สรุปการตลาดวันละคน มารู้จัก Character & Mascot Marketing

รายการ “การตลาดวันละคน” ครั้งนี้จะมาสัมภาษณ์ คุณนิว พิมพ์พิชา อุตสาหจิต CEO Vithita Group หรือ ขายหัวเราะ ที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง เจาะลึกศาสตร์และเทรนด์การทำ Character & Mascot Marketing เราคงคุ้นเคยกับการเห็นคาแรคเตอร์มากมายในวันนี้ ที่สามารถกลายเป็นจุดขายหลักของแบรนด์ที่ทำยอดขายได้มากมาย ลองไปอ่านกัน

ผู้อยู่เบื่องหลังน้องก็อตจิ แม่มณี น้องกล้วยกรุงศรี รวมทั้ง Sticker Line ที่ได้รับรางวัลทุกปี เมื่อมีความพร้อมจึงเปิดทีมดูแลในด้านมาสคอตโดยเฉพาะ และจะโปรโมทต่อยอดอย่างไร เน้นเป็น Agency ที่เป็น Mascot Specialist

คำว่า Mascot Performer คืออะไร

คือคนที่ใส่ชุดมาสคอต จริงๆ แล้วไม่ใช่ทุกคนที่ใส่ได้ เพราะจำเป็นต้องเข้าใจ Persona ของมาสคอตตัวนั้นๆ ต้องทำตามแบบมาตรฐานตาม Mascot Bible มีสิ่งที่เป็น Do & Don’t เมื่อต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนต้องเข้าถึงอย่างไร ขยับตัวเต้นอย่างไร โดยต้องมีการฝึกฝน ไปจนถึงการ Casting คนที่อยู่ใน Mascot Performer

ปัจจุบันมีกิจกรรมมากมายที่ Mascot นำไปทำได้ เช่น คู่จิ้นมาสคอต หลากหลายกิจกรรมที่คนทำได้ Mascot ก็ทำได้เช่นกัน มีกลุ่มชุมชนและในด้านด้อมแฟนคลับ

“เพราะ Mascot เป็นตัวแทนในการสื่อสารแบรนด์”

โดยพึ่งมีการจัดงานมาไม่นานชื่อ Character Fest Thailand #1 ที่รวมเอา Mascot จะหลายๆ แบรนด์มาเจอกัน ให้กลายเป็นตัวหลัก ไม่ใช่แค่เพียงตัวประกอบ กลายเป็น Softpower ที่สัมผัสได้จริง โดยมีผู้ชมงานกว่า 70,000 คน ถูกพูดถึงอย่างมากมายผ่าน Brand Love กลายเป็นเครื่องมือการตลาดอีกรูปแบบที่ทรงพลัง

เบื้องหลังการจัดงานครั้งแรกถือว่าค่อนข้างยาก เพราะไม่เคยมีใครจัดมาก่อน ต้องวางแผนและพยากรณ์กิจกรรมที่จะเกิดขึ้น ต้องมีการดูแลอย่างดี มีความท้ามายเช่น การให้ Mascot ลงบันไดเลื่อนในเวลาที่จำกัด แต่เมื่อจัดเสร็จ ผลตอบรับดีมากจึงมีแผนจะจัดต่อในปีนี้ที่ CTW ช่วงสิงหาคม

One Stop Mascot Service

ตั้งแต่ออกแบบแบรนด์คาแรกเตอร์ไปจนถึงคู่มือ CI เรียกว่า Mascot Bible สามารถนำไปต่อยอดด้านการสื่อสารการตลาดได้ทันที สามารถผลิตชุด Mascot ให้ และช่วยในการโปรโมทผ่านการสื่อสารการตลาดโดย Mascot พาไปออกอีเวนท์ต่างๆ

พร้อมแสดง Mascot ที่เคยออกแบบ อาทิเช่น SCB, Card X, Oriental Princess, Amazon ที่ไม่ได้มีแต่รูปแบบเด็กๆ แต่ปรับได้ตาม Persona ที่ตั้งเอาไว้ให้สะท้อน Brand Identity ผ่านแง่มุมที่น่าสนใจ คือความคุ้มค่าที่ไม่มีการหมดสัญญา ไม่เคยก่อดราม่าให้ภาพรักเสีย ไม่มีปัญหาสุขภาพ ตัวอย่างการต่อยอด Character Bible รวบรวมเรื่องพื้นฐานในการนำไปใช้ Do และ Don’t

ทำให้ LINE ทั้งในไทยและต่างประเทศในเวอร์ชั่นไทย อาทิเช่น ชินจัง สนูปปี้ ดิสนีย์ เป็นต้น ไปจนถึงการทำกล่องสุ่ม ในงาน SET in the city และมาสคอตเป่าลมหรือแบบโฟมที่ดูเหมือนตุ๊กตาให้คนสามารถกอดได้ (Hugable Design) หรือแบบไฟเบอร์ ดังนั้นแบรนด์ต้องเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับโจทย์ โดยมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน

โดยจะมี Management Team เคยช่วยสนับสนุนและดูแลให้ Mascot ทำงานได้เต็มที่ บริหารจัดการตั้งแต่ก่อนเริ่มจนจบงาน ทั้ง Meet & Greet หรือ School Tour ไปได้ทั่วประเทศในการเข้าถึงเด็กๆ สื่อสารให้ความรู้และความสนุกสนาน รวมทั้งใช้ Mascot ในการจัด Workshop เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน เช่นการให้ความรู้เรื่อง Coding ด้วยปังปอนด์ของ Microsoft

Brand Character Communication

บริการในการถ่ายเพื่อสื่อสารลง Social Media ไปจนถึง Content รูปแบบต่างๆ ทั้ง Interactive Media หรือ Game เพื่อเพิ่มความสนุกและการมีส่วนร่วม ยกตัวอย่าง เกมเศรษฐีปังปอนด์ที่ทำร่วมกับ Line ข้อดีคือสามารถแทรซึมเข้าไปได้ทุกโลก หากในวันที่มี Metaverse กลับมาจะมีความพร้อมในด้านนี้ได้ทันที

จริงๆ แล้ว Key ของ Mascot อาจจะไม่ใช่แค่การออกแบบ แต่การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จริงๆ ที่ต้องเน้นความสม่ำเสมอและไปอยู่ในใจคน

จังหวะไหนแบรนด์ควรเข้ามาทำ Mascot

เริ่มจากวัตถุประสงค์ มิใช่ตามเทรนด์ ต้องตอบตัวเองได้ว่าจะนำไปทำอะไรต่อ นำไปสู่การออกแบบ Persona ที่เข้าใจได้อย่างรอบด้านและครอบคลุม เช่น อยากให้เข้าถึงกลุ่มเด็ก แต่ดันดูน่ากลัว เพราะสัญชาติญาณก็อาจจะไม่เหมาะสมก็จะต่อยอดยาก

เทรนด์การใช้ Mascot เป็นอย่างไรในประเทศไทย

เริ่มเห็นชัดมาใน 2 ปีก่อน เช่นแบรนด์ใหญ่ๆ ที่มีความสร้างสรรค์และสร้าง Emotional ในการสื่อสาร ในฝั่ง Creator ก็มีการทำมาอย่างต่อเนื่องเพราะคนไทยมีความสร้างสรรค์ การมาของหมีเนยหรือหมูเด้งทำให้เกิด Momentum มากขึ้น เปิดโอกาสให้แยรนด์ได้เห็นศักยภาพมากขึ้นในการทำ Mascot Marketing

ทุกครั้งที่ได้ทำ Mascot ให้กับแบรนด์ ทำให้ได้เรียนรู้มุมลึกๆ ของแบรนด์และอุตสาหกรรมนั้นๆ

ข้อควรระวัง

ต้องรักษาตัวแบรนดิ้ง เพราะสะท้อนภาพลักษณ์ หากใช้ผิดจะกระทบ รวมทั้งควรมีความสม่ำเสมอให้เกิดแรงกระเพื่อนอยู่เรื่อยๆ มองเป็น Long Game

คำถามทิ้งท้ายเรื่อง Character Marketing

ทำไมญี่ปุ่นถึงมี Character เยอะ

นับว่าเป็นประเทศอันดับหนึ่งในด้านนี้ เกิดจากวัฒนธรรมที่มีแล้วใส่ความเป็นญี่ปุ่นลงไป เล่าเรื่องในระดับลึกแบบ Niche ได้เจาะลึกมากๆ ทำให้มีเสน่ห์ ยกตัวอย่าง หมีดำคุมามง คิดมาในทุกๆ ด้านประกอบกับบริบท

แบรนด์ที่ชอบที่สุดในการใช้ Mascot

น้องก็อตจิ ที่มีทีมดูแลโดยเฉพาะ พร้อมแนะนำตัวละครใหม่ที่เป็นมนุษย์ต่างดาว โดยแบรนด์มีการเลือกการสื่อสารที่ถูกออกแบบมา ไม่ใช่แค่สื่อสาร แต่ทำกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ

แบรนด์ที่ชอบที่สุดในการใช้ Mascot ของต่างประเทศ

มีการศึกษาการวางจุดยืนที่มีระบบของดิสนีย์ ในการสร้างความสุขผ่าน Mascot ที่มีประสิทธิภาพ

มีโอกาสไหมที่ Character ไทยจะไปดังระดับโลก

มองว่ามี เช่นน้องหมีเนย ที่ทำแบบจริงจังสามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้ หรือหนู่หิ่นที่เป็นที่รู้จักในประเทศเวียดนาม เพราะ Mascot เป็นเรื่องสากล แม้ไม่รู้จักที่มาหรือเข้าใจภาษา

สรุปการตลาดวันละคน มารู้จัก Character Marketing เทรนด์การตลาด

การสรุปคือการย่อยความรู้เพื่อให้ง่ายต่อผู้อ่าน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *