รวมเครื่องมือ MarTech หรือ Technology และ Tools ใหม่ๆ ที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาด
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]
Google Pixel Buds หูฟังแปลภาษาอัตโนมัติ
FacebookFacebookXXLINELineGoogle Pixel Buds อาจจะกำลังเปลี่ยนโลกแห่งการเรียนภาษา เมื่อวันนี้กูเกิ้ลประดิษฐ์อุปกรณ์วิเศษที่เหมือนวุ้นแปลภาษาของโดราเอมอนขึ้นมาได้ ในชื่อ Google Pixel Buds หูฟังไร้สายอัจฉริยะที่สามารถแปลภาษาได้อัตโนมัติทันที 40 ภาษาทั่วโลก ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษเท่านั้นที่เราอาจจะไม่จำเป็นต้องเรียน แต่หมายถึงภาษาหลักๆทั่วโลก และเชื่อได้ว่าความสามารถของระบบ ai เบื้องหลังหูฟังชิ้นนี้ก็จะฉลาดมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนผมจินตนาการไปแล้วว่าอีกหน่อยมนุษย์โลกอาจจะเหลือแค่เพียงภาษาเดียวที่ต้องเรียนรู้ นั่นก็คือภาษาในการเขียนโปรแกรม ลองคิดดูซิว่าในตอนเด็กๆเราต่างถูกพ่อแม่ครูอาจารย์เคี่ยวเข็นให้เรียนภาษาอังกฤษมากแค่ไหน ถัดมาอีกยุคในเด็กยุคนี้อังกฤษไม่พอยังต้องไปภาษาจีนด้วย เพราะเมื่อจีนเปิดประเทศก็เป็นโอกาสทางธุรกิจมากมายตามมา แล้วมาวันนี้เทคโนโลนีก็มาถึงจุดที่การรู้ภาษามากกว่าอาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป ดังนั้นคำถามสำคัญคือเราจะต้องเรียนรู้ภาษาต่างชาติไปทำไม? แน่นอนว่ายังคงมีอีกหลายเหตุผลไม่ว่าจะในเรื่องของการเข้าใจบริบทของคำและความหมายที่มากขึ้น หรือแม้แต่การเรียนรู้วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ผ่านภาษานั้นๆอีก แต่สิ่งที่เคยเป็นข้อได้เปรียบในวันวาน อาจกลายเป็นแค่เรื่องสามัญในวันนี้ เพราะตั้งแต่ดิจิทัล หรือการสื่อสารที่ช่วยให้การไหลผ่านของข้อมูลขนาดใหญ่เป็นไปได้ง่ายขึ้นผ่าน fiber optic ที่วิ่งตรงเข้าถึงทุกบ้าน จากอดีตที่มีได้แค่องค์กรใหญ่ๆเท่านั้นที่สามารถทำได้ ไหนจะ 4G ที่ครอบคลุมแทบจะทั่วประเทศไปแล้ว ทำให้ความได้เปรียบในการรู้ภาษาต่างชาตินั้นค่อยๆเลือนหายไปเรื่อยๆ เหมือนกับในอดีตที่ผู้รู้ภาษาเขียนนั้นมีแค่อาลักษณ์ คนที่ทำหน้าที่คัดลอกหนังสือ คนกลุ่มนี้ในวันนั้นจึงมีค่ามหาศาลในสังคม จนเมื่อ Gutenberg ผลิตเครื่องพิมพ์แบบเรียงตัวอักษรขึ้นมาได้ ทำให้อาชีพอาลักษณ์ที่เคยสำคัญก็กลายเป็นสิ่งธรรมดาสามัญไป ยังไม่ต้องพูดถึงดิจิทัลที่ปฏิวัติการพิมพ์อีกครั้งให้เหลือแค่ content is king ในทุกวันนี้ เพราะสื่อกลางอย่างกระดาษหรือขั้นตอนการพิมพ์ที่เคยมีราคานั้นเหลือเป็นดูผ่านได้ทุกหน้าจอ ดังนั้นภาษาก็คงจะไม่ต่างกันในยุคก่อนจนถึงวันนี้ภาษาเป็นหนึ่งในความได้เปรียบอย่างมากสำหรับผู้ที่รู้ แต่ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันข้างหน้าความรู้ในภาษาจะกลายเป็นเหมือนบัตรเครดิตที่ใครๆก็มีได้ ไม่จำเป็นต้อง exclusive เหมือนวันวานอีกต่อไป […]
Face ID ใช้หน้าเป็น Password ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปลดล็อคโทรศัพท์
FacebookFacebookXXLINELineFace ID คือนวัตกรรมการปลดล็อคหน้าจอมือถือด้วยใบหน้า ที่ปัจจุบันมีอยู่ในมือถือรุ่นท็อปๆ ที่คุณถืออยู่ แต่มันไม่ได้จำกัดอยู่แค่เทคโนโลยีบนโทรศัพท์อีกต่อไป ที่พูดอย่างนี้เพราะอยู่ดีๆ ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าไอ้ระบบจ่ายเงินด้วยหน้า หรือ iPhone X ที่ปลดล็อคเครื่องด้วยหน้าเจ้าของ (Face id) หรือที่เรียกให้ครอบคลุมขึ้นมาอีกหน่อยด้วยศัพท์เท่ห์ๆ คือ biometric คือใช้ตัวเราเป็นเครื่องยืนยันตัวเราในอนาคต ทุกวันนี้เวลาเราจะซื้ออะไรทีเราก็แค่อาจจะหยิบบัตรพลาสติกใบแข็งขึ้นมารูดไป หรือไม่ก็บางร้านมี qr code ให้สแกน หรือเลข promtpay ให้ลูกค้าโอนเข้าได้ทันทีแทบจะไม่ต้องพกเงินแล้ว หรือถ้าคนที่ยังพกเงินอยู่ก็เชื่อได้เลยว่าร้อยละร้อยยี่สิบนั้นแทบจะไม่เคยเข้าไปเบิกเงินในแบงก์เลย ใช้บัตรพลาสติกกดเงินจากตู้ ATM กันทั้งนั้น จากที่พูดมาทั้งหมดก็คือ เราต้องยืนยันการเข้าถึงเงินที่เราเป็นเจ้าของมันด้วยอะไรซักอย่างเสมอ ไม่ว่าจะบัตร ATM บวกกับรหัสที่อยู่ในหัวเรา หรือบัตรเครดิตที่มีตัวยืนยันคือลายเซ็นต์ของเรา(เดี๋ยวนี้หลายที่ถ้ารูดต่ำกว่า 700 ก็ไม่ต้องเซ็นต์แล้วด้วยซ้ำ) หรือการโอนเงินจากธนาคารเราเข้าบัญชีพ่อค้าแม่ขาย ก็เป็นการยืนยันตัวตนในการใช้เงินของเราด้วยความทรงจำรหัส 6 ตัวของเรา ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการยืนยันตัวเองในการเข้าถึงเงินในทุกๆ ที่ ที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นกว่าสมัยก่อนจะมีแอพธนาคาร หรือตู้ ATM มากนัก แต่ทั้งหมดนี้กำลังจะถูกลบไปด้วยการใช้ตัวเราในการยืนยันตัวเราแล้ว ตัวอย่างง่ายๆ คือ KFC ที่จีนแค่เรายิ้มก็จ่ายเงินได้ เพราะมันผูกกับบัญชีเรา หรือการที่ […]
เทคโนโลยี AR ที่จะทำให้เราไม่ต้องง้อตลับเมตรอีกต่อไป
FacebookFacebookXXLINELineปัจจุบันโทรศัพท์มือถือนั้นไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้เฉพาะในเรื่องของการสื่อสารอีกต่อไป แต่ยังเป็นการรวมเอาฟังก์ชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกหลากหลายในแบบที่เรียกว่าเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว ทั้งถ่ายรูป ดูหนัง ฟังเพลง เช็กอีเมล ทำงาน เล่นเกม ทำธุรกรรมทางการเงิน รวมไปตอนนี้ที่มีการพัฒนาไปไกลและฉลาดจนสามารถวัดขนาดสิ่งของหรือพื้นที่ได้ในรูปแบบตลับเมตรเสมือนจริงแล้ว ซึ่งตลับเมตรเสมือนจริงนี้เป็นเทคโนโลยี AR จาก AirMeasure ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมการวัดเสมือนจริงง่ายๆ ด้วยปลายนิ้วจากมือถือของคุณเอง นับว่าแม่นยำและใช้งานได้จริง อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย จนการตลาดวันละตอนต้องจับมาเล่าให้ฟัง จะน่าสนใจขนาดไหน มาดูไปพร้อมกันครับ ใช้เทคโนโลยี AR เข้ามาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เทคโนโลยี AR AirMeasure นี้ ถูกคิดคนโดย Laan Labs ผู้พัฒนา Application ที่นำเอา AR เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าคุณกำลังเดินซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน หรือว่ากำลังมองหาที่ว่างสำหรับของที่เพิ่งขนมา เช่นเดียวกับถ้าคุณกำลังต้องการทราบขนาดห้องเพื่อคำนวนอะไรซักอย่าง ทุกอย่างจะง่ายขึ้น เมื่อมีเทคโนโลยี AR ตัวนี้ แถมยังผ่านการทดสอบมาแล้วด้วยว่าแอปพลิเคชันนี้นั้นสามารถวัดวัดระยะ ขนาด พื้นที่ ส่วนสูง ระยะทาง ได้อย่างง่ายดาย และวัดได้ค่อนข้างแม่นยำชนิดที่ว่าไม่จำเป็นต้องง้อตลับเมตร พรือพกพาให้ยุ่งยากอีกต่อไป มองหาจุดบกพร่องเพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น จริงๆ แล้วก่อนหน้าที่จะมีคนทำเทคโนโลยี AR […]
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]