จากรายงานที่จัดทำโดย Facebook ร่วมกับ Bain & Company ถึง 6 Next Normal ของผู้บริโภคไทยและอาเซียนที่คาดว่าจะยังคงอยู่ต่อไปแม้การแพร่ระบาดของโควิด19 จะเริ่มคลี่คลายลงบ้าง นักการตลาดคนไหนที่อยากรู้ว่าอะไรคือ Insight ของผู้บริโภคในยุคโควิด19 ไม่ควรพลาด การตลาดวันละตอนสรุปและเรียบเรียงเนื้อหามาให้คุณได้พร้อมอ่านกันยาวๆ แล้ว
ประเทศไทยและอาเซียนเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการเติบโตอย่างน่าสนใจในแง่ของ Digital Economy หรือเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นอย่างมากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องไม่เคยต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้แม้แต่ปีเดียว และนั่นเองก็ทำให้ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนนี้เต็มไปด้วยโอกาสมากมายบนโลกออนไลน์สำหรับธุรกิจเกิดใหม่และแบรนด์ใหญ่ต่างๆ และนั่นก็ทำให้ภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกทั้งหมด
ก่อนหน้านี้เราเคยสรุปและเรียบเรียงรายงานที่ชื่อว่า Riding the Digital Wave ที่พูดถึงเรื่อง Discovery Generation ของคนไทยและชาวอาเซียนว่าพวกเขามีพฤติกรรมและ Insight เป็นอย่างไร ซึ่งจะทำให้ภาคธุรกิจและแบรนด์ต่างๆ ได้เห็นรูปร่างที่จะเกิดขึ้นของ Digital Economy ของภูมิภาคอาเซียนที่จะกลายเป็นหัวใจสำคัญของภาคเศรษฐกิจทั้งภูมิภาคนี้ครับ
แต่ภาพรวมทั้งหมดที่เคยคาดการณ์ไว้ในตอนแรกอาจจไม่ได้เป็นอย่างที่เคยคาดการณ์ไว้ในตอนนี้ ด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ที่ทำให้เกิดกระแสของคำว่า New Normal และนั่นเองที่พาเรามาสู่รายงานฉบับนี้ที่จะมาดูกันถึง The Next Normal ว่าอะไรกันแน่ที่เกิดขึ้นแล้วจะยังคงอยู่ต่อไป หรือเรื่องใดที่จะกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง 2020 ครับ
6 เทรนด์ Next Normal ของ Digital Consumer ไทยและอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในครึ่งหลังปี 2020 นี้
คนเคยชินกับการช้อปออนไลน์
มีการค้นหาแอปใหม่อยู่ทุกวัน
คิดอย่างถี่ถ้วนก่อนจะใช้เงินทุกครั้ง
ความน่าเชื่อถือของแบรนด์คือหัวใจสำคัญ
สุขภาพและความปลอดภัยคือเรื่องใหญ่
หาความสุขเมื่ออยู่บ้าน
ถ้าพร้อมแล้วเราลองมาเจาะในรายละเอียดทีละหัวข้อของ 6 เทรนด์ Next Normal ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ในช่วงครึ่งปีหลัง 2020 กันครับ
1. Next Normal กับการซื้อของกิน ของใช้ และของสดทางออนไลน์ ทำให้เราค้นพบว่าไม่มีอะไรที่ช้อปออนไลน์ไม่ได้อีกต่อไป
จาก COVID-19 ที่ผ่านมาทำให้นักช้อปออนไลน์ของไทยและอาเซียนกว่า 44% ปรับตัวมาซื้อของกินของใช้ และของสดอาหารแห้งทางออนไลน์จนกลายเป็นเรื่องปกติ และก็อย่างที่บอกว่านี่ไม่ใช่แค่เทรนด์ที่มาแล้วหายไป แต่แม้เราจะเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ New Normal แล้วการช้อปของใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวันก็กลายเป็น Next Normal ที่แท้จริง เพราะจากข้อมูลบอกให้รู้ว่าคนที่เคยช้อปของใช้ทางออนไลน์ในช่วงกักตัวที่ผ่านมากว่า 80% บอกว่าพวกเขาก็จะยังคงช้อปของใช้ในชีวิตประจำวันที่อยู่ในกลุ่ม Groceries ทางออนไลน์ต่อไปนั่นเองครับ
Next Normal ที่จะอยู่กับชีวิตวิถีใหม่คือการซื้อของสดผ่านทางออนไลน์กันมากขึ้น จากเดิมอาจจะซื้อแค่ของใช้ แต่วันนี้การซื้อของกินทางออนไลน์ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เพราะใครๆ ก็ได้ลองแล้วรู้ว่ามันสะดวกสบายเหมือนกัน
2. Next Normal พ่อค้าแม่ขายออนไลน์หน้าใหม่มากมาย และการเปิดใจลองแอปใหม่แบบไม่เคยเป็น
ในช่วงกักตัวเพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด19 ที่ผ่านมา ทำให้ชาวดิจิทัลกว่า 85% ไม่ใช่แค่เปิดใจรับแอปใหม่ แต่ยังค้นหาแอปใหม่ๆ เพื่อมาตอบสนองความต้องการใหม่ New Normal ทั้งความเบื่อและความกลัวไปพร้อมกัน
พฤติกรรมการช้อปแบบเน้นความคุ้มค่านี้กลายเป็น Next Normal หลังโควิด19 ที่ไม่ได้หายไปเมื่อเปิดเมือง ผู้คนมีพฤติกรรมการช้อปออนไลน์ของที่ไม่จำเป็นลดน้อยลง และพวกเขาก็มองหาการซื้อประกันเพิ่มขึ้นจนกลายเป็น New Normal ครับ
5. Next Normal ชีวิตเราบอบบางกว่าที่คาด และธรรมชาติก็ยังฟื้นคืนได้
73% ของคนไทยและชาวอาเซียนกว่าบอกว่าวันนี้พวกเขาใส่ใจและเป็นกังวลเรื่องสุขภาพมากกว่ายุคก่อน New Normal เป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับคนอเมริกาที่ใส่ใจกันเพิ่มขึ้นแค่ 40% เท่านั้น
ในเรื่องของสุขภาพเราจะเห็นชัดเลยว่าจากโควิด19 ที่ผ่านมาทำให้ธุรกิจจำพวกแอปหรือที่เป็นบริษัทสตาร์ทอัพประเภท MedTech อย่าง Telemedicine นั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะคนไม่อยากออกจากบ้านไปเพิ่มความเสี่ยง แต่ก็ยังอยากคุยกับหมอเพื่อลดความกังวลว่าตกลงฉันติดหรือยัง ดังนั้นนี่คือโอกาสใหม่และโอกาสใหญ่ทางภาคธุรกิจ Healthcare ที่ไม่ควรปล่อยผ่านไปให้กลายเป็นแค่ New Normal แต่ควรจะรักษาการเติบโตของตลาดไว้ให้กลายเป็น Next Normal ที่ทำให้คนหันมาหาหมอทางออนไลน์แทน
6. Next Normal จาก Customer-Centric สู่ Home-Centric และการแจ้งเกิดของ Contactless
และจากการที่เราต้องหยุดเชื้ออยู่บ้านนั้นก็ทำให้พบว่าคนไทยและชาวอาเซียนต่างชื่นชอบที่จะ Work From Home เมื่อเวลาผ่านไป แน่นอนว่าแม้ช่วงแรกจะมีทุกลักทุเลบ้าง แต่พอพวกเขาสามารถปรับบ้านให้เข้ากับการทำงานได้ก็พบว่าเริ่มมีหลายบริษัท หรือแม้แต่บริษัทใหญ่ๆ เอาสิ่งนี้มากลายเป็นนโยบายให้ทำงานที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศนั่นเอง
และ Next Normal ที่ตามมาจากการพบว่าอยู่บ้านก็สุขได้คือการพบว่าการใช้เงินแบบ Contactless นั้นสะดวกสบายกว่าที่คิดมาก จากจุดเริ่มต้นคือต้องทำเพื่อความสะอาดปลอดภัยเพราะไม่อยากสัมผัสกับเชื้อโรค กลายเป็นความสะดวกสบายที่พบว่าไม่ต้องคอยพกแบงก์ พกเหรียญให้รำคาญอีกต่อไป ดังนั้นสงครามการแข่งขันกันระหว่าง Mobile Payment ต่างๆ หรือแอปการจ่ายเงินต่างๆ น่าจะยิ่งเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่องแม้โควิด19 จะเริ่มซาไป เพราะการใช้บริการต่างๆ ผ่านแอปไม่ว่าจะช้อปปิ้งหรือสั่งอาหารมาสั่งบ้าน ก็ล้วนแต่เปิดรับการจ่ายเงินด้วยการตัดผ่านบัตร หรือ Gateway ต่างๆ อย่างเต็มตัวครับ
แม้แต่เดิมทีในภูมิภาคอาเซียนนั้นเงินสดจะเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่การจ่ายเงินผ่านมือถือที่ผ่านแอปต่างๆ ก็กำลังเป็นช่วงเวลาทองที่ต้องรีบตักตวงให้คนมาใช้บริการแอปตัวเองมากกว่าคู่แข่งที่มีนับไม่ถ้วนในวันนี้ จากตัวเลขที่พบคือบริษัท GCash ในประเทศฟิลิปปินส์เปิดเผยว่ามีการดาวน์โหลดแอปเพิ่มขึ้นกว่า 30% แค่ในช่วงเดือนมีนาคมเท่านั้น และก็เป็นตัวเลขแค่จากช่องทาง Google Play Store อีกด้วย
สรุป 6 เทรนด์ Next Normal ของผู้บริโภคชาวไทยและอาเซียนในยุคโควิด19 กับช่วงครึ่งหลังของปี 2020 ที่กำลังมา
ดังนั้นสรุปได้ว่า Next Normal ที่จะยังคงอยู่ต่อไปไม้โควิด19 จะเริ่มเบาลงคือผู้คนและบริษัทต่างๆ พบแล้วว่าการ Work From Home หรือ Work From Anywhere นั้นไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพการทำเงินลดลงไป แถมถ้าพนักงานไม่เข้าออฟฟิศก็ยิ่งประหยัดพื้นที่เช่าออฟฟิศเดิมลงไปได้มากมายในแง่ของต้นทุนการดำเนินธุรกิจครับ ยังไม่นับลดต้นทุนการที่ต้องเดินทางไปหาลูกค้า ไม่ว่าจะค่ารถค่าน้ำมัน หรือแม้แต่กระทั่งค่าตั๋วเครื่องบินโรงแรมก็ตาม เพราะเราจะเดินทางไปทำไมในเมื่อเราพบว่าเราสามารถประชุมกันแล้วรู้เรื่องได้ผ่าน ZOOM โดยที่ยังใส่กางเกงนอนด้วยซ้ำ
และ Next Normal ที่ยังคงอยู่ต่อไปก็คือการจ่ายเงินผ่านมือถือหรือที่เรียกว่า Contactless นั่นก็ช่วยลดต้นทุนในการจัดการกับเงินที่ได้มาที่เดิมทีไหนจะต้องเอามานับ เอาไปฝากธนาคาร เสียเวลาทำงานของพนักงานไปโดยใช่เหตุ เมื่อผู้คนเริ่มชินกับการจ่ายเงินผ่านแอปหรือผ่านมือถือกับการซื้อของกินของใช้เล็กๆ น้อยๆ เทรนด์นี้จะยังคงอยู่ต่อไปสิ่งที่นักการตลาดต้องรีบทำคือต้องพร้อมสำหรับการจ่ายเงินด้วยมือถือในทุกแพลตฟอร์มที่ลูกค้าอาจใช้งานครับ
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการที่เราสามารถปรับตัวไปสู่ดิจิทัลได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้แบรนด์เราสามารถเข้าสู่ยุค New Normal ในวันนี้ได้ง่ายขึ้น ในวันที่ผู้คนยังคงต้องรักษาระยะห่างระหว่างกันหรือ Social distancing หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนจาก Customer-Centric สู่ Home-Centric นับจากนี้ และก็การมีปฏิสัมพันธ์กันบนออนไลน์ได้ไม่แพ้ในโลกจริง ทั้งหมดนี้จะผลักดันให้สังคมทั้งหมดก้าวเข้าสู่ Next Normal ที่แท้จริงครับ
แต่นักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจอย่างเราก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไปว่าโลกจะหยุดอยู่แค่ Next Normal ทั้งหมดที่เล่ามา เพราะไม่มีใครรู้ว่าในวันหน้าจะเกิดอะไรที่ Dirsupt โลกทั้งใบและวิถีชีวิตของมนุษยชาติทั้งหมดได้เหมือนกับโควิด19 อีกหรือไม่ ดังนั้นบริษัทหรือแบรนด์ที่จะอยู่รอดต่อไปได้คือการคิดถึงการทำธุรกิจแบบระยะยาว การปรับตัวให้กลายเป็นดิจิทัลที่แท้จริง หรือสามารถส่งมอบคุณค่าในรูปแบบดิจิทัลแทนที่จะเป็นสินค้าหรือบริการสักอย่าง คุณต้องพร้อมที่จะอยู่ในทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ อย่าหวังพึ่งแค่ช่องทางเดียวอีกต่อไปโดยเฉพาะช่องทางหน้าร้านที่ปล่อยให้เป็นเส้นเลือดใหญ่ แต่ถึงวันที่มีอะไรเข้ามาอุดตันเส้นเลือดนั้นก็ทำให้ธุรกิจที่คุณตั้งใจสร้างมาหายจากตลาดไปได้ง่ายๆ
ท้ายที่สุดของบทความ Next Normal หลังโควิด19 จาก Facebook และ Bain & Company คือนักการตลาดอย่างเราจะทำอย่างไรเมื่อผู้คนหันมาใช้ชีวิตในบ้านหรือ Home-Centric มากขึ้น กับพวกเขาเน้นความสะอาดและปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งนั่นหมายถึงการต้องลงทุนอะไรใหม่ๆ และนำไปสู่ Business Strategy ใหม่ ทั้งในแง่ของการบริหารจัดการ และในแง่ของการจัดสรรทรัพยากรเดิมที่มีให้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังนั้น New Normal นั้นอาจจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและใครๆ ก็รู้กันเรียบร้อยแล้ว แต่ Next Normal ต่างหากคือสิ่งสำคัญ หากใครสามารถคาดการณ์ออกว่าอะไรคือสิ่งที่กำลังจะมา อะไรบ้างที่จะยังคงอยู่ต่อไปในอนาคต คุณจะสามารถคว้าโอกาสทางการตลาดในแบบที่คู่แข่งต้องอิจฉาและมองตาเป็นมัน แต่สิ่งที่สำคัญคือสุดคือถ้ามองออกแล้วไม่ Action ทำอะไร ก็เท่ากับปล่อยโอกาสใหม่ให้หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย
เราเห็นแล้วว่าโครงสร้างการคิดและทำธุรกิจแบบเดิมไม่ได้เหมาะกับยุค New Normal และ Next Normal เป็นอย่างมาก เราไม่รู้หรอกครับว่าในวันข้างหน้าจะมีโรคอะไรระบาดออกมาอีกรอบ หรือจะมีอะไรที่ทำให้เราไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์แบบเดิมต่อไปได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมให้ธุรกิจก้าวเข้าสู่การเป็น Digital Transformation นั้นจึงสำคัญ ส่วนตัวผมหวังว่าบทความ 6 Next Normal ของยุคหลังโควิด19 นี้จะพอจุดไอเดียในการทำธุรกิจหรือการตลาดของคุณไม่มากก็น้อยครับ