที่ชัดทุกมิติ หรือเสียงที่ทรงพลังจนดึงคนดูอินไปกับฉากต่อสู้
ส่วน 4DX แม้จะมีสัดส่วนน้อยกว่า แต่ก็ยังถูกพูดถึงในเชิงบวก โดยแฟน ๆ หลายคนบอกว่าการสั่น เก้าอี้ขยับ และเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ช่วยให้การดูสนุกขึ้นและสมจริงขึ้น เหมาะกับฉากต่อสู้ที่มีความเข้มข้นสูง
Insight ที่ได้คือ Demon Slayer ภาคนี้ไม่ได้ถูกเสพในฐานะอนิเมะทั่วไป แต่กลายเป็น Experience ที่แฟน ๆ ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้อรรถรสสูงสุด การพูดถึง IMAX และ 4DX อย่างหนาแน่นตอกย้ำว่ารูปแบบการดูคือหนึ่งในตัวเร่งสำคัญที่ทำให้กระแสอนิเมะภาคนี้ดังทะลุข้ามไปสู่ผู้ชมวงกว้างครับ
TOP 4 กิจกรรม/งานอีเว้นท์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด
ในหมวดกิจกรรมและอีเว้นท์ พบว่าแฟน ๆ มีการพูดถึง คอสเพลย์ มากที่สุดถึง 50.6% ซึ่งถือเป็นกิจกรรมหลักที่สร้างสีสันและ Engagement ได้สูงสุด เพราะแฟน ๆ สามารถเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับตัวละครที่รักผ่านการแต่งกายและการโพสต์ลงโซเชียลครับ รองลงมาคือ Arc Pop-Up Store 18.1% ที่ดึงดูดทั้งการซื้อของสะสมและการถ่ายรูปเช็คอินจนกลายเป็นกระแสไวรัลบน TikTok และ Facebook
ส่วน ของที่ระลึกถูกพูดถึง 17.2% อย่างบัตรชมภาพยนตร์พร้อม Booklet หรือสินค้า Limited Edition ก็ได้รับความนิยมจากแฟนพันธุ์แท้ที่อยากเก็บสะสม และสุดท้ายคือการเปิดตัวนักพากย์ไทย 5.7% ครับ
กิจกรรมเหล่านี้ทำให้ Demon Slayer ไม่ได้เป็นเพียงหนังที่ต้องไปดู แต่กลายเป็นปรากฏการณ์ที่คนอยากมีส่วนร่วม ผ่านทั้งการแต่งคอสเพลย์ การซื้อของสะสม และการเข้าร่วมอีเว้นท์พิเศษ ทำให้กระแสอยู่ได้นานกว่าแค่รอบฉายในโรงครับ
Top 5 Engagement by Platform
ขอบสหนัง 314K Engagement
เล่าเรื่อง 170.2K Engagement
Japan Anime Movie Thailand 121.2K Engagement
สมาคมผู้คลั่งไคล้ SuperHero 114.7K Engagement
Major Group 104.8K Engagement
monajung23 1.5M Engagement
jinnie.hime 320.8K Engagement
h.hyrin 882.2K Engagement
niftyotanii 211K Engagement
yokgdyy 182K Engagement
PMZTHUNDER 54K Engagement
Sony Pictures Thailand 30K Engagement
ดูหนังใส่หัว 29K Engagement
DAK KAM DEAW 29K Engagement
Dice Destiny 17K Engagement
majorgroup 169.4K Engagement
welove_sf 74.4K Engagement
sommarkz 54.2K Engagement
shobproth 32.4K Engagement
thai_superhero 29.1K Engagement
daily muichilor 𐙚 6K Engagement
Japan Anime Movie Thailand 5.9K Engagement
SF Cinema 5.2K Engagement
Mr. Dyrane 387 Engagement
ดอยด่อยด้อยด๊อยด๋อย 203 Engagement
สรุป Data Research Insight ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต
การวิเคราะห์ Social Data ของ ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต พบว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงอนิเมะที่สร้างความบันเทิง เท่านั้นครับ แต่กลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่ถูกพูดถึงอย่างมหาศาลบนโลกออนไลน์ โดยการ Categorize ข้อมูลออกมาเป็น 5 หมวดหลัก
ตัวละคร ถูกพูดถึงมากที่สุด 43.5% โดยมีทันจิโร่ครองอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 22.6% ตามมาด้วยอาคาสะ 17.8% และมุซัน 9.5% ซึ่งตอกย้ำว่าพลังของคาแรกเตอร์เป็นจุดดึงดูดหลักในการสร้างกระแส ส่วน โรงภาพยนตร์ อยู่ที่ 25.7% โดย Major Cineplex ถูกพูดถึงมากกว่า 59.4% เทียบกับ SF Cinema 40.6% แสดงให้เห็นถึงบทบาทของโรงหนังที่ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางฉาย แต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องขยายกระแสผ่านการโปรโมตอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ Demon Slayer ถูกยกระดับเป็น Event ที่คนทั่วไปต้องไปสัมผัสครับ ขณะที่ความรู้สึกหลังดูมีการแชร์อารมณ์อลังการ 48.3% อินจนร้องไห้ 27.6% ต้องไปดูซ้ำ 18.7% และอยากดูภาคต่ออีก 8.3% ซึ่งเป็นอารมณ์บวกเกือบทั้งหมด สะท้อนว่าอนิเมะสามารถสร้างประสบการณ์ที่เข้มข้นทั้งสายตาและหัวใจได้อย่างดี
ในด้านรูปแบบการดู แฟน ๆ เลือกพูดถึง IMAX มากที่สุดถึง 75.8% ตามมาด้วย 4DX ที่ 24.2% ชี้ว่าคนไทยให้คุณค่าในการเสพภาพยนตร์อนิเมะผ่านประสบการณ์โรงหนังระดับพรีเมียมมากขึ้น ส่วนกิจกรรมและอีเวนท์ที่ถูกพูดถึงสูงสุด คือ คอสเพลย์ 50.6% ซึ่งสร้าง Community Engagement ได้มหาศาล รองลงมาคือ Pop-Up Store 18.1% ของที่ระลึก 17.2% และการเปิดตัวนักพากย์ไทย 5.7% ที่แม้จะมีสัดส่วนน้อยแต่ก็สร้างอารมณ์ร่วมในกลุ่มผู้ชมที่ติดตามพากย์ไทยมาโดยตลอดครับ
สุดท้ายเมื่อพิจารณาทั้งหมด เราจะเห็นว่า Demon Slayer ภาคนี้ประสบความสำเร็จเพราะผสมผสานระหว่าง เนื้อหา ตัวละคร อารมณ์ ประสบการณ์ของโรงหนัง และกิจกรรมต่อยอด จนเกิดเป็นจักรวาลคอนเทนต์ที่อยู่ในทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่ Facebook, TikTok, YouTube ไปจนถึง Pop Culture ในชีวิตจริง และนี่คือตัวอย่างที่ดีของการที่อนิเมะสามารถก้าวข้ามการเป็นการ์ตูนไปสู่การเป็นปรากฏการณ์ได้อย่างแท้จริงครับ
สนใจเรียน AI Social Listening กับการตลาดวันละตอน
ถ้าใครอ่านแล้วอยากทำได้แบบนี้ อยากเรียนรู้การทำ Data Research จาก Social Listening กับการตลาดวันละตอน ตอนนี้มีคอร์สสอนแบบออนไซท์ เน้น Workshop ลงมือทำ 100% ค่าเรียนคนละ 9,900 บาท โดยจะได้รับเครื่องมือ AI Social Listening ในราคา 6,750 ไปใช้ฟรี 1 เดือนเต็ม
สนใจอ่านรายละเอียดและสมัครก่อนเต็มได้ที่ฟอร์มด้านล่างนี้ครับ