ครึ่งปีแรกผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่กว่าจะผ่านครึ่งปีแรกไปได้ก็ช่างเป็นอะไรที่แสนสาหัสกันถ้วนหน้า เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 นั้นส่งผลต่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก และนั่นก็ทำให้รายงานสถิติของ Digital 2020 ที่สรุปครึ่งแรกของปีนี้มีหมวดหมู่ COVID-19 เป็นหัวข้อพิเศษจากทุกปีของ We Are Social ครับ จากรายงานทั้งหมด 186 หน้า ผมขอคัดมาแค่บางส่วนที่คิดว่าน่าสนใจและสำคัญต่อนักการตลาดไทยให้ได้อัพเดทกัน ส่วนใครที่สนใจอยากดาวน์โหลดไฟล์รายงาน Digital 2020 in July จาก We are social ฉบับนี้เพื่อเอาไปใช้ทำรายงานก็สามารถดาวน์โหลดได้จากลิงก์ที่ท้ายบทความ
ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันดีกว่าครับว่าสรุปภาพรวมของ Digital 2020 ในครึ่งปีแรกเป็นอย่างไร เพื่อที่เราจะได้ทำความเข้าใจและปรับแผนการตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ครับ
เพศไหน ช่วงอายุใด ที่ยังแพลนจะ Work From Home ต่อไป
จากรายงาน Digital 2020 in July ของ We Are Social มีการพูดถึงสัดส่วนของแต่ละเพศและแต่ละช่วงวัยว่าคนกลุ่มไหนแพลนว่าจะยัง Work From Home ต่อไป ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงพอสมควร ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าบริษัทในบ้านเราจะมีสักเท่าไหร่ที่สามารถทำให้การ Work From Home ยังคงอยู่ได้แม้โควิด19 จะผ่านไปก็ตาม
นั่นหมายความว่าคนจำนวนมากน่าจะเริ่มไม่พอใจกับการใช้หน้าจอเล็กๆ และก็เลยเริ่มหาคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะ Desktop หรือ Notebook เป็นของตัวเองมาใช้งานมากขึ้น หรืออาจจะบวกเพิ่มกับในช่วง Work From Home ที่บังคับให้ทุกคนต้องมีของเหล่านี้เป็นของตัวเองขึ้นมาเพราะไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถเรียนหรือทำงานจากที่บ้านได้เหมือนคนอื่นเขาครับ
จากกราฟจะเห็นว่าผู้หญิงในแทบทุกช่วงวัยมีสัดส่วนการใช้ Image regocnition หรือการเสิร์ชหาด้วยภาพมากกว่าผู้ชาย ดังนั้นถ้าแบรนด์ใครมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิง พยายามทำรูปให้เอาไปใช้ค้นหาต่อได้ง่ายนะครับ เพราะรูปภาพกำลังจะกลายเป็น Next SEO ในยุคใหม่
51% ของคนไทยใช้ Ad Blockers
ตัวเลขนี้น่าสนใจว่าคนไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ตกว่าครึ่งมีการใช้ Ad Blockers หรือตัวบล็อคโฆษณาแบนเนอร์ต่างๆ ที่ชอบขึ้นมาวุ่นวาย แน่นอนว่านักการตลาดคงจำเป็นต้องคิดหนักว่าถ้าจะยังทำโฆษณาบนออนไลน์แบบเดิมๆ แล้วจะมีคนที่เห็นตัวเลขนี้จริงๆ เท่าไหร่ หรือควรหันไปทำโฆษณาอย่างไรที่จะทำให้คนอยากเข้ามาดูเรื่องราวที่เราอยากบอกกันแน่ครับ
Social media กลายเป็นช่องทางอัพเดทข่าวสารของคนทุก Gen
จากตัวเลขจะเห็นว่าทุก Gen มีการใช้ Social media เป็นช่องทางในการอัพเดทข่าวสารใหม่รอบตัวอยู่เป็นประจำ แม้แต่กลุ่มคนที่อายุ 55 ปีขึ้นไปก็ยังอัพเดทข่าวสารใหม่ๆ ผ่านโซเชียลมีเดียไปแล้ว ถ้าดูจากช่องข่าวจริงๆ ก็จะเห็นว่ามีการเลือกเนื้อหาดังๆ บนออนไลน์มาทำเป็นข่าวใหญ่ให้เห็นเป็นประจำ ฉะนั้นวันนี้โซเชียลมีเดียจึงไม่ใช่แค่พื้นที่ในการติดต่อพูดคุยกับเพื่อน แต่เป็นพื้นที่ในการใช้ชีวิตอย่างรอบด้านจริงๆ ครับ
ซึ่งจากข้อมูลจะเห็นว่าคนไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 68% ในวันนี้ยอมจ่ายเงินเพื่อ Digital Content เช่น Netflix หรือแอปดูหนังฟังเพลงอื่นๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกด้วยซ้ำ
และเมื่อลงมาดูในรายละเอียดของช่วงวัยก็พบว่าคนรุ่น Gen Y มีสัดส่วนการใช้เงินจ่ายเพื่อ Digital Content สูงสุด แต่ตามมาติดๆ ด้วย Gen Z ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ดูก็น่าจะเกิดจากการที่คนรุ่นใหม่พร้อมจ่ายเพื่อดู แต่อาจจะยังติดเรื่องกำลังทรัพย์ทำให้ไม่สามารถจ่ายได้มากพอเท่า Gen Y ครับ
Digital Content แบบไหนที่คนยอมจ่าย
จะเห็นว่าอันดับหนึ่งเป็นประเภทวิดีหรือวิดีโอ ตามมาด้วยการฟังเพลง แล้วค่อยเป็นการโหลดเพลง จากนั้นเป็นแอปและก็เกม ส่วนอันดับรั้งท้ายแต่น่าสนใจที่คนกว่า 6% ยอมจ่ายให้ Dating Service ครับ
ตัวเลขนี้อาจดูสูงแต่ในความเป็นจริงตัวเลขนี้ไม่ได้มีการขยับมากนักเมื่อเทียบกับตัวเลขปีก่อนที่ผ่านมา ทั้งที่คนไทยกว่า 94% ใช้สมาร์ทโฟนกันถ้วนหน้า แต่คำถามสำคัญก็คือว่าอีกกว่า 20% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนนั้นหายไปไหน ทำไมถึงยังไม่ Go Social ครับ
แต่เมื่อดู Data ให้ลึกขึ้นก็จะเห็นว่าถ้านับจากจำนวนประชากรที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไปกลับพบว่าคนที่ Go Social ของไทยนั้นสูงถึง 85% แล้วในวันนี้ ดังนั้นถ้าใครกังวลว่าควรจะทำธุรกิจบนออนไลน์หรือโซเชียลมั้ย ผมว่าข้อมูลนี้น่าจะตอบคำถามได้ควรถ้วนครับ
และเมื่อวิเคราะห์ลงลึกแยกตามช่างอายุและเพศของกลุ่มคนที่ชอบค้นหาข้อมูลของแบรนด์ก่อนตัดสินใจบนโซเชียลมีเดียก็จะเห็นว่า ผู้หญิงจะมากกว่าผู้ชายเล็กน้อยในช่วงอายุไม่เยอะ แต่ผู้ชายจะมาเยอะกว่าผู้หญิงเล็กน้อยในช่วงวัย Silver age
แน่นอนว่าแอป Video call ทั้งหลายกลายเป็นที่นิยมมาก จากเดิมที่ไม่เคยมีใครรู้จักก็กลายเป็นว่าทุกคนต่างรู้จักและใช้กันได้อย่างคล่องแคล่วและหลากหลายเหลือเกิน
แพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ Video Conferencing ยอดนิยมในช่วง COVID-19
Zoom มีการใช้สูงถึง 300 ล้านครั้งต่อวัน ตามมาด้วย Google Meet แต่มียอดการใช้แค่ 100 ล้านครั้งต่อวัน ตามมาติดๆ ด้วย Microsoft Teams 75 ล้านครั้งต่อวัน และก็เป็น Skype 40 ล้านครั้งต่อวัน ส่วนแพลตฟอร์มของ Cisco นั้นมีอัตราการใช้ต่อเดือนอยู่ที่ 500 ครั้งต่อเดือน ก็เข้าใจได้เพราะเป็นแพลตฟอร์มในระดับองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้นครับ
และนี่ก็เป็นในส่วนภาพรวมของครึ่งปีแรกของ Digital Trends จากทั่วโลกของปี 2020 ยังเหลืออีกสองส่วนหลังซึ่งขอเวลาผมอีกนิดนะ เพราะจัดทั้งหมดทีเดียวแล้วคงสลบหมดแรงจริงๆ ขอบคุณ We Are Social ที่คอยสร้างรายงานดีๆ ออกมาให้นักการตลาดอย่างเราได้อัพเดทตลาดทันลูกค้าเสมอครับ