Marketing & Business Strategy รวมบทความเรื่องกลยุทธ์การตลาด ไปจนถึงกลยุทธ์ธุรกิจ อ่านได้ความรู้แนวคิดไปต่อยอดกับงานตัวเอง
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]
Business Case Study จาก Facebook แคมเปญไก่กันชน จากเงินติดล้อ
FacebookFacebookXXLINELineแคมเปญการตลาดที่เป็น Business Case Study จาก Facebook ที่ผมจะเล่าให้ฟังในวันนี้เป็นแคมเปญการตลาดที่ดูจากภาพแล้วจะรู้สึกว่าบ้านมาก นั่นก็คือแคมเปญไก่กันชนจากเงินติดล้อเมื่อสองปีก่อน ที่ทำมาเพื่อสร้าง Awareness ให้คนรู้สักทีว่าที่เงินติดล้อก็มีประกันรถยนต์ขายนะ แถมที่สำคัญประกันรถยนต์ที่เงินติดล้อยังผ่อนเงินสดได้ด้วย วันนี้ผมจะมาเล่าเบื้องหลังแคมเปญนี้ให้คุณฟังในฐานะคนคิด Strategy แคมเปญนี้เมื่อตอนนั้นว่า กว่าจะมาเป็นไก่กันชนจนถูกใจคนโซเชียลและถูกเอาไปแชร์ต่อมากมายแม้แต่ในเพจต่างประเทศก็ตาม นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และแม้กระทั่งตอนขาย ทีม Creative ตอนนั้นขายอย่างไรครับ Brief > รถยนต์เกือบครึ่งไม่ได้ทำประกัน เมื่อครั้งรับบรีฟตอนผมได้รับโจทย์นี้มา ผมสะดุ้งกับ Data ที่บอกว่ารถยนต์เกือบ 20 ล้านคนบนท้องถนนแท้จริงแล้วมีประกันรถยนต์ติดรถแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น และนั่นก็ทำให้ผมสงสัยว่า “ทำไมคนอีกครึ่งหนึ่งถึงไม่ทำประกันรถยนต์?” จากความสงสัยผมจึงลงไปหา Insight จากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนขับรถยนต์แต่ยังไม่ทำประกันรถยนต์ เริ่มจากหาข้อมูลบนออนไลน์ด้วยการตั้งกระทู้ตามเว็บบอร์ด อ่านคอมเมนท์ของที่พูดถึงเรื่องประกันรถยนต์และอุบัติเหตุ และก็โทรถามสัมภาษณ์กับคนมากมายที่มีรถยนต์แต่ไม่ยอมทำประกันว่าทำไม แต่ด้วยบรีฟในตอนแรกบอกว่า Product ตัวนี้ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อคนที่อยากทำประกันแต่ติดปัญหาเรื่องเครดิตอย่างกลุ่มพ่อค้าแม่ขายต่างๆ ที่อาจไม่สามารถเข้าถึงบัตรเครดิตได้โดยง่าย เลยออกมาเป็น Product ประกันรถยนต์ผ่อนเงินสดได้นานถึง 6 งวดตัวแรกของไทย ที่คุ้มครองทันทีตั้งแต่วันแรกที่ผ่อน ไม่ต้องรอผ่อนไปกี่งวดๆ ถึงจะเริ่มเหมือนประกันรายอื่นนั่นเองครับ จากนั้นผมขับรถออกไปต่างจังหวัดเพื่อไปสัมภาษณ์กับชาวบ้านจริงๆ ตัวเป็นๆ ว่าพวกเขาทำประกันรถยนต์มั้ย? ถ้าทำแล้วทำประกันชั้นไหน 1 […]
Brand Individualization สร้างแบรนด์แบบใหม่ในยุค Personalization
FacebookFacebookXXLINELineBrand Individualization ที่จะพูดถึงในวันนี้ มาจากการทำธุรกิจหรือการตลาดแบบ Personalization ที่เริ่มเป็นถึงพูดถึงอย่างมากในหมู่นักการตลาดยุคใหม่ไปจนถึงผู้บริหารเจ้าของธุรกิจ และจากบทความเรื่อง The Power of Personalization ที่การตลาดวันละตอนเคยเขียนก็ส่งผลให้สำนักพิมพ์สนใจจนกลายเป็นหนังสือ Personalized Marketing การตลาดแบบรู้ใจขึ้นมา นั่นก็เพราะหลายแบรนด์ใหญ่ๆ ในวันนี้หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น เพราะไม่ว่าใครก็อยากจะรู้ใจและเข้าใจบรรดาลูกค้าของตัวเองมากที่สุด เพราะหลายแบรดน์ใหญ่ๆ หันมาใช้เทค Digital technology ใหม่ๆ ร่วมกับ Data ของลูกค้าในการสร้างประสบการณ์แบบ Personalized experience จนพบว่ารายได้ของพวกเขาเพิ่มขั้น 6-10% เป็นอย่างน้อย และนั่นก็เร็วว่าแบรนด์ที่ไม่ได้ทำเรื่องนี้ถึง 2 ใน 3 จากผลลัพธ์ที่ได้จากการสำรวจบอกให้รู้ว่าผู้นำในตลาดที่ทำ Personalization จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่สูงขึ้นจนน่าอิจฉา โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคต่างมองหาแบรนด์ที่รู้ใจตัวเองมากที่สุด หรือเรียกว่า Brand Individualization ดังนั้นแบรนด์ไหนหรือธุรกิจใครที่ยังทำแบบเดิมๆ ทำการตลาดแบบ Mass marketing หนึ่งแคมเปญเพื่อหวังให้ล้านคนประทับใจ บอกตรงๆ ว่าคุณกำลังจะถูกลบทิ้งไปในความทรงจำของผู้บริโภคยุคใหม่ ส่วนแบ่งทางการตลาดคุณจะเริ่มลดลง ยอดขายคุณจะเริ่มน้อยลง ลูกค้าประจำที่เคยซี้กันมานานก็จะเริ่มหายไปทีละคนสองคน และท้ายที่สุดคุณต้องปิดธุรกิจตัวเองไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะคู่แข่งคว้าใจและเงินในกระเป๋าลูกค้าคุณไปหมดแล้ว แล้วที่สำคัญในอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้ […]
Bystander effect แก้ปัญหาคนไม่เดินเข้า Opera House ด้วยการเชิญแบบ Personalized #ComeOnIn
FacebookFacebookXXLINELine#ComeOnIn แคมเปญการตลาดของสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คชื่อดัง The Sydney Opera House ในประเทศออสเตรเลีย ที่ต้องการเชิญนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กว่า 99% ที่เอาแต่ยืนถ่ายรูปอยู่ข้างนอกแต่ไม่เคยเดินเข้าไปข้างใน จากปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกว่า Bystander effect (เอาแต่ยืนดูอยู่ข้างนอกแล้วก็ไป) ด้วยการใช้ Personalized Invitation หรือการเชิญแบบส่วนตัวผ่านโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram จนทำให้คนต้องเซอร์ไพรซ์แล้วเดินเข้าไปเพื่อเจอสิ่งที่เซอร์ไพรซ์กว่าครับ Bystander effect เป็นชื่อปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เป็นการทำตามกันที่เกิดขึ้นเป็นประจำตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เช่นถ้าเราไปหอเอนเมืองปิซาเราก็ต้องไปทำท่าคลาสสิคคือดันหอเอนไว้ไม่ให้ล้ม แต่จะมีซักกี่คนที่เดินเข้าไปดูใกล้ๆ หอเอนเมืองปิซาที่ว่ากันครับ เจ้าปรากฏการณ์ Bystander effect ที่เอาแต่ยืนดูอยู่ข้างนอกแล้วไม่ยอมเข้าไปก็เกิดขึ้นกับ The Sydney Opera House เช่นเดียวกัน เมื่อนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กว่า 99% เอาแต่ยืนถ่ายรูปกันเท่ห์ๆ อยู่ข้างนอกแล้วก็จากไป จนทำให้ที่นี่เสียโอกาสจากค่าขายตั๋วเข้าชมสถานที่และโชว์ภายในมากมายไปอย่างน่าเสียดายทุกวันๆ ครับ ทาง Opera House เลยร่วมมือกับ DDB Sydney ในการช่วยกันคิดเพื่อหาทางออกว่า จะทำอย่างไรให้คน 99% ที่แค่แวะมาถ่ายรูปข้างนอกแล้วก็ไปลดลงเพื่อไปเพิ่ม 1% ที่เดินเข้ามาเที่ยวข้างในให้มากขึ้น และนั่นก็เลยเป็นที่มาของแคมเปญการตลาดที่ชื่อว่า Come […]
เรียนเรื่อง Brand จากปลาท่องโก๋หนึ่งจาน กับพี่ Dan Zonmani
FacebookFacebookXXLINELineบทความนี้เป็น Exclusive content ที่ผมได้ขออนุญาตจากพี่ Dan Zonmani ผู้เป็น Global Brand Lead ของ LINE Thailand ที่สามารถวิเคราะห์เรื่อง Branding ออกมาอย่างละเอียดและเป็นขั้นเป็นตอนจากปาท่องโก๋หนึ่งจาน ไม่น่าเชื่อเลยว่าปาท่องโก๋หนึ่งจานจะมีเรื่อง Brand ให้เราเรียนรู้ได้มากขนาดนี้ ถ้าพร้อมแล้วเชิญอ่านได้เลยครับ ก่อนจะอ่านบทความนี้พี่ Dan Zonmani ฝากคำนำนักเขียนไว้แบบนี้ครับ ผมไม่ใช่นักเขียนเลยแชร์มุมตลกของ ปนกัดเสียดสีเอาขำไม่ได้ให้คิดเป็นทฤษฎี แต่เรื่องปาท่องโก๋นี้คือการมองตลาดจากสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าทำแบบไม่ได้ต้องจบการสร้างแบรนด์หรือมีที่ปรึกษาแต่ประสบความสำเร็จในKPI ของเค้า ผมเพียงแค่สนุกในการวิเคราะห์แบบมีหลักการ (ผสมฮา) ความสำเร็จของการสร้างแบรนด์ลักษณะนี้ทำให้เราเห็นได้ว่าบางครั้งการปฏิบัติไปเรื่อยๆจนกลายเป็น product perception และ brand จึงตามมาแบบธรรมชาติโดยที่พ่อค้าแม่ค้าไม่รุ้ตัวครับ คำนำนักเขียน Dan Zonmani Brand Review – ปาท่องโก๋ หัวหิน หนึ่งในอาหารเช้า classic breakfast set meal ที่มาพร้อมกับโจ๊กและน้ำเต้าหู้ 1.ราคาต่อตัวๆละ2บาท (ราคาอตก.อยู่ที่ 2 บาทมา 7 […]
Hyper-Personalization อาวุธสำคัญของธุรกิจในยุคหน้า
FacebookFacebookXXLINELineการตลาดแบบ Hyper-Personalization สำคัญเพราะเราอยู่ในยุคที่ผู้บริโภคอยากรู้ทุกอย่าง และสามารถเข้าถึงข้อมูลทุกเรื่องได้ด้วยปลายนิ้ว วันก่อนผมไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน ยังเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเปิดเว็บเพื่อหาว่าจะซื้อน้ำปลายี่ห้อใหม่ดีไหม! คิดดูซิครับว่าขนาดแค่น้ำปลาที่มีแค่ความเค็มแถมยังราคาไม่กี่บาท ผู้บริโภคในวันนี้ยังอยากจะหาข้อมูลก่อนตัดสินใจเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้พลาดซื้อของผิดกลับบ้านไป และจากที่ผมได้เคยคุยกับเพื่อนๆ ในแวดวงเอเจนซี่โฆษณาก็พบว่า ลำพังแค่ครีมกันแดดขวดละไม่ถึงร้อยของแบรนด์ดังคนยังตั้งใจดูรีวิวกันมากมาย ดังนั้นจะเห็นว่าแค่แบรนด์ที่ดังหรือมี Awareness อย่างเดียวไม่เพียงพอที่คนจะหลับหูหลับตาเชื่ออีกต่อไป เพราะพฤติกรรมผู้บริโภค 2020 นั้นชอบเหลือเกินที่จะได้ดูรีวิว โดยเฉพาะรีวิวที่เป็น User Generated Content หรือ Content ที่ถูกสร้างขึ้นโดยคนธรรมดาที่ไม่ใช่ดาราดังหรือ Influencer ผู้คนจะยิ่งให้ความเชื่อถือมากเป็นพิเศษครับ ดังนั้นธุรกิจหรือแบรนด์ที่จะสะกิดใจคนได้ ก็ต้องเป็นแบรนด์ที่รู้จักรู้ใจลูกค้าด้วยการตลาดแบบ Personalized Marketing หรือถ้าให้ดีต้องไปให้สุดแล้วไปหยุดที่ Hyper-Personalization ครับ เมื่ออ่านถึงตรงนี้นักการตลาดยุคใหม่อาจมีคำถามว่า “แล้วเราจะทำการตลาดแบบรู้ใจ ไม่ว่าจะแบบ Personalized Marketing หรือ Hyper-Personalization ได้อย่างไร ใน Content Series ชุด Hyper-Personalization นี้ผมจะค่อยๆ อธิบายให้คุณได้เห็นภาพ รวมถึงหยิบเอาเคสของแบรนด์ดังที่คุ้นเคยมาไขให้ฟังว่าเขาทำการตลาดแบบ Hyper-Personalization อย่างไร และสุดท้ายคือถ้าแบรนด์หรือธุรกิจไหนอยากจะเริ่มต้นทำการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing หรือ […]
On Strategic Marketing กลยุทธ์การตลาด
FacebookFacebookXXLINELineวันนี้มี หนังสือการตลาด มาแนะนำสำหรับนักการตลาด และผู้บริหาร หรือเจ้าของธุรกิจ เล่มนี้ชื่อว่า กลยุทธ์การตลาด หรือ On Strategic Marketing ของ Havard Business Review ที่ชื่อชั้นก็การันตีแล้วว่าต้องเนื้อหาดี เพียงแต่ถ้าดูจากหน้าปกแล้วคุณอาจจะไม่เชื่อแถมยังอ่านเข้าใจง่ายอีกด้วย เรามักจะตัดสินเนื้อหาในหนังสือจากหน้าปก แต่หนังสือเล่มนี้ถ้าคุณตัดสินจากหน้าปกจะถือว่าคุณพลาดมากจริงๆ (แต่อ่านจบก็อยากจะออกแบบหน้าปกใหม่ให้ฟรีๆ เลยนะ) แม้หน้าปกจะดูเป็นตำราน่าเบื่อ ให้อารมณ์คล้ายๆหนังสือเรียนมหาลัยสมัยโบราณมากๆ ด้วย font ด้วยสี การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ แต่ถ้าเราลดอคติ 5 วิแรก (คล้ายๆ YouTube Ad มั้ยที่ถ้าไม่ดึงดูดใจใน 5 วิ แล้วคนจะ skip ทันที) กลั้นใจหยิบขึ้นมาเปิดอ่านดูซักหน้า คุณจะรู้ว่าขุมทรัพย์ความรู้ด้านการตลาดขั้นเทพอยู่ในเล่ม ในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วย 10 บทเรื่องราวจากกูรูนักการตลาดที่ปรึกษาระดับโลก (ซึ่งบอกตรงๆผมก็ไม่รู้จักทุกคนหรอก) อย่าง Phil Kotler ที่มาถ่ายทอดประสบการณ์จากเคสจริงที่ผ่านมาในช่วงยุค 2010 เป็นหลัก แต่ก็มีเก่าๆกว่านั้นประกอบบ้าง แต่ถ้าอ่านดูแล้วจะรู้ว่าแม้เรื่องราวจะฟังดูเก่าแต่ด้วยแก่นเนื้อหาของการตลาดนั้นไม่ได้เก่าเลย ทุกเรื่องยังจริงในปัจจุบัน และยังเป็นปัญหาคลาสสิคที่ไม่มีใครยอมรับและแก้ไขมันได้ด้วยซ้ำ 10 หัวข้อที่น่าสนใจในเล่มมีดังนี้ครับ […]
THIS IS MARKETING สร้างแบรนด์ให้ยิ่งใหญ่ ไม่จำเป็นต้องเอาใจทุกคน
FacebookFacebookXXLINELineสรุปหนังสือ This is Marketing ของ Seth Godin เล่มนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งคัมภีร์สำคัญที่นักการตลาดทุกคนควรได้อ่าน และควรต้องมีติดบ้านหรือติดโต๊ะทำงานไว้ครับ เพราะการตลาดหรือการสร้างแบรนด์ที่เคยถูกสอนกันมาว่าทั้งยุ่งยากและซับซ้อน เต็มไปด้วยคำศัพท์มากมาย แต่แท้จริงแล้วหัวใจของมันกลับเรียบง่ายมาก เมื่อได้ผู้ที่มีประสบการณ์ระดับโลกอย่าง Seth Godin มาเล่าให้ฟังแบบชัดๆ ว่า ไอ้ที่เรียกกันว่าการตลาดหรือ Marketing หรือ Branding น่ะ แท้จริงแล้วมันแค่นี้เอง แต่แค่นี้ของเขาก็ไม่ได้หมายความว่าอ่านจบแล้วทำตามนี้จะรอดกันได้ทุกแบรนด์ไป เพราะหัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้มีอยู่แค่เรื่องเดียว นั่นก็คือแบรนด์ที่ดีไม่จำเป็นต้องเอาใจทุกคนครับ จากประสบการณ์ตรงที่ผมเคยดูแลมาหลายแบรนด์ก็พบเหมือนที่ Seth Godin เขียนไว้ว่า ปัญหาคือแบรนด์ส่วนใหญ่มักโลภมากเกินความสามารถ ด้วยการต้องการให้ทุกคนเป็นลูกค้าของเขา เมื่อคิดแบบไม่ชัดเจนเลยส่งผลให้แบรนด์และการทำการตลาดของสินค้าหรือบริการนี้ไม่เคยเป็นที่จดจำของผู้คน จนสุดท้ายต้องมาแข่งกันลดราคาเพื่อเรียกลูกค้าเหมือนที่ใครๆ ก็ทำกัน การลดราคาไม่ถือว่าเป็นการทำการตลาด หรือแม้แต่ไม่ถือว่าเป็นการใช้สมอง เพราะคนโง่ที่ไหนก็ลดราคาเพื่อเรียกลูกค้าได้ ดังนั้นถ้าคุณอยากเป็นนักการตลาดที่มีสมองหรือได้ยอมรับว่าฉลาดกว่านักการตลาดคนอื่น คุณต้องทำการตลาดหรือสร้างแบรนด์ที่ทำให้คนยอมจ่ายแพงขึ้นด้วยความเต็มใจครับ เพราะหัวใจของการตลาดคือการช่วยแก้ปัญหาของผู้คน ทำให้เรามีโอกาสได้ช่วยเหลือเขา มีโอกาสได้เข้าใกล้ชิดกับลูกค้ามากกว่าที่แบรนด์อื่นได้ สิ่งนี้เรียกว่า Brand Enabler Brand Enabler คือการช่วยให้คนได้ทำตามฝัน ให้คนได้เป็นในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น ให้คนได้แก้ปัญหาด้วยตัวเอง เหมือนกับแบรนด์หนึ่งที่ชื่อเพนกวิน ที่ช่วยให้คนที่อยากเล่นมายากลเป็นสามารถเล่นมายากลง่ายๆได้ แบรนด์นี้ไม่ได้ทำการตลาดอะไรให้ยุ่งยากและซับซ้อน แค่ทำคลิปโชว์การเล่นมายากลให้คนที่สนใจได้เห็น […]
Hyper-Personalization ขั้นสุดที่เหนือกว่าของการตลาดแบบ Personalization
FacebookFacebookXXLINELineจากบทความเรื่อง The Power of Personalization นักการตลาดยุคใหม่ต้องรู้ใจก่อนลูกค้ารู้ตัว ที่ได้เสียงตอบรับอย่างดีมากมายจากหลายฝ่าย จนตอนนี้การตลาดวันละตอนกำลังจะออกหนังสือเรื่อง Personalized Marketing กับสำนักพิมพ์อัมรินทร์ในเร็วๆนี้ครับ มาวันนี้ผมได้รับโจทย์ใหม่ที่ท้าทายขึ้นที่เหนือกว่านั่นก็คือ Hyper-Personalization คุณอาจกำลังสังสัยและคิดอยู่ในใจแบบนี้ว่า “อะไรฟ่ะ! แค่ Personalization ยังไม่ทันไร นี่จะไป Hyper-Personalization กันอีกแล้วหรอ!?” แต่ไม่เป็นไรครับไม่ต้องตกใจไป เพราะ Hyper-Personalization นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากจะทำความเข้าใจไปกว่า Personalized Marketing เท่าไหร่เลย แต่ที่ยากกว่าคือ Execution หรือวิธีการที่จะทำให้ถึง แต่ที่ท้าทายกว่านั้นก็คือ Mindset ขององค์กรที่ต้องใช้ Data เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน และที่สำคัญที่สุดคือแค่ Data ที่ตัวเองมีไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องเป็น Data จากหลายๆ Source หรือที่ผมชอบบอกลูกค้าเวลาไปขายงานว่า คุณต้องมี Data หลาย Dimension ครับ ถ้าพร้อมแล้วงั้นเราไปทำความรู้สึก Hyper-Personalization กัน แล้วคุณจะรู้ว่าเรื่องนี้มันช่างมันส์กว่าที่คิดครับ! Hyper-Personalization หนึ่งในเทรนด์การตลาดสำคัญที่กำลังเป็นที่พูดถึงและจับตามองในระดับโลก(แต่บ้านเรายังเพิ่งเริ่มต้นคุยกันเรื่อง […]
Internal Branding สร้างแบรนด์แทบตาย สุดท้ายพังเพราะความขัดแย้งในองค์กร
FacebookFacebookXXLINELineจากคราวที่แล้วเป็นบทความเรื่อง ความเปราะบาง ว่าต้องทำให้เขาคิดเอง เปลี่ยนความเชื่อเองแล้วเขาจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม แต่วันนี้ ผมมีเรื่องจะมาแอบสะกิดครับ ซึ่งเราอาจจะมองข้ามประเด็นสำคัญไป ถึงแม้เราจะมีวิธีการต่างๆในการสร้างแบรนด์ Tools ต่างๆที่เป็นทั้งหัวใจ ทั้งแก่นในการสร้างแบรนด์ แต่กลไกที่เป็นตัวขับเคลื่อนๆเหมือนฟันเฟืองต่างๆที่แท้จริง นั่นคือคนในองค์กร หรือ Internal Branding ครับ ความต่างอย่างชัดเจนของแผนก สงครามระหว่างแผนก โดยเฉพาะระหว่างโรงงาน กับ สำนักงานใหญ่ เป็นเรื่องคลาสสิก ต่อให้เป็นพนักงานระดับเดียวกัน ความคิด และการใช้ชีวิตต่างกันสุดขั้วมากครับ เพราะมันไม่ใช่ต่างกันที่สถานที่ แต่ต่างกันทุกอย่าง คนที่ทำงานแถวบางพลี กับทำงานย่านสุขุมวิท กระบวนการคิด และกระบวนการทำงานก็ต่างกัน เรื่องนี้ถ้าสร้างเป็นซีรีส์คงมันน่าดูครับ เรื่องมีอยู่ว่า องค์กรนี้จะจัดงานปาร์ตี้ประจำปีของบริษัทที่โรงงานเสมอ และจะเป็นวันที่พนักงานที่สำนักงานใหญ่ กับ พนักงานโรงงานมาเจอกัน และทุกปีครับ…ซัดกันยับ! ใช่ครับ ตีกันครับ เมื่อรีเสิร์ชก็พบว่า เพราะแผลในใจที่สั่งสมมานาน เมื่อมีการสั่งของจากสำนักงานใหญ่ กับทางโรงงาน เรียกว่าเขม่นกันนั่นเอง เรื่องนี้ sensitive ครับ ระหว่างคนที่ทำเพื่อตามใจลูกค้า เพราะนั่นคือ เม็ดเงินที่เลี้ยงทุกคน กับคนที่ทำงานที่โรงงานจะเห็นปัญหาหน้าเครื่องจักรด้วยตาตัวเอง จะมองทุกอย่างเป็นความเป็นจริงมากกว่าความน่าจะเป็นเสมอซึ่ง”น่าเห็นใจทั้งคู่” กระบวนการละลายพฤติกรรมก็เริ่มขึ้นด้วยการที่ผู้บริหารสร้างจุดยึดเหนี่ยวทางจิตใจร่วมกัน […]
ความไว้ใจ เป็นของมีค่า Brand Strength ก็เช่นกัน
เข้าสู่ Brand Experience อย่างแท้จริง หลังจากทำความเข้าใจเรื่ององค์ประกอบในการสร้างประสบการณ์ที่ดีแล้ว นี่คือปัจจัยที่เป็นแก่นของ Brand Experience
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]