บทความสรุปรายงาน Think Forward 2023 จาก We Are Social ตอนที่ 2 มาแล้วครับ กับการวิเคราะห์เจาะลึก Social Behavior Insight 2023 ในตอนนี้จะเป็นการพูดถึงหัวข้อ Collapsing Narratives หรือการร่วมสร้างคอนเทนต์ใหม่ในแบบของ Gen Z ซึ่งบอกเลยว่าจะเป็นการเปลี่ยนวิธีคิด Content Marketing และวิธีการทำ Storytelling แบบเดิมที่เคยรู้จักมาแทบจะทั้งหมดเลย
เมื่อการเล่าเรื่องไม่ได้มีสูตรสำเร็จว่าต้องเริ่มและจบในที่เดียวแบบวันวาน เมื่อการเล่าเรื่องไม่จำเป็นว่าจะต้องดูจบแล้วเข้าใจทั้งหมดในครั้งเดียว เมื่อเรื่องราวที่เป็นกระแสวันนี้ถูกคนรุ่นใหม่ Gen Z ร่วมกันช่วยกันสร้างโดยไม่ต้องรู้จักกัน เมื่อพวกเขาชอบที่จะไปค้นหาบริบทเบื้องหลังคอนเทนต์ที่กำลังเป็นกระแสไวรัลต่างๆ ด้วยตัวเองมากกว่าจะดูแล้วเข้าใจทั้งหมดด้วยตัวเองตามแบบฉบับนักการตลาดยุคเก่าที่เคยทำๆ กันมา
เมื่อเรื่องราวจากข่าวหรือคอนเทนต์ที่ดังในวันนี้ พอลองศึกษาดูให้ดีกลับพบว่ามันคือการหยิบของเก่าจาก Gen X ในอดีตมาปัดฝุ่นเล่าใหม่หรือต่อยอดกินบุญเก่าจากของเดิมจำนวนมาก ถ้าพร้อมแล้วเรามาเข้าใจการสร้างและทำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียต่างๆ ในแบบของ Gen Z กัน ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อวิธีการทำ Content Marketing และ Storytelling ในปี 2023 ครับ
Social Behavior Insight 2023 ข้อ 2 Collapsing Narratives ขอ Gen Z มีส่วนร่วมด้วยตัวเอง
Storytelling หรือการเล่าเรื่องราวในวันนี้ไม่สำคัญว่าเราจะเริ่มเล่ามันจากจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดหรือไม่ และคนรุ่นใหม่ Gen Z ก็ยิ่งไม่สนใจเข้าไปใหญ่ ขอแค่เรื่องนั้นมีความน่าสนใจ เดี๋ยวพวกเขาก็จะไปหาส่วนต้นของเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวเอง (อ่าน Social Behavior Insight 2023 ข้อ 1)
ตัวอย่างที่รายงาน Think Forward 2023 ของ We Are Social อ้างอิงคือการเกิดขึ้นของย่านใหม่ในนิวยอร์กที่ชื่อว่า Dime Square ย่านที่แรกเริ่มไม่มีอยู่จริง แต่กลับเกิดขึ้นมาจริงๆ จากพลังของ ซีรีส์ Social media และ Influencer
จากเดิม Social media Algorithm จะคอยพยายามแนะนำคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของเราให้ แต่พอเจอพลังการสร้างคอนเทนต์ของติ่งในสิ่งต่างๆ เข้าไป กลายเป็นการเปิดโลก Algorithm ไปพร้อมกัน
แถมยังพาผู้คนเดินทางข้ามแพลตฟอร์มให้ต้องสืบเสาะหาที่มาที่ไปความปังของคอนเทนต์นั้น เดี๋ยวเราจะไปดูกันว่าคอนเทนต์ของ Gen Z วันนี้สามารถอยู่ข้ามแพลตฟอร์มแบบไม่ใช่แค่ Copy & Paste ได้อย่างไรครับ
หมดยุค Algorithm แบบ Social Graph สู่ยุค Interest-based
ตัวอย่างจาก North West ลูกสาว Kayne West ศิลปินชื่อดังก้องโลก เคยโพสรูปที่ใส่เสื้อแจ็คเก็ตเหมือนพ่อสมัยขึ้นรับรางวัลปี 2008 จนกลายเป็นไวรัลช่วงหนึ่ง จากจุดเริ่มต้นโพสรูปเสื้อที่สวย ไปสู่การค้นเจอว่าคือเสื้อแบบเดียวกับสมัยที่พ่อเคยใส่รับรางวัล แม้ระยะเวลาจะห่างกันมากจน Gen Z ไม่ทันจะทันข่าวสารวันนั้นได้ แต่ด้วยความดังของมันก็ทำให้คนค้นเจอความน่าสนใจเบื้องหลัง กลายเป็นดีสองเท่าได้กระแสในแง่บวกสบายๆ
และจากรายงานอีกแหล่งก็บอกว่า บรรดาเกมที่ขายดีกว่า 9 ใน 10 มาจากเกมที่ทำต่อเนื่องมายาวนานหลายสิบปี ทั้ง FIFA 23, NBA 2K23 , NHL 23 หรือ Call of Duty อันนี้ก็เก่าแก่มาก หรือแม้แต่ Mario เองก็ตาม ดูเหมือนว่าเกมยอดนิยมในวันนี้จะไม่ได้เป็นเกมใหม่แต่อย่างไร ดูเหมือนจะเป็นเกมที่กินบุญเก่ามาเรื่อยๆ ครับ
ในแง่นึงก็ดูเหมือน Content Creator ยุคใหม่จะสร้างอะไรใหม่ให้ดังดูจะเป็นเรื่องยากมาก ดูเหมือนเราจะอยู่ในยุคที่เอาของเก่ากลับมาปัดฝุ่นขายใหม่ได้เรื่อยๆ เพราะอะไรที่ดูเก่าของ Gen X กลับดูใหม่และน่าสนใจในสายตาคนรุ่นใหม่ Gen Z ไม่น้อยครับ
Coach is not so secretly sleeping with a player, making the entire team feel awkward, but esp the qb who is friends with the coach’s wife. Also the wr w/ domestic abuse allegations the coach claims he cut for qb’s sake posts video proving he actually requested a trade.
คนรุ่นใหม่ Gen Z ไม่ได้ชอบเรื่องราวที่เรียบง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะมันน่าเบื่อไม่เร้าใจ ผู้คนอยากได้เรื่องราวน่าตื่นเต้นในรูปแบบใหม่ๆ ต้องการความท้าทายในการเข้าในบริบทเบื้องหลังเรื่องราว หรือแม้แต่ปะติปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยตัวเอง
1. LA Chargers เปิดตัวฤดูกาลใหม่ด้วย 1 คลิป สิบ Anime
เมื่อทีม American Football ชื่อดังอย่าง Los Angeles Chargers ได้เปิดตัวตารางการแข่งขันปีหน้า พวกเขาไม่ได้ทำการโปรโมตหรือสื่อสารที่เน้นหนักไปยังแฟนอเมริกันฟุตบอลแบบเดิมๆ แต่พวกเขากลับทำออกมาในรูปแบบ Music Video จับกลุ่ม Anime Manga ชื่อดังมากมาย
FacebookFacebookXXLINELineเพราะจากตัวเลขที่คนอ้างกันจนติดปากว่า ลดตัวเลือกจาก 24 เหลือ 6 แล้วยอดขายพุ่งขึ้น 10 เท่า ทำให้ผมต้องกลับไปเปิดตัวงานวิจัยต้นฉบับอ่านอีกรอบ แล้วก็เจอว่าเรื่องนี้มีอะไรที่ไม่มีใครเล่าต่อกันเยอะมากครับ เพราะหลายครั้งเมื่อถูกถามถึงเรื่องนี้เวลาไปพูดเรื่อง Marketing ตามงานต่างๆ ว่า ตกลงเราควรมีสินค้าให้ลูกค้าเลือกเยอะหรือน้อยดี ซึ่งคนถามมักจะมีคำตอบในใจอยู่แล้วว่า น้อยดีกว่า เพราะเคยได้ยินเรื่องแยมมา แต่รู้มั้ยครับว่าตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา วงการวิชาการเถียงเรื่องนี้กันจนแทบพลิกข้อสรุปเดิมไปแล้ว และคำตอบที่แท้จริงมีประโยชน์กับเรามากกว่าคำว่า เยอะดีหรือน้อยดี ไปมาก บทความนี้ผมเลยอยากชวนเพื่อนๆ นักการตลาดมาถอดรหัสว่า Paradox of Choice ตัวจริงคืออะไร ทำไมงานวิจัยรุ่นหลังถึงทำซ้ำแล้วไม่เจอผลเหมือนเดิม และเราจะเอาข้อสรุปเวอร์ชันล่าสุดไปออกแบบทางเลือกให้ลูกค้าอย่างไรได้บ้าง The Jam Study จุดกำเนิดของ Paradox of Choice ที่ทุกคนอ้างแต่ไม่ค่อยมีใครอ่านตัวเต็ม ต้นทางของเรื่องทั้งหมดคืองานวิจัยชื่อ When Choice Is Demotivating: Can One Desire Too Much of a Good Thing? […]