Dynamic Pricing การตั้งราคาแบบพลวัต หรือแบบไดนามิก ดีอย่างไร?

FacebookFacebookXXLINELineเรื่องของการตั้งราคาเป็นเรื่องที่นักการตลาดรู้สึกชอบและไม่ชอบในเวลาเดียวกัน เพราะต้องใช้ทั้งหลักการคำนวณเพื่อทำกำไร การวิเคราะห์ราคาคู่แข่ง การใช้หลักจิตวิทยาและเทคนิคดึงดูดลูกค้าไปพร้อมๆกัน หากเป็นสินค้าที่ไม่ซับซ้อน นักการตลาดก็สามารถสร้างโมเดลราคาได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง แต่หากซับซ้อนมากขึ้น ก็อาจจะมีทีมผู้ชำนาญมาช่วยสร้างโมเดลราคาให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยปกติทั่วไป หลักการตั้งราคาจะเป็นแบบคงที่ (Static Pricing) สำหรับลูกค้าทุกๆคน โดยสามารถแปรผันตามปัจจัยต่างๆที่ระบุชัดเจนได้ เช่น ตามจำนวน ขนาด ช่วงเวลา หรืออื่นๆ การแข่งขันด้วยราคาอาจจะมาถึงทางตัน และไม่แตกต่างจากคู่แข่งมาก หรือไม่ก็พากันเจ็บตัวไปตามๆ กัน เมื่อเกิดสงครามราคา ดังนั้นนักการตลาดจึงต้องใช้งบประมาณเพื่อดึงดูดลูกค้าในด้านอื่นๆเพิ่มมากขึ้นด้วย เช่น การโฆษณา การทำคอนเทนต์เพื่อดึงดูดและเพิ่มการมีส่วนร่วม รวมถึงการบริการที่เหนือกว่า คาดการณ์ว่าเมื่อกลยุทธ์ Dynamic Pricing การตั้งราคาแบบพลวัต และอาจเรียกทับศัพท์ไปเลยว่า “การตั้งราคาแบบไดนามิก” ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น กลไกราคาตลาดก็จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในบางครั้งอาจจะเป็นราคาตามปัจจัยที่แตกต่างเฉพาะรายบุคคลเลยทีเดียว ดังนั้นการตั้งราคาแบบไดนามิกอาจจะเป็นตัวช่วยที่ได้เปรียบในการขยายฐานลูกค้าได้รวดเร็ว เป็นแต้มต่อท่ามกลางการนำไปใช้ที่ยังไม่แพร่หลายมากนัก โดยหวังว่าราคาที่แตกต่างกันจะดึงดูดลูกค้าตามพื้นฐานและความต้องการในแต่ละบริบท และยังเป็นราคาที่เต็มใจของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมากขึ้นเหมือนการประมูล โดยที่ไม่ทำให้ระบบราคาตลาดปั่นป่วนอีกด้วย ซึ่งแก่นของการตั้งราคาแบบไดนามิกนี้ก็คือการขายสินค้าเดียวกันในราคาที่ต่างกันสำหรับแต่ละกลุ่มลูกค้าที่ต่างกันแบบยั่งยืน จะต่างจากการทำแฟลชดีลที่ให้ราคาพิเศษกับทุกๆคนในเวลาจำกัดขั่วครั้งชั่วคราว จึงเป็นกลยุทธ์ที่สามารถควบคุมความเสี่ยงจากการขาดทุนในการตั้งราคาที่ต่ำเกินไปกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจริงแบบไม่รู้ทิศทาง การตั้งราคาแบบไดนามิก สมเหตุสมผลต่อลูกค้าจริงหรือ? การตั้งราคาแบบไดนามิก เป็นการตั้งราคาแบบแปรผันตามกลุ่มของลูกค้า เวลา และสภาพการณ์ เช่นความหนาแน่น อุณหภูมิ … Continue reading Dynamic Pricing การตั้งราคาแบบพลวัต หรือแบบไดนามิก ดีอย่างไร?