เปรียบเทียบ Xiaohongshu และ Lemon8

Xiaohongshu vs Lemon8 ต่างกันยังไง? แอพยอดฮิตของ Gen Z

ถ้าคุณเป็นเด็ก Gen Z ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณไม่รู้จักแอพไลฟ์ไสตล์ชื่อดังอย่าง Xiaohongshu และ Lemon8 ซึ่งเป็นแอพของเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นจุดกึ่งกลางระหว่าง Social Media และ E-commerce ที่ผสานเข้ากันอย่างลงตัว หรือจะเรียกอีกอย่างว่า Social-Commerce ก็ว่าได้ แต่หลายๆคนคงอาจจะสงสัยว่าทั้ง 2 แอพพลิเคชั่นนี้มีหน้าตาคล้ายคลึงกันเหลือเกิน จนสงสัยว่า Xiaohongshu vs Lemon8 นั้นแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เดี๋ยววันนี้จะมาเล่าให้ฟังค่ะ 

Xiaohongshu แอพดังในประเทศจีน 

cr. marketingtochina.com

Positioning : Xiaohongshu อ่านว่า เสี่ยวหงซู่ หรือมีชื่อว่า RED NOTE หรือ Little Book ซึ่งเป็นแอพที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นจีนเป็นอย่างมาก เป็นเหมือนกัน Lifestyle sharing platform ที่สามารถอัพทั้งรูป วิดีโอ และการไลฟ์สดเข้าด้วยกัน 

จุดเริ่มต้น : เปิดตัวในปี 2013 โดยในช่วงแรกโฟกัสไปที่การีวิวสินค้าจากต่างประเทศ หลังจากนั้นก็ได้พัฒนามาเป็นแอพเกี่ยวกับการแชร์ประสบการณ์ผู้ใช้จริงและสามารถช้อปปิ้งได้ด้วย 

จำนวนผู้ใช้งาน : มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีพีคสุดคือ 300 ล้านรายต่อเดือน (อัพเดทล่าสุดตอนเดือนเมษายน 2024) 

Cr. TechCrunch

Positioning : Lemon8 หรือ Lemonade เป็นแอพที่ขับเคลื่อนด้วย social media platform ที่ก่อตั้งขึ้นด้วยบริษัทแม่อย่าง Bytedance (ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ TikTok ด้วยเช่นกัน) 

จุดเริ่มต้น : เปิดตัวในปี 2020 ในช่วงแรกชื่อ “Sharee” มุ่งไปที่ตลาดญี่ปุ่น หลังจากได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น “Lemon8” และเริ่มขยายความนิยมมายังประเทศ​ไทย อเมริกา อังกฤษ และอืนๆตามมา  

จำนวนผู้ใช้งาน : ในช่วงท้ายปี 2024 มีผู้ใช้มากกว่า 15 ล้านรายต่อเดือน 

Cr. https://www.statista.com/statistics/1546838/lemon8-mau-worldwide-by-app-store/

สรุปความแตกต่างการใช้งานของ Xiaohongshu vs Lemon8

cr.https://thisisdavidvasquez.substack.com/p/a-deep-dive-on-lemon8-bytedances

หากมองในแง่ของ Positioning และรูปแบบการใช้งานของแพลตฟอร์มแล้ว Xiaohongshu และ Lemon8 ถ้ามองจากรูปด้านบนคือแทบไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่ ทั้งสองแอพเป็น แพลตฟอร์มเชิงไลฟ์สไตล์ (Lifestyle platfrom) ที่เน้นให้ผู้ใช้แชร์ประสบการณ์ผ่าน รูปภาพ, วิดีโอ และรีวิวสินค้า โดยมี จุดเด่น คือการสร้าง Community-Driven Content หรือคอนเทนต์ที่ผู้ใช้งานสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันได้ เช่น การคอมเมนต์, การกดไลก์, และการแชร์รีวิวที่เป็น User-Generated Content (UGC)

ซึ่งความแตกต่างหลักของ Xiaohongshu กับ Lemon8 คือ Xiaohongshu มีฟีเจอร์ E-Commerce ในตัว ผู้ใช้สามารถกดไอคอนตะกร้าเพื่อช้อปสินค้าได้ทันทีบนแพลตฟอร์ม ซึ่งทำให้ Xiaohongshu ไม่ได้เป็นเพียงแค่โซเชียลมีเดีย แต่ยังเป็น Social Commerce ที่มี Marketplace ในตัว ต่างจาก Lemon8 ที่ยังคงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการแชร์ไลฟ์สไตล์และรีวิวเป็นหลัก

กลุ่มเป้าหมาย Xiaohongshu

ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีอายุน้อย เชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยี และเจาะตลาดไปที่คนที่มีฐานะขึ้นมาหน่อย และส่วนมากจะเป็นกลุ่มคนจีนมากกว่า

เพศ

  • ชาย : 63%
  • หญิง : 37%

อายุ

  • อายุ 18-24 คิดเป็น 17%
  • อายุ 25-34 คิดเป็น 37%
  • อายุ 35-44 คิดเป็น 21%
  • อายุ 45-54 คิดเป็น 13%
  • อายุ 55-64 คิดเป็น 7%
  • อายุ 65 ขึ้นไป คิดเป็น 4%

กลุ่มเป้าหมาย Lemon8

เจาะกลุ่มผู้หญิง โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ส่วนใหญ่จะกระจายกลุ่มในประเทศอาเซียมากกว่า ถ้าเทียบกับแอพ Xiaohongshu

เพศ

  • ชาย : 47%
  • หญิง : 53%

อายุ

  • อายุ 18-24 คิดเป็น 21%
  • อายุ 25-34 คิดเป็น 28%
  • อายุ 35-44 คิดเป็น 19%
  • อายุ 45-54 คิดเป็น 15%
  • อายุ 55-64 คิดเป็น 11%
  • อายุ 65 ขึ้นไป คิดเป็น 7%

ประเทศที่ใช้งาน Lemon8 มากที่สุด

  • ไทย คิดเป็น 28.7%
  • อเมริกา คิดเป็น 27.2%
  • อินโดนีเซีย คิดเป็น 17.0%
  • ญี่ปุ่น คิดเป็น 11.1%
  • มาเลเซีย คิดเป็น 4.5%

สรุปความแตกต่างของกลุ่มเป้าหมาย Xiaohongshu vs Lemon8

คือถ้ามองดูแล้วถ้าเปรียบเทียบทั้ง 2 แอพมีความใกล้เคียงกับตรงที่ ช่วงอายุของคนที่เล่นส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 25-34 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีความสนใจด้านไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และการบริโภคคอนเทนต์เชิงรีวิว แต่ของ Lemon8 ก็จะมีฐานผู้ใช้อยู่ในกลุ่มของช่วงอายุที่น้อยกว่า (18-24 ปี) มากกว่าฝั่งของ Xiaohongshu พูดง่ายๆก็คือคนใช้ Lemon8 สามารถดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นและวัยเริ่มต้นทำงานได้มากกว่า ในขณะที่ Xiaohongshu มีผู้ใช้ที่เป็นวัยผู้ใหญ่มากขึ้น

ส่วนเรื่องของประเทศที่ใช้งานหลัก เห็นได้ชัดเจนมากว่า Xiaohongshu จะครองตลาดจีนเกือบทั้งหมด ซึ่งได้เปรียบสำหรับคนที่ทำคอนเท้นสายจีนเลย เพราะส่วนมากกว่า 77% นั้นเป็นคนจีนสะส่วนใหญ่ และรองลงมาก็คือประเทศอืนๆที่อ่านออกเขียนภาษาจีนได้อย่างฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย

แต่ในทางกลับกันของ Lemon8 นั้น จะได้เปรียบกว่าตรงที่ขยายตัวไปยังประเทศต่างๆได้มากกว่า โดยมีฐานผู้ใช้หลักอยู่ในไทยและอเมริกา ซึ่งถือว่ามีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังีผู้ใช้จากประเทศอื่นๆอย่าง อินโดเนเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ซึ่งทำให้ Lemon8 มีศักยภาพในการเติบโตในแถวประเทศอาเซียนและนานาชาติได้มากกว่า

Credit 1, Credit 2, Credit 3

Freelance at Everyday Marketing.co and current social media management who has a passion for business innovation and believe in data-driven marketing.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *