เวลาเราทำธุรกิจแล้วต้องมานั่งหั่นราคาแข่งกับร้านอื่น หรือต้องคอยออกโปรโมชันลดแลกแจกแถมเพื่อแย่งลูกค้ากลุ่มเดิม ๆ จนกำไรแทบไม่เหลือ สภาพตลาดที่ดุเดือดแบบนี้เราเรียกกันว่า “น่านน้ำสีแดง” (Red Ocean) ครับ ซึ่งเหนื่อยและโตยากมาก แต่เชื่อไหมครับว่าเราสามารถหนีจากวัฏจักรนี้ได้ด้วยเครื่องมือที่ชื่อว่า ERRC Framework ครับ
ด้วยการแล่นเรือออกไปสร้าง “ตลาดใหม่” ที่ยังไม่มีใครค้นพบ เป็นที่ที่เราตั้งราคาเองได้และไม่ต้องแข่งกับใครเลย หรือที่เรียกว่า “น่านน้ำสีคราม” (Blue Ocean) วันนี้ผมจะพาไปดูว่าแนวคิดที่จะพาเราไปสู่น่านน้ำใหม่นี้คืออะไร และช่วยธุรกิจเราได้ยังไง
ERRC Framework คืออะไร?
อธิบายง่าย ๆ มันคือเครื่องมือที่ช่วยให้เรา “ลดต้นทุน” พร้อม ๆ กับ “เพิ่มความถูกใจให้ลูกค้า” ไปในเวลาเดียวกันครับ ซึ่งจะมาช่วยลบความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่า ‘ของดีต้องแพง ส่วนของถูกก็ต้องลดสเปก’ ทิ้งไปเลย
รูปภาพจาก Gemini Nano Banana Pro
วิธีใช้ก็ไม่ซับซ้อนครับ แค่เราต้องตั้งคำถามกับธุรกิจตัวเองผ่าน 4 ขั้นตอนนี้ครับ
- E – Eliminate (กำจัดทิ้ง): มีอะไรบ้างที่คู่แข่งเขาทำตาม ๆ กันมา แต่วันนี้ลูกค้าไม่ได้แคร์แล้ว? ขั้นตอนนี้คือการหา “ไขมันส่วนเกิน” ของธุรกิจครับ ลองหาดูว่ามีบริการไหนหรือของแถมอะไรที่เราจ่ายเงินทำไปเยอะแยะ แต่ลูกค้าไม่ได้รู้สึกว้าวแล้ว การกล้า “ตัดทิ้ง” สิ่งเหล่านี้แหละครับ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราประหยัดต้นทุนไปได้มหาศาล
- R – Reduce (ลดลง): มีอะไรที่เราจัดเต็มเกินความจำเป็นไหม? บางอย่างเรายังต้องมีอยู่ครับ แต่มันอาจจะ “ล้ำไป” หรือ “พรีเมียมไป” จนลูกค้าใช้งานไม่คุ้ม หรือเป็นจุดที่ลูกค้ามองไม่เห็นด้วยซ้ำ การลดทอนสิ่งเหล่านี้ลงให้ต่ำกว่ามาตรฐานตลาดทั่วไป จะช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น เร็วขึ้น และช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี
- R – Raise (ยกระดับ): อะไรคือเรื่องน่าหงุดหงิดของลูกค้า ที่ร้านอื่นแกล้งมองข้าม? ขั้นตอนนี้คือการเอาใจใส่ครับ ลองหาปัญหา (Pain Point) ที่ลูกค้าต้องเจอเป็นประจำแล้วอุตสาหกรรมนี้ไม่ยอมแก้สักที จากนั้นหยิบเรื่องนี้มา “ทำใหม่ให้ดีขึ้น” ซึ่งลูกค้าจะรักเราจากจุดนี้เลยครับ
- C – Create (สร้างใหม่): ลูกค้าแอบอยากได้อะไรที่เรายังไม่เคยมีให้? ข้อนี้ท้าทายสุดครับ คือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ฟีเจอร์ใหม่ หรือบริการที่ตลาดนี้ “ยังไม่เคยมีมาก่อน” เพื่อดึงดูดคนที่อาจจะไม่เคยคิดจะซื้อสินค้าเราเลย ให้กลายมาเป็นลูกค้าใหม่ของเราครับ
เครื่องมือนี้ช่วยคนทำธุรกิจอย่างเราได้ยังไงบ้าง?
เวลาเรานำสูตรนี้มาปรับใช้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจอย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือ
- ไม่แข่งขันในสงครามราคา: พอสินค้าเรามีเอกลักษณ์ชัดเจน แตกต่างจากคนอื่น ลูกค้าก็จะไม่เอาเราไปเทียบราคากับร้านข้างๆ อีกต่อไปครับ
- มีงบเหลือไปพัฒนาส่วนอื่น ๆ: คนทำธุรกิจส่วนใหญ่มักอยาก “เพิ่ม” ของใหม่ๆ ตลอดเวลาจนงบบานปลาย แต่กรอบคิดนี้บังคับให้เรา “ตัดและลด” ก่อน เราเลยมีเงินทุนก้อนใหม่ไปทุ่มให้กับสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ ครับ
- ตั้งราคาที่ลูกค้าซื้อง่าย: พอเราคุมต้นทุนได้ดีขึ้น เราก็จะสามารถตั้งราคาที่ลูกค้ารู้สึกว่า “คุ้มค่าจัง จับต้องได้” ซึ่งช่วยให้เขาตัดสินใจควักเงินจ่ายได้ง่ายขึ้นมากครับ
- ทีมงานเห็นเป้าหมายตรงกัน: เครื่องมือนี้ช่วยให้ลูกน้องและทีมงานทุกคนมองเห็นภาพเดียวกันครับ ว่าเรากำลังจะตัดอะไรทิ้ง และมุ่งหน้าไปพัฒนาอะไรต่อ
ตัวอย่างแบรนด์ดังที่พลิกเกมด้วย ERRC Framework
ลองมาดูเคสสนุก ๆ ของ 2 แบรนด์ที่เราคุ้นเคยกันดีครับ ว่าเขาใช้สูตรนี้เปลี่ยนโลกธุรกิจเขายังไง
Case 1: IKEA ปฏิวัติวงการเฟอร์นิเจอร์
สมัยก่อนเวลาจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ทีนึง ต้องแต่งตัวไปร้านหรูๆ รอสั่งทำเป็นเดือนๆ แถมราคาแพงลิ่ว แต่ IKEA เข้ามาทุบโต๊ะเปลี่ยนกฎใหม่หมดเลยครับ
- กำจัดทิ้ง (Eliminate): พนักงานขายที่คอยเดินตามกดดัน และบริการประกอบ/ส่งฟรีที่แอบบวกเข้าไปในราคาสินค้า (ทำให้ราคาตั้งต้นถูกลงมาก ๆ)
- ลดลง (Reduce): ลดการใช้ไม้เนื้อแข็งราคาแพงๆ มาใช้วัสดุที่เบาแต่ยังทนทานแทน
- ยกระดับ (Raise): ทำให้การเดินดูของสนุกขึ้น จัดโชว์รูมสวย ๆ ให้เห็นภาพชัดเจน แถมมีของในสต็อกให้ยกกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องรอสั่งทำ
- สร้างใหม่ (Create): ทำเฟอร์นิเจอร์ใส่ “กล่องแบน ๆ” ให้ลูกค้าขนกลับไปประกอบเองที่บ้านสนุกๆ (DIY) และเปิดร้านอาหารสวีเดนในสโตร์ ให้คนมาเดินเล่นพักผ่อนได้ทั้งวันครับ
Case 2: Canva ผู้พลิกโฉมวงการออกแบบกราฟิก
สมัยก่อนเวลาจะทำรูปทำกราฟิกสวย ๆ สักชิ้น ต้องง้อโปรแกรมยากๆ อย่าง Photoshop หรือ Illustrator แถมต้องจ้างกราฟิกดีไซเนอร์ที่เรียนมาเฉพาะทางใช่ไหมครับ? แต่ Canva มองเห็นความหงุดหงิดตรงนี้ และเข้ามาจัดการแบบนี้ครับ
- กำจัดทิ้ง (Eliminate): เครื่องมือที่ซับซ้อนเกินไป (พวกหน้าต่าง Layer ยุ่บยั่บ หรือเครื่องมือตัดต่อขั้นสูง) และกำจัด “กำแพงความรู้” ที่ต้องไปนั่งเรียนคอร์สออกแบบกราฟิกถึงจะใช้งานเป็น
- ลดลง (Reduce): ลดเวลาในการเริ่มงานจาก “หน้ากระดาษเปล่า ๆ” ที่ชวนปวดหัว และลดราคาค่าลิขสิทธิ์โปรแกรมแพง ๆ ให้กลายเป็นโมเดลที่ใคร ๆ ก็เริ่มใช้ได้ฟรี
- ยกระดับ (Raise): ความง่ายในการใช้งานแบบสุดขีด แค่คลิก ลาก แล้ววาง (Drag & Drop) แถมยกระดับการมี “เทมเพลตสำเร็จรูป” ให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะทำโพสต์โซเชียล พรีเซนเทชัน หรือเรซูเม่ ก็สวยเป๊ะได้ในไม่กี่นาที
- สร้างใหม่ (Create): สร้างแพลตฟอร์มที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งรูปภาพ สติกเกอร์ ฟอนต์สวยๆ และสร้างระบบที่ให้ทีมงานเข้ามาช่วยกันแก้แบบเรียลไทม์ได้เลย Canva ได้เปลี่ยนให้คนทำธุรกิจหรือนักการตลาดที่ไม่มีหัวศิลป์ กลายเป็นดีไซเนอร์มือโปรได้ในพริบตาครับ
สรุป ERRC Framework สูตรลับพลิกเกมธุรกิจสู่ Blue Ocean
เห็นไหมครับว่า ERRC Framework ไม่ใช่ทฤษฎีที่เข้าใจยากเลยครับ แต่มันคือแว่นตาอันใหม่ที่จะช่วยให้เรามองธุรกิจตัวเองชัดขึ้น การพยายามเป็น “คนที่เก่งกว่า” ในตลาดเดิมที่คู่แข่งเยอะ อาจจะเหนื่อยฟรีครับ แต่การหาทางเป็น “คนเดียว” ในตลาดใหม่ที่เราสร้างขึ้นเอง น่าสนุกและยั่งยืนกว่าเยอะเลย
ลองกางกระดาษเปล่าสักใบ ชวนทีมงานมานั่งคุยกันชิล ๆ แล้วตั้งคำถามดูครับว่า วันนี้ธุรกิจของเรามีอะไรที่พร้อมจะ “กำจัด ลด ยกระดับ และสร้างใหม่” ได้บ้างครับ
Source Source
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่