เทรนด์การตลาด Dupe Marketing Strategy เมื่อกลุ่ม Gen Z เปิดใจหาสินค้าทดแทนแบรนด์หรูที่ใช้ได้ใกล้เคียง แต่มีราคาถูกกว่ามาก

Dupe Strategy กลยุทธ์ปลดล็อคแบรนด์หรูให้ Gen Z เอื้อมถึง Marketing Trend 2026

วันนี้จะพาเพื่อนๆ นักการตลาดมารู้จักหนึ่งใน Marketing Trends 2026 เทรนด์การตลาดที่กำลังมาแรงในระดับโลก นั่นก็คือ Dupe Strategy มันคือการที่คนรุ่นใหม่ Gen Z เปิดใจให้กับการมองหาสินค้าที่สามารถทดแทนหรือใกล้เคียงกับแบรนด์หรูที่ตัวเองเอื้อมไม่ถึง นักการตลาดควรปรับตัวอย่างไรเมื่อผู้บริโภคยุคใหม่เปิดใจให้กับสินค้าเลียนแบบหรือของทดแทนได้มากขึ้นครับ

เศรษฐกิจถดถอย แต่ความต้องการบริโภคยังไม่ลดตาม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพเศรษฐกิจไทยที่ดูไม่ดีในเวลานี้ แท้จริงแล้วเป็นเหมือนกันหมดทั่วโลกครับ (เพียงแค่ประเทศไทยค่อนข้างหนักกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกหน่อย) เพราะโลกเราอยู่ในภาวะสงครามระหว่างประเทศกันมานาน อย่างรัสเซีย ยูเครน ก็รบกันมาสามสี่ปีแล้ว ยังไม่นับอีกอิสราเอลกับประเทศแถบตะวันออกกลางที่รบกันไม่พัก

แล้วยังปัจจัยอะไรอีกมากมายที่ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกฝืดเคืองลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริโภคยังคงอยากได้ของดีเหมือนเดิม แต่จะทำอย่างไรในเมื่อเงินในกระเป๋าไม่เพิ่มขึ้นตาม โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้บริโภค Gen Z ที่เห็นได้ชัดว่ามีงบประมาณจำกัด ก็เลยเป็นที่มาของเทรนด์การตลาดสำคัญที่ชื่อว่า Dupe อยากใช้แบรนด์หรูแต่หนูมีงบเท่านี้

Dupe ไม่ใช่สินค้าเลียนแบบ สินค้าปลอม แต่มันคือนิยามของคำว่า “สินค้าทดแทนแบรนด์หรู”

เดิมทีเวลาเราบอกว่าของชิ้นนี้เหมือนกับชิ้นนั้น คนรุ่นก่อนจะมองแบบตั้งแง่ว่ามันคือของเลียนแบบใช่มั้ย ?

แต่ในความเป็นจริงของเทรนด์ Dupe นั้นไม่ใช่ เพราะมันคือสินค้าที่แบรนด์ตั้งใจทำมาทดแทนสินค้าอีกแบรนด์หนึ่งที่มักมีราคาสูงกว่า คุณภาพมากกว่า อารมณ์ก็แบบอยากกินสเต็กดีๆ แต่งบจำกัด งั้นไปกินสเต็กริมทางพอทดแทนกันได้ด้วยงบประมาณที่มี

ฉะนั้นวันนี้เราจึงเห็นเทรนด์ที่มีสินค้าต่างๆ ออกมาเป็นสินค้า Dupe Strategy จากสินค้าแบรนด์ดังมากมาย ด้วยการสื่อสารแบบตรงๆ อาจจะผ่าน Influencer ว่า “เฮ้ สินค้าตัวนี้มันใช้ได้เหมือนสินค้าตัวนั้นมากเลยนะ ที่สำคัญคือถูกกว่ากันเยอะเลยหละ”

อ่านถึงตรงนี้แล้วคุณอาจเกิดคำถามสำคัญสองข้อคือ…

  1. ถ้าสินค้าเราถูกผู้บริโภคมองว่าแพงไปแล้วถูกคนอื่น Dupe ไปจะทำอย่างไร ?
  2. มีสินค้าแบรนด์คู่แข่งที่ดีกว่าและขายแพงกว่าที่เราสามารถ Dupe Product ออกมาวางขายได้หรือไม่ ?

ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เรามาลองดูแบรนด์ดังที่ต่างก็เคยถูก Dupe และไป Dupe คนอื่นมากันก่อนดีกว่าครับ

iPhone ของ Apple ยุคแรกที่เต็มไปด้วยคนเลียนแบบมากมาย

ตอน Apple เปิดตัว iPhone ครั้งแรกเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ถือว่าเป็นอะไรที่ว้าวมากสำหรับโลกใบนี้ ไม่มีใครคิดออกว่าโทรศัพท์มือถือจะไม่ต้องมีปุ่มกดใดๆ ก็สามารถใช้งานได้จริงและใช้งานได้ง่าย แถมยังมีแอปให้เลือกใช้งานมากมาย มันคือจุดเริ่มต้นของคำว่า Smart Phone ที่แท้จริง

แต่ด้วยราคาที่สูงลิ่วของ iPhone ในวันนั้นทำให้คนส่วนน้อยบนโลกเท่านั้นที่สามารถเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือหน้าจอสัมผัสไร้ปุ่มได้ ทำให้ผู้ผลิตมือถือค่ายอื่น หรือแม้แต่มือถือจีนโนเนมแห่กันออกโทรศัพท์หน้าจาสัมผัสไร้ปุ่มเลียนแบบออกมากันมากมาย

แน่นอนว่าในช่วงแรกความสามารถ ความลื่นไหลในการใช้งานนั้นต่างกันชนิดคนละขั้ว แต่กับคนที่ไม่สามารถจ่ายให้ iPhone ได้ก็ย่อมทำใจกับคุณภาพที่ได้จากราคาที่ถูกกว่าแทน

Zara แบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกที่เริ่มต้น Dupe แบรนด์แฟชั่นชั้นสูง Haute couture (โอตกูตูร์) จนติดตลาด

สมัยก่อนการที่แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นจะออกคอลเลคชั่นใหม่ต้องรอ 3-4 เดือนครั้ง แถมมาด้วยราคาที่แพงระยับ แต่พอแบรนด์ Zara ได้ปฏิวัติวงการด้วยคำว่า Fast Fashion ไม่เน้นการทำสินค้าคุณภาพสูงราคาแพงขายแบบแบรนด์แฟชั่นทั่วไป แต่เน้นการ Dupe สินค้าจากแบรนด์หรูมากมายหลังจากเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ภายในระยะเวลาแค่ 2 สัปดาห์

ด้วยความเร็วขั้นเทพทำให้เสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ๆ บน Runway มีวางขายตามหน้าร้าน Zara ทั่วโลกได้สบายๆ ผลคือคนที่ยอมรับกับคุณภาพและความเนี๊ยบที่ไม่เท่ากับ Haute couture (โอตกูตูร์) โดยตรง แต่แลกกับราคาที่ต่างกันหลายร้อยเท่า เรียกได้ว่าเป็นตลาดใหม่ของสินค้าทดแทนแบรนด์หรูที่แท้จริง

สมัยก่อนการซื้อสินค้าที่ดูเหมือนเลียนแบบอาจถูกแอนตี้ต่อต้านว่าเป็นคนไม่ดี แต่สมัยนี้ดูเหมือนกลายเป็นเรื่องปกติ หรือออกไปทางชื่นชมกันด้วยซ้ำว่าสามารถหาของดีที่ใกล้เคียงกัน แต่จ่ายในราคาที่ถูกกว่ากันเยอะมากครับ

From Gen Z to Gen Dupe

เมื่อ Gen Z กว่า 61% บอกว่ารู้สึกดีกับตัวเองมากที่สามารถหาสินค้า Dupe หรือสินค้าทดแทนเลียนแบบของจากแบรนด์ดังได้ในราคาที่ถูกกว่ามาก พวกเขารู้สึกตื่นเต้นเวลาที่หาอะไรแบบนั้นเจอแล้วก็รีบเอาไปแชร์กันตามกลุ่มต่างๆ

แล้วด้วย Technology AI ใน Marketplace ต่างๆ ก็ทำให้การหาสินค้าทดแทนหรือใกล้เคียงที่มีราคาถูกกว่านั้นเป็นเรื่องง่ายที่แทบไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ เลย

สมัยก่อนต้องพยายามเสิร์จหาด้วยการพิมพ์คำที่น่าจะสื่อถึงของสิ่งนั้นได้ สมัยนี้แค่เปิดมือถือ เปิดแอป แล้วก็ถ่ายรูปของที่อยากได้เข้าไป จากนั้นไม่กี่วินาทีเจ้า AI ในแอปช้อปปิ้งออนไลน์ก็จะบอกว่าของหน้าตาแบบนี้มีขายที่ไหนบ้าง เริ่มต้นจากราคาถูกสุดค่อยไปถูกน้อยลง ทำให้การช้อปสินค้า Dupe เป็นเรื่องง่ายแบบใครๆ ก็ทำกัน

ทั้งหมดนี้ทำให้แบรนด์ใหญ่ๆ ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว เปลี่ยนกลยุทธ์ให้เข้ากับเทรนด์การตลาด Dupe Strategy ให้ทันก่อนที่จะเสียกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดไป

บางแบรนด์ก็ออกสินค้าทดแทน Dupe ตัวเองมาชิงขายตรงๆ เพื่อกันไม่ให้มีคู่แข่งรายใดอยากเข้ามา บางแบรนด์ก็ทำเป็นแคมเปญการตลาดล้อเลียนตัวเองออกมา อาจด้วยเพราะของตัวเองก็ราคาถูกมากพอแล้ว ถูกกว่านี้คงไม่ได้และก็ไม่มีใครอยากเลียนแบบเราสักเท่าไหร่เลย

บางแบรนด์อาจไปสุดกว่าด้วยการสื่อสารออกไปยังกลุ่มเป้าหมายตรงๆ ว่า ถ้าใครเคยซื้อของจากแบรนด์นี้ที่ราคาแพงมาก วันนี้ของฉันก็ทำได้ใกล้เคียงกัน แต่ที่สำคัญคือขายถูกกว่ามากชนิดไม่ซื้อไม่ได้แล้ว

McDonnell’s สร้างร้านใหม่ที่เลียนแบบร้านตัวเอง

หนึ่งในแคมเปญการตลาด Dupe Marketing ทีทำถึงจาก McDonald’s ก็คือการที่พวกเขาเปิดร้าน Pop-up Store ที่ชื่อว่า McDonnell’s ขึ้นมาในเมือง LA ในช่วงเวลาหนึ่ง พวกเขาทำเมนูใหม่ Chicken Big Mac ที่เลียนแบบเมนูยอดฮิตของตัวเองอย่างเบอเกอร์ Big Mac

เพราะเดิม Big Mac จะเสริฟด้วยเนื้อหมูเป็นหลัก แต่กับร้านเลียนแบบนี้สามารถฉีกตำราอาหารเดิมที่แบรนด์ยึดถือมานานด้วยการเสริฟเนื้อไก่ทอดอร่อยๆ แทน แล้วทีมการตลาดของ McDonald’s ก็เชิญชวนกลุ่มเป้าหมายให้มาลอง ให้มากิน แล้วก็ให้ช่วยกัน Live ออกไป ผลคือได้รับความสนใจมากมายจนกลายเป็นกระแสว่าอยากให้มีร้าน McDonnell’s เปิดขึ้นในที่อื่นๆ ของประเทศบ้างจัง

ดูเหมือนว่าถ้า Brand Guideline มันน่ารำคาญนักก็ใช้กลยุทธ์การตลาด Dupe Marketing Strategy เข้ามาแก้ปัญหาได้ง่ายๆ เลย

Daiya แบรนด์ชีสหรู มาแกล้งตั้งโต๊ะเปิดร้านขายแซนวิสชีสถูกๆ ริมฟุตบาท เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดใหม่ๆ

Photo: https://vegconomist.com/marketing-and-media/daiya-introduces-fromage-forgery-with-actor-lionel-boyce-in-a-nod-to-dupe-culture/

Daiya เป็นแบรนด์ชีสหรูพรีเมียมราคาแพง ไม่ใช่ทุกคนจะกินได้ทุกวัน พวกเขาเลยต้องการฉีกภาพลักษณ์หรูหราของตัวเองให้ดูเข้าถึงง่ายมากขึ้น ด้วยการมาตั้งโต๊ะขายริมฟุตบาทในเมืองนิวยอร์ก แข่งกับแผงขายแซนวิสเบอร์เกอร์ทั่วไป

คิดภาพถ้าเป็นบ้านเราคงอารมณ์ไก่ทอด KFC มาเปิดบูทขายตามตลาดนัดหน้าโรงเรียนแข่งกับไก่ทอดหาดใหญ่อย่างไงอย่างงั้น

ผลจาก Daiya แบรนด์ชีสหรูได้รับคือคนจำนวนมากที่ไม่เคยกล้าซื้อได้ลองกิน ก็เลยรู้สึกว่าจริงๆ พวกเขาก็สามารถซื้อชีสดีๆ เอาไว้กินที่บ้านได้ในบางครั้ง อาจไม่จำเป็นต้องกินทุกวัน แต่ควรมีติดครัวไว้ทุกบ้านจะดีกว่า

แบรนด์จริงต้อง Dupe ไม่ได้

อีกหนึ่งเคสที่น่าสนใจคือแบรนด์ Olaplex ที่ขายสินค้าเกี่ยวกับการดูแลผม เช่น แชมพู ที่ออกมาประกาศว่าอยากให้แบรนด์อื่นมาทำสินค้าทดแทนหรือเลียนแบบขึ้นมาบ้าง ด้วยความเชื่อมั่นลึกๆ ว่าที่เราทำคุณภาพขนาดนี้ และออกมาขายในราคาเท่านี้ แท้จริงแล้วถือว่าเป็นราคาที่ถูกมาก แม้มันจะไม่ได้ถูกสักเท่าไหร่ก็ตาม

แต่ไม่นานนักก็มีแบรนด์ชื่อ Oladupé เปิดตัวว่าสินค้าแชมพูยาสระผมตัวเองสามารถทดแทนแบรนด์ Olaplex ที่ออกมาปากกล้าท้าคน Dupe ได้

หลังจากบรรดา Influencer ได้ลองใช้ก็พบว่าให้ความรู้สึกแบบเดียวกัน ในราคาที่ถูกกว่ากันมาก แต่ท้ายที่สุดก็ได้รู้ว่าแบรนด์ Oladupé แท้จริงแล้วก็เป็นของแบรนด์ Olaplex ที่ตั้งใจทำมาเลียนแบบตัวเองแล้วตัดราคาขายให้ถูกกว่า

ซึ่งเป็นการตอกย้ำของว่าดีจริงมันเลียนแบบไม่ได้หรอก หรือถ้าจะทำให้ดีเท่าแล้วขายในราคาถูกกว่าก็ไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะในคุณภาพเท่านี้กับราคาที่วางขายแบบนี้ถือว่าถูกที่สุดในตลาดแล้ว!!

สรุปเทรนด์การตลาด Dupe Marketing Strategy 2026

จากกระแสสินค้าเลียนแบบหรือสินค้าทดแทนที่ได้รับความนิยมมากในหมู่ Gen Z พวกเขาไม่ได้แอนตี้ของเลียนแบบหรือของทดแทน มองว่าถ้ามันสามารถใช้แทนกันได้ ตราบใดที่ไม่ได้ Copy & Paste มาหน้าด้านๆ พวกเขาก็ยินดีเปิดรับโดยเฉพาะด้วยเงื่อนไขราคาที่ถูกกว่ากันมาก

แม้คุณสมบัติอาจไม่เท่ากันแบบ 100% แต่ถ้าได้สัก 70-80% แล้วจ่ายในราคาที่ถูกกว่าสัก 50-60% ก็ถือว่าคุ้มมากพอจนปฏิเสธไม่ได้แล้ว

ดังนั้นนักการตลาดที่ฉลาดต้องรู้จักเล่นกับกระแสนี้ให้ทัน ถ้าของเราดีจริงก็ต้องกล้าเล่นตัวเองแบบที่ Olaplex ทำ หรือทำร้านเลียนแบบขึ้นมาแบบขำๆ เพื่อสร้างกระแสแบบที่ McDonald’s ทำก็ได้

หรือถ้าใครมองเห็นช่องว่างทางการตลาดที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม จะทำสินค้าทดแทนออกมาขายก็ไม่ใช่เรื่องผิดมารยาททางธุรกิจแต่อย่างไร ในเมื่อ Gen Z เต็มใจยอมรับและแสวงหาของทดแทนที่ราคาถูกกว่าอยู่เสมอ

ต่อให้เราไม่ทำคนอื่นก็ทำ แล้วเราจะปล่อยให้คนอื่นทำก่อนเราทำไมจริงไหมครับ

อ่านเทรนด์การตลาด Brandoms Marketing ในการตลาดวันละตอนต่อ

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication เขียนหนังสือมาแล้ว 7 เล่ม Personalized Marketing, Data-Driven Marketing, Data Thinking, Contextual Marketing, Social Listening, CRM และ ขายดีขึ้นร้อยเท่ากับการตลาดร้อยตอน และที่ปรึกษาด้านการตลาด Data-Driven Advisor

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *