Marketing Campaign Case Study รวมเคสแคมเปญการตลาดจากแบรนด์ไทย และแบรนด์ดังทั่วโลก ที่นักการตลาดจำเป็นต้องรู้
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]
การตลาดแบบรู้ใจ ให้คุณหารสที่ชอบ อาหารที่ใช่ ในรูปแบบ Digital
FacebookFacebookXXLINELineในโลกที่โลกหมุนไปอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ว่าอะไรก็ล้วนแล้วแต่ถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรูป และเสียง เราสามารถเปลี่ยนเป็นดิจิทัลได้ด้วยวีดีโอ ภาพถ่าย หรือเพลงบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ส่วนกลิ่นก็เคยเปลี่ยนกลิ่นให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล โดยทำเป็นเครื่องปลุกด้วยกลิ่นเบคอน จนเป็นข่าวฮือฮาไปเมื่อหลายปีก่อน แต่หนึ่งในประสบการณ์ทั้งหมดที่ยากจะถูกเปลี่ยนมาเป็นดิจิทัลได้ก็คือ “รสชาติ” แน่นอนว่าแม้การจะสัมผัสรสชาติในรูปแบบดิจิทัลจะทำได้ยากแค่ไหน แต่มาวันนี้รสชาติที่ต้องใช้ลิ้น ถูกทำให้เป็นดิจิทัลบนเวปไซต์และอยู่ในสมาร์ทโฟนของทุกคนจากบริษัทเครื่องเทศเครื่องปรุงรสที่จะมาเปลี่ยนรสชาติให้กลายเป็นดิจิทัล แล้วมันจะออกมาเป็นยังไง มาลองดูไปพร้อมกันครับ ค้นหารสชาติใหม่ที่ถูกใจในแบบดิจิทัล โดยปกติแล้วคนเราส่วนใหญ่มักจะทำอาหารแบบเดิมๆ กินเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นคนเราก็มีความชอบในรสขาติอาหารที่ต่างกันพอสมควร ทำให้การลงมือทำอาหารเมนูใหม่ๆ ที่มีเป็นล้านๆ เมนูจากตำราในอินเตอร์เน็ตนั้นไม่ต่างอะไรจากการเสี่ยงดวง ว่าจะเจอเมนูที่ใช่กับลิ้นตัวเองหรือไม่ บริษัท McCormick ที่ขายเครื่องเทศเครื่องปรุงรสมามากกว่า 100 ปี เกิดมีแนวคิดที่อยากจะปฏิวัติการทำธุรกิจด้วยดิจิทัล ที่ไม่ใช่แค่การเปิดร้านขายบนออนไลน์ แต่เป็นการนำรสชาติทั้งหมดมาสร้างเป็นฐานข้อมูลบนดิจิทัล ให้ใครๆ ก็สามารถเข้ามาค้นหารสชาติใหม่ๆ ที่ตัวเองชอบได้ ทำการตลาดแบบรู้ใจด้วยการเรียนรู้พฤติกรรมของคนหมู่มาก ทาง McCormick ที่มีความรู้เรื่องรสชาติอาหารมากว่า 125 ปี ก็เลยเปลี่ยนความคิดว่าอยากจะทำให้คนได้มาลอง Test รสชาติที่ตัวเองชอบบน platform ของตัวเอง จากนั้นเมื่อพอรู้แล้วว่าคนนี้ชอบรสขาติแบบไหน ก็จะแนะนำให้ลองทำเมนูใหม่ๆ ในรสชาติที่ตัวเองยังคงน่าจะชอบอยู่ได้ ด้วยหลักแนวคิดก็คล้ายๆ กับ Netflix แหละครับ เพราะ […]
Yogurt for MEN! แบรนด์โยเกิร์ตใช้ Insight มาปรับการสื่อสารใหม่ให้ตรงกลุ่ม
FacebookFacebookXXLINELineปกติแล้วเวลาเราเห็นโฆษณาโยเกิร์ตนั้นมักจะใช้พรีเซนเตอร์เป็นสาวสวยหุ่นดีกันเกือบทั้งนั้นใช่ไหมครับ แต่ Case Study ที่ผมจะมาเล่าให้ฟังวันนี้ เป็นเรื่องของโยเกิร์ตแบรนด์หนึ่งที่สื่อสารออกมาสู่สายตาผู้บริโภคด้วยหนุ่มๆ กล้ามแน่ๆ แทน ถ้าอยากรู้ว่าทำไมโยเกิร์ตแบรนด์นี้ถึงเลือกใช้ผู้ชายแทนผู้หญิงแบบเดิมๆ ลองมาดูกันครับ Yogurt for MEN ทำไมโยเกิร์ตต้องขายแต่ผู้หญิง? Powerful Yogurt เป็นโยเกิร์ตที่ปฏิวัติการโฆษณาสินค้าโยเกิร์ตที่จะเน้นภาพหญิงสาวสุขภาพดี รูปร่างเพรียวบาง มาเป็นแมนๆ เน้นๆ ได้กล้ามล้วนๆ เพราะจากผลสำรวจพบว่า 4 ใน 10 ของคนที่กินโยเกิร์ตเป็นประจำนั้นเป็นผู้ชาย ทางแบรนด์จึงได้สร้างสินค้าใหม่ขึ้นมาจับตลาดกลุ่มที่เป็นผู้ชายแบบแมนๆ โดยเฉพาะ โดยหยิบเอาความต้องการเบื้องลึกของผู้หนุ่มก็คือความต้องการมีรูปร่างที่ดูดี มี Sixpack และกล้ามที่ชัดเจน ชูจุดขายจาก Insight ผู้บริโภค ในการเปิดตัวในงานแสดงสินค้า ทางแบรนด์ได้ชูจุดขายด้วยการใช้คำที่กระตุ้นความต้องการลึกๆ ในใจผู้บริโภค อย่างประโยคที่ว่า “ในตัวคุณมี Sixpack ซ่อนอยู่ ถ้าอยากให้มันออกมา ก็แค่ต้องกินโยเกิร์ตของเรา” ผลที่ได้คือกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่พูดกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังมีรายการทีวีอีกหลายรายการนำไปพูดต่อโดย เป็น Free Media แบบไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท นอกจากนี้ยังมีร้านค้าเฉพาะในเมืองนิวยอร์กติดต่อทางแบรนด์เพื่อนำ Product ตัวนี้ไปขายกว่า 300 ร้าน […]
Cashless Society จะเป็นอย่างไรเมื่อเปลี่ยน Candy แทนเงินทอนให้กลายเป็นเงินจริง
FacebookFacebookXXLINELineมีใครเคยไปอินเดียบ้าง ยกมือขึ้น!! ผมเชื่อว่าใครที่เคยไปอินเดีย น่าจะเคยได้รับลูกอมแทนการทอนเงินกันมาบ้างใช่ไหมครับ แต่ในปัจจุบันมีคนเอาวัฒนธรรมเหล่านี้มาเป็นไอเดียใจการพัฒนาแอปพลิเคชัน ที่จะสามารถเปลี่ยนลูกอมให้กลายเป็นเงินจริงได้ Cashless Society กำลังจะถือกำเนิดขึ้นจากวัฒนธรรมการทอน Candy ? อินเดียนั้นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่กว่า 96% ยังเน้นการใช้เงินสดเป็นหลัก และปัญหาหลักของประเทศก็คือเวลาไปซื้อของที่ร้านค้าแล้วจ่ายเงินสด ทางร้านค้าส่วนใหญ่มักจะไม่มีเศษเหรียญพอทอนได้ทุกครั้ง ก็เลยเกิดวัฒนธรรมการให้ลูกอมแทนเศษเงินขึ้นมาแทน ครับ…ที่อินเดียอาจจะกำลังเข้าสู่สังคมไร้เงินสด หรือที่เรียกกันเก๋ๆ ในตอนนี้ว่า Cashless Society ได้ด้วย Candy หรือลูกอมนี่แหละ จากลูกอมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมไร้เงินสดได้อย่างไร ทางระบบ e-wallet ที่ชื่อว่า Paytm ได้สร้างแคมเปญขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้คนเข้ามาใช้บริการของตัวเองมากกว่าคู่แข่ง แถมยังสร้าง ecosystem และการเปลี่ยนผ่านเข้ามาสู่สังคมไร้เงินสด Cashless Society ได้อย่างเนียนๆ ได้ด้วยลูกอม ลูกอม…ที่เพิ่งบอกไปว่าบรรดาพ่อค้าแม่ขายต่างๆ มักใช้เป็นตัวแทนเศษเหรียญเมื่อวันก่อน มาวันนี้ลูกอมนั้นกลับมีค่าเป็นเศษเงินดิจิทัลขึ้นมาจริงๆ ครับ แค่คนที่ได้ลูกอมนั้นแกะห่อแล้วเอารหัสในห่อไปกรอกในแอพ จากนั้นเงินดิจิทัลก็จะเข้าไปในบัญชีผู้ใช้ งานนี้ทำเอาวินๆ กันทุกฝ่าย เพราะลูกค้าก็ได้เศษเงินทอนของตัวเอง ร้านค้าก็ไม่ต้องหาเศษเงินมาทอนให้วุ่นวาย และ Paytm เองก็ได้ผู้ใช้งานเข้ามาในระบบของตัวเองเพิ่มขึ้นๆ จนกลายเป็น No.1 ในเวลารวดเร็ว ด้วยการตลาดแบบ […]
การตลาดแบบจริงใจ- ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้ด้วย แอป Clarity Money
FacebookFacebookXXLINELineเราอยู่ในโลกที่การตลาดแข่งขันกันสูง แต่ละแบรนด์ก็พยายามแย่งชิงความสนใจจากผู้บริโภคทั้งหลาย โดยมีเป้าหมายคล้ายๆ กันหมดคือ..เอาเงินในกระเป๋าผู้บริโภคออกมาให้ตัวเองให้ได้มากที่สุด แต่อย่าเพิ่งสิ้นหวังเหมือนว่าเราต่างเป็นเป้าหมายให้แบรนด์ต่างๆ มารุมทึ้งกัดกินเราหมด แบรนด์หรือองค์กรดีๆก็มีเหมือนกัน อย่างตัวอย่างที่จะเอามาเล่าให้ฟังวันนี้ก็คือแอปพลิเคชันตัวนึงที่ชื่อว่า Clarity Money ที่ห่วงใยผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้คุณประหยัดเงินได้อีก Clarity Money ผู้ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากกว่าที่เคย Clarity Money เป็นแอปพลิเคชันที่ตอนนี้เปิดให้ใช้งานในเฉพาะอเมริกา โดยตัวแอปฯ นั้นมีแนวทางหลักๆในการทำงานของมันก็คือ ช่วยแนะนำให้คนประหยัดเงินมากขึ้น ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นทิ้งไป แล้วก็ทำให้เราๆ มีเงินเหลือในบัญชีกันเยอะขึ้น เช่น บางบิลที่ดูแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ต้องจ่าย แอปฯ ก็จะแนะนำให้เรายกเลิกค่าใช้จ่ายรายการนั้นซะ ส่วนรายการใช้จ่ายไหนที่จำเป็นและต้องใช้เป็นประจำ ทางแอปฯ ก็อาจจะไปหาดีลพิเศษเพื่อช่วยให้เราประหยัดมากขึ้นได้ แนวคิดเพื่อผู้คนที่แท้จริง จากแนวคิดดังกล่าวนั้นเรียกได้ว่าเป็นแนวคิดเพื่อผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ทำให้ผลลัพธ์คือผ่านมายังไม่ถึงปี มีคนมาใช้งานประจำกว่า 100,000 ราย ได้ตัวเลขการใช้จ่ายผ่านในแอปฯ นี้มากถึง หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และช่วยให้แต่ละคนที่ใช้แอปฯ ประหยัดเงินลงไปได้ประมาณหลักหมื่นบาท แถมเจ้าของยังบอกสัญญาว่าจะไม่มีการขายข้อมูลของผู้ใช้ หรือรับเงินให้แนะนำการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นด้วย ส่วนรายได้ของแอปฯ นี้จะมาจากการนำเสนอสินค้าและบริการที่ดีกว่า จากไลฟ์สไตล์ทางการเงินที่ต่างกันของแต่ละคน โดยจะไม่มีการยัดเยียดหรือหลอกลวงใดๆ จาก Case นี้น่าจะทำให้นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจเห็นแล้วว่าธุรกิจที่ดีก็มีทางไปต่อได้ ถ้าเราเอาผู้ใช้งานเป็นที่ตั้ง และนึกถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภคมากพอ ก็จะทำให้ผู้คนให้ความสนใจ เข้ามาใช้งาน […]
จิตวิทยาการตลาด – lululemon เปลี่ยนความคิดฝังหัว กับนิยามความ “แมนๆ”
FacebookFacebookXXLINELineเชื่อไหมครับว่าสมองของมนุษย์นั้นก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์นั่นก็คือการเก็บความทรงจำ ทั้งในแง่ของเกี่ยวกับพฤติกรรมของเรา ความเชื่อของเรา ความหวัง และความหวาดกลัว ซึ่งอะไรก็ตามที่จำฝังหัวไปแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อสิ่งนั้น แต่วันนี้ การตลาดวันละตอนจะพามาดู Case Study จากแบรนด์ Lululemon ที่พยายามเปลี่ยนภาพจำฝังหัว และทัศนคติความแมนในปัจจุบันให้แตกต่างออกไป จะทำได้อย่างไร มาดูกันครับ สร้างภาพจำฝังหัวผ่านโฆษณา ตั้งแต่อ้อนแต่ออกจำความได้ เรามักจะคุ้นชินกับภาพความแมนๆ ที่สร้างภาพจำฝังหัวผ่านโฆษณาส่วนใหญ่ว่า ความแมนคือความหนักแน่นบึกบึน กล้ามต้องแน่น ใจต้องกล้า อย่างไรอย่างนั้น จนเวลาผ่านมามีแบรนด์นึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนมุมมองความ “แมน” ใหม่ให้กลายเป็นความมีเสน่ห์แบบไม่ต้องมีกล้ามได้ นั่นก็คือ AXE และผ่านมาอีกช่วงนึงเมื่อไม่นานมานี้ AXE ก็พัฒนาไปอีกขั้นสู่ความเป็น “แมน” ที่หลากหลาย ไม่มีภาพ Stereotype หรือภาพจำฝังหัวอีกต่อไป เปลี่ยนความคิด ลบนิยามความเป็น “แมน” ในแบบเดิมๆ มาวันนี้แบรนด์ชุดเสื้อผ้าโยคะยี่ห้อนึงก็ออกมาสื่อสารถึงความแมนในแบบใหม่ภายใต้คอนเซปว่า Strength To Be เพราะจากผลสำรวจแบบแมนๆ จากกว่า 2,000 คนพบว่าภาพความแมนในความคิดเปลี่ยนไป 44% คิดว่าความแมนคือความใจกว้างแบบแมนๆ หาใช่กล้ามเนื้อมัดใหญ่อีกต่อไปไม่ และอีก 35% […]
การขาย พลังงาน แลกเงิน เมื่อผู้ใช้สามารถขายพลังงานคืนให้กับผู้ผลิตได้
FacebookFacebookXXLINELineการขาย วันนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นการขายในบทบาทผู้ซื้อ ซื้อ ผู้ขาย ขาย เสมอไป เพราะวันนี้ ผู้ซื้อก็สามารถขายพลังงานให้กับผู้ผลืตได้เช่นกัน เมื่อตั้งแต่วันนี้ “เงิน” อาจไม่ใช่แค่ธนบัตร เหรียญ หรือตัวเลขในบัญชีธนาคารอีกต่อไป แต่ยังหมายรวมถึง “พลังงาน” ได้ด้วย เมื่อรถยนต์ไฟฟ้านิสสันเปิดโอกาสให้เจ้าของรถสามารถขายพลังงานที่เก็บไว้ในรถคืนให้กับโรงงานไฟฟ้าได้ ในช่วงเวลาที่ค่าไฟสูง ซึ่งก็หมายความว่าสามารถขายคืนได้แพง และในช่วงที่ค่าไฟถูกก็สามารถรีบชาร์ตพลังงานมาเก็บไว้ในรถ นั่นหมายความว่ามุมมองเงิน “เงิน” ในวันหน้าอาจจะหมายถึง “พลังงาน” ที่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ เพราะถ้ามองไปที่แก่นของความเป็นเงินจริงๆแล้วก็มีไว้เพื่อ “แลกเปลี่ยน” ในสิ่งที่ต้องการ และพลังงานก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สังคมมากขึ้นเรื่อยๆ ในมุมมองนึงที่ได้จากข่าวนี้คือรถยนต์ไฟฟ้าอาจไม่ใช่แค่ยานพหนะ แต่อาจเป็นการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ให้เจ้าของรถในระยะยาวก็ได้ด้วย ใครจะรู้ว่าวันนึงข้างหน้าเราอาจจะซื้อรถไฟฟ้ามาโดยแทบไม่ต้องจ่ายค่ารถเลยก็ได้ แต่ด้วยการเก็บไฟฟ้าไว้ในตอนที่ถูกแล้วขายออกไปในตอนที่แพง ลองคิดดูว่าถ้าอีกหน่อยเราไม่ได้จ่าย “เงิน” ที่เป็นตัวเลขบัญชี แต่เราจ่ายเป็น “พลังงาน” ให้กับพ่อค้าแม่ขายเวลาไปซื้อของแทน แล้วพ่อค้าแม่ขายเหล่านั้นก็เอา “พลังงาน” ที่ได้ไปแลกกับเนื้อหมู ผัก หรือสิ่งอื่นๆจากผู้ผลิตวัตถุดิบอีกที เท่ากับว่าแบตเตอรี่หรือตัวเก็บประจุไฟอาจมีค่าเสมือนกระเป๋าเงินอย่างทุกวันนี้ก็ได้ครับ Credit Thumbnail & more info: https://www.blognone.com/node/95985 https://amp.theguardian.com/business/2017/oct/02/electric-car-battery-savings-nissan-leaf-ovo ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอน สดใหม่ทุกวันได้ที่ : https://everydaymarketing.co/ FacebookFacebookXXLINELine
Experience Marketing สัมผัสประสบการณ์การนอนที่สบายกว่า แม้อยู่บนเครื่องบิน
FacebookFacebookXXLINELineปกติแล้วเราเคยเห็นโฆษณาที่นอนกันจากที่ไหนบ้างครับ? คำตอบส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นแผนกเครื่องนอน หรือโชว์รูมที่นอนแน่ๆ แต่วันนี้การตลาดวันละตอนมี Case Study ไอเดียเก๋ ที่เปลี่ยนจากการโฆษณาในห้างสรรพสินค้า มาเป็นบนเครื่องบินแทน ถ้าอยากรู้ว่าทำไมถึงต้องไปโฆษณาสูงขนาดนั้น มาหาคำตอบไปพร้อมกันเลยครับ ทำไม “ที่นอน” ต้องไปโฆษณาบนเครื่องบิน? ปัจจุบันนี้ลำพังแค่บอกคุณสมบัติของที่นอนว่าดีอย่างไรนั้นไม่เพียงพอแล้ว แม้แต่การเปิดโชว์รูมรอให้คนที่อยากเปลี่ยนที่นอนได้เข้ามาทดลองนอนเล่นที่ร้านก็ยังไม่แตกต่าง นั่นจึงเป็นเหตุให้แบรนด์ที่นอนอย่าง Casper คิดต่างออกไปอีกขั้น ถึงขั้นขึ้นไปโฆษณาให้คนได้ลองนอนอยู่บนเครื่องบิน เพราะหนึ่งในสถานการณ์ของการนอนที่น่าอึดอัดที่สุดก็มีการนอนบนเครื่องบินนั่นเอง มองปัญหาให้ขาด แล้วตีโจทย์ให้แตก ไม่ว่าใครก็ต้องเคยมีประสบการณ์ในการนอนบนเครื่องบินสักครั้งหนึ่ง ยิ่งเป็นไฟลท์บินยาวโดยเฉพาะบินข้ามคืนนั้น ก็คงจะรู้สึกได้ว่าการนอนบนเครื่องนั้นมันไม่น่าพิศมัยแค่ไหน แบรนด์ Casper เลยจัดชุดพิเศษร่วมกับสายการบินชื่อดังอย่าง American Airline สำหรับชั้น First Class ให้ได้รับประสบการณ์การนอนหลับขั้นสูงสุด ในเมื่อบริบทหรือสถานที่ก็บังคับขนาดนี้ แล้วจะมีใครล่ะที่ปฏิเสธลง เพราะสิบปากว่าไม่เท่าลองเอง สำหรับผลลัพธ์ที่ได้จากแคมเปญนี้ก็คือ ผู้บริโภคที่ได้ทดลองนอนนั้น มีความสุขในการนอนบนไฟลท์บินยาวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังมีวิธีปิดการขายที่น่าสนใจด้วย นั่นก็คือถ้าใครนอนแล้วชอบใจ หรือติดในก็สามารถซื้อชุดนอนแบบเดียวกันนี้บนเครื่องเลยก็ได้ บอกเลยว่างานนี้นอกจากจะทำให้คนรู้จักแบรนด์เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้คนได้รับประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับเครื่องนอน Casper เพิ่มขึ้นด้วย กลยุทธ์การตลาดที่ดี ต้องถูกที่ ถูกเวลา ถ้าจะบอกว่า Experience marketing หรือการเน้นสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าคือขั้นสุดของการตลาดตั้งแต่สมัยก่อนยันสมัยนี้ก็ไม่ผิดนัก […]
The Organ Donor Price Tag การตลาดชวนคนบริจาคอวัยวะของร้านเสื้อผ้ามือสอง
FacebookFacebookXXLINELineแคมเปญการตลาดชวนคนบริจาคอวัยวะของร้านเสื้อผ้ามือสอง The Organ Donor Price Tag หลายคนคงคุ้นชินกับการทำแคมเปญการตลาดที่ดูยิ่งใหญ่ หรือมาแบบเป็นไวรัลที่ใช้งบมหาศาล โปรดักชั่นจัดเต็มชนิดที่เห็นแล้วต้องสตั๊น แต่ Case Study ที่ผมเอามาฝากในวันนี้กับกันแบบสิ้นเชิงเลยครับ เพราะเคสนี้เป็นการทำแคมเปญการตลาดแบบทำน้อย งบน้อย แต่ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมาก เราลองมาดูกันครับว่าเขาทำได้อย่างไร ร้านเสื้อผ้ามือสองเกี่ยวข้องกับการบริจาคอวัยวะได้อย่างไร? ดูเผินๆ แล้วเหมือนทั้ง 2 อย่างนี้จะไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องหรือสามารถไปด้วยกันได้เลยใช่ไหมครับ แต่ครั้งนี้ร้านขายเสื้อผ้ามือสองนั้นมาบรรจบพบกับการบริจาคอวัยวะได้ด้วย “แนวคิด” หรือคอนเซ็ปต์ที่เหมือนกันครับ สำหรับเสื้อผ้านั้นเมื่อถูกหมุนเวียนเปลี่ยนเจ้าของไป ก็จะมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอวัยวะของคนเราก็เช่นเดียวกัน..ถ้าเราไม่ต้องการมันแล้วเราก็สามารถส่งต่อเพื่อเพิ่มคุณค่าให้คนอื่นด้วย The Organ Donor Price Tag เปลี่ยนป้ายราคา เป็นป้ายบริจาคอวัยวะ จากการสำรวจพบว่าคนยุโรปกว่า 85% อยากบริจาคอวัยวะหลังจากตายไปแล้ว แต่กลับพบว่ามีเพียง 15% เท่านั้นที่ลงทะเบียนบริจาคอวัยวะตามความตั้งใจ ดังนั้นร้านเสื้อผ้ามือสองร้านนึงในประเทศสวีเดนจึงทำการเปลี่ยนป้ายราคาสินค้าให้กลายเป็นป้ายยืนยันการบริจาคอวัยวะ ให้กับลูกค้าของตัวเองได้พกเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ เพราะปัญหานึงคือผู้ที่บริจาคอวัยวะไว้มักจะไม่ได้พกหลักฐานติดตัวไว้ยืนยัน กระตุ้นให้เกิดการลงมือทำ แคมเปญนี้จึงเหมือนกระตุ้นความตั้งใจดีของคนที่มีอยู่ และทำให้การลงทะเบียนเป็นเรื่องง่ายๆ จนกลายเป็นส่วนนึงของป้ายราคาเสื้อผ้ามือสองในร้านนี้ ให้คนเขียนและเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเงินแค่นั้นเอง แต่ถ้ามองต่อไปอีกหน่อยกลับมองว่าถ้าเราทำให้ป้ายซักของเสื้อผ้าแต่ละตัว เป็นป้ายยืนยันการบริจาคไปในตัวด้วยมันจะง่ายขึ้นอีกแค่ไหน เพราะบางทีกระเป๋าเงินหรือแผ่นลงทะเบียนยืนยันอาจจะหายไประหว่างทางก็ได้ สู้ทำให้เสื้อผ้าตัวนั้นกลายเป็นส่วนนึงของการยืนยันไปเลยจะดีขึ้นได้อีกขนาดไหน บางทีความตั้งใจดีอย่างเดียวก็ไม่พอ ต้องกระตุ้นให้คนเราลงมือทำอีกหน่อยจนสำเร็จกระบวนการ […]
จิตวิทยาการตลาดของ Starbuck แค่เปลี่ยนชื่อเรียก คนก็ซื้อมากขึ้น
FacebookFacebookXXLINELineบางคนอาจจะคิดว่าจิตวิทยาการตลาด หรือ Marketing Psychology นั้นเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องเฉพาะนักการตลาดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องของจิตวิทยาการตลาดนั้นอยู่ใกล้ชนิดที่ว่าล้อมรอบตัวเราอยู่เต็มไปหมด วันนี้ผมเลยเอา Case Study ในการใช้จิตวิทยาการตลาดที่น่าสนใจของแบรนด์ดังอย่าง Starbuck มาให้ได้ลองอ่านและศึกษากันดู อ่านจบแล้วจะรู้ครับว่าจิตวิทยาการตลาดนั้นอยู่ใกล้ตัวเรามากจริงๆ จิตวิทยาการตลาดคืออะไร? ก่อนที่เราจะไปดูเคส เรามาทำความรู้จักกับเรื่องของจิตวิทยาการตลาดกันก่อน ว่าจิตวิทยาการตลาดเป็นการคาดเดาพฤติกรรมของผู้ซื้อหรือผู้บริโภคตามหลักจิตวิทยาอย่างมีเหตุมีผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทางการตลาดตามที่ต้องการ แค่ตั้งชื่อไซซ์ใหม่ คนซื้อก็อัปไซซ์โดยไม่รู้ตัว การตลาดวันนี้ไม่ไปไหนไกล ไม่ออกต่างประเทศ ไม่พูดถึงนวัตกรรมล้ำยุคใหม่ๆ แต่เป็นการตลาดไกล้ตัวโดยเฉพาะคนทำงานชนชั้นกลางกับแบรนด์กาแฟดังอย่าง Starbucks ที่แค่เปลี่ยนชื่อเรียกไซส์ ก็สามารถเพิ่มยอดขายได้กว่า 15% Starbuck เป็นกาแฟเพียงแค่แบรนด์เดียว (เท่าที่เคยเจอมา) ที่จะเรียกแก้วไซส์ใหญ่โดยมาตรฐานร้านทั่วไปว่าไซส์กลางของสตาร์บัคส์ ทั้งที่ก็จุ 16 ออนซ์เท่ากัน ใช้จิตวิทยามาสร้างกลยุทธ์การขาย หลายคนน่าจะกำลังสงสัยว่าทำไม แค่เปลี่ยนชื่อเนียกไซซ์แค่นั้นแล้วจะเพิ่มยอดขายได้ถึง 15% ได้? ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าโดยจิตวิทยาแล้ว ในการเลือกคนเรามักจะเลือกของกลางๆ หรือเกือบดีที่สุด แต่ยังไม่ถึงที่สุด ในหลักการเลือกนี้ถูกทดสอบแล้วโดยนักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมมากมาย อย่าง Dan Ariely ว่าถ้ามี 3 ช้อยส์ให้เลือก คนเราจะเลือกกลางๆ เพราะไม่อยากหลุดจากคนส่วนใหญ่ของสังคม […]
The Value Food จาก Sadia กลยุทธ์การตลาดขายได้มากเพราะบอกว่าอย่าซื้อเยอะ
FacebookFacebookXXLINELineวันนี้มี Case Study แคมเปญการตลาดแบบสวนทาง บอกให้คนซื้อน้อยลงยิ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจจนอยากซื้อมากขึ้น The Value Food จาก Sadia ได้อ่านชื่อบทความแล้วหลายคนคงกำลังขมวดคิ้วสงสัยอยู่แน่ๆ ว่าจะเป็นไปได้อย่างไร กับการที่ส่วนแบ่งทางการตลาดจะมากขึ้น ในขณะที่บอกให้ลูกค้าซื้อน้อยลง เอ้า !!! อย่างนี้ก็ได้เหรอ?? ได้ไม่ได้อยากรู้ต้องมาหาคำตอบกันดูพร้อมกันในบทความนี้ครับ กล้าที่จะต่างด้วยกลยุทธ์การตลาดที่บอกลูกค้าให้ซื้อน้อยลง วันนี้การตลาดวันละตอนจะขอยก Case Study ที่น่าสนใจในการคิดมุมกลับ และกล้าที่จะแตกต่างของ Sadia แบรนด์อาหารแช่แข็งในแถบซาอุดีอาระเบีย สินค้าหลักก็เน้นเป็นสินค้าแช่แข็ง เพื่อให้คนซื้อไปทำอาหารทานต่อกันที่บ้าน แต่แทนที่จะทำแคมเปญให้คนมาซื้อสินค้าของตัวเองเพิ่มขึ้น ทางแบรนด์กลับได้โปรโมตและโฆษณาให้คนมาซื้อของตัวเองน้อยลง เพื่อรณรงค์ไม่ให้คนกินทิ้งกินขว้าง และเห็นค่าของอาหารมากขึ้น เข้าใจแก่นแท้ของปัญหา และเปลี่ยนมาเป็นกลยุทธ์ ถึงแม้แบรนด์จะบอกให้คนมาซื้อน้อยๆ แต่ที่น่าแปลกใจคือส่วนแบ่งทางการตลาดนั้นไม่ได้ลดน้อยตามไปด้วย ในทางกลับกันผลลัพธ์จากแคมเปญนี้กลับทำให้ทางแบรนด์มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นอีกตั้ง 3% สำหรับที่มาที่ไปของแคมเปญนี้นั้นเกิดจากช่วงเทศกาลถือศีลอด หรือรอมฎอน ในแถบตะวันออกกลางหรือประเทศมุสลิมนั้นเป็นช่วงที่หลายแบรนด์แข่งกันโฆษณารัวๆ อย่างกับเทศกาล Super Bowl ของอเมริกาเลย เพราะข้อปฏิบัติในเทศกาลนี้คือ การงดดื่มน้ำและทานอาหารในช่วงกลางวัน โดยจะเริ่มกินได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อตะวันตกดินแล้ว เพื่อให้เข้าใจหัวอกคนอดอยากที่ไม่มีข้าวกินจะแม้จะหมดวัน จะได้เข้าใจเราใจเขารู้จักบริจาคแบ่งปันให้กันและกันบ้างนั่นเอง ในช่วงนี้แหละครับที่หลากแบรนด์โดยเฉพาะแบรนด์อาหารทั้งหลายแข่งกันโฆษณากระตุ้นให้คนซื้อวัตถุดิบกลับไปทำกินกันที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตากันยกใหญ่ ผลที่ตามมาก็คือซื้อไปเยอะเกินจนทำกินไม่หมดหรือไม่ทัน สุดท้ายก็ต้องทิ้งกันไปมหาศาล ตกเป็นเงินค่าอาหารที่เททิ้งกันไปวันนึงกว่า 10,000,000 […]
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]