Insight นักช้อปออนไลน์ 2026 จากดาต้า Lazada ครึ่งปีแรก Wellness โต 75% LazMall โต 6 เท่า แบรนด์นอกโต 210% LazzieChat ดัน Conversion 60% นักช้อป 1 ใน 9 คุย AI

9 Insight นักช้อปออนไลน์ 2026 ที่นักการตลาดต้องรู้ จากดาต้าครึ่งปีแรกของ Lazada

ยอดค้นหาคำว่า “สกุชชี่” บน Lazada พุ่งทะลุ 30,000 ครั้งจนติดท็อปเทรนด์ช่วงแคมเปญ 6.6 ที่ผ่านมาครับ เพราะจากตัวเลขนี้ทำให้ผมต้องหยุดคิดว่า อะไรทำให้ของเล่นบีบคลายเครียดชิ้นเล็กๆ กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่นักช้อปไทยตามหามากที่สุดในแคมเปญใหญ่ระดับประเทศ และในฐานะคนที่ทำ Social Listening เป็นงานประจำ ผมพบว่าเสียงของผู้บริโภคบนโซเชียลช่วงครึ่งปีแรกก็สะท้อนภาพเดียวกัน คือคนไม่ได้ช้อปเพราะอยากได้ของ แต่ช้อปเพราะอยากได้ความรู้สึกบางอย่างกลับมา

ทีนี้ลองนึกถึงตัวเองดูครับ เราต่างก็เคยกดสั่งของชิ้นเล็กๆ ปลอบใจตัวเองหลังวันทำงานหนัก เคยเปิดรีวิวหลายเจ้าเทียบกันก่อนยอมจ่ายของแพงสักชิ้น หรือเคยพิมพ์ถามแชทบอทของแพลตฟอร์มว่าโค้ดส่วนลดอยู่ตรงไหน พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะล่าสุด ข้อมูลจาก Lazada ประเทศไทย เพิ่งสรุปพฤติกรรมนักช้อปครึ่งแรกของปี 2026 ออกมาเป็น 3 เทรนด์ใหญ่ คือ ช้อปฮีลใจ ยอมเปย์ซื้อความชัวร์ และคุย AI ก่อนตัดสินใจ ภายใต้ธีมที่ Lazada เรียกว่า Confidence Commerce

บทความนี้ผมเลยอยากชวนเพื่อนๆ นักการตลาดมาถอดข้อมูลชุดนี้ออกเป็น 9 Insight นักช้อปออนไลน์ที่จับต้องได้ พร้อมมุมที่แต่ละธุรกิจเอาไปปรับใช้กับครึ่งปีหลัง 2026 ได้เลยครับ

  1. Comfort Zone Economy คนซื้อความสบายใจ ไม่ใช่แค่สินค้า
  2. Self-Care Surge สุขภาพกายใจคือหมวดที่โตแรงสุดในแคมเปญ 6.6
  3. Squishy Comeback ไอเทมคลายเครียดกลับมาครองเทรนด์ค้นหา
  4. Quality over Price ตลาดที่โตเร็วที่สุดใน SEA ไม่ได้โตด้วยของถูก
  5. Trust Premium ร้านทางการโตเร็วกว่าทั้งแพลตฟอร์มหนึ่งเท่าตัว
  6. Global Brand Openness นักช้อปไทยเปิดใจให้แบรนด์นอกมากขึ้น
  7. AI-Assisted Conversion ผู้ช่วย AI ไม่ได้แค่ตอบแชท แต่ช่วยปิดการขาย
  8. Chat-First Habit นักช้อป 1 ใน 9 คุยกับ AI เป็นเรื่องปกติ
  9. Fortune-Driven Engagement ดูดวงคือประตูสู่บทสนทนาของสายมู

Healing Basket ช้อปฮีลใจ เมื่อตะกร้าสินค้ากลายเป็นพื้นที่เยียวยาใจ

เทรนด์แรกจากข้อมูลของ Lazada คือนักช้อปไทยหันมาซื้อสินค้าเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ Comfort Zone ให้ตัวเอง สะท้อนผ่านยอดคูปองดิจิทัลกลุ่ม Wellness ที่โต 75% อุปกรณ์ออกกำลังกายที่โต 5 เท่า และอาหารเสริมที่โตถึง 10 เท่าในช่วงแคมเปญ 6.6 ครับ นี่คือ 3 Insight แรกที่ซ่อนอยู่ในเทรนด์นี้

1. Comfort Zone Economy คนซื้อความสบายใจ ไม่ใช่แค่สินค้า

รายงาน Global Consumer Trends 2026 ของ Euromonitor ระบุว่า 58% ของผู้บริโภคทั่วโลกเผชิญความเครียดระดับปานกลางถึงสูงทุกวัน จน Euromonitor ยกให้ Comfort Zone เป็นหนึ่งในเทรนด์ผู้บริโภคแห่งปีเลยครับ ฝั่งไทยก็เห็นภาพเดียวกันจากคูปองดิจิทัลกลุ่ม Wellness บิวตี้ สุขภาพและสปา ที่โตขึ้น 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ข้อมูลจาก Lazada) นั่นหมายความว่าสิ่งที่ลูกค้าจ่ายเงินซื้อจริงๆ คือความรู้สึกว่าได้ดูแลตัวเองแล้ว

ลองนึกภาพแบรนด์สปาที่เปลี่ยนวิธีเขียนหน้าขายจากลิสต์สรรพคุณ มาเป็นการบอกว่าคอร์สนี้คือรางวัลของคนที่ผ่านเดือนอันหนักหน่วงมาได้ ข้อความแบบหลังตรงกับเหตุผลที่คนกดซื้อมากกว่าครับ

2. Self-Care Surge สุขภาพกายใจคือหมวดที่โตแรงสุดในแคมเปญ 6.6

ในช่วงแคมเปญ 6.6 กลุ่มอุปกรณ์ออกกำลังกายมียอดสั่งซื้อมากกว่าช่วงปกติถึง 5 เท่า ส่วนหมวดอาหารเสริมโตถึง 10 เท่า (ข้อมูลจาก Lazada) ตัวเลขนี้บอกเราว่าช่วง Mega Campaign ไม่ได้เป็นแค่จังหวะกวาดของถูกเข้าบ้านอีกต่อไป แต่เป็นจังหวะที่คนตัดสินใจลงทุนกับสุขภาพตัวเองแบบจริงจัง เพราะรู้สึกว่าคุ้มที่สุด

แบรนด์ในหมวดสุขภาพจึงควรอัดงบและสต๊อกให้ถูกจังหวะแคมเปญใหญ่ ส่วนแบรนด์นอกหมวดก็ลองหามุมสุขภาพที่จริงใจมาเชื่อมกับสินค้า เช่น สูตรน้ำตาลน้อยลง หรือ Benefit ที่พิสูจน์ได้ เพื่อพาสินค้าเข้าไปอยู่ในตะกร้าที่ลูกค้ายอมจ่ายเสมอครับ

3. Squishy Comeback ไอเทมคลายเครียดกลับมาครองเทรนด์ค้นหา

ปรากฏการณ์สกุชชี่คัมแบ็กที่ยอดค้นหาพุ่งเกิน 30,000 ครั้งจนติดท็อปเทรนด์ช่วง 6.6 (ข้อมูลจาก Lazada) คือหลักฐานว่าของชิ้นเล็กราคาไม่แรงที่ให้ความสุขทันทีกำลังขายดีในยุคที่คนรัดเข็มขัด ใครตามเรื่อง Lipstick Effect มาก่อนน่าจะคุ้นกับ Logic นี้ดี คือยิ่งเศรษฐกิจไม่แน่นอน คนยิ่งให้รางวัลตัวเองด้วยความสุขราคาย่อมเยา

รู้มั้ยว่าเทรนด์แบบนี้มักเริ่มจากคำค้นหาก่อนยอดขายเสมอ ดังนั้นนักการตลาดที่หมั่นส่อง Search Trend และเสียงบนโซเชียลของหมวดตัวเอง จะเห็นสินค้าดาวรุ่งก่อนคู่แข่งได้เป็นสัปดาห์ครับ

How to Apply แนวทางต่อยอดเทรนด์ช้อปฮีลใจ

จุดเริ่มที่ง่ายและเร็วคือเปลี่ยนวิธีสื่อสารจากการขาย Function มาเป็นการขายความรู้สึกว่าได้ดูแลตัวเองแล้ว ลองนึกภาพแบรนด์ชานมที่ออกเซ็ต “รางวัลของคนผ่านวันจันทร์มาได้” หรือแบรนด์เครื่องหอมที่จัด Bundle ชุดฮีลใจส่งท้ายเดือนพร้อมการ์ดข้อความปลอบใจ อีกทางคือวางจังหวะแคมเปญให้ตรงกับช่วงที่คนเครียดจริง เช่น ปลายเดือน ช่วงปิดงบ หรือหลังเทศกาลใหญ่ เพราะนั่นคือตอนที่ตะกร้าฮีลใจทำงานหนักที่สุดครับ

Pay for Sure ยอมเปย์ซื้อความชัวร์ เมื่อของแท้ชนะของถูกในเกม E-commerce ไทย

เทรนด์ที่สองคือนักช้อปไทยยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับความมั่นใจในคุณภาพ สะท้อนจากยอดขาย LazMall ที่โต 6 เท่าในแคมเปญ 6.6 สูงกว่าการเติบโตของทั้งแพลตฟอร์มที่ 3 เท่า และยอดขายแบรนด์ดังจากต่างประเทศที่โต 210% ครับ ถ้าถามว่าเบื้องหลังตัวเลขพวกนี้คืออะไร ลองดู 3 Insight ต่อไปนี้

4. Quality over Price ตลาดที่โตเร็วที่สุดใน SEA ไม่ได้โตด้วยของถูก

รายงาน Ecommerce in Southeast Asia 2026 ของ Momentum Works ระบุว่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปี 2025 โตถึง 51.8% สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ รายงาน Digital 2025 ของ We Are Social และ Meltwater พบว่าคนไทยครองแชมป์โลกด้านการซื้อของออนไลน์ โดย 69.2% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทยซื้อของออนไลน์เป็นประจำทุกสัปดาห์

แต่ที่น่าสนใจกว่าขนาดของการเติบโตคือคุณภาพของการเติบโต เพราะพฤติกรรมที่ Lazada เห็นคือนักช้อปเลือกซื้ออย่างชาญฉลาดและมองหาความคุ้มค่าระยะยาวมากขึ้น สอดคล้องกับ ASEAN Consumer Insights 2026 จากงานวิจัย Milieu ที่ผมเคยสรุปไว้ว่าผู้บริโภคทั้งภูมิภาคกำลังเข้าสู่โหมดใช้จ่ายอย่างมีสติ คิดรอบด้านก่อนจ่ายทุกบาทครับ

5. Trust Premium ร้านทางการโตเร็วกว่าทั้งแพลตฟอร์มหนึ่งเท่าตัว

ในแคมเปญ 6.6 ยอดขายของ LazMall โตถึง 6 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายทั้งแพลตฟอร์มโต 3 เท่า (ข้อมูลจาก Lazada) ช่องว่างระหว่างสองตัวเลขนี้แหละครับคือ Insight ที่มีค่าที่สุดของชุดข้อมูลนี้ เพราะแปลว่าเมื่อทุกร้านลดราคาพร้อมกัน คนกลับเทเงินให้ร้านที่การันตีของแท้มากกว่าร้านที่ถูกกว่า ป้าย Official Store จึงไม่ใช่แค่เครื่องหมายความน่าเชื่อถือ แต่คือเครื่องมือสร้างยอดขายโดยตรง

และอย่างที่ผมเคยถอดไว้ในบทความ Lazada Algorithm 2026 ตัวระบบเองก็ให้น้ำหนักกับความน่าเชื่อถือของร้านมากขึ้นทุกปี แบรนด์ที่มีเอกสารพร้อมแต่ยังขายแบบร้านธรรมดา ควรพิจารณาขยับขึ้นร้านทางการก่อนแคมเปญใหญ่ครึ่งปีหลังครับ

6. Global Brand Openness นักช้อปไทยเปิดใจให้แบรนด์นอกมากขึ้น

ยอดขายแบรนด์ดังจากต่างประเทศและสินค้าที่อยู่ในกระแสโต 210% ในแคมเปญ 6.6 โดยมีแบรนด์อย่าง Stanley และ MUVA ติดอันดับสินค้าขายดี (ข้อมูลจาก Lazada) จุดที่นักการตลาดไทยควรอ่านให้ขาดคือ คนไทยไม่ได้ซื้อแบรนด์นอกเพราะเห่อของนอก แต่ซื้อเพราะแบรนด์เหล่านี้มาพร้อมเรื่องราว คุณภาพที่ได้รับการยอมรับ และกระแสบนโซเชียลที่ทำให้รู้สึกว่าซื้อแล้วไม่พลาด

สำหรับแบรนด์ไทย นี่คือทั้งคำเตือนและโอกาส เพราะคู่แข่งใน Category ของคุณอาจไม่ใช่แบรนด์ข้างบ้านอีกต่อไป แต่การสร้าง Story และ Social Proof ให้แข็งแรงแบบเดียวกัน ก็เป็นเกมที่แบรนด์ไทยเล่นได้ไม่แพ้ใครเหมือนกันครับ

How to Apply แนวทางต่อยอดเทรนด์ยอมเปย์ซื้อความชัวร์

สิ่งแรกที่ควรทำก่อนแคมเปญใหญ่ครึ่งปีหลังคือเก็บทุกหลักฐานความน่าเชื่อถือมาไว้ในจุดที่ลูกค้าเห็นได้ง่าย ทั้งป้ายร้านทางการ นโยบายคืนสินค้า ใบรับประกัน และรีวิวจริงบนหน้าสินค้า ลองนึกภาพแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพื้นที่แบนเนอร์จากตัวเลขส่วนลด มาเป็นข้อความรับประกันศูนย์ไทยพร้อมเปลี่ยนเครื่องใหม่ใน 7 วัน แบนเนอร์แบบหลังตอบโจทย์คนที่กลัวพลาดได้ตรงกว่า และแทนที่จะแข่งหั่นราคากับคู่แข่งใน Category ให้ลองสื่อสารความคุ้มค่าต่อการใช้งานระยะยาวแทน เพราะนั่นคือสิ่งที่นักช้อปยุคนี้ใช้ตัดสินใจจริงครับ

Ask AI First คุย AI ก่อนตัดสินใจ ด่านใหม่ของ Customer Journey

เทรนด์ที่สามคือ AI กลายเป็นตัวช่วยหลักก่อนการตัดสินใจซื้อ โดย LazzieChat ผู้ช่วยช้อปปิ้ง AI ของ Lazada ช่วยผลักดัน Conversion เพิ่มขึ้นเกือบ 60% และนักช้อปไทย 1 ใน 9 คนคุยกับผู้ช่วยตัวนี้เป็นประจำครับ และนี่คือ 3 Insight สุดท้ายที่ผมว่าสำคัญกับอนาคตของนักการตลาดเป็นพิเศษ

7. AI-Assisted Conversion ผู้ช่วย AI ไม่ได้แค่ตอบแชท แต่ช่วยปิดการขาย

ในครึ่งปีแรกของ 2026 LazzieChat มีส่วนช่วยผลักดันอัตราการสั่งซื้อ Conversion เพิ่มขึ้นเกือบ 60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ข้อมูลจาก Lazada) สอดคล้องกับ ผลสำรวจ Voice of the Consumer: Digital Shopper Survey ของ Euromonitor ที่พบว่า 43% ของนักช้อปทั่วโลกที่ใช้ GenAI ต้องการคำแนะนำสินค้าที่ตรงใจขึ้น และ 39% ให้ความสำคัญกับความช่วยเหลือแบบ Personalized ที่ออกแบบมาเพื่อตัวเอง

บทบาทของ AI จึงเปลี่ยนจากฝ่ายบริการลูกค้าไปเป็นพนักงานขายมือดีของแพลตฟอร์ม เพราะช่วยตัดตัวเลือกที่ไม่ใช่ออกจนเหลือแต่ตัวที่ใช่ ลูกค้าเลยกดจ่ายได้เร็วขึ้นและมั่นใจขึ้นครับ

8. Chat-First Habit นักช้อป 1 ใน 9 คุยกับ AI เป็นเรื่องปกติ

Lazada พบว่านักช้อปไทย 1 ใน 9 คนคุยกับ LazzieChat เป็นประจำ ตัวเลขนี้ยืนยันว่าการถาม AI ก่อนตัดสินใจซื้อกลายเป็นพฤติกรรมปกติของคนไทยแล้ว ไม่ใช่ของเล่นของ Early Adopter อีกต่อไป และภาพนี้ไม่ได้เกิดแค่ในแอปช้อปปิ้ง เพราะ Euromonitor รายงานว่า Traffic ที่ AI ส่งต่อไปยังเว็บไซต์ร้านค้าทั่วโลกโตถึง 304% ในปี 2025 นั่นหมายความว่าด่านแรกของ Customer Journey กำลังย้ายจากช่องค้นหาไปอยู่ในกล่องแชทของ AI

อย่างที่การตลาดวันละตอนเคยสรุปไว้ในเรื่อง Consumer Behavior Trends 2026 ยุค The AI Era โจทย์ใหม่ของแบรนด์คือทำอย่างไรให้ AI หยิบสินค้าเราไปแนะนำ ซึ่งเริ่มได้จากการเขียนข้อมูลสินค้า รีวิว และ Content ให้ครบถ้วนชัดเจนจน AI อ่านแล้วเข้าใจ เหมือนที่เราเคยทำ SEO ให้ Google ครับ

9. Fortune-Driven Engagement ดูดวงคือประตูสู่บทสนทนาของสายมู

หัวข้อที่นักช้อปไทยคุยกับ LazzieChat มากที่สุดหัวข้อหนึ่งคือ LazFortune ฟีเจอร์ดูดวงที่เปลี่ยนการช้อปให้กลายเป็นเรื่องสนุก (ข้อมูลจาก Lazada) ฟังดูเหมือนเป็นแค่ลูกเล่นเอาใจสายมูใช่ไหมครับ แต่จริงๆ นี่คือบทเรียนเรื่องการออกแบบ Engagement ที่คมมาก เพราะการดูดวงคือข้ออ้างที่ทำให้คนเปิดบทสนทนากับ AI โดยไม่ต้องมีเป้าหมายว่าจะซื้ออะไร และทุกบทสนทนาคือโอกาสที่แพลตฟอร์มจะได้เรียนรู้ความสนใจของลูกค้าเพิ่ม

ลองนึกภาพแบรนด์เครื่องสำอางที่ให้ AI แนะนำสีลิปตามราศีประจำเดือน ลูกค้าได้ความสนุก แบรนด์ได้ Data และบทสนทนาที่นำไปสู่การขายแบบเนียนๆ นี่แหละครับพลังของการเอา Culture ไทยมาผสมกับเทคโนโลยี

How to Apply แนวทางต่อยอดเทรนด์คุย AI ก่อนตัดสินใจ

ผมแนะนำให้เริ่มจาก 2 ระดับ ระดับพื้นฐานคือทำข้อมูลสินค้าให้ AI อ่านเข้าใจ กรอก Attribute ครบทุกช่อง เขียนคำอธิบายที่ตอบคำถามยอดฮิตของลูกค้า และเติม FAQ ลงหน้าสินค้า เพราะนี่คือวัตถุดิบที่ AI ใช้ตอบแทนเรา ระดับถัดมาคือออกแบบข้ออ้างให้คนอยากเปิดบทสนทนากับแบรนด์ แบบเดียวกับที่ฟีเจอร์ดูดวงทำสำเร็จ ลองนึกภาพแบรนด์สกินแคร์ที่ให้ AI วิเคราะห์สภาพผิวจากคำตอบสั้นๆ ก่อนแนะนำสินค้า หรือร้านหนังสือที่ให้ AI จับคู่หนังสือกับ Mood ของสัปดาห์นั้น ทุกบทสนทนาคือ Data และทุก Data คือโอกาสขายที่เนียนกว่าการยิงโฆษณาครับ

Confidence สรุปบทเรียนจาก 9 Insight นักช้อปออนไลน์ของ Lazada ที่นักการตลาดจำเป็นต้องรู้

เล่ามาถึงตรงนี้ เราได้เห็นทั้งฝั่งอารมณ์ที่คนช้อปเพื่อฮีลใจ ฝั่งเหตุผลที่คนยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อความชัวร์ และฝั่งเทคโนโลยีที่ AI เข้ามาเป็นด่านแรกของการตัดสินใจ คำถามที่นักการตลาดอย่างเราน่าจะอยากรู้ต่อคือ ทั้ง 9 Insight นี้กำลังบอกเรื่องเดียวกันเรื่องไหน

สิ่งที่ร้อยทุกอย่างเข้าด้วยกันคือ นักช้อปวันนี้ไม่ได้มองหาของที่ถูกที่สุด แต่มองหาการตัดสินใจที่รู้สึกว่าถูกต้องที่สุด

การซื้อของฮีลใจคือการยืนยันกับตัวเองว่าเราดูแลตัวเองอยู่ การเลือกร้านทางการคือการยืนยันว่าเงินที่จ่ายไปจะไม่สูญเปล่า และการถาม AI ก่อนกดซื้อคือการยืนยันว่าตัวเลือกนี้ผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว

ดังนั้นโจทย์ของแบรนด์ในครึ่งปีหลัง 2026 จึงไม่ใช่การหั่นราคาให้ต่ำกว่าคู่แข่งใน Category แต่คือการลดความไม่แน่ใจของลูกค้าในทุก Touchpoint ตั้งแต่หน้าสินค้าที่ตอบทุกข้อสงสัย รีวิวจริงที่หาเจอง่าย ไปจนถึงข้อมูลที่พร้อมให้ AI หยิบไปแนะนำต่อ

และถ้าให้ผมรวบทั้ง 9 Insight ที่เล่ามาให้เหลือเพียงคำเดียว คำนั้นคือ Confidence หรือในภาษาไทยคือความมั่นใจ เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่นักช้อปไทยจ่ายเงินซื้อในปี 2026 ไม่ใช่สินค้า แต่คือความมั่นใจว่าตัวเองตัดสินใจไม่พลาด

คำถามที่ผมอยากฝากให้คุณคิดต่อทันทีคือ วันนี้แบรนด์ของคุณกำลังแข่งกันลดราคา หรือกำลังแข่งกันสร้างความมั่นใจให้ลูกค้ากันแน่ เพราะถ้ายังเลือกเกมแรกอยู่ในวันที่ผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้ว คุณอาจถูกแบรนด์ที่เข้าใจเกมใหม่แซงหน้าไปอย่างน่าเสียดายครับ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Insight นักช้อปออนไลน์ 2026

Q: เทรนด์นักช้อปออนไลน์ไทยครึ่งแรกของปี 2026 มีอะไรบ้าง?

A: ข้อมูลจาก Lazada สรุปเป็น 3 เทรนด์หลักคือ ช้อปฮีลใจ (ซื้อสินค้าเพื่อดูแลใจตัวเอง เช่น Wellness โต 75% อาหารเสริมโต 10 เท่า) ยอมเปย์ซื้อความชัวร์ (LazMall โต 6 เท่า แบรนด์ต่างประเทศโต 210%) และคุย AI ก่อนตัดสินใจ (LazzieChat ช่วยเพิ่ม Conversion เกือบ 60%)

Q: Confidence Commerce คืออะไร?

A: Confidence Commerce คือแนวคิดที่มองว่าการแข่งขันของ E-commerce ยุคนี้ไม่ใช่การแข่งลดราคา แต่คือการแข่งกันสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าตัดสินใจซื้อได้ถูกต้อง ผ่านของแท้ ร้านที่ไว้ใจได้ และตัวช่วยอย่าง AI ที่ช่วยกลั่นกรองตัวเลือก

Q: ทำไมยอดขาย LazMall ถึงโตเร็วกว่าทั้งแพลตฟอร์ม?

A: เพราะนักช้อปไทยให้น้ำหนักกับความมั่นใจว่าได้ของแท้มากขึ้น ในแคมเปญ 6.6 ยอดขาย LazMall โต 6 เท่า ขณะที่ทั้งแพลตฟอร์มโต 3 เท่า สะท้อนว่าเมื่อทุกร้านลดราคาพร้อมกัน คนเลือกจ่ายให้ร้านที่การันตีคุณภาพมากกว่าร้านที่ราคาถูกกว่า

Q: แบรนด์ควรปรับตัวอย่างไรเมื่อนักช้อปหันมาคุยกับ AI ก่อนซื้อ?

A: เริ่มจากทำข้อมูลสินค้า รีวิว และ Content ให้ครบถ้วนชัดเจนจน AI อ่านแล้วเข้าใจและหยิบไปแนะนำต่อได้ คล้ายการทำ SEO ให้ Google ในอดีต เพราะ Euromonitor รายงานว่า Traffic ที่ AI ส่งไปยังเว็บไซต์ร้านค้าโตถึง 304% ในปี 2025 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

Source

ข่าวประชาสัมพันธ์ Lazada เผยอินไซต์นักช้อปไทย รับครึ่งปีหลัง 2026
Euromonitor Global Consumer Trends 2026
Euromonitor AI-driven Referrals Grew Over 300% in 2025
Momentum Works Ecommerce in Southeast Asia 2026
We Are Social และ Meltwater Digital 2025 Thailand

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication เขียนหนังสือมาแล้ว 7 เล่ม Personalized Marketing, Data-Driven Marketing, Data Thinking, Contextual Marketing, Social Listening, CRM และ ขายดีขึ้นร้อยเท่ากับการตลาดร้อยตอน และที่ปรึกษาด้านการตลาด Data-Driven Advisor

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *