ตอนนี้การจะทำ Video ปล่อยลงบน Social Media สักตัวนึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากสำหรับหลายๆ คนและหลายๆ แบรนด์ เพราะมีอุปกรณ์มากมายที่คอย Support การทำ Production ที่แต่ก่อนต้องใช้ทีม Production ระดับมืออาชีพมาเสนอไอเดีย วาด Storuboard มากมาย เดี๋ยวนี้แบรนด์และร้านเล็กๆ ไม่ต้องทุ่มเงินขนาดนั้นแล้ว สามารถทำได้เองง่าย จนมี Video มากมายไหลออกมาทั่ว Social Media เลยค่ะ และเพราะใครๆ ก็หันมาทำ Video Content กันทั้งนั้น เราจึงต้องมาตรวจกันหน่อยว่า Video หรือคลิปแบบไหนที่จะได้รับผลดีกว่าคลิปแบบอื่นๆ บ้างด้วย 4 ข้อนี้ค่ะ
1. แพลตฟอร์มโซเชียลที่เราจะนำคลิปไปลง
แน่นอนว่าก่อนที่เราจะทำ Video Content อะไรสักอันนึง เราควรจะรู้ก่อนว่า จุดจบของคลิปนี้จะไปลงที่ไหน TVC หรือแพลตฟอร์มโซเชียงอะไร เพราะแต่ละแพลตฟอร์มบนโซเชียล ณ ปัจจุบันมีกลุ่ม Users ที่ไม่เหมือนกัน เช่น Facebook ที่ตอนนี้กลายเป็นเหมือน Mass Media ที่มีคนอยู่ในนั้นมากมาย โดยเฉพาะรุ่นแม่ รุ่นเดอะในวันนี้ ทำให้เด็กรุ่นใหม่ที่เคยอยู่บน Facebook ต้องย้ายหนีค่ะ
หรือถ้าเรามอบ TikTok เราก็จะได้กลุ่ม Audience อีกแบบนึงที่ส่วนมากอายุ 16-24 ปี หรือกลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะค่ะ แต่ถ้าเราหันมามองกลุ่มผู้ใช้งาน Twitter ก็จะเห็นเป็นกลุ่มนักเรียน กลุ่มติ่งดารา คู่จิ้ม เกาหลี ไปจนถึงวัย 30-35 ปีที่ทำงานด้วย ดังนั้นเมื่อกลุ่มคนดูต่างกัน การทำคลิปทุกครั้งจึงต้องคำนึงถึงปลายทาง เพื่อดูกลุ่มเป้าหมายและ Video Format ของแต่ละที่ด้วยค่ะ
เรื่องของ Video Format ก็จำเป็นเหมือนกัน อย่าง Platform แบบ TikTok ก็ควรเน้นทำ Video ที่เป็นแนวตั้งเพราะมันตรงรูปแบบและทำให้คนอินกับมันมากกว่า ในณะที่การทำ Video บน YouTube ก็จะเน้นเป็นแนวนอนมากกว่า เป็นต้นค่ะ
วันนี้เราจะเห็นว่า ไม่ว่าจะแพลตฟอร์ม Social ไหนๆ เค้าก็หันมาเน้นดัน Video Content กันทั้งนั้น เพราะมันมี Engagement Rate ที่ดีกว่าด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลืม 4 ข้อต้องมี เมื่อจะทำ Video ปล่อยลงบน Social Media นะคะ อย่าเอาแต่ทำคลิปจนลืมข้อสำคัญเหล่านี้ไป ลองปรับใช้กันดูนะคะ
Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์
@Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ