Meta One เปิดตัวในไทย พร้อม 50+ ฟีเจอร์บน Instagram, Facebook และ WhatsApp เริ่มต้น 27 บาท/เดือน ปลดล็อก AI และฟีเจอร์พิเศษแบบจุใจ

หลังจากที่ Meta ทยอยพัฒนาบริการสมาชิกบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ขยายแนวทางดังกล่าวผ่าน “Meta One” บริการ Subscription ที่สะท้อนให้เห็นชัดขึ้นว่าแพลตฟอร์มโซเชียลกำลังขยับจากการให้บริการพื้นฐานเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านฟีเจอร์เฉพาะทาง AI และเครื่องมือสำหรับผู้ใช้แต่ละกลุ่มโดย Meta One ถูกวางให้ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไป ครีเอเตอร์ ไปจนถึงภาคธุรกิจ และเชื่อมประสบการณ์เหล่านี้เข้ากับ Ecosystem ของ Meta อย่างเป็นระบบมากขึ้น บทความนี้จึงจะพาไปดูว่า Meta กำลังวางบริการ Subscription นี้ไว้อย่างไร และมี ปลดล็อก ฟีเจอร์พิเศษอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกัน

Meta One คือบริการ Subscription รูปแบบใหม่ของ Meta ที่เข้ามาเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ด้วยการ ปลดล็อก ฟีเจอร์ที่ช่วยปรับแต่งและแสดงความเป็นตัวตนได้มากขึ้น พร้อมขยายสิทธิการใช้งาน AI และเพิ่มเครื่องมือระดับมืออาชีพสำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจ โดยแผนบริการถูกออกแบบให้รองรับตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการประสบการณ์เพิ่มเติมจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงกลุ่มที่ใช้แพลตฟอร์มของ Meta สำหรับสร้างคอนเทนต์และดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน การใช้งานหลักบนแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของ Meta รวมถึง Meta AI ยังคงเปิดให้ใช้งานฟรีเช่นเดิม

ปลดล็อก Meta One

ปัจจุบัน Meta กำลังทยอยขยาย Meta One อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แล้วกว่า 50 รายการบน Instagram, Facebook, WhatsApp และ Meta AI พร้อมมียอดสมัครสมาชิกและทดลองใช้งานรวม 15 ล้านครั้ง และยังเตรียมขยายบริการไปยัง Edits แว่นตา AI รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของ Meta ในอนาคต ภาพของ Meta One จึงเริ่มครอบคลุมไปสู่ประสบการณ์สมาชิกที่เชื่อมทั้งการสร้างสรรค์ การใช้ AI และเครื่องมือสำหรับการทำงานไว้ใน Ecosystem เดียว เพื่อเปิดให้ผู้ใช้ทำได้มากขึ้น สร้างได้มากขึ้น และต่อยอดการใช้งานบนแพลตฟอร์มของ Meta ได้เต็มศักยภาพยิ่งกว่าเดิมค่ะ


สำหรับผู้ใช้ทั่วไป Meta เริ่มต้นบริการสมาชิกด้วยแผนแบบแยกรายแอป ได้แก่ Instagram Plus, Facebook Plus และ WhatsApp Plus โดยแต่ละแผนถูกออกแบบให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้ใช้ในแต่ละแพลตฟอร์ม พร้อมเติมฟีเจอร์ที่ทำให้ใช้งานได้คล่องตัวและตอบโจทย์มากขึ้น

  • Instagram Plus เพิ่มตัวเลือกในการปรับแต่งและแสดงตัวตน เช่น ตัวอักษรแบบกำหนดเองสำหรับ Direct Message และ Stories การแจ้งเตือนเมื่อบุคคลที่กำหนดเข้ามาดู รวมถึงการแสดงตัวอย่างข้อความส่วนตัว
  • Facebook Plus เพิ่มตัวเลือกในการปรับแต่ง Messenger ข้อมูลเชิงลึกของ Reels ที่มากขึ้น และขยาย Super Reactions ให้ครอบคลุมทั้ง Reels และโพสต์บนหน้าฟีด
  • WhatsApp Plus เน้นการจัดระเบียบและปรับแต่งประสบการณ์การสนทนา พร้อมเตรียมทดสอบพื้นที่จัดเก็บสำหรับสำรองแชทและสื่อต่าง ๆ รวมถึง Focus Schedules สำหรับกำหนดช่วงเวลาปิดเสียงหรือซ่อนแชท

จากทั้งสามแผนจะเห็นว่า Meta ไม่ได้ใช้ฟีเจอร์ชุดเดียวกับทุกแพลตฟอร์ม แต่เลือกพัฒนาสิทธิสมาชิกให้สอดคล้องกับพฤติกรรมหลักของแต่ละแอป ก่อนจะต่อยอดไปสู่แผนแบบ Bundle สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานหลายแพลตฟอร์มและเข้าถึง AI มากขึ้นค่ะ

บริการสมาชิกบน Instagram

เมื่อใช้มากกว่าหนึ่งแอป ก็มี Bundle ที่รวมทั้งฟีเจอร์และ AI ไว้ด้วยกัน

Meta One ยังขยายจากแผนรายแอปไปสู่บริการแบบ Bundle อย่าง Core และ Premium ซึ่งรวบรวมฟีเจอร์จาก Instagram Plus, Facebook Plus และ WhatsApp Plus เข้ามาไว้ด้วยกัน พร้อมเพิ่มสิทธิการใช้งาน AI บางประเภทที่ต้องใช้ทรัพยากรประมวลผลสูงมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างและตกแต่งภาพ สร้างวิดีโอด้วย Meta AI ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Muse รวมถึงใช้เครื่องมือ AI ภายในแอปอย่าง Restyle บน Instagram ได้มากกว่าการใช้งานพื้นฐาน การวาง Bundle ในลักษณะนี้จึงช่วยให้คนที่ใช้หลายแพลตฟอร์มอยู่แล้วสามารถเข้าถึงทั้งฟีเจอร์ด้านการแสดงตัวตนและเครื่องมือสร้างสรรค์จากหลายแอปได้ในแผนเดียว พร้อมยกระดับการใช้ AI ให้เข้ามาอยู่ในขั้นตอนการสร้างคอนเทนต์มากขึ้นค่ะ

AI กลายเป็นเหตุผลสำคัญของการสมัคร Subscription

แม้ Meta AI จะยังคงเปิดให้ใช้งานทั่วไปได้ฟรี แต่ Core และ Premium ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับคนที่ต้องการใช้ AI และเครื่องมือสร้างสรรค์ในปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งข้อมูลจากช่วงทดสอบระยะแรกของ Meta พบว่า มากกว่าครึ่งของผู้สมัครสมาชิกแผนแบบ Bundle มีการใช้ทั้งฟีเจอร์ AI และฟีเจอร์ด้านการสร้างสรรค์เพื่อแสดงตัวตนควบคู่กัน ขณะที่ Restyle และเอฟเฟกต์เสียงบน Instagram ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจสมัครสมาชิก จึงเห็นได้ว่า AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคอนเทนต์บน Social Media มากขึ้น และสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานได้เต็มศักยภาพมากขึ้น Meta One ก็เข้ามาปลดล็อกพื้นที่ในการสร้างสรรค์ให้ไปได้ไกลกว่าเดิมนั่นเองค่ะ


ต่อยอด Social Media สู่ Workspace สำหรับ Creator และ Business

สำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจ การใช้งาน Social Media ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างคอนเทนต์ ติดตามผลลัพธ์ เพิ่มฐานผู้ติดตาม ไปจนถึงการดูแลลูกค้า Meta One จึงนำเครื่องมือระดับมืออาชีพและ AI เข้ามาเสริมบนแพลตฟอร์มที่ใช้งานอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถจัดการหลายขั้นตอนได้ต่อเนื่องจากบัญชีเดิม โดยไม่ต้องสร้างบัญชีใหม่หรือดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติม

ปลดล็อก Meta One
เพิ่มทางเลือกให้คนเข้าถึงข้อมูลจาก Profile ได้มากขึ้น

จาก Content สู่ Growth พร้อมเชื่อมต่อกับลูกค้าได้มากขึ้น

Meta เพิ่มเครื่องมือที่ช่วยให้ครีเอเตอร์และธุรกิจต่อยอดจากคอนเทนต์ไปสู่การเติบโตได้มากขึ้น ตั้งแต่การปรับโปรไฟล์ให้แสดงเว็บไซต์ สถานที่ตั้ง และความคิดเห็นจากผู้ใช้งานได้ชัดเจนขึ้น การเพิ่มปุ่ม Follow บน Reels ไปจนถึงการส่งคำเชิญติดตามอัตโนมัติให้กับผู้ที่เคยเข้ามามีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ พร้อมเพิ่มสิทธิการใช้งาน Meta Business Agent บน WhatsApp เพื่อช่วยตอบคำถามลูกค้าได้ตลอดทั้งวัน ทำให้ Meta One เข้ามาครอบคลุมทั้งการสร้างตัวตน การเพิ่มฐานผู้ติดตาม และการสื่อสารกับลูกค้าภายใน Ecosystem เดียวกันมากขึ้น

Meta One Advanced รองรับการใส่ลิงก์ในโพสต์และ Reels

Meta เตรียมขยาย AI และ Edits Plus สู่ Creative Workflow ที่ครบขึ้น

Meta ยังเตรียมเพิ่มความสามารถของ AI Agent ให้รองรับงานด้านการตลาด การจัดการธุรกิจ การสร้างคอนเทนต์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น พร้อมนำ Edits Plus เข้ามารวมใน Meta One โดยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบน Cloud เพื่อให้ผู้ใช้สามารถซิงค์และเข้าถึงโปรเจกต์จากหลายอุปกรณ์ รวมถึงเพิ่มสิทธิการใช้งานผู้ช่วยใน Edits ที่สามารถนำข้อมูล Insight จาก Instagram มาช่วยวิเคราะห์และระดมไอเดียสำหรับการสร้างคอนเทนต์ได้มากขึ้น


Meta One เปิดให้ใช้งานแล้วทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดย Meta วางราคาให้ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเพิ่มฟีเจอร์เฉพาะบนแอป ไปจนถึงครีเอเตอร์และธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือระดับมืออาชีพมากขึ้น ซึ่งแต่ละ Plan จะขยับทั้งฟีเจอร์ สิทธิการใช้งาน AI และเครื่องมือสำหรับการทำงานตามระดับของแพ็กเกจ

แผนบริการแบบเดี่ยว แยกรายแอปพลิเคชัน

  • Instagram Plus — 35 บาท/เดือน เพิ่มทางเลือกในการแสดงตัวตน เชื่อมต่อกับเพื่อนได้ใกล้ชิดขึ้น และปรับแต่งประสบการณ์บน Instagram ได้มากกว่าเดิม
  • WhatsApp Plus — 27 บาท/เดือน เพิ่มความสามารถในการจัดระเบียบแชท พร้อมธีม ไอคอน สติกเกอร์เอฟเฟกต์พิเศษ และจำนวนแชทที่ปักหมุดได้มากขึ้น
  • Facebook Plus — 35 บาท/เดือน เพิ่มตัวเลือกในการปรับแต่ง Facebook แบบเฉพาะบุคคล ทั้ง Custom App Icon, Super Hearts และฟีเจอร์อื่น ๆ เพิ่มเติม

แผนบริการแบบรวม สำหรับผู้ใช้ทั่วไปและผู้ที่ใช้งาน AI ระดับโปร

  • Core — 169 บาท/เดือน รวมฟีเจอร์จาก Instagram Plus, WhatsApp Plus และ Facebook Plus พร้อมเพิ่มสิทธิการใช้งาน Restyle บน Instagram เอฟเฟกต์เสียง เครื่องมือสร้างสรรค์ รวมถึงการสร้างภาพและวิดีโอด้วย Meta AI ได้มากขึ้น
  • Premium — 679 บาท/เดือน รวมสิทธิทั้งหมดจาก Core พร้อมเพิ่มสิทธิการใช้งาน Meta AI และเครื่องมือสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของ Meta ในระดับสูงสุดของกลุ่มแผนสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ปลดล็อก Meta One
Meta One Advanced ตั้งเวลา Stories ล่วงหน้าได้สูงสุด 30 วัน

แผนบริการแบบรวม สำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจ

  • Essential — เริ่มต้น 319 บาท/เดือน เน้นการสร้างตัวตนและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ พร้อมเพิ่มสิทธิการใช้งาน Meta Business Agent บน WhatsApp เพื่อช่วยตอบลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเครื่องหมายยืนยันตัวตน ช่องที่ได้รับการยืนยันบน WhatsApp Business และระบบป้องกันการแอบอ้างบัญชีเมื่อผ่านการยืนยันเรียบร้อยแล้ว
  • Advanced — เริ่มต้น 1,099 บาท/เดือน เพิ่ม Professional Tools สำหรับการทำงาน ตั้งแต่การตั้งเวลา Stories ล่วงหน้าสูงสุด 30 วัน การเพิ่มลิงก์ในโพสต์และ Organic Reels การนำข้อมูลวิเคราะห์ออกมาใช้ ข้อมูล Insight ของกลุ่มเป้าหมาย การให้สมาชิกในทีมเข้าถึงบัญชีโดยไม่ต้องแชร์รหัสผ่าน ไปจนถึงจำนวนอุปกรณ์ เครดิต Broadcast Message บน WhatsApp และโควตา Meta Business Agent ที่เพิ่มขึ้น
  • Expert — เริ่มต้น 3,199 บาท/เดือน และ Max — เริ่มต้น 10,990 บาท/เดือน สำหรับธุรกิจและทีมที่ต้องการรองรับการทำงานในสเกลใหญ่ขึ้น พร้อมสิทธิการเข้าถึงฟีเจอร์และโควตาการใช้งาน Meta Business Agent ในระดับที่สูงขึ้น

สรุป Meta One เปิดตัวในไทย พร้อม 50+ ฟีเจอร์บน Instagram, Facebook และ WhatsApp เริ่มต้น 27 บาท/เดือน ปลดล็อก AI และฟีเจอร์พิเศษแบบจุใจ

จากทั้งหมด Meta One จึงเป็นอีกหนึ่งอัปเดตที่น่าจับตาสำหรับคนที่ใช้งานแพลตฟอร์มของ Meta อยู่เป็นประจำ เพราะแต่ละแผนถูกออกแบบมารองรับการใช้งานที่ต่างกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่อยากปรับแต่งประสบการณ์บน Instagram, Facebook หรือ WhatsApp ให้มากขึ้น ผู้ที่ใช้ AI ช่วยสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงครีเอเตอร์และธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือสำหรับเพิ่มผู้ติดตาม จัดการคอนเทนต์ และดูแลลูกค้าได้สะดวกขึ้น

หากฟีเจอร์เหล่านี้ตรงกับงานที่ทำอยู่ ก็อาจเป็นจังหวะที่ดีในการลองสำรวจว่า Plan ไหนช่วยลดขั้นตอนหรือเพิ่มความคล่องตัวให้การใช้งานได้มากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อ Meta ยังมีแผนขยายทั้ง AI, Edits Plus และเครื่องมือสำหรับธุรกิจเข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *