โดยปรับตัวในการทำ PR ร่วมไปกับ GEO ที่แสดงผลใน AI สำหรับ Public RelationSHIFT มีการอ้างอิงและใช้เครื่องมือเมืองนอก แต่เพราะพูดกันคนละบริบท “กลิ่นเนย” จึงต้องจับมาทำในบริบทของไทยร่วมกับทางจุฬา ตั้งต้นจาก Model ในการทำ Research เริ่มจากการหา Reaserch Gap คือมีแต่ของฝรั่ง ที่ไม่ได้มีการทำแบบ Digital First ในไทย มีการใช้เฟรมเวิร์คแบบ PESO หรือ AMEC IEF และขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ในการประยุกต์ใช้ AI กับงาน PR โดยสำรวจทั้งหมด 8 มิติ คือ
Creator สร้าง Quick win แต่เมื่อเป็น Long Term ขึ้นอยู่กับบริบทความสร้างสรรค์
จริยธรรมใน PR ไทยยังพึ่งพาวิจารณญาณส่วนบุคคล โดยไม่พึ่ง Code of Conduct
Paradox 1: Thai Digital PR Paradox – หันมาใช้ช่องทางออนไลน์ แต่ตรรกะเชิงกลยุทธ์ยังไม่เปลี่ยน
สิ่งที่น่าสนใจคือ TOP 3 Social Media Organic ใช้มากสุดถึง 80.2% แต่ Gap แสดงว่าได้ผลดีรึป่าว ต่อมาคือ Press Release ในมุม PR มองว่า Influencer/KOL นั้นช่วยได้มากในด้าน Percieved Effective ดังนั้นยิ่ง GAP น้อยคือยิ่งดี “เปลี่ยนแต่เครื่องมือแต่หลักคิดไม่เปลี่ยน”
ในมุม Media Lanscape ช่องทางทรานิยมมากที่สุดสำหรับ Social Media คือ FBม Tiktok, Website, IG, และ Line (Closed Social) ตามลำดับ แล้วตามมาด้วย Influencer/KOL, Micro Communication, Online News และปิดท้ายด้วย Traditional Media
Paradox 2: Framework-Practice Gap – นักประชาสัมพันธ์ไทยใช้ PESO โดยไม่รู้ชื่อ
โดยขึ้นอยู่กับ Consistency, Transparency, Evidenced Based และ CEO ออกมาพูดเองที่แซง Third Party Endorsement ปิดท้ายด้วย Influencer Credibility ผู้บริโภคปัจจุบันรู้ทัน ซึ่งกลายมาเป็นย้อนแย้งกับอิทธิพลของ Influencer ดังนั้นการทำงานต้องร่วมกันแบบสามัคคี ในขณะที่ Skill Gap ที่ขาดคือ Data, AI, GRO, PESO Model ที่ต้องรีบมาเติมเต็ม
ภาพรวมองค์กรที่มีไกดไลน์ของ PR มีเพียง 29.4% ส่วนใหญ่จะเป็นจริยธรรมส่วนบุคคล ไม่ใช่สำหรับทั้งองค์กร การไม่มี Guideline ไม่ได้แปลว่าไมมีจริยธรรม แต่ขึ้นอยู่กับบริบท สำหรับการใช้ AI ในงาน PR พบว่าสามอันดับแรกคือ แปลภาษา ร่างเนื้อหา และสรุปรายงาน ตามลำดับ ส่วนในอนาคตอยากให้ใช้ AI เพื่ออะไร คือ Social Listening ทำ Dashboard และ Sentiment Analysis ในขณะที่ความกังวลในการใช้ AI ของชาว PR มีดังนี้ คือ 62.2% ความถูกต้องและแม่นยำจากข้อมูลที่อาจจะหลอนมาจาก AI 37.8% ความเป็นส่วนตัว และ 32.4% สูญเสียความเป็นมนุษย์ สำหรับความกลัวในการโดน AI แย่งงานมุม PR ยังต่ำอยู่เพียง 12.6% เท่านั้น
“AI หนักศาสตร์ ยังต้องการศิลป์จากความเป็นมนุษย์”
จึงสรุปออกมาเป็น 4 เทรนด์ไว้ดังนี้
Earned + Influencer Hybrid Model – Press Release ผสาน Influencer / KOL จะกลายเป็น มาตรฐานใหม่ และ Earned Media ยังจําเป็น แต่ต้องมี Distribution whu Creator องค์กรควรสร้าง Hybrid Newsroom + Creator Network
Al-Powered Social Listening จะเป็น Standard – Unmet Need สูงสุด (46.8%) — AI Tools two Social Listening / Sentiment / Reporting จะเติบโตเร็วที่สุดในปี 2027 ลงทุน AI ในงานวัดผลก่อนคู่แข่ง