รวมสถิติ Social Media 14 ธุรกิจ เพื่อเริ่ม วาง Marketing Plan 2023
หลังจากที่นุ่นได้แยกอัปเดต Social Media Stat ของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ทำให้เราเห็นสถิติหลังการใช้แพลตฟอร์ม Social Media เพื่อการตลาดเครื่องดื่มแอลฯ ได้ถูกจุด และเข้ากับบริบทที่คนกำลังสนใจอยู่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคมเปญช่วงวันพ่อ
และในพาร์ทของธุรกิจสุขภาพ ความงาม ที่เราเจอการเลือกแพลฟอร์มที่น่าสนใจเช่น Instagram ที่มีกลุ่มคนอยากอวดชีวิตดี ๆ และ TikTok ที่น่าจะทำให้สินค้าขายดีขึ้นไปอีกในช่วง #merrychristmas ให้เลือกทำคอนเทนต์ดีโอสั้น และหาให้คอลแลปกับครีเอเตอร์ที่ทำสีผมจัด ๆ เพื่อ Tie In สินค้าบำรุงเส้นผม อาหารเสริมต่าง ๆ โดยใช้ #hairroutine เป็นหลัก
ทำให้อาจจะมีนักการตลาดหลายคนน่าจะอยากดูแบบภาพรวมทุกธุรกิจ เพื่อวิเคราะห์เทียบกับหลาย ๆ ธุรกิจอื่นบ้างเป็นภาพใหญ่ค่ะ เพราะการเจาะประเภทอื่น ๆ เพียงอย่างเดียวอาจจะยังไม่เห็นบริบทการตลาดในไทยมากพอ
เพราะฉะนั้นในบทความนี้นุ่นเลยเลือกที่จะเอาข้อมูลจาก Rival IQ มาแชร์อีกครั้งแต่เป็นรูปแบบเทียบให้เห็นชัด ๆ เพื่อเร่งเอาไปประกอบกับข้อมูลด้านอื่น ๆ ของแบรนด์ที่นักการตลาดดูแล รวมทั้งอุตสาหกรรมที่อาจเข้ามาเป็นคู่แข่ง ทั้งหมดกว่า 14 ธุรกิจที่แทบจะครอบคลุมพอสมควร ทำให้เราสามารถปรับและ วาง Marketing plan ให้เป๊ะขึ้นได้ แม้จะเป็นข้อมูล Global แต่มีความน่าเชื่อถือพอจะใช้ต่อยอด ซัพพอร์ตคำพูดเราเมื่อต้องใช้พรีเซ็นกับทีมและเจ้านายแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มได้เลยค่ะ
โดยเราจะดู Highlight สถิติแยกไปทีละแพลตฟอร์มที่แบรนด์ใช้มากที่สุด
Facebook
TOP3 Facebook engagement : Sport > Influencer > Higher Ed
ถ้าเทียบกับปีที่แล้วภาพรวมจะลดลงทุกอุตสาหกรรมเลยนะคะ แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้นอาจจะเพราะมีหลายธุรกิจแบ่งความสำคัญไปที่ TikTok มากขึ้น แต่มี TOP3 ธุรกิจที่ถือว่าทำได้ดีบน Facebook คือกีฬา Influencer และการศึกษาค่ะ
ทั้งนี้บรรดาแบรนด์เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ ส่วนธุรกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับทรงตัว เพราะหลังจากสถานการณ์คลายตัวลงมากแล้วทำให้คนปรับตัวได้และเริ่มกลับมาใช้ชีวิตค่ะ
ความถี่ในการโพสต์ สูงสุดคือ Media (ธุรกิจสื่อ)
สถิติความถี่ที่แต่ละแบรนด์โพสต์ ต่ออาทิตย์น่าสนใจมากค่ะ แม้ค่าเฉลี่ยรวมจะลดลงมาเหลือ 5.04 โพสต์ต่ออาทิตย์ แต่สูงสุดคือธุรกิจเกี่ยวกับสื่อนี่แหละ นำโด่งเลย อยู่ที่ 73.5 โพสต์ต่อวีค และตามมาด้วยกีฬาที่ 23.4 โพสต์ต่อวีค
น้อยที่สุดคือธุรกิจแอลกอฮอล์ค่ะ ใน 1 อาทิตย์เฉลี่ยแล้วมีแค่ 2.9 โพสต์เท่านั้นเอง อาจเป็นเพราะไม่ได้เน้นแพลตฟอร์มนี้มากด้วยข้อจำกัดการโฆษณาและกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นนุ่นอยากให้แบรนด์ที่กำลังใช้ Facebook อยู่ ใช้ค่าเฉลี่ยนี้เป็นตัวตั้งเอาไว้กำหนดจำนวนคอนเทนต์ต่ออาทิตย์ที่เหมาะสมนะคะ ควรจะมากกว่าค่าเฉลี่ยซักหน่อยค่ะ เพราะตอนนี้คู่แข่งโพสต์โพสต์เท่านี้แล้วถ้าจะน้อยกว่าลูกค้าจะลืมหน้าเอาน้า
เทียบจำนวนโพสต์ และค่าเอนเกจต่อโพสต์
จากกราฟนุ่นเห็นประเด็นหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ
ประเด็นแรกสำหรับธุรกิจ Sports Team ที่มี Engagement rate สูงสุดสำหรับ Global stat ยังเข้าใจได้นะคะเพราะเค้าโพสต์บ่อยเป็นอันดับ 2
Influencer โพสต์ไม่บ่อยเท่า Media และ Sports Team แต่เอนเกจดีมาก ๆ หมายความว่าคนยังนิยมเสพคอนเทนต์ในแวดวงนี้อยู่ และไม่จำเป็นต้องโพสต์ถี่เกินไปก็ได้ผลดีแล้ว
Media เป็นธุรกิจที่โพสต์ถี่มากที่สุด แต่ยอดสวนทางมาก ๆ อาจเป็นเพราะคนเบื่อและหันไม่เสพผ่านแพลตฟอร์มอื่นที่ไม่ใช่ Facebook นะคะ
ใครอยู่กลุ่มไหนต้องลองปรับตัวแล้วค่ะ และถ้านุ่นเป็น Influencer ใน TikTok ที่ยังไม่มีเพจจริงจัง นุ่นจะเริ่มเข้ามาสร้างและใช้งานเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้นเพิ่มเอาไว้ด้วย
Twitter
TOP3 Twitter engagement : Sport > Higher Ed > Nonprofits
อัตราการมีส่วนร่วมของ TWITTER เฉลี่ยต่อทวีต ทุกอุตสาหกรรม ถ้าเทียบกับปีที่แล้วภาพรวมจะค่อนข้างคงที่ค่ะอุตสาหกรรมเลยนะคะ สำหรับนุ่นที่ชินกับบริบทการเล่น Twitter ส่วนตัวก็เซอร์ไพร์สกับผลกราฟอยู่นิดหน่อยไม่คิดว่า TOP3 จะเป็นดังภาพ แต่น่าสนใจที่ Nonprofits สามารถสร้างเอนเกจเม้นในระดับต้น ๆ บนแพลตฟอร์มนี้ค่ะ ต้องติดตามกันต่อไป
ความถี่ในการโพสต์ สูงสุดคือ Media (ธุรกิจสื่อ)
เช่นเดียวกับ Facebook เลยค่ะ แต่ตกใจที่ Fashion ไม่เข้ามาในแพลตฟอร์ม Twiiter เลยค่าเฉลี่ยการโพสต์แค่ 0.9 ต่ออาทิตย์เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ทวิตเตอร์มีพลังในการขับเคลื่อนเทรนด์ไม่น้อย ไม่ว่าจะผ่าน Twiiter Trend เอยหรือโฆษณาเอย
เทียบจำนวนโพสต์ และค่าเอนเกจต่อโพสต์
สำหรับทวิตเตอร์โพสต์บ่อยไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป แต่ก็อย่าหายหน้าจะดีที่สุดค่ะ ภาพรวมในกราฟนุ่นมีความเห็นว่าทุกธุรกิจมีโอกาสเติบโตได้บน Twitter ขอแค่มีทรัพยากรที่เรียนรู้ และใช้แพลตฟอร์มนี้บ่อย ๆ ทำให้เข้าใจเนเจอร์ของคนที่เล่น รวมทั้งมี insight ในเรื่อง Time และการลงโฆษณาผ่าน Twitter เบื้องต้นค่ะ เพราะตอนนี้อัลกอริทึมของเค้ากำลังเปลี่ยนไป หลังมีผู้บริหาคนใหม่ นับเป็นแพลตฟอร์มที่ต้องติดตามกันยาว ๆ เลย
Instagram
TOP3 Twitter engagement : Higher Ed > Sport > Influencer
Rival IQ ได้วิเคราะห์ว่าอัตราการมีส่วนร่วมของ Instagram ลดลงประมาณ 30% ในปีนี้ ซึ่งเหนือความคาดหมายอยู่นะคะ แต่ก็ไม่แปลกใจ จากประสบการณ์ที่ใช้งาน นุ่นเองก็ไถ Feed Instagram แบบนับครั้งได้เลย เข้าไปใช้แต่ Story IG แล้วก็ดูของคนอื่นนิดหน่อย เพราะหน้าไทม์ไลน์ค่อนข้างรก เต็มไปด้วยคอนเทนต์ที่ไม่ได้อยากดูเพราะไม่ใช่คนที่เราติดตามค่ะ
เทียบจำนวนโพสต์ และค่าเอนเกจต่อโพสต์
สำหรับ Instagram นุ่นจะดึง Highlight สำคัญมาที่กราฟนี้เลย เพราะเราจะเทียบเอนเกจ กับความถี่ได้ชัดเจนและกระชับขึ้นค่ะ เทียบกับแล้ว Higher Ed ไม่ได้โพสต์บ่อยเลยแต่เป็นผู้ชนะบน Instagram เพราะในบริบท Global นั้น ผู้ใช้บน Instagram ระดับอุดมศึกษาเข้ามาดูโพสต์เกี่ยวกับนักเรียนใหม่ล่าสุดที่รับเข้าเรียนด้วยแฮชแท็ก #Classof2026 ลงรูปรับปริญญา จบการศึกษาด้วย เป็นต้นค่ะ
อย่างไรก็ตาม นักการตลาดที่ใช้ Influencer บน Instagram ก็ยังเหมาะสมอยู่กับหลาย ๆ ธุรกิจเช่น แฟชั่น หรือสถานที่ท่องเที่ยวนะคะ ลองอ่านเพิ่มเติมในบริบทไทยในบทความด้านล่างได้เลยค่ะ
TikTok
TOP3 Twitter engagement : Higher Ed > Sport > Financial Service
อย่าเพิ่งงงค่ะว่าคอนเทนต์เกี่ยวกับ Higher Ed ทำไมมาโผล่ใน TikTok ได้ล่ะเนี่ย ไถเท่าไหร่ก็ไม่เคยเจอเลย แต่จริง ๆ แล้วทุกเห็นโดยที่ไม่ได้คิดว่ามันเกี่ยวข้องเฉย ๆ ค่ะ
อ้างอิงจากบทความ เผย 5 เทรนด์ TikTok ที่จะมาแรงในปี 2023 ในประเด็นที่ 3. คอนเทนต์ด้านการศึกษาแบบสั้นๆ ถูกใจผู้ชม “การให้ความรู้บน TikTok เป็นคอนเทนต์สอนรูปแบบใหม่ที่ช่วยกระชับเนื้อหาให้เข้าใจได้ง่ายเพียงไม่กี่วินาที”
และอันดับ 3 ที่เราเพิ่งเห็นเลยคือคอนเทนต์จากธุรกิจ Financial Service หากจะให้แชร์ในบริบทไทย นุ่นลองแปะตัวอย่างเอาไว้ให้นักการตลาดเห็นภาพเป็นวิดีโอนี้นะคะ
How to เก็บเงิน…ฉบับคนฟุ่มเฟือยสุดๆ 🫴🏻💰💥#keptbykrungsri #xtoktak #เก็บเงิน #ออมเงิน
มีนัยยะว่าคนทั่วโลกต่างก็ให้เอนเกจและสนใจกับด้านนี้มากขึ้นหลังจากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่แน่นอนและทำให้เด็กรุ่นใหม่ต้องเครียดกับการก่อร่าง สร้างตัวมากกว่าการตามหาตัวตนและใช้ชีวิตซะอีก
เทียบจำนวนโพสต์ และค่าเอนเกจต่อโพสต์
ธุรกิจอื่นๆ นอกจาก Higher Ed ก็มีโอกาสที่จะเติบโตเช่นกันค่ะ นุ่นแนะนำว่าไว้อัปเดตเจ้าอัลกอริทีมบ่อย ๆ ดูกฏว่าแพลตฟอร์มชอบดันคลิปแบบไห หรือจะแบนคลิปแบบไหน สถิติด้านบนเพียงแสดงให้เห็นว่าความถี่ ไม่ได้มีผลกับ Engagement rate เสมอไป แต่อย่ามองข้ามอัลกอริทึม ของเค้า
ประเด็นหนึ่งที่นุ่นสนใจคือความถี่ของธุรกิจ Health & Beauty แสดงให้เห็นว่ารุกขึ้นเรื่อย ถ้านักการตลาดขายสินค้าประเภทนี้อยู่แล้วยังไม่เริ่มศึกษk TikTok หรือดันแพลตฟอร์มนี้คุณอาจจะไม่ทันแบรนด์อื่น ๆ นะคะ
แนะนำนักการตลาด Influencer บน TikTok ด้าน Skincare และ Beauty ไม่จำเป็นต้องเลือกเฉพาะผู้หญิง
เชื่อว่าปี 2023 แล้วสังคมเราเปิดกว้างมากขึ้น เราในฐานะนักการตลาดและคนที่ทำสื่อต้องอัปเดต และทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กับเทรนด์ พฤติกรรมลูกค้า โดยเฉพาะเรื่องความสวยความงามไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้หญิงเท่านั้นมานานมาก ๆ แล้ว ใครก็สามารถดูดีในแบบของตัวเองได้ค่ะ ขายสกินแคร์หรือลิปสีแดงก็สามารถเลือกใช้ Influencer ที่มีศักยภาพและลักษณะเข้ากับแบรนด์ได้ทั้งหมดเลยค่ะ
อ่านสถิติพาร์ทของธุรกิจสุขภาพ ความงาม เพิ่มเติม
สรุปประเด็นสำคัญ สำหรับแบรนด์และนักการตลาด
ประเด็นโดยรวมที่สำคัญคือการใช้ Social Media ในแง่การศึกษามากขึ้น และมีคนให้ความสนใจมากด้วยค่ะ นอกจากนี้ถ้าเราเอาสถิติทั้งหมด มาเทียบบริบทไทยก็จะเห็นความคล้ายคลึงบางพฤติกรรมในการใช้สื่อของคนสมัยนี้ อย่างเช่นโอกาสในการเติบโตของทุกธุรกิจบน Twitter และสถิติที่ Influencer จากแพลตฟอร์มอื่น ๆ ควรเข้ามาสร้าง Facook Page เสริม เดี๋ยวเรามาดูประเด็นที่แหล่งอ้างอิงลิสต์ไว้เพื่อเป็นส่งท้ายกันนะคะ
Engagement Rate ของ Instagram ลดลงเป็นปีที่สามติดต่อกัน แต่ถือว่าค่อนข้างคงที่สำหรับ Facebook และ Twitter
ความถี่ในการโพสต์คงที่บน Instagram แต่ลดลงประมาณ 20% บน Facebook และ Twitter
เกือบทุกอุตสาหกรรมได้รับ Engage จากโพสต์ที่มีแฮชแท็กในช่วงเทศกาล
ด้วยอัตราการเอนเกจเฉลี่ย 5.69% TikTok จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของทุกอุตสาหกรรมในปีนี้
ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็ม Rival IQ ได้ที่ > https://www.rivaliq.com/resources/download-social-media-industry-benchmark-report-2023/
บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ