รวมบทความที่เกี่ยวกับ Data และ AI สำหรับนักการตลาดที่ชื่นชอบเรื่องดาต้า เอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]
ใครรู้มากกว่าย่อมได้เปรียบในการรบ ด้วย Acxiom
FacebookFacebookXXLINELineประโยคด้านบนไม่มีใครเคยกล่าว แต่ผมด้นสดขึ้นมาเองเมื่อเห็นข่าวนี้เมื่อวันก่อน ที่ว่าสองกลุ่มบริษัทเอเจนซี่โฆษณายักษ์ใหญ่ระดับโลก กำลังแย่งกันซื้อ Acxiom ที่อเมริกา Acxiom คือหนึ่งในบริษัทที่เก็บข้อมูลของประชากรชาวอเมริกามานานมาก และผมไม่รู้ว่าขยายไปยังประเทศไหนแล้วบ้างในตอนนี้ โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญคือข้อมูลการซื้อขาย รายได้ของครอบครัว จนสามารถเอามาสกัดเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้คาดการณ์พฤติกรรมการซื้อล่วงหน้าได้… ใครที่ใช้เข้าไปเล่นเครื่องมืออย่าง Audience Insight ของ Facebook อยู่คงจะคุ้นกับชื่อนี้ดี แต่ตอนนี้ไม่มีแถบข้อมูลการซื้อของ Acxiom ให้ดูแล้ว เมื่อเราสามารถรู้ถึงพฤติกรรมการซื้อประกอบกับหลายๆอย่าง ยิ่งทำให้เราเข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น และยิ่งเราเข้าใจได้ดีขึ้น เราก็ยิ่งทำโฆษณาหรือแคมเปญการตลาดที่ตรงใจได้มากขึ้น และก็จะทำให้ได้ ROI กลับมาดีขึ้นอีก เป็นข่าวที่น่าสนใจว่าสุดท้ายแล้วใครจะได้ Acxiom ไปนะครับ สนใจอ่านเพิ่มเติมเต็มๆได้ที่ลิงก์นี้ครับhttps://thumbsup.in.th/…/07/acxioms-data-marketing-business/ ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอน สดใหม่ทุกวันได้ที่ : https://everydaymarketing.co/ FacebookFacebookXXLINELine
Personalized for Exclusive Level หนังสือ 1 เล่มที่แต่งมาเพื่อคน 1 คน
FacebookFacebookXXLINELineการหาลูกค้าใหม่ในวันนี้ว่ายากแล้ว แต่การจะหาลูกค้าใหม่ที่เป็นระดับอาวุโสขึ้นไปนั้นยากกว่า โดยเฉพาะระดับผู้บริหารหรือ CEO นี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะโอกาสในการจะเข้าถึงตัวคนเหล่านั้นช่างน้อยนิด แล้วไหนจะต้องผ่านด่านทั้งหลายที่คอยสกรีนธุระที่ไม่จำเป็นออกไปมากมาย ดังนั้นตอนนี้ที่จะเล่า เลยเป็นเรื่องของการตลาดแบบ personalized marketing ขั้นสุดสำหรับธุรกิจแบบ B2B โดยเฉพาะที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริหารระดับสูงอย่าง CEO มาเล่าสู่กันฟัง ว่าการตลาดแบบ personalized marketing for exclusive level นั้นจะสามารถช่วยนักการตลาดยุคใหม่ให้ปิดการขายกับคนระดับนี้ได้อย่างไรครับ Google Cloud บริการบริการจัดการข้อมูลบนออนไลน์ที่เป็นอีกหนึ่ง product สำคัญของ Google จะว่าไปก็คล้ายๆที่เราใช้เก็บรูปบน cloud ฟรีกันแหละครับ แต่สำหรับลูกค้าที่เป็นกลุ่มธุรกิจนั้นเค้าไม่ได้ให้ใช้ฟรี เพราะบริการแบบ cloud นี้จะคิดเงินตามปริมาณข้อมูลที่ใช้ครับ นั่นหมายความว่ายิ่งเก็บข้อมูลเยอะยิ่งต้องจ่ายมาก ยิ่งมีการใช้ข้อมูลมากก็ยิ่งต้องจ่ายเยอะ เป้าหมายของทีมการตลาดและทีมฝ่ายขายของ Google Cloud คือ ทำอย่างไรที่จะให้บริษัทยักษ์ใหญ่หันมาใช้ระบบของ Google Cloud แทนระบบเดิมที่เป็นเซิฟเวอร์ของบริษัท หรือใช้ระบบของ Cloud ของคู่แข่งล่ะ เพราะถ้าได้ลูกค้าระดับองค์กรใหญ่ๆมาที เซ็นกันทีไม่รู้กี่สิบล้านหรือร้อยล้านทีเดียวครับ เมื่อลูกค้าของ Google Cloud เป็นระดับ […]
Lego ใช้ Data เพิ่มยอดขายได้ถึง 4 เท่า ในช่วงเวลาแค่ 3 เดือน
FacebookFacebookXXLINELineLego ตัวต่อของเล่นที่ใครๆก็รู้จัก ที่คุณสมบัติคือสามารถต่อเป็นอะไรก็ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ตามแต่จินตนาการที่มีและชิ้น Lego ที่มีด้วย แต่เมื่อวันนี้ Lego ไม่ใช่ของเล่นที่เด็กๆทุกวันนี้นึกถึงในช่วงเทศกาลของขวัญอย่างคริสต์มาสเหมือนเด็กรุ่นก่อนอีกต่อไป เพราะเด็กสมัยนี้กลับอยากได้ของเล่นที่กำลังฮิต หรือของเล่นที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ มากกว่าของเล่นส…ุดคลาสสิคที่ต้องใช้จินตนาการอย่าง Lego Lego เลยไม่ยอมอยู่นิ่ง และร่วมมือกับเอเจนซี่อย่าง CHE Proximity ที่ประเทศออสเตเลีย ในการคิดหาทางทำให้เด็กๆหรือพ่อแม่ผู้ซื้อของเล่น หันกลับมาคิดถึงการซื้อเลโก้เป็นของขวัญในช่วงสิ้นปีอีกครั้ง Data Markteing คือหัวใจของแคมเปญใหม่จากเลโก้ที่มีชื่อว่า Making The List โดยใจความสำคัญของไอเดียนี้คือ คุณทำรายการของเล่นที่คุณจะซื้อไป แต่เราก็จะทำรายการที่เราจะขายให้คุณเหมือนกัน ฟังดูอาจจะงง แต่ความจริงแล้วมันง่ายมากเลยครับ เพราะ Lego ใช้เครื่องมือฟรีอย่าง Google Trends หรือ Trend บน Twitter ในการจับกระแสดูว่าคนกำลังสนใจในของเล่นชิ้นไหน จากนั้นเลโก้ก็จะทำโฆษณาขึ้นมาว่าเลโก้เองก็สามารถต่อเป็นของเล่นชิ้นนั้นได้นะ แถมยังราคาถูกกว่าเยอะด้วย เมื่อพ่อแม่คือเป้าหมาย และพฤติกรรมการช้อปส่วนใหญ่ก็อยู่จะหาข้อมูลบนออนไลน์ก่อนเสมอ เลโก้เข้าใจตรงนี้เลยเอาข้อมูลตรงนี้เลือกทำโฆษณาว่าควรนำเสนอการต่อเลโก้ในรูปแบบไหนที่คนกำลังต้องการหาซื้ออยู่ ผลคือพ่อแม่เองก็ต้องการของเล่นที่ช่วยเสริมจินตนาการให้ลูก และก็ต้องการของเล่นที่สามารถนำกลับมาเล่นใหม่ได้เรื่อยๆ ไม่ใช่พวกของเล่นที่มาเร็วไปเร็ว ซื้อปีนี้ปีหน้าก็ต้องซื้อใหม่ แต่กับเลโก้นั้นไม่ใช่ เพราะสามารถต่อเป็นรูปทรงใหม่ๆได้เรื่อยๆ ผลจากการใช้ Data […]
สนามบอล + AI + IoT = Snaptivity มิติใหม่ในการเชียร์บอลที่ขอบสนาม
FacebookFacebookXXLINELineในช่วงเทศกาลบอลโลกที่เพิ่งผ่านมาแบบนี้ ที่ประเทศอังกฤษแต่ไม่เกี่ยวกับบอลโลก ทีมฟุตบอลอาเซนอลได้ติดตั้งระบบ AI และ IoT ที่ประกอบด้วยกล้องนับพันๆตัว เพื่อคอยตรวจจับและวัดอารมณ์ของคนในสนามหลายหมื่นถึงเกือบแสนคนไปพร้อมๆกัน ลองคิดดูซิว่าความสนุกในการออกไปดูทีมโปรดที่สนามนั้นคือการได้มีอารมณ์ร่วมไปกับแฟนทีมเดียวกัน ไม่ว่าจะได้ประตู หรือเสียจุดโทษ หรือนักบอลคนสำคัญของทีมต้องโดนใบแดงไปซะอย่างนั้น… โดยระบบจากบริษัทสตาร์ทอัพที่ชื่อว่า Snaptivity ที่จะคอยประมวลผลอารมณ์ของคนทั้งสนามไปพร้อมกัน และจากบรรดากล้องนับพันทั้วสนามก็จะเลือกถ่ายภาพของแฟนบอลจริงๆที่ “พีค” ที่สุดแล้วแชร์ออกไปให้เห็นทั่วสนาม รวมถึงแชร์ออกไปยังโซเชียลมีเดียให้เห็นกันทั่วโลกอีกด้วย ลองคิดดูซิครับว่าถ้าคุณเป็นช่างภาพคนหนึ่ง คุณอาจจะถ่ายภาพที่ดีที่สุดได้ซักกี่โมเมนต์กันในการแข่งขัน เพราะคุณจะถูกจำกัดด้วยการมองเห็นในระยะของคุณ แต่ด้วยกล้องกว่าพันตัวที่ทำงานร่วมกับ AI นี้ จะทำให้ทุกโมเมนต์สำคัญได้ภาพที่ดีที่สุดจากแฟนกีฬาตัวจริงด้วย เรียกได้ว่า AI อาจจะทำช่างภาพที่คอยถ่ายเก็บบรรยากาศเหนื่อยน้องลงได้อีกเยอะเลย ซึ่งพอภาพจาก AI เหล่านี้ถูกโพสออกไปบนโซเชียลมีเดีย ผลที่ได้คือมีการกดไลก์เพิ่มขึ้นถึงสามเท่า และมีการแชร์ต่อเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับภาพจากช่างภาพที่เคยเป็น ถ้าต้องใช้คนจริงๆเราอาจจะต้องใช้ช่างภาพหลายสิบจนถึงหลายร้อยคน ถึงจะสามารถเก็บทุกโมเมนต์ของการแข่งขันไว้ได้หมด แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้อะไรๆง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกลับทำได้ไม่ยาก ลองดูคลิปการทำงานของระบบที่ว่านี้ที่ลิงก์นี้นะครับ แล้วคุณอาจจะเอาไปต่อยอดอะไรเพิ่มได้อีกก็ได้https://www.youtube.com/watch?v=VTzSSGJmqqo โดยระบบจากบริษัทสตาร์ทอัพที่ชื่อว่า Snaptivity ที่จะคอยประมวลผลอารมณ์ของคนทั้งสนามไปพร้อมกัน และจากบรรดากล้องนับพันทั้วสนามก็จะเลือกถ่ายภาพของแฟนบอลจริงๆที่ “พีค” ที่สุดแล้วแชร์ออกไปให้เห็นทั่วสนาม รวมถึงแชร์ออกไปยังโซเชียลมีเดียให้เห็นกันทั่วโลกอีกด้วย ลองคิดดูซิครับว่าถ้าคุณเป็นช่างภาพคนหนึ่ง คุณอาจจะถ่ายภาพที่ดีที่สุดได้ซักกี่โมเมนต์กันในการแข่งขัน เพราะคุณจะถูกจำกัดด้วยการมองเห็นในระยะของคุณ แต่ด้วยกล้องกว่าพันตัวที่ทำงานร่วมกับ AI นี้ จะทำให้ทุกโมเมนต์สำคัญได้ภาพที่ดีที่สุดจากแฟนกีฬาตัวจริงด้วย เรียกได้ว่า AI […]
Data-Driven Loan ปรึกษา Data ก่อนกู้ ก็ลดโอกาสเจ๊ง
FacebookFacebookXXLINELineเคสการตลาดวันนี้เป็นเรื่อง Data-Driven ที่ธนาคารแห่งหนึ่งในรัสเซียชื่อ Sberbank ใช้ Data จากคนในพื้นที่ด้วยการเก็บข้อมูลว่าอยากให้มีร้านอะไรมาเปิด จากนั้นก็เอาข้อมูลที่ว่าไปบอกเจ้าของธุรกิจให้รู้ว่าควรขยายสาขาไปที่ไหนครับ ในยุค Data Marketing หรือยุคที่ใช้ดาต้าเป็นตัวขับเคลื่อนการทำตลาดไปจนถึงการตัดสินใจทุกอย่าง ธนาคารขึ้นชื่อว่าเป็นขุมทรัพย์ของ Data อย่างมาก เพราะการใช้เงินทุกบาทในวันนี้ล้วนมี Data ให้ตามเก็บไปต่อยอดได้ทั้งนั้น เช่นเดียวกันกับการลงทุนเปิดร้านทำธุรกิจที่พบว่า 2 ปีผ่านไปมีธุรกิจที่เกิดใหม่เหลือรอดอยู่แค่ 20% เท่านั้น แน่นอนว่าไม่ใช่ทั้งหมดจะไม่มีฝีมือ ซึ่งหลายครั้งการปิดตัวของธุรกิจรายย่อยหรือ SME ก็เป็นเรื่องของการอยู่ผิดที่ผิดเวลาเท่านั้นเองครับ ก็เหมือนกับที่ธนาคาร Sberbank ที่รัสเซียเข้าใจ เลยใช้หน้าร้านที่กำลังถูกทิ้งร้างไว้เปล่าๆมาเปลี่ยนให้กลายเป็นที่เก็บ Data ด้วยการติดป้ายเชิญชวนคนละแวกนั้นให้เข้ามาบอกว่า “ที่ว่างๆตรงนี้คุณอยากให้ร้านอะไรมาเปิดล่ะ บอกมาซิเดี๋ยวเราจะไปหามาเปิดให้” จากออฟไลน์กระตุ้นให้คนเข้าไปป้อนข้อมูลบนออนไลน์ แน่นอนว่าละแวกบ้านใครก็ต้องอยากได้ร้านที่ตัวเองอยากได้ให้มาเปิดอยู่แล้วจริงมั้ยครับ ถ้าเลือกได้แล้วทำไมจะไม่เลือก และนั่นก็ทำให้แคมเปญการตลาดง่ายๆของธนาคารแห่งนี้มีคนเข้ามาป้อน Data ให้ฟรีๆโดยไม่ต้องมีของรางวัลอะไรมาล่อมากกว่าการทำแคมเปญการตลาดทั่วไปถึง 9 เท่า ทีนี้พอธนาคารมี data จากผู้คนละแวกนั้นมากพอแล้วทำอย่างไร? ก็เอา insight in data เหล่านั้นไปป้อนให้กับบรรดานักลงทุน เจ้าของธุรกิจ SME หรือแม้แต่คนที่กำลังจะปล่อยกู้ก็ตาม ให้ได้รู้ว่า […]
Machine Learning ปัญญาประดิษฐ์คิดแทนคน
FacebookFacebookXXLINELineMachine Learning บทความนี้เขียนลงนิตยสารรายวัน Rabbit Today เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2018 ครับ อยากเอากลับมาเล่าให้เพื่อนๆคนที่ไม่เคยได้อ่านได้อัพเดทกันว่า Machine Learning นั้นจะส่งผลต่อธุรกิจและการตลาดมากขนาดไหน Machine Learning เครื่องจักรที่รักเรียนรู้ ในยุค 4.0 ที่อะไรก็กลายเป็นดิจิทัล และสามารถส่งผ่านอินเทอร์เน็ตได้หมด ทำให้โลกเราในวันนี้เต็มไปด้วยข้อมูลมากมาย หรือที่คุณอาจเคยได้ยินว่า Big Data ทำให้จากเดิมที่เวลาเราได้ข้อมูลหรือรายงานอะไรสักอย่างมา เราจะต้องมานั่งอ่านและเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจมัน เพื่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ที่ใช้งานได้ เช่น สมมติว่าผมเป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ผมได้ข้อมูลการขายของลูกค้าในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ผมก็ต้องมานั่งอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อเพิ่มยอดขายหรือลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นดี แต่พอข้อมูลมากๆ เข้า สมมติว่าผมต้องอ่านรายงานของ 1,000 สาขา จากเดิมที่ผมต้องใช้เวลา 1 วันในการอ่าน ผมต้องใช้เวลาถึง 1,000 วันในการอ่าน เรียกได้ว่าอ่านเท่าไรก็คงไม่จบไม่สิ้น เพราะเดี๋ยวเดือนหน้ารายงานใหม่ที่ต้องใช้เวลาอ่านอีก 1,000 วัน ก็โผล่มาแล้ว นี่ละครับ…คือปัญหาที่ Machine Learning จะเข้ามาช่วย […]
The Corruption Detector แอพแสกนความโปร่งใสของนักการเมือง
FacebookFacebookXXLINELineนี่น่าจะเป็นแอพที่นักการเมืองน่าจะเกลียดที่สุดในโลก เพราะแค่โหลดลงมือถือแล้วเปิดกล้องสแกนหน้า เพียงเท่านี้ทุกข่าวฉาวที่เคยมี ไม่ว่าจะเคยคอรัปชั่นอะไรไว้ หรือโกงกินโกหกอะไรในอดีตที่ผ่านมา ประวัติที่ดีงามทั้งหลายจะผุดขึ้นมาราวดอกเห็ดเลย The Corruption Detector คือแอพที่ว่า แต่เปิดให้บริการเฉพาะชาวบราซิล ในช่วงที่ใกล้เทศกาลเลือกตั้งที่บราซิลแบบนี้ก็ทำให้นักการเมืองที่เคยทำตัวไม่ดี พยายามพูดจาหาเสียงให้ดูดีเพื่อกลับเข้าไปในสภาอีกครั้ง แต่ในยุคดิจิทัลและอะไรๆก็ 4.0 แบบนี้ ทางองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง Reclame Aqui ก็เลยสร้างแอพนี้ขึ้นมาให้ชาวบราซิลที่กำลังจะไปลงคะแนนเสียง ไม่หลงพลาดเลือกคนผิดเข้าไปในสภาอีก ผลคือแปบเดียวเท่านั้นแอพขึ้นอันดับหนึ่งของชาร์ตดาวน์โหลด ส่วนผลการใช้งานแอพแม้จะไม่เปิดเผย แต่เชื่อได้เลยว่าคงหยิบกันมาสแกนผู้สมัครทุกคนที่พยายามจะใช้กระแสออนไลน์หาเสียงเลยทีเดียว เทคโนโลยีเบื้องหลังแอพนี้คือการสแกนใบหน้าของไมโครซอร์ฟ ที่แม่นยำมากถึง 98% ไม่ว่าหน้าไหนก็ไม่พลาดง่ายๆ ว่าไปแล้วก็อยากให้มีแอพแบบนี้ในบ้านเราบ้าง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาจำว่าใครเคยทำอะไรไว้ แต่บรรดาเจ้าของหน้าคงลืมไม่ลงแน่ถ้าตัวเองต้องมีประวัติฉาวขึ้นแชร์ในแอพนี้ ลองดูคลิปของแอพนี้ได้ที่ลิงก์นี้ครับhttps://www.youtube.com/watch?v=2-s5nsFrAx4 ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอนได้ที่ https://everydaymarketing.co/ FacebookFacebookXXLINELine
นี่คือ Twyst กระเป่าช้อปปิ้งอัจฉริยะ ที่ทำให้ทุกการช้อปเป็นเรื่องง่าย
FacebookFacebookXXLINELineTwyst บริษัทสตาร์ทอัพที่เข้ามาทำให้ประสบการณ์การช้อปเป็นเรื่องง่าย ด้วย Smart Bag กระเป๋าใส่ของอัจฉริยะ ที่ทำนักช้อปไม่ต้องต่อแถวรอคิวจ่ายเงินอีกต่อไป โดยร้านค้าที่ใช้ Smart Bag นี้จะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และของทุกชิ้นสำหรับช้อปให้ร้านจะมีอุปกรณ์ RFID คล้ายๆกับเหรียญรถไฟใต้ดินบ้านเรา ที่แค่ลูกค้าที่เป็นสมาชิกของร้านนั้นอยู่แล้ว แค่หยิบของใส่ Smart Bag นี้ รายการของก็จะขึ้นไปอยู่บนบัญชีออนไลน์ที่รอจ่ายเงินทันทีเพียงแค่เดินออกจากร้าน แต่ก็ต้องคืนถุง Smart Bag ที่หน้าร้านนะ เพราะในแต่ละปีมีการประมาณการกันว่า เวลาที่ต้องเสียเปล่าไปกับการยืนต่อแถวรอจ่ายเงินของนักช้อปทั้งโลกนั้น รวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 39,000,000,000 ชั่วโมง (สามหมื่นเก้าพันล้านชั่วโมง) ถ้าทุกร้านหันมาใช้ Smart Bag ก็จะทำให้การช้อปนั้นสะดวกสบายยิ่งขึ้น ในบ้านเราอยากให้เริ่มจากพวก supermarket อย่างบิ๊กซี โลตัส หรือ Tops ก่อนเลยครับ เพราะเวลาไปซื้อของเข้าบ้านทีไร ผมล่ะต้องหาจุดจ่ายเงินที่แถวสั้นที่สุด และก็ต้องไปยืนรอจ่ายเงินทีละชิ้น ถ้าทำให้ผมสามารถขนของกลับบ้านได้เลยแล้วตัดบัญชีออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตได้เลย ผมเชื่อว่าหลายคนคงจะเลิฟที่จะไปช้อปที่นั่นมาก ลองดูคลิปนี้เพิ่มเติมนะครับ จะได้เห็นภาพมากขึ้นhttps://www.youtube.com/watch?v=xjiELw3O20M ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอนได้ที่ https://everydaymarketing.co/ FacebookFacebookXXLINELine
AI = Assistant Intelligence เมื่อ Google AI ก้าวไปอีกขั้น
FacebookFacebookXXLINELineคอนเทนท์นี้ผมแนะนำให้คุณหาที่เปิดคลิปวีดีโอแล้วฟังเสียงก่อนค่อยอ่านต่อ เพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่านต่อจากนี้ ผมเห็นคลิปนี้จากหน้าฟีดเฟซบุ๊กส่วนตัวของผมเมื่อไม่กี่วันก่อน จากแรกที่ไม่ได้สนใจ จนมีแฟนเพจคนนึงส่งเป็นข้อความมาให้ผมเป็นการส่วนตัวหลังไมค์ แสดงว่ามันต้องน่าสนใจแน่ๆถ้าขนาดนี้ หลังจากได้เปิดคลิปสั้นๆไม่กี่นาทีนี้ดู พอดูจบผมก็ได้แต่ยิ้มมุมปาก และคิดว่าสิ่งที่ผมคิดไว้เล่นๆกำลังจะกลายเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องที่ AI กำลังจะกลายมาเป็นผู้ช่วยเรามากขึ้นจริงๆ ไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์ไปเสียทั้งหมด แบบหนังเรื่องคนเหล็กอะไรทำนองนั้น ในคลิปนี้คุณจะพบว่า Google AI ที่เป็นผู้ช่วยทางโทรศัพท์ของคนๆนึง สามารถต่อสายโทรศัพท์ไปคุยกับคนที่เป็นธุรกิจปลายทาง ไม่ว่าจะจองคิวตัดผม หรือจองโต๊ะอาหารให้ โดยที่ปลายสายไม่รู้ว่ากำลังคุยกับ AI ความน่าทึ่งขั้นสุดในตอนนี้คือ “ภาษา” ที่ AI ใช้นั้นมีความเป็นมนุษย์สูงมากจนเชื่อได้ว่าเรากำลังจะแยกไม่ออกว่า อันไหนคน อันไหน ai ในอนาคตอันใกล้นี้ แต่สิ่งนึงที่น่ากังวลคือ จะดูเป็นการเหยียดหยามกันหรือไม่ถ้าเราปล่อยให้มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับ AI โดยไม่แจ้งว่าเป็น AI ไว้ก่อน เพราะถ้าวันนึงผมตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์คุยเป็นคุ้งเป็นแควยาวนาน แต่กลับพบว่าที่ผมคุยนั้นไม่ใช่คนจริงๆ ผมคิดว่าผมคงเสียความรู้สึกประมาณนึง กลับมาที่ AI กำลังจะกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำงานได้จริงมากขึ้นในหลายๆด้าน และจะเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำตัวเราทุกวัน ผมคิดต่อเล่นๆว่าถ้าต้นสายที่โทรไปเป็น AI ของผมที่จองโต๊ะร้านอาหารให้ และปลายสายของร้านก็เป็น AI ของร้านที่คอยช่วยบริการลูกค้า มันจะลื่นสมูทแค่ไหน ที่ถึงเวลาลูกค้าและผู้ให้บริการหรือเจ้าของธุรกิจ ก็ได้มาพบกันและปฏิสัมพันธ์กันโดยลดขั้นตอนที่เคยยุ่งยากไป อนาคตอาจอยู่ใกล้กว่าที่คุณคิดครับ […]
เมื่อ AI แยกแยะเสียงได้ดีกว่าที่เคย
FacebookFacebookXXLINELineจากข่าวนี้ในเพจ Blognone เป็นหนึ่งในเวปไทยที่ผมอ่านเป็นประจำบอกว่าล่าสุด ai สามารถแยกเสียงเฉพาะคนในคลิปออกมาชัดเจนโดยไม่มีเสียงรบกวนได้แล้ว ทำให้ผมคิดถึงสมัยก่อนเวลาเป็นครีเอทีฟแล้วต้องไปถ่ายหนังข้างนอกว่า ต้องมีการติดไมค์เฉพาะคนเก็บเสียงเพื่อให้ชัดที่สุดและมี noise หรือเสียงรบกวนให้น้อยที่สุด โดยถ้ายิ่งไปถ่ายนอก Studio หรือ outdoor นั้นการควบคุมก็ยิ่งยากขึ้นอีก ต้องเอามาทำเสียงต่อในห้องอัดใช้ทั้งเงิน ใช้ทั้งเวลา แถมยังทำให้ได้คุณภาพอย่างที่ต้องการยากด้วย มาวันนี้ ai สามารถแยกเสียงเฉพาะคนในคลิปด้วยการประมวลเสียงควบคู่กับภาพการขยับปากเพื่อแยกแยะได้ว่าในช่วงที่คนนั้นพูดเป็นช่วงไหน อธิบายอาจจะดูงง แนะนำให้ลองเข้าไปดูในลิงก์และดูคลิปวิดีโอสั้นๆในนั้นต่อครับ แล้วคุณจะทึ่งกับเทคโนโลยีที่ฉลาดขึ้นทุกวัน FacebookFacebookXXLINELine
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]