วิเคราะห์ Business Model Canvas ของ โทฟุซัง (Tofusan) แบรนด์น้ำเต้าหู้ที่โตเป็น 1,700 ล้านบาท กำไรมาจากไหน ทำไมรายได้ครึ่งหนึ่งมาจากนมไฮโปรตีน พร้อมกลยุทธ์ 4P 4C 4E

โทฟุซัง กำไรจากอะไร? วิเคราะห์ Business Model Canvas และกลยุทธ์การตลาด 4P 4C 4E

ถ้าเพื่อนๆ ลองนึกถึงธุรกิจที่เริ่มจากห้องแถวหนึ่งห้อง แล้ววันนี้ทำรายได้ 1,700 ล้านบาท ภาพในหัวของหลายคนน่าจะเป็นธุรกิจเทคโนโลยีสักอย่าง แต่คำตอบของเคสนี้คือน้ำเต้าหู้ครับ โทฟุซัง (Tofusan) แบรนด์น้ำเต้าหู้บรรจุขวดที่เกิดจากความขี้เกียจตื่นเช้าไปต่อแถวซื้อน้ำเต้าหู้ให้คุณพ่อ กลายเป็นบริษัทที่รายได้โตปีละ 40% ในวันที่ตลาดเครื่องดื่มส่วนใหญ่แทบไม่โต

เมื่อวันก่อนผมยืนอยู่หน้าตู้แช่ในร้านสะดวกซื้อแถวบ้านย่านพระราม 2 แล้วสังเกตว่าชั้นวางนมถั่วเหลืองกับนมโปรตีนตอนนี้มีให้เลือกเยอะจนต้องยืนอ่านฉลากกันนานกว่าเดิม และสิ่งที่น่าสนใจคือแบรนด์ที่ยึดพื้นที่ตรงนั้นได้ไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ที่อยู่มาก่อนเสมอไป คำถามที่ตามมาแบบนักการตลาดคือ แบรนด์เล็กที่ทุนน้อยกว่าหลายเท่า เอาอะไรไปสู้จนขึ้นมายืนแถวหน้าได้

บทความนี้ผมเลยชวนเพื่อนๆ มากางธุรกิจโทฟุซังให้เห็นทั้งเครื่อง ผ่าน Business Model Canvas ทั้ง 9 ช่อง ว่าเงินเข้าทางไหน ออกทางไหน แล้วเหลือตรงไหน จากนั้นไปต่อกันว่าโมเดลแบบนี้บังคับให้กลยุทธ์การตลาดต้องเป็นแบบไหน ผ่านเลนส์ 4P แล้วยกระดับเป็น 4C และ 4E เหมือนที่ทำไว้ในตอน LA GLACE อ่านจบแล้วเอาโครงนี้ไปกางกับธุรกิจตัวเองได้เลยครับ

The Trend Context ทำไมน้ำเต้าหู้ห้องแถวถึงกลายเป็นธุรกิจ 1,700 ล้าน

วิเคราะห์ Business Model Canvas ของ โทฟุซัง (Tofusan) แบรนด์น้ำเต้าหู้ที่โตเป็น 1,700 ล้านบาท กำไรมาจากไหน ทำไมรายได้ครึ่งหนึ่งมาจากนมไฮโปรตีน พร้อมกลยุทธ์ 4P 4C 4E

โทฟุซังก่อตั้งโดยคุณสุรนาม พานิชการ วิศวกรที่เจอ Pain Point แสนธรรมดาคือต้องตื่นเช้าไปซื้อน้ำเต้าหู้ให้คุณพ่อทุกวัน เลยตั้งคำถามว่าทำไมน้ำเต้าหู้สดถึงไม่มีขายแบบบรรจุขวดในร้านสะดวกซื้อบ้าง จุดเริ่มต้นเมื่อราว 15 ปีก่อนคือห้องแถวหนึ่งห้องแถวสมุทรสาคร ตามที่ไทยรัฐสัมภาษณ์คุณสุรนามไว้ ซึ่งเล่าด้วยว่ากว่าจะถึงรายได้ 100 ล้านแรกต้องใช้เวลาถึง 4 ปี

แต่เส้นทางหลังจากนั้นคือขาขึ้นที่ชันขึ้นเรื่อยๆ ครับ ตัวเลขรายได้ที่Marketeer รวบรวมจากงบของบริษัทไว้บอกว่า ปี 2565 รายได้ 598 ล้านบาท ปี 2566 ขยับเป็น 838 ล้านบาท และปี 2567 ทะลุ 1,203 ล้านบาท พร้อมกำไร 119 ล้านบาท ก่อนที่กรุงเทพธุรกิจจะรายงานตัวเลขล่าสุดว่าปี 2568 รายได้แตะ 1,700 ล้านบาท หรือโตราว 40% ในปีเดียว จากแรงหนุนของเทรนด์คนไทยกินโปรตีนมากขึ้น ที่ทำให้ตลาดเครื่องดื่มโปรตีนโตระดับ 30-40% ต่อปี

สิ่งที่ทำให้เคสนี้ต่างจากเคสแบรนด์เครื่องดื่มทั่วไปคือ ความสำเร็จรอบนี้ไม่ได้มาจากแบรนด์เดียว แต่มาจากสองแบรนด์ที่แบ่งรายได้กันคนละครึ่ง คือโทฟุซังฝั่งน้ำเต้าหู้ กับ Sunshine Dairy ฝั่งนมวัวไฮโปรตีนที่เพิ่งปั้นได้ราว 6 ปี ซึ่งเดี๋ยวเราจะเห็นในโมเดลว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นการออกแบบ

The Business Model Canvas กางโมเดลธุรกิจโทฟุซังทั้ง 9 ช่อง

วิเคราะห์ Business Model Canvas ของ โทฟุซัง (Tofusan) แบรนด์น้ำเต้าหู้ที่โตเป็น 1,700 ล้านบาท กำไรมาจากไหน ทำไมรายได้ครึ่งหนึ่งมาจากนมไฮโปรตีน พร้อมกลยุทธ์ 4P 4C 4E

ก่อนไล่ทีละกลุ่ม ผมอยากให้เพื่อนๆ จับแก่นของโมเดลนี้ไว้หนึ่งประโยคก่อน คือโทฟุซังเป็นธุรกิจที่ใช้ความรู้แทนเงินทุน อย่างที่คุณสุรนามพูดไว้ในบทสัมภาษณ์ไทยรัฐว่า เขาเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่ไม่มีทางชนะเจ้าใหญ่ด้วยเงิน สิ่งเดียวที่พอจะสู้ได้คือความรู้ แล้วโมเดลทั้ง 9 ช่องข้างล่างนี้คือการแปลงประโยคนั้นให้เป็นเครื่องจักรทำเงินครับ

Value Proposition + Customer Segments ขายอะไร ให้ใคร

วิเคราะห์ Business Model Canvas ของ โทฟุซัง (Tofusan) แบรนด์น้ำเต้าหู้ที่โตเป็น 1,700 ล้านบาท กำไรมาจากไหน ทำไมรายได้ครึ่งหนึ่งมาจากนมไฮโปรตีน พร้อมกลยุทธ์ 4P 4C 4E

Value Proposition ของโทฟุซังคือน้ำเต้าหู้สดแบบที่เคยต้องต่อแถวซื้อหน้าปากซอย แต่หยิบได้จากตู้แช่ร้านสะดวกซื้อ ใช้ถั่วเหลืองออร์แกนิคที่ไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม ไม่ใส่สารกันเสีย แถมมีสูตรที่พัฒนาต่อยอดจนถึงไฮโปรตีนน้ำตาล 0% ซึ่งCapital เล่าไว้ว่าจุดตั้งต้นของสูตรนี้มาจากลูกค้าที่ป่วยมะเร็งขอให้ทำ ไม่ใช่มาจากห้องประชุมวางแผนการตลาด

ลูกค้าของแบรนด์จึงกว้างกว่าที่คิดครับ ตั้งแต่คนวัยทำงานที่ซื้อกลับไปฝากพ่อแม่ ซึ่งไทยรัฐระบุว่าเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญตั้งแต่ยุคแรก ไปจนถึงสายสุขภาพและสายออกกำลังกายที่มาเจอแบรนด์ผ่านฝั่ง Sunshine Dairy นมไฮโปรตีนที่ให้โปรตีน 33 กรัมต่อขวด แบบ Lactose-Free ไม่เติมน้ำตาล ตามที่Workpoint Today รายงานไว้

Channels + Customer Relationships ไปถึงลูกค้าทางไหน ผูกใจยังไง

วิเคราะห์ Business Model Canvas ของ โทฟุซัง (Tofusan) แบรนด์น้ำเต้าหู้ที่โตเป็น 1,700 ล้านบาท กำไรมาจากไหน ทำไมรายได้ครึ่งหนึ่งมาจากนมไฮโปรตีน พร้อมกลยุทธ์ 4P 4C 4E

เส้นทางช่องทางขายของโทฟุซังคือตำราการไต่ระดับที่น่าเรียนมาก Marketeer เล่าไว้ว่าแบรนด์เริ่มจากตลาดพรีเมียมอย่าง Villa Market ในราคาขวดละ 30-35 บาท เพื่อสร้างภาพจำว่าเป็นน้ำเต้าหู้เกรดดี ก่อนค่อยๆ ขยายลงมาสู่ตลาดแมสผ่านร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven พร้อมแตกไลน์รสชาติจาก 1 เป็น 10 รสชาติ เรียกว่าตั้งราคาบนก่อนแล้วไหลลงล่าง ไม่ใช่ตั้งราคาล่างแล้วพยายามปีนขึ้นบนซึ่งยากกว่ากันมาก

ส่วนการผูกใจลูกค้า แบรนด์ไม่ได้พึ่งโฆษณาหนักๆ แต่ใช้ตัวสินค้ากับความสม่ำเสมอเป็นหลัก และในฝั่ง Sunshine Dairy ที่ต้องคุยกับ Gen Z แบรนด์เลือกดึงวง T-Pop อย่าง PERSES มาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อเปลี่ยนภาพนมโปรตีนจากของนักกล้ามให้เป็นเครื่องดื่มของคนธรรมดาทุกวัน ผ่านคอมมูนิตี้แฟนคลับบน TikTok และ Instagram แทนการซื้อสื่อแบบเดิม

Revenue Streams + Cost Structure เงินเข้าทางไหน ออกทางไหน แล้วเหลือตรงไหน

มาถึงหัวใจของซีรีส์นี้ครับ เงินเข้าของโทฟุซังวันนี้มาจากสองเสาที่แบ่งกันคนละครึ่ง กรุงเทพธุรกิจรายงานว่ารายได้ 1,700 ล้านบาทในปี 2568 มาจากแบรนด์โทฟุซังราว 50% และ Sunshine Dairy อีกราว 50% ซึ่งแปลว่าแบรนด์ลูกที่อายุแค่ราว 6 ปี โตจนไล่ทันแบรนด์แม่ที่ทำมา 15 ปีแล้ว นี่คือความแข็งแรงที่แบรนด์เครื่องดื่มน้อยรายทำได้ เพราะรายได้ไม่ได้แขวนอยู่กับสินค้าเดียวหรือเทรนด์เดียวอีกต่อไป

ฝั่งเงินออกก็เล่าเรื่องได้ไม่แพ้กัน โทฟุซังเลือกลงทุนหนักที่โรงงานของตัวเองบนพื้นที่ราว 15 ไร่ที่สมุทรสาคร กำลังผลิต 800,000 ถึง 1 ล้านยูนิตต่อวัน พร้อมพนักงานฝ่ายผลิต 300-400 คน การแบกโรงงานเองแบบนี้ตรงข้ามกับโมเดล OEM ของ LA GLACE ในตอนที่แล้วเลยครับ เพราะสินค้าของโทฟุซังคือของสดที่อายุสั้น เทคโนโลยีการผลิตคือความลับทางการค้า จ้างคนอื่นผลิตไม่ได้ และต้นทุนนี้เองที่กลายเป็นกำแพงกันคู่แข่ง แลกกับความเสี่ยงที่ต้องรับเอง

อย่างที่ The Standard รายงานเมื่อเมษายน 2569 ว่าซัพพลายเออร์ขอขึ้นราคาวัตถุดิบอย่างเม็ดพลาสติกถึง 40% ทั้งที่สั่งล่วงหน้าไปแล้ว แต่แบรนด์เลือกบริหารจัดการภายในและตรึงราคาสินค้าไว้ให้นานที่สุด ผลลัพธ์สุทธิของโมเดลนี้คือกำไร 119 ล้านบาทบนรายได้ 1,203 ล้านบาทในปี 2567 หรืออัตรากำไรราว 10% ที่ถือว่าแข็งแรงมากสำหรับสินค้าที่ขายหลักสิบบาทต่อขวด

Key Resources + Key Activities + Key Partners อะไรคือของที่คู่แข่งลอกยาก

วิเคราะห์ Business Model Canvas ของ โทฟุซัง (Tofusan) แบรนด์น้ำเต้าหู้ที่โตเป็น 1,700 ล้านบาท กำไรมาจากไหน ทำไมรายได้ครึ่งหนึ่งมาจากนมไฮโปรตีน พร้อมกลยุทธ์ 4P 4C 4E

ทรัพยากรที่เป็นหัวใจของโทฟุซังไม่ใช่โลโก้หรืองบโฆษณา แต่เป็นความรู้ด้าน Food Engineering ที่สะสมมา 15 ปี ตัวอย่างที่จับต้องได้สุดคือเทคโนโลยียืดอายุน้ำเต้าหู้พาสเจอร์ไรส์จาก 14 วันเป็น 28 วันโดยไม่ใส่สารกันเสีย ซึ่งฟังดูเป็นเรื่องเล็กแต่มันคือหัวใจของทั้งธุรกิจครับ

เพราะอายุสินค้าที่ยาวขึ้นเท่าตัวแปลว่าของเสียน้อยลง ส่งได้ไกลขึ้น และร้านค้ากล้ารับไปวางขายมากขึ้น ผลคือวันนี้โทฟุซังเป็นเบอร์ 1 ของตลาดนมถั่วเหลืองพาสเจอร์ไรส์ แม้ในตลาดนมถั่วเหลืองรวมจะอยู่อันดับ 4 ตามข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ไทยรัฐ

กิจกรรมหลักของบริษัทจึงวนอยู่กับการออกสินค้าใหม่ปีละ 6-7 ตัวแบบมี A/B Testing จริงจัง ส่วน Key Partners สำคัญคือเชนค้าปลีกที่เป็นทั้งช่องทางและด่านคัดกรอง ตั้งแต่ Villa Market ที่ให้กำเนิดแบรนด์ จนถึง 7-Eleven ที่พาแบรนด์เข้าถึงคนทั้งประเทศ

ก่อนไปต่อ ผมสรุป Canvas ทั้ง 9 ช่องไว้ในตารางเดียวให้เพื่อนๆ เห็นภาพรวมกันก่อนครับ

From Model to Marketing จากโมเดลธุรกิจสู่กลยุทธ์ 4P

พอเห็น Canvas ครบทั้งเครื่องแล้ว เพื่อนๆ จะเห็นว่ากลยุทธ์การตลาดของโทฟุซังแทบไม่มีทางเป็นแบบอื่นได้เลยครับ เพราะโมเดลที่ลงทุนหนักในโรงงานและเทคโนโลยี บังคับให้การตลาดต้องเริ่มจากตัวสินค้า ไม่ใช่เริ่มจากงบโฆษณา ซึ่งทีมเว็บเราเคยวิเคราะห์มุมนี้ไว้ในบทความถอดรหัส TOFUSAN ผ่าน SWOT & TOWSว่าเป็นกลยุทธ์แบบ Product is Marketing

Product สินค้าที่เกิดจาก Pain Point จริง ไม่ใช่ห้องประชุม

สินค้าทุกตัวของโทฟุซังย้อนกลับไปหาปัญหาจริงของคนจริงได้หมด น้ำเต้าหู้ขวดเกิดจากพ่อที่อยากกินน้ำเต้าหู้สดแต่ลูกไม่อยากตื่นไปต่อแถว สูตรไฮโปรตีนน้ำตาล 0% เกิดจากลูกค้าป่วยมะเร็ง และ Sunshine Dairy เกิดจากการเห็นว่าตลาดนมโปรตีนถูกล็อกไว้กับภาพนักกล้าม ทั้งที่คนธรรมดาก็อยากได้โปรตีนเหมือนกัน

Price ตั้งราคาบนก่อน แล้วค่อยไหลลงแมส

โทฟุซังเปิดตัวที่ 30-35 บาทในตลาดพรีเมียม สร้างภาพจำเรื่องคุณภาพให้แน่นก่อน แล้วค่อยขยายลงมาที่ราคาจับต้องได้ในร้านสะดวกซื้อ ส่วน Sunshine Dairy ขายที่ 49 บาทต่อขวดสำหรับโปรตีน 33 กรัม ซึ่งถูกกว่าการกินโปรตีนรูปแบบอื่นเมื่อเทียบต่อกรัม ทำให้ราคากลายเป็นเหตุผลให้ซื้อซ้ำ ไม่ใช่กำแพง

Place จากตู้แช่พรีเมียมสู่ตู้แช่หน้าปากซอย

เส้นทาง Villa Market สู่ 7-Eleven คือการเดินทางจาก Niche สู่ Mass ที่วางจังหวะมาอย่างดี และเทคโนโลยียืดอายุ 28 วันคือสิ่งที่ทำให้การกระจายสินค้าทั่วประเทศเป็นไปได้จริง เพราะของสดอายุ 14 วันเดินทางไกลไม่ได้

Promotion ให้สินค้ากับคนอื่นพูดแทนแบรนด์

โทฟุซังแทบไม่ปรากฏในสื่อโฆษณาแบบเดิม แต่ไปปรากฏในรีวิวของกินในเซเว่น คลิปเทียบโปรตีนต่อบาท และล่าสุดคือแฟนคลับ PERSES ที่พา Sunshine Dairy ไปอยู่ในไลฟ์สไตล์คอนเทนต์ของ Gen Z เอง

From 4P to 4C to 4E เมื่อมองจากฝั่งลูกค้าและประสบการณ์

ทีนี้ลองพลิกมุมมองจากสิ่งที่แบรนด์ทำ ไปเป็นสิ่งที่ลูกค้ารู้สึกกันบ้างครับ ใครยังไม่คุ้นกับ Framework ฝั่ง 4E แนะนำอ่านบทความ 4E 4D Marketing Strategy ของเว็บเราประกอบได้ โดยตารางข้างล่างคือแผนที่รวมก่อน แล้วเราจะไล่ดูทีละเส้นว่าของแต่ละตัวเดินทางจากมือแบรนด์ ผ่านหัวลูกค้า ไปจบที่ความรู้สึกได้ยังไง

Product กลายเป็น Customer แล้วกลายเป็น Experience ได้ยังไง

เริ่มจากฝั่งแบรนด์ สิ่งที่โทฟุซังผลิตคือน้ำเต้าหู้สดบรรจุขวดจากถั่วเหลืองออร์แกนิค ไม่ใส่สารกันเสีย นี่คือ Product ในความหมายที่ออกมาจากไลน์ผลิต แต่พอมาถึงหัวลูกค้า ของขวดเดียวกันเปลี่ยนความหมายทันทีครับ

เพราะลูกค้าไม่ได้อยากได้นวัตกรรมการถนอมอาหาร ลูกค้ามีปัญหาเดียวกับที่คุณสุรนามเคยเจอเมื่อ 15 ปีก่อน คือน้ำเต้าหู้สดอร่อยๆ ต้องแลกมาด้วยการตื่นเช้าไปต่อแถว สินค้าที่หยิบได้จากตู้แช่จึงไม่ใช่น้ำเต้าหู้ที่ดีกว่า แต่คือความยุ่งยากหนึ่งก้อนที่หายไปจากชีวิต นี่คือวินาทีที่ Product กลายเป็น Customer Solution

แล้วมันกลายเป็น Experience ตอนไหน ตอนที่การกินนั้นพ่วงความหมายบางอย่างเข้ามาครับ สำหรับคนวัยทำงานที่ซื้อกลับไปฝากพ่อแม่ ขวดน้ำเต้าหู้กลายเป็นวิธีดูแลคนที่บ้านแบบที่ทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ

ส่วนฝั่ง Sunshine Dairy การดื่มนมโปรตีน 33 กรัมหลังออกกำลังกาย คือพิธีกรรมเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าวันนี้ลงทุนกับร่างกายตัวเองแล้ว ประสบการณ์แบบนี้ไม่ได้อยู่ในสเปกสินค้า แต่อยู่ในบทบาทที่สินค้าเข้าไปเล่นในชีวิตประจำวันของคน

Price กลายเป็น Cost แล้วกลายเป็น Exchange ได้ยังไง

ฝั่งแบรนด์เห็น Price เป็นตัวเลขที่วางกลยุทธ์มาอย่างดี เปิดตัวที่ 30-35 บาทในตลาดพรีเมียมเพื่อสร้างภาพจำ แล้วค่อยไหลลงมาที่ราคาแมสเมื่อขยายช่องทาง ส่วน Sunshine Dairy ตั้งไว้ 49 บาทสำหรับโปรตีน 33 กรัม แต่ฝั่งลูกค้าไม่ได้เห็นตัวเลขพวกนี้ครับ ลูกค้าเห็น Cost คือทุกอย่างที่ต้องเสียไปรวมกัน ทั้งเงิน ความพยายามในการหาซื้อ และความเสี่ยงว่าจะอร่อยไหม ราคาหลักสิบทำให้ต้นทุนรวมในใจต่ำจนหยิบใส่ตะกร้าได้โดยไม่ต้องคิด และเมื่อเทียบโปรตีนต่อบาทกับการกินโปรตีนรูปแบบอื่น ตัวเลขก็ยิ่งเข้าข้างแบรนด์

ขั้นสุดท้ายคือ Exchange หรือคำถามว่าเงินที่จ่ายแลกอะไรกลับมา จุดนี้แหละที่ผมว่าโทฟุซังฉลาดที่สุดครับ เพราะสินค้าที่ขายหลักสิบบาทแต่ซื้อซ้ำได้เกือบทุกวัน สร้างรายได้รวมมากกว่าสินค้าหลักพันที่ซื้อปีละครั้ง ลูกค้าไม่ได้จ่ายเงินหลักสิบเพื่อเครื่องดื่มหนึ่งขวด แต่จ่ายเพื่อความรู้สึกว่าวันนี้ดูแลตัวเองแล้ว หรือดูแลพ่อแม่แล้ว ซึ่งเป็น Exchange Value ที่เติมได้ทุกวันไม่มีเบื่อ และนั่นคือเหตุผลที่ธุรกิจนี้โตแบบทบต้นได้โดยไม่ต้องพึ่งแคมเปญใหญ่

Place กลายเป็น Convenience แล้วกลายเป็น Everyplace ได้ยังไง

Place ในมุมแบรนด์คือเส้นทางไต่ระดับจาก Villa Market สู่ 7-Eleven ทั่วประเทศ ที่เป็นไปได้เพราะเทคโนโลยียืดอายุ 28 วัน แต่ลูกค้าไม่ได้รับรู้เส้นทางนั้นเลยครับ สิ่งเดียวที่ลูกค้ารับรู้คือ Convenience ในรูปแบบที่เรียบง่ายมาก คือน้ำเต้าหู้อยู่ในตู้แช่ที่ตัวเองเดินผ่านทุกวันอยู่แล้ว ไม่ต้องตื่นเช้าขึ้น ไม่ต้องเปลี่ยนเส้นทางชีวิตแม้แต่ก้าวเดียว ความสะดวกที่แท้จริงคือความสะดวกที่ลูกค้าไม่ทันสังเกตว่ามันคือความสะดวก

และพอแบรนด์ตามไปอยู่ในทุกจุดที่ชีวิตลูกค้าไหลผ่าน ทั้งตู้แช่หน้าปากซอย ชั้นวางในห้าง ไลฟ์บน TikTok จนถึง TikTok Shop มันก็ยกระดับเป็น Everyplace คือสภาวะที่ลูกค้าอยากกินเมื่อไหร่ก็มีทางให้ซื้อเสมอ ซึ่งสำคัญเป็นพิเศษกับสินค้าที่กินเกือบทุกวันแบบนี้ เพราะทุกครั้งที่ลูกค้าหาไม่เจอ คือรายได้ที่หายไปหนึ่งขวดและอาจเป็นการเปิดโอกาสให้แบรนด์ข้างๆ ในตู้แช่แทนที่

Promotion กลายเป็น Communication แล้วกลายเป็น Evangelism ได้ยังไง

Promotion ของโทฟุซังแทบไม่มีหน้าตาเป็นโฆษณาเลยครับ สิ่งที่ทำหน้าที่แทนคือตัวสินค้าที่วางอยู่ถูกที่ กับรีวิวของคนกินจริงที่กระจายอยู่ตามคลิปสายของกินในเซเว่นและคลิปเทียบโปรตีนต่อบาท

พอลูกค้าได้ยินเรื่องแบรนด์จากคนแบบเดียวกับตัวเองแทนที่จะได้ยินจากแบรนด์โดยตรง มันก็กลายเป็น Communication ในความหมายของ 4C คือการรับสารจากแหล่งที่เราเลือกเชื่อเอง ส่วนฝั่ง Sunshine Dairy ที่ต้องเจาะ Gen Z แบรนด์เร่งเครื่องด้วยการดึง PERSES มาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อให้บทสนทนาเกิดในคอมมูนิตี้แฟนด้อมที่คุยกันอยู่แล้วทุกวัน

ขั้น Evangelism ของโทฟุซังมาในรูปแฟนด้อม PERSES ที่ทำคอนเทนต์เองและสายรีวิวที่เล่าต่อโดยไม่มีใครจ้าง ซึ่งต้องพูดตรงๆ ว่ายังเป็น Evangelism แบบธรรมชาติที่แบรนด์ควบคุมไม่ได้เต็มมือ

ต่างจากเคส LA GLACE ในตอนที่แล้วที่ติดเครื่องยนต์รายได้เข้ากับการบอกต่อผ่านระบบนายหน้า 140,000 คนจนการบอกต่อกลายเป็นระบบที่ขยายได้ นี่อาจเป็นการบ้านข้อถัดไปของโทฟุซังก็ได้ครับ ว่าจะเปลี่ยนคนรักแบรนด์ที่มีอยู่แล้วให้กลายเป็นกองทัพที่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจในการเชียร์ได้ยังไง

3 บทเรียนจากโทฟุซังที่ SME ไทยเอาไปใช้ได้

เคสโทฟุซังให้บทเรียนที่ภาคปฏิบัติจริงกับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางเยอะมากครับ เพราะนี่ไม่ใช่เคสของบริษัทที่ชนะด้วยเงินทุนหนาหรือคอนเนกชันพิเศษ แต่ชนะด้วยวิธีคิดที่ทำตามได้

ผมคัดมา 3 ข้อที่คิดว่าคุ้มสุดถ้าจะหยิบไปใช้ต่อ

บทเรียนที่ 1 ขายของที่คนซื้อซ้ำทุกวัน ชนะของที่คนว้าวครั้งเดียว

วิเคราะห์ Business Model Canvas ของ โทฟุซัง (Tofusan) แบรนด์น้ำเต้าหู้ที่โตเป็น 1,700 ล้านบาท กำไรมาจากไหน ทำไมรายได้ครึ่งหนึ่งมาจากนมไฮโปรตีน พร้อมกลยุทธ์ 4P 4C 4E

น้ำเต้าหู้ไม่ใช่สินค้าที่ใครถ่ายคลิปเปิดกล่อง แต่เป็นสินค้าที่คนเดิมซื้อซ้ำทุกเช้า ธุรกิจที่รายได้มาจากความถี่แบบนี้ทนทานกว่าธุรกิจที่รายได้มาจากกระแสมาก ลองนึกภาพร้านกาแฟแถวออฟฟิศที่ลูกค้าประจำ 50 คนซื้อทุกวัน กับร้านที่ไวรัลแล้วมีคนมาต่อแถวเดือนเดียวแล้วหาย เจ้าของ SME ควรถามตัวเองก่อนออกสินค้าว่า ของชิ้นนี้ถูกออกแบบมาให้ซื้อซ้ำหรือให้ว้าว

บทเรียนที่ 2 ใช้ความรู้เป็นกำแพง ในวันที่เงินทุนสู้เขาไม่ได้

วิเคราะห์ Business Model Canvas ของ โทฟุซัง (Tofusan) แบรนด์น้ำเต้าหู้ที่โตเป็น 1,700 ล้านบาท กำไรมาจากไหน ทำไมรายได้ครึ่งหนึ่งมาจากนมไฮโปรตีน พร้อมกลยุทธ์ 4P 4C 4E

เทคโนโลยียืดอายุ 14 เป็น 28 วันไม่ได้ทำให้สินค้าอร่อยขึ้นเลย แต่ทำให้ธุรกิจเป็นไปได้ในสเกลที่ใหญ่ขึ้นเท่าตัว นี่คือการลงทุนในความรู้ที่คู่แข่งมองไม่เห็นและลอกไม่ได้ทันที SME ไทยจำนวนมากทุ่มงบไปกับสิ่งที่ลูกค้าเห็น เช่น แพ็กเกจสวยหรือโฆษณา แต่กำแพงที่แท้จริงมักอยู่ในสิ่งที่ลูกค้าไม่เห็น เช่น ต้นทุนที่ต่ำกว่า ของเสียที่น้อยกว่า หรืออายุสินค้าที่ยาวกว่า

บทเรียนที่ 3 แตกแบรนด์ที่สอง ก่อนแบรนด์แรกจะตัน

วิเคราะห์ Business Model Canvas ของ โทฟุซัง (Tofusan) แบรนด์น้ำเต้าหู้ที่โตเป็น 1,700 ล้านบาท กำไรมาจากไหน ทำไมรายได้ครึ่งหนึ่งมาจากนมไฮโปรตีน พร้อมกลยุทธ์ 4P 4C 4E

Sunshine Dairy ใช้เวลาราว 6 ปี ไต่จากศูนย์มาเป็นครึ่งหนึ่งของรายได้ 1,700 ล้าน จุดที่ฉลาดคือโทฟุซังไม่ได้รอให้แบรนด์น้ำเต้าหู้โตจนสุดเพดานแล้วค่อยหาทางไปต่อ แต่ปั้นเสาที่สองตั้งแต่เสาแรกยังแข็งแรง โดยใช้โรงงานและความรู้เดิมต่อยอดเข้าตลาดใหม่ที่ใหญ่กว่า คล้ายกับที่เราเห็นในเคสสุกี้ตี๋น้อยที่ต่อยอดจากบุฟเฟต์สู่โมเดลใหม่ๆ ตอนที่ธุรกิจหลักยังเป็นขาขึ้น คำถามสำหรับ SME คือ ถ้าสินค้าหลักของเราหยุดโตพรุ่งนี้ เรามีเสาที่สองที่เริ่มปลูกไว้แล้วหรือยัง

Knowledge สรุป Business Model โทฟุซัง

วิเคราะห์ Business Model Canvas ของ โทฟุซัง (Tofusan) แบรนด์น้ำเต้าหู้ที่โตเป็น 1,700 ล้านบาท กำไรมาจากไหน ทำไมรายได้ครึ่งหนึ่งมาจากนมไฮโปรตีน พร้อมกลยุทธ์ 4P 4C 4E

ถ้าให้สรุปโมเดลธุรกิจโทฟุซังเป็นคำเดียว ผมเลือกคำว่า Knowledge ครับ เพราะทุกช่องของ Canvas นี้ล้วนถูกขับเคลื่อนด้วยความรู้ ตั้งแต่ความรู้ด้าน Food Engineering ที่ยืดอายุสินค้า ความรู้เรื่องพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยน Pain Point หน้าปากซอยให้เป็นสินค้าในตู้แช่ ไปจนถึงความรู้เรื่องจังหวะตลาดที่บอกให้ปั้นแบรนด์ที่สองก่อนแบรนด์แรกตัน เงิน 1,700 ล้านคือผลลัพธ์ปลายทางของความรู้ที่ทบต้นมา 15 ปี

คำถามทิ้งท้ายให้คุณเอาไปคิดต่อกับธุรกิจตัวเองครับ ในธุรกิจของคุณ ความรู้อะไรที่เราสะสมมาแล้วคู่แข่งลอกไม่ได้ และเรากำลังเปลี่ยนความรู้นั้นให้เป็นรายได้อยู่หรือเปล่า ถ้ายังตอบไม่ได้ นั่นอาจเป็นการบ้านที่สำคัญกว่าแผนการตลาดปีหน้าเสียอีก

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication เขียนหนังสือมาแล้ว 7 เล่ม Personalized Marketing, Data-Driven Marketing, Data Thinking, Contextual Marketing, Social Listening, CRM และ ขายดีขึ้นร้อยเท่ากับการตลาดร้อยตอน และที่ปรึกษาด้านการตลาด Data-Driven Advisor

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *