ทุกวันนี้ถ้าเราลองไถฟีดโซเชียลหรือเข้าไปช้อปปิ้งออนไลน์ เชื่อไหมคะว่าเกือบทุกการคลิกเบื้องหลังมี AI ทำงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำสินค้าที่ตรงใจเกินคาด หรือคอนเทนต์ที่ดูเหมือนรู้ใจเราสุด ๆ จนบางทีก็อดขนลุกไม่ได้เลยว่า “นี่มันอ่านใจเราอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”
ล่าสุดที่งาน PRCA Thailand Conference 2025 ที่สยามพารากอน ก็มีการเปิดผลสำรวจครั้งใหญ่เกี่ยวกับมุมมองของคนไทยต่อ AI ซึ่งทำโดย YouGov ร่วมกับ PRCA Asia Pacific ฟังแล้วบอกเลยว่ามีข้อมูลที่นักการตลาดและผู้บริหารห้ามพลาดค่ะ เพราะมันสะท้อนทั้งความพร้อม โอกาส และความคาดหวังที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ในยุค AI
AI = ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแล้วจริง ๆ
งานศึกษานี้สำรวจความคิดเห็นของคนไทยกว่า 2,000 คน โดย YouGov และ PRCA Asia Pacific ครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย ทุกภูมิหลัง เพื่อดูว่าคนไทยคิดยังไงกับ AI และอยากให้มันถูกใช้ในชีวิตประจำวันแบบไหน ผลที่ได้บอกเลยว่าน่าสนใจมากค่ะ
เกือบ 3 ใน 4 ของคนไทย ยอมรับว่าตัวเองใช้ AI อยู่แล้ว และถ้ามองที่ Gen Z ตัวเลขยิ่งแรงขึ้นไปอีกถึง 86% เรียกได้ว่าขึ้นหายใจพร้อม AI เลยก็ว่าได้ ซึ่งการใช้งานครอบคลุมตั้งแต่โซเชียลมีเดีย การศึกษา งานสร้างสรรค์ ไปจนถึงการค้นหาข้อมูล
ถ้ามองไปที่เครื่องมือ Generative AI ที่คนใช้จริง ๆ ก็เห็นภาพชัดเลยค่ะว่า
ChatGPT ครองแชมป์ผู้ใช้สูงสุดที่ 74%
Gemini ตามมาที่ 49%
Microsoft Copilot อยู่ที่ 14.9% (เน้นกลุ่มองค์กรเป็นหลัก เลยไม่แมสในวงกว้างเท่าไหร่)
คนไทยกับมุมมองต่อ AI
ภาพรวมของคนไทยกับมุมมองต่อ AI คือเชิงบวกค่ะ เกือบครึ่ง (48%) บอกว่ามีทัศนคติที่ดีต่อ AI และมากกว่าสามในสี่ยังบอกว่าอยากเห็นผู้เชี่ยวชาญในสายงานต่าง ๆ นำ AI มาใช้จริงจัง สะท้อนว่า คนไทยไม่ได้ต่อต้าน AI แต่กลับคาดหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ามันจะช่วยพัฒนาชีวิตและงานได้จริง
แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีราว 12% ที่กังวล โดยเฉพาะเมื่อ AI ไปผูกกับ Search Engine หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพราะนั่นคือพื้นที่ที่กระทบต่อการตัดสินใจซื้อและความเป็นส่วนตัวโดยตรง
โปร่งใส คือกุญแจของความเชื่อใจ
แม้คนไทยจะเปิดรับ AI แต่สิ่งที่เขา “จับตา” จริง ๆ คือเรื่องความโปร่งใส
92% ของคนไทย ต้องการให้บริษัทเปิดเผยว่าใช้ AI ตรงไหน
86% บอกว่าจะเชื่อใจแบรนด์เท่าเดิมหรือมากขึ้น ถ้าแบรนด์พูดเรื่อง AI แบบตรงไปตรงมา
ความกระตือรือร้นของคนไทยต่อ AI ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเรียนรู้ของตัวเองเท่านั้นนะคะ แต่ยังสะท้อนความคาดหวังไปถึงภาครัฐด้วย เพราะเมื่อ AI กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนชีวิตประจำวันและธุรกิจแบบเต็มตัว คนไทยก็อยากเห็น “กติกา” ที่ชัดเจนและมั่นใจได้ว่ามันจะถูกใช้ในทางที่รับผิดชอบ
เมื่อผลสำรวจฟ้องชัดว่า คนไทยทั้งเปิดรับ AI และคาดหวังเรื่องความโปร่งใสในเวลาเดียวกัน คำถามที่นักการตลาดและผู้บริหารต้องคิดต่อคือ แล้วเราควรขยับตัวอย่างไรให้ไม่ตกขบวน และยังสร้างแต้มบวกให้แบรนด์ไปพร้อมกัน? โอปอสรุปหัวใจสำคัญได้ 5 ข้อค่ะ
1. Transparency Now โปร่งใสแบบไม่ต้องรอ
เริ่มจากการเล่าให้ชัดว่าใช้ AI ตรงไหน เช่น chatbot ที่ตอบลูกค้าอยู่เบื้องหลังมี AI ช่วย หรือระบบ recommendation ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรม เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์ไม่ได้ซ่อนอะไร การบอกตรง ๆ แบบนี้จะสร้างความสบายใจทันที และเป็นจุดเริ่มต้นของความไว้ใจ
2. Human Touch + AI = คู่หูที่เติมเต็ม ไม่ใช่แทนที่
ผู้บริโภคยังอยากได้ “เสียงจริง” ของมนุษย์ การใช้ AI ที่ดีจึงไม่ใช่การแทนที่ แต่เป็นการเสริมความคิดสร้างสรรค์และลดภาระงานซ้ำซาก เพื่อให้แบรนด์ยังคงมีโทนเสียงและอัตลักษณ์ที่เป็นของตัวเอง
3. AI Educator แบรนด์ในบทบาทครู AI
เมื่อคนไทยกว่า 40% อยากเรียนรู้ AI ผ่าน workshop และอีกเกือบครึ่งอยากเรียนจาก influencer หรือคอร์สออนไลน์ นี่คือโอกาสทองของแบรนด์ที่ลุกขึ้นมาสอน ทำให้ AI เข้าใจง่าย จะถูกยกให้เป็น Thought Leader และได้แต้มบวกเกินกว่าแค่ขายสินค้า
AI image generated by Shutterstock (Prompt : cinematic shot of a friendly instructor explaining AI in a simple and easy-to-understand way, using colorful diagrams on a whiteboard, casual classroom setting, students smiling and engaged, soft cinematic lighting –ar 16:9)