รายการ “การตลาดวันละคน” ครั้งนี้จะมาสัมภาษณ์ ดร.ปรัชญ์ เหตระกูล Chief Strategy Officer (CSO) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ มาแนะนำให้รู้จักบริษัทด้านการตลาด Movefast บริษัทดิจิทัลเอเจนซี่ เบื้องหลัง SME ร้อยล้านมากมาย ลองไปอ่านกัน
Enabler ต่างเอเจนซี่คือ ช่วยให้เกิดขึ้นได้ง่าย ธุรกิจขายของได้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นแม้จะไม่มีองค์ความรู้ด้านการตลาด ทั้งการทำไลฟ์ Social Commerce ในทุกๆ แพลตฟอร์ม จึงเรียกว่า Upsell Service ขายของได้มากขึ้น ทำให้คนรู้จักแบรนดิ้ง ชูจุดเด่น โดนมี Live Studio ของตนเองและมี Influencer ในมือ ไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์ใหญ่ก็สามารถเริ่มได้ ผ่านการโฟกัสสิ่งที่ทำได้ดี ส่วน Movefast มาช่วยทำด้านการตลาดดูแลให้ทั้งหมด
โดยปัจจุบันมี Follower มากกว่า 777,000 คน นอกจากนั้นยังพยายามให้ความรู้ผ่าน Movefast Podcast ด้วยเป็นคุณปรัชญ์เป็น Moderator ตอนนี้มีการสัมภาษณ์ที่ออกอากาศไปแล้วคือ คุณป้อม ภาวุธ ใช้ AI ให้เป็นประโยชน์กับองค์กรได้อย่างไร ประกอบกับ Lean Mindset ในการทำงานได้อย่างรวดเร็วอย่าง PaySolution
คำว่า Movefast ถือกำเนิดจากการทำ FB Ads เริ่มมาตั้งแต่ปี 2015 ตอนนี้กว่า 10 ปี จุดประสงค์หลักคือการช่วยผู้ประกอบการไทย เป็นในมุม Enabler มากกว่า Agency
Pillar หลักของบริษัท มีทั้งหมด 5 ข้อ
- Customer Centricity ทั้งลูกค้าของ Movefast เองและลูกค้าของลูกค้าอีกที
- Seamless Integration ฟันเฟืองให้ขายของได้ง่ายขึ้นแบบไร้รอยต่อ
- Community Building พยายามสร้างชุมชนและรักษาให้อยู่ในแพลตฟอร์มได้นานขึ้น
- Innovation and Adaptability เพราะการเปลี่ยนแปลงเลี่ยงไม่ได้ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จะปรับตัวยืดหยุ่นได้ จะต้องเป็นตัวเชื่อมในการเปลี่ยนแปลง
- Data-Driven Decisions ค่อนข้างใหม่สำหรับ Movefast ในอดีตให้คำปรึกษา แต่การให้ความรู้จะเป็นมุมมองใหม่ที่จะมาเสริมให้แกร่งยิ่งขึ้นด้วยการใช้ดาต้า เช่นการ Analytic หรือ MMM
โดยบริษัทมีผู้นำอย่าง Toshi Sirichiwanon เป็น Founder & CEO และ Kanokporn Kongsuwan เป็น Deputy CEO & Founder
ผ่านประวัติที่ยาวนาน ก่อตั้งใน 2015 เน้นที่ FB เป็นหลัก ต่อมาในปี 2017 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Line Agency Partner จนถึง 2019 เริ่มทำ Shopee และ Lazada มีผลงานที่ชัดเจนว่าโตถึง 150% หลังจากนั้นได้มีการทำกับธุรกิจมากมาย จึงเริ่มตั้งบริการใหม่อย่าง Upsell ที่โตถึง 100% ร่วมไปกับคุณป๋อ ในปี 2022 เริ่มทำ Tiktok และเป็น Agency Partner มีการขาย Aelova และ Takle Man
ขั้นตอนที่ทำให้การตลาดง่ายขึ้นกับ Movefast
Enabler ผ่าน Sale & Order Management เริ่มจากให้คำแนะนำวางจุดยืนให้แบรนด์ ต่อด้วยคุยในรายละเอียด ช่วยการซื้อต่างๆ ไปจนถึงการตลาด ช่วยในการ Pick & Pack ปิดท้ายด้วยระบบจ่ายเงิน โดยมีวิธีการคิดเงิน (Rate Card) แบบ Digital Agency ยิ่งใช้บริการเยอะยิ่งมี Incentive ให้
ปัจจุบันรวมทุกช่องทางมีผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 followers ที่นับเป็น Own Media ที่แข็งแรง
หากแบ่ง Customer Profile เป็นคนในกรุงเทพ 49% (ภาคเหนือ 11%) และเป็นหญิง 75% (ชาย 25%)
ลูกค้ามีธุรกิจทั้ง Beauty Health และ มูเตลู ทาง Bioactive, LYO, Dr. Master, So Drink ก็เป็นลูกค้าด้วยเช่นกัน สายมูจะเน้นการใช้ TikTok เช่น แผ่นทองท้าววิรูปักษ์ โดยเวลาค่ำๆ เหมาะกับการขายของ โดนมูเตลูจะเน้นการเล่าเรื่องจึงเหมาะสำหรับช่วงเวลานั้นๆ พร้อมมีการทำงานกับทาง Media Partner
สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่างๆ ได้ทันที
เล่าถึงตัวคุณ Pratt
2025 มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ คือการออกจากบริษัทเก่า แต่ก่อนหน้าได้มีการส่งรางวัล Future Trends ในหมวด Leader of Technology ของปีล่าสุดผ่านการแนะนำของคุณซัน ธีรพล อำไพ โดยตลอด 8 ปีแล้วจึงถามตัวเองว่าควรจะสร้าง Personal Branding ของตนเองได้อย่างไร จึงได้ใช้เวลา 2 อาทิตย์ในการเตรียมตัวเพื่อให้คุ้มค่าที่สุด หลังจากนั้นจึงได้ส่งไปอีกรางวัลระดับนานาชาติของ MarkeTech APAC ด้วยได้รับเป็นระดับทอง (Gold Winner) ในสาขา Most Innovative MarTech Leader of the Year เล่าในเรื่องการทำให้คนไทยได้รู้จักกับความสำคัญของการวัดผล และจึงได้มาร่วมทำกับ Movefast จนถึงปัจจุบัน
ผู้ประกอบการที่ออกไปภาคสนามจะได้เรียนรู้มากกว่าแค่ Platform Playbook สิ่งที่สำคัญคือต้องล้มและเรียนรู้ พร้อมลุกกลับขึ้นมาอย่างเข้มแข็ง แต่การร่วมงานกับ Movefast จะช่วยย่นระยะเวลา หากจะ Fail ก็จะ Fail Fast แล้วไปต่อ
“อยากสำเร็จเพิ่มขึ้นสองเท่า ก็ต้องล้มอีกสองเท่า”
ในสมัยเด็กเป็นคนที่กลัวการผิดพลาด เช่นถ้าไม่เคยตกเครื่องบินครั้งแรก เวลาตกจริงจะทำอะไรไม่ถูก แต่ถ้าตกเครื่องสักครั้ง จะเรียนรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ หากมองในด้านดีอาจจะได้ประสบการณ์ที่แตกต่าง มองด้วยแง่บวกในวันแย่ๆ
ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับสิ่งใด
การใช้ AI หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะใช้ยังไงให้ตอบโจทย์ เพราะหลายๆ ครั้ง Innovation ไม่ได้หมายถึง AI เสมอ มนุษย์ยังคงจำเป็น ส่วนเรื่องของ Platform เปลี่ยนตลอดเวลา ดังนั้นจึงยืดหยุ่น จงอย่าเชื่อใครนอกจากตัวเอง พยายามเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาและหาสิ่งที่เป็นจุดแกร่งให้เจอ อย่ายึดติดกับแค่สิ่งได้สิ่งหนึ่ง เวลาและความรู้สำคัญจะพาให้ไปได้ไกล ปัจจุบันยังมีการเน้นไปที่เรื่อง Storyteller ให้คนเข้าใจเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ด้วยคุณค่า ซึ่งเป็น Subset ของนักขาย แนะนำหนังเรื่อง Catch me if you can หาแรงบันดาลใจที่จะซึมซับได้ผ่านหลากหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องยึดติด เพราะการขายของคือการแก้ไขปัญหาลูกค้าอะไรได้บ้าง ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร ทำให้กล้าขายของได้แบบจริงใจ
เป็นผู้ฟังที่ดีได้หรือใหม่ และจงเป็นเป็นผู้ให้มากกว่าได้รับ และหลังจากนั้นค่อยใช้ AI มาเสริม แต่ต้องเริ่มที่ “ความเป็นมนุษย์”
สรุปการตลาดวันละคน รู้จักบริษัท Movefast กับดร.ปรัชญ์ เหตระกูล