แถมอัตราการเติบโตของ Food Delivery อย่าง LINE MAN เองก็ยังโตมากกว่า 50% ไม่ได้ตกลงไปเท่าเดิมในช่วงก่อนโควิด นั่นบอกให้รู้ว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยเรียนรู้แล้วว่าการสั่งอาหารผ่านแอปต่างๆ นั้นสะดวกสบายเพียงใด ดังนั้นคำถามสำคัญที่เจ้าของธุรกิจร้านอาหารทั้งหลายต้องถามตัวเองคือ ร้านเรา Delivery ยังโตในสัดส่วนเท่ากับค่าเฉลี่ยนี้อยู่มั้ย ถ้าโตกว่าถือว่าดี แต่ถ้าต่ำกว่านี้ต้องรีบปรับปรุงแล้วครับ
LINE MAN Food Delivery เจ้าเดียวที่ใช้ 2 Business Model
ข้อดีของการที่เอาร้านเข้าร่วมในแพลตฟอร์ม LINE MAN Food Delivery คือสามารถเลือกได้ว่าจะเอา GP Model หรือไม่ ถ้าไม่ชอบเสียค่า GP ให้ใครก็เลือกเข้าร่วมแบบไม่ต้องจ่ายค่า GP ก็ได้ไม่มีใครบังคับ
แต่ถ้าอยากได้ลูกค้ามากขึ้น ให้ลูกค้าเห็นง่ายขึ้น รวมไปถึงมีค่าส่งที่ถูกลงเพื่อทำให้ลูกค้าสั่งเร็วกว่าร้านอื่น ก็แค่เข้า GP Model 30% กับทาง LINE MAN เท่านั้นเอง
ส่วนตัวผมคิดว่าก็แฟร์ๆ ดีสำหรับทุกฝ่าย ถ้าไม่ชอบ GP ก็ไม่ต้องเลือกเพราะไม่มีใครบังคับ แต่ถ้าอยากให้ลูกค้าสั่งง่ายขึ้นก็แค่เลือก GP Model เพราะทาง LINE MAN เขาก็ต้องเอาไปชดเชยรายได้ที่หายไปจากค่าส่งที่ลูกค้าจ่ายน้อยลงนั่นเองครับ
และทาง LINE MAN Wongnai ก็เผย 4Ds Model ที่ธุรกิจร้านอาหารต้องเอาไปประยุกต์ใช้เป็นไกด์ทางรอดของร้านดังนี้ครับ
4Ds Model for Restaurant Business After COVID-19
ลองมาทำความเข้าใจทีละ D จาก Wongnai กันนะครับสำคัญต่อธุรกิจร้านอาหารในยุคหลังโควิดอย่างไรบ้าง
เดิมทีร้านอาหารมักเก็บ Data แบบกระจัดกระจาย และนั่นก็มักเป็นอุปสรรคที่ทำให้การจะเอา Data ทั้งหมดที่มีมาวิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจภาพรวมเป็นไปได้ยากจนท้อแล้วก็เลิกทำไปในที่สุด
ดังนั้นถ้าเราสามารถเอา Data ทั้งหมดมารวมกันไว้ในที่เดียวแล้วเอาไปวิเคราะห์ต่อได้ง่าย ก็จะทำให้ธุรกิจร้านอาหารทั้งหลายรู้ว่าจุดอ่อนหรือจุดแข็งของตัวเองอยู่ตรงไหน แล้วก็จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและถูกจุด หรือจะเสริมจุดแข็งก็ทำได้อย่างถูกต้องเช่นกัน
Do Inventory เพราะการลดต้นทุนคือการทำกำไรที่ง่ายที่สุด
และนั่นก็เลยทำให้ Wongnai เปิดตัว Total Restaurant Solution เครื่องมือสำหรับร้านอาหารในยุค New Normal หลังโควิด และที่สำคัญคือเป็นการสร้าง Ecosystem ของ LINE MAN Wongnai ให้แข็งแรงยิ่งขึ้นจนยากที่ธุรกิจอื่นจะมาเจาะเอาลูกค้าไปได้ง่ายๆ
Wongnai Ecosystem จากหน้าร้านสู่หน้าแอป จากหน้าแอปสู่อาหารในมือลูกค้า และก็วนกลับมาเป็น Data ให้หน้าร้านอีกครั้ง
เพราะวันนี้ LINE MAN Wongnai บอกว่าต่อไปนี้ร้านไหนอยากเปิดร้านอาหารทางออนไลน์กับแพลตฟอร์ม LINE MAN ก็ง่ายๆ แค่เข้าไปกดสร้างร้านค้าและอัปรูปภาพเมนูอาหารพร้อมรายละเอียดราคาด้วยตัวเองได้เลย
ทันทีที่อัปเสร็จปุ๊บร้านของคุณก็จะไปปรากฏใน Wongnai และ LINE MAN ทันที นั่นก็หมายความว่าลูกค้าพร้อมสั่งร้านคุณได้ทันทีถ้าคุณเอาไปโปรโมตให้ลูกค้ารู้ว่าร้านคุณสั่งผ่าน LINE MAN ได้แล้วนะ
แถมระบบการบริหารจัดการร้านอาหารของ Wongnai เองก็ยังควบรวมไปถึงการทำระบบสมาชิกลูกค้าไม่ว่าจะสะสมแต้มแบบ Loyalty Program หรือ CRM ก็ตาม จากเดิมที่เคยต้องกระจัดกระจายไปใช้แอปอื่นในการสะสมแต้ม มาวันนี้ทุกอย่างครบจบในระบบเดียวครับ
อีกข้อนึงที่ผมชอบของระบบบริหารจัดการร้านอาหารในยุค New Normal ของ Wongnai นี้ก็คือต่อไปนี้เจ้าของร้านหรือคนที่เกี่ยวข้องสามารถดูข้อมูลยอดขายรายวันได้ผ่าน LINE ไม่ต้องเปิดคอมดู Excel ใดๆ ให้วุ่นวาย ก็ไหนๆ คนไทยก็ติด LINE กันทุกคนอยู่แล้วหนิ
และท้ายสุดของงานในวันนี้ที่เป็นพระเอกของเรื่องก็คือพวกเขาเปิดตัวเครื่องมือการเก็บ Data สำหรับธุรกิจร้านอาหารให้เป็นเรื่องง่ายด้วย Wongnai POS by FoodStory ครับ
Wongnai POS by FoodStory รวมทุก Data ในร้านอาหารที่เคยกระจายไว้ในที่เดียว
เครื่อง POS หรือ Point of Sale นี่แหละครับคือหัวใจสำคัญของทั้งหมด ซึ่งทาง Wongnai ออกแบบมาให้ดูสวยงามน่าใช้ มีหน้าจอสองด้าน ที่สำคัญคือเขาบอกเจ้าของร้านไม่ต้องซื้อในราคาแพงหลายหมื่น แต่สามารถเลือกจ่ายเป็นรายเดือนเริ่มต้นที่ 650 บาทต่อเดือนในสัญญาการใช้ 1 ปีครับ
เจ้าเครื่องนี้ทำให้การเก็บ Data ในร้านอาหารที่นับว่าเป็น Small Data มากมายมาไว้ในที่เดียวและเปลี่ยนให้ Smart ทำให้เจ้าของร้านได้เห็นภาพรวมที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน หรือแม้แต่จะแยกดูข้อมูลการขายของแต่ละสาขาเพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อว่าสาขานี้ควรจะเพิ่มสินค้าหรือบริการอะไรเข้าไป
เพราะถ้าเราไม่เอาข้อมูลมาดูและวิเคราะห์เราก็จะยังคงเดินหน้าทำธุรกิจแบบไม่รู้ว่ากำลังไปในทิศทางไหน แต่ถ้าคุณรู้จักแบ่งเวลามาดู Data และวิเคราะห์มันสักหน่อยการเดินหน้าของคุณก็จะไปได้ถูกทิศและทำให้ธุรกิจก้าวหน้าจริงๆ ไม่ใช่เดินวนอยู่กับที่เหมือนที่เคยเป็นมาครับ
เพราะ Small Data เมื่อนำมารวมกันก็ทำให้ธุรกิจโตแบบ Smart ได้
ธุรกิจเล็กๆ มักคิดว่า Data เป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว Data เป็นเรื่องที่อยู่รอบตัวและอยู่ในตัวเราทุกคนในทุกวันไปแล้วครับ การสั่งอาหารทางออนไลน์ก็เป็นการสร้าง Data ขึ้นมา หรือการที่ลูกค้าเดินเข้ามาเพื่อสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มอะไรบางอย่างเจ้าของธุรกิจที่ฉลาดต้องไม่รับแค่เงินแต่ต้องรับเอา Data ลูกค้าแต่ละคนมาต่อยอดด้วยครับ
เพราะถ้าเราเอา Transaction Data มาวิเคราะห์ดีๆ เราจะรู้ได้เลยว่าเราต้องปรับ Business Strategy ของร้านไปในทิศทางไหน ถ้าร้านนี้ขายเมนูร้อนดีเราควรเพิ่มเมนูเย็นหรือเค้กที่กินคู่กับเมนูร้อนมากขึ้นกันแน่ แล้วถ้าอีกสาขานึงเมนูปั่นกลับขายดีมากแต่ไม่เคยขายเมนูร้อนได้เลย เรายังจะต้องสต็อกวัตถุดิบในการทำเมนูร้อนไว้ให้เปลืองต้นทุนอยู่หรือเปล่า?
ทั้งหมดนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยถ้าเราไม่เอา Data ที่มีมาวิเคราะห์ แต่การจะวิเคราะห์ Data ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีเครื่องมือในการเก็บหรือ Collect Data ทั้งหมดมาไว้ในที่ๆ เราเข้าถึงและใช้งานได้ง่ายครับ
ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นโอกาศจากเครื่อง Wongnai POS นี้คือเราสามารถ Export Data ทั้งหมดออกมาเป็น Excel ได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าถ้าร้านไหนพอจะมีทุนในการทำ Data Analytics เพิ่มอีกหน่อย(หลักแสนก็ทำได้แล้ว) ก็จะเข้าใจพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าหรือแม้แต่ความต่างของลูกค้าในแต่ละสาขาได้ไม่ยากเลย
ดังนั้นในยุค Data แบบนี้ผมไม่อยากให้คุณปล่อย Data ที่ควรจะเป็นของคุณหลุดลอยไหลไปตามอากาศ รีบหาวิธีในการเก็บมา และก็ต้องอย่าลืมหาเวลาในการวิเคราะห์ด้วยนะครับ
สุดท้ายนี้ถ้าร้านอาหารไหนที่สนใจการเอา Data ที่มีมาวิเคราะห์แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เข้ามาปรึกษาได้ที่เพจการตลาดวันละตอน หรืออีเมลมาคุยกันที่ [email protected] ได้ครับ