Hijack Moment Marketing เติมเบียร์ที่หกให้ฟรี เพิ่มยอดขาย 38% 

สนามบอลคือที่ที่อารมณ์ของผู้คนพุ่งพล่านในเวลาสั้น ๆ และในทุกแมตช์ที่มีประตูเกิดขึ้น ย่อมมีเบียร์กระเด็นตามมาเสมอ  มองเผิน ๆ มันอาจเป็นเหตุการณ์ที่ดูเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ได้มีความสำคัญอะไร แต่สำหรับหลายคนแต่มันคือโมเมนต์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และไม่มีใครสนใจมัน Pilsener เบียร์ Local Brand จากเอกวาดอร์ เลือกที่จะทำ Hijack Moment Marketing ทำให้โมเมนต์ที่ปกติเต็มไปด้วยความเปียก ความขัดใจ และคำสบถให้กลายเป็นช่วงเวลาที่แสนจะอบอุ่น ที่แฟนบอลจะไม่มีวันลืมครับ

Cerveza Pilsener เป็นเบียร์ Local Brand ของเอกวาดอร์ที่มีภาพลักษณ์ที่ดูแนบแน่นกับวงการฟุตบอลครับ ในโลกที่แบรนด์มากมายต่างแย่งกันอยู่ใน High Moment ของเกมฟุตบอล เช่น ประตูชัย การประกาศผล หรือช่วงไฮไลต์ ซึ่งไม่ต่างอะไรจาก Red Ocean เลย แต่ Pilsener กลับเลือกไปอยู่ใน Low Moment นั่นคือวินาทีที่เบียร์หกกระจายจากอารมณ์ดีใจซึ่งไม่ค่อยมีแบรนด์ไหนให้ความสนใจเรื่องนี้ 

จากข้อมูลของ Mullen Lowe Delta พบว่า มากถึง 40% ของเบียร์ที่ขายในสนามถูกทำหกระหว่างเกม โดยเฉพาะในจังหวะทีมยิงได้ ใคร ๆ ก็อยากขึ้นเวทีแย่งพื้นที่ในช่วงคนกำลังดีใจ แต่ไม่มีใครอยากเข้าไปใน จังหวะเล็ก ๆ ที่น่าเสียดายนี้เลยครับ Pilsener มองเห็นช่องว่างตรงนั้น แล้ว Hijack อย่างกับผู้เล่นมืออาชีพเลยครับ

Hijack Moment Marketing
(AI-Generated Image by Shutterstock Prompt: a man celebrating wildly as beer spills from his mug, in a crowded football stadium, intense expression of joy, foam flying mid-air, vibrant crowd in background, match lighting, cinematic action shot

แคมเปญ Beer Refill ของ Cerveza Pilsener คือการนำแนวคิด Hijack Moment Marketing มาสร้างเป็นประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นตรงจุด และตรงใจแฟนบอลอย่างแท้จริง โดยเลือกจังหวะที่ไม่มีใครอยากเจอ อย่างช่วงที่เบียร์ในมือแฟนบอลหกจากการเชียร์ มาเป็นโอกาสทางอารมณ์ที่แบรนด์เข้าไปแทรกตัวอยู่ในโมเมนต์นั้นได้อย่างลงตัวครับ

กลไกของแคมเปญเริ่มต้นด้วยการติดตั้งกล้องที่เรียกว่า Beercam ในสนามฟุตบอล 8 แห่งทั่วประเทศเอกวาดอร์ โดยกล้องนี้ทำหน้าที่คล้ายกับ Kiss Cam ที่เราคุ้นตา แต่ไม่ได้จับคู่รักบนจอใหญ่ หากแต่จับ จังหวะที่เบียร์หก ของแฟนบอลในสนามแทนครับ เมื่อกล้องตรวจพบเหตุการณ์ดังกล่าว ระบบจะส่งสัญญาณไปยังทีมงานภาคสนามของแบรนด์ทันที ซึ่งได้เตรียม Pilsener Beerman ไว้ประจำจุดต่าง ๆ ทั่วสนาม พร้อมวิ่งเข้าไปยังแฟนบอลคนนั้นโดยไม่รอให้ร้องขอเลยครับ

Hijack Moment Marketing

ทันทีที่ไปถึงแบรนด์จะเติมเบียร์ให้ฟรี โดยไม่ต้องมีขั้นตอนยุ่งยาก ไม่ต้องโชว์บัตร ไม่ต้องลงทะเบียน หรือแสดงสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะหัวใจของแคมเปญนี้คือการโผล่มาถูกที่ ถูกเวลาด้วยความใส่ใจ แบรนด์ไม่ได้ต้องการให้สิ่งนี้ถูกจดจำในฐานะการแจกของ แต่เป็นประสบการณ์ที่ทำให้แฟนบอลรู้สึกว่าแบรนด์อยู่ข้างเขาจริง ๆ และนั่นคือการ Hijack moment อย่างแท้จริงครับ 

แคมเปญนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในสนาม แต่ยังขยายต่อไปยังโลกออนไลน์อย่างมีกลยุทธ์ คลิปจาก Beercam ที่จับภาพโมเมนต์แฟนบอลเบียร์หก และได้รับการเติมเบียร์จาก Beerman จะถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลของแบรนด์ ได้แก่ TikTok, Facebook และ Instagram

ความพิเศษคือคนดูไม่ได้แค่หัวเราะหรือประทับใจในคลิปเหล่านี้ แต่รู้สึกอินเพราะมันคือสิ่งที่พวกเขาเคยเจอ หรืออยากให้เกิดกับตัวเองครับ เป็นโมเมนต์ที่คนทั่วไปได้เห็นตัวเองในนั้น แล้วแชร์ต่อด้วยความรู้สึกว่า “นี่แหละ แฟนบอลตัวจริง” แบรนด์จึงไม่เพียง Hijack Moment ได้สำเร็จ แต่ยังปล่อยให้ผู้บริโภคกลายเป็นผู้ขยายโมเมนต์นั้นด้วยตัวเอง จนเกิดเป็นวงจรไวรัลธรรมชาติที่ทรงพลังกว่าการยิงแอดหรือซื้อพื้นที่โฆษณาแบบเดิมครับ

แม้แคมเปญจะใช้เพียง 2 สัปดาห์ในเดือนมีนาคม 2025 แต่กลับส่งผลชัดเจนทั้งเชิงตัวเลข และความรู้สึก

  • เติมเบียร์กว่า 5,000 แก้ว = มากกว่า 2.5 ล้านมล.
  • ยอดซื้อซ้ำของ Pilsener ในสนาม พุ่งขึ้น 38%
  • มีการพูดถึงแคมเปญใน TikTok และ Facebook อย่างกว้างขวาง
  • คลิปไวรัลจาก Beercam สร้าง Engagement หลักล้านวิวโดยไม่ต้องยิงแอด
  • แฟนบอลรู้สึกว่าแบรนด์ “ไม่ได้โฆษณาใส่เรา” แต่ “เข้าใจและอยู่ข้างเราในจังหวะที่สำคัญพอ ๆ กัน”
Hijack Moment Marketing

Source Source

กลยุทธ์เบื้องหลังความสำเร็จของแคมเปญ Beer Refill คือการประยุกต์ใช้ Hijack Moment Marketing อย่างแยบยลครับ โดยไม่มีการแย่งซีนในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังยิ้ม แต่เลือกเข้าไปยืนอยู่ข้าง ๆ ในจังหวะที่เบียร์หกจากการเฮด้วยความดีใจ แทนที่จะแก้ปัญหาด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่หรือออกโปรโมชั่น 

Pilsener กลับหยิบความผิดพลาดนั้นมาเปลี่ยนเป็นโอกาสให้ผู้บริโภครู้สึกดีขึ้นทันที ผ่านการกระทำจริงไม่ใช่คำโฆษณา นี่คือการแสดงความเป็นแบรนด์ที่มี Empathy อย่างแท้จริง พร้อมเสริมด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ไม่ได้มีไว้เพื่อโชว์ความล้ำ แต่มีไว้เพื่อสังเกตเห็น Moment ของมนุษย์ และตอบสนองได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ ทั้งหมดนี้คือการขยับจาก Product Placement ไปสู่ Emotion Placement อย่างแท้จริง  

แคมเปญ Beer Refill ของ Pilsener คือบทพิสูจน์ว่า แบรนด์ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ใน Spotlight เสมอไป แต่ถ้าอยู่ถูกที่ ถูกเวลา และเข้าใจอารมณ์ของผู้คนจริง ๆ ก็สามารถสร้างพลังทางการตลาดที่ลึกซึ้งและยั่งยืนกว่าได้ นี่ไม่ใช่แค่การแจกเบียร์ฟรี แต่คือการ Hijack ความรู้สึกเล็ก ๆ ที่มักถูกมองข้าม แล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้บริโภคอยากจำและอยากแชร์เองโดยธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดที่โฆษณาแบบเดิมไปไม่ถึง  

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

ชื่อเติ้ลครับ เป็น Senior Data Insight Researcher & Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอนครับ ^^ มีงานอดิเรกเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยฝั่ง Consumer Insights ที่คณะวิทยาศาตร์การกีฬา ที่จุฬาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *