ทุกวันนี้ขยะพลาสติกกลายเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของมหาสมุทรค่ะ โดย UNEP ระบุว่าพลาสติกคิดเป็นอย่างน้อย 85% ของขยะทะเลทั้งหมด และยังมีพลาสติกมากกว่า 11 ล้านตัน ไหลลงสู่มหาสมุทรในแต่ละปี เมื่อขยะเหล่านี้หลุดเข้าไปอยู่ในธรรมชาติแล้ว มันไม่ได้หายไปง่าย ๆ แต่สามารถกระจายไปตามกระแสน้ำ และค่อย ๆ สะสมอยู่ในระบบนิเวศเป็นเวลานานค่ะ ผลกระทบจึงเกิดขึ้นตั้งแต่สัตว์ทะเลที่กินพลาสติกเข้าไปหรือติดพันกับเศษอวนและเชือก ไปจนถึงแหล่งอาศัยและห่วงโซ่อาหารที่ถูกกระทบตามไปด้วย ท่ามกลางปัญหาที่ขยะใหม่ยังไหลเข้าสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง 4ocean จึงเลือกเข้ามาจัดการกับขยะส่วนที่หลุดออกมาอยู่ในธรรมชาติ พร้อมสร้าง กลยุทธ์ ธุรกิจที่ทำให้การเก็บขยะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องค่ะ
จากทริปเล่นเซิร์ฟในบาหลี สู่ 4ocean ธุรกิจที่เกิดขึ้นเพื่อเก็บขยะจากทะเล
จุดเริ่มต้นของ 4ocean ย้อนกลับไปในปี 2015 เมื่อ Alex Schulze และ Andrew Cooper สองนักเล่นเซิร์ฟจากฟลอริดาเดินทางไปบาหลี และได้เห็นขยะจำนวนมากสะสมอยู่ตามชายหาดและทางน้ำ รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนซึ่งมีชีวิตผูกอยู่กับทะเลค่ะ
VIDEO
หลังจากได้พูดคุยกับชาวประมงในพื้นที่ ทั้งคู่เริ่มมองเห็นว่า หากต้องการให้การเก็บขยะเกิดขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ ระบบนี้ก็ต้องมีรายได้มากพอสำหรับจ้างคน เรือ อุปกรณ์ และดูแลการทำงานในระยะยาว แนวคิดดังกล่าวจึงค่อย ๆ พัฒนามาเป็น 4ocean ในปี 2017 พร้อมโมเดลที่ใช้รายได้จากการขายสินค้าและความร่วมมือกับธุรกิจต่าง ๆ กลับมาสนับสนุน Cleanup Operation อย่างต่อเนื่องค่ะ
ปัจจุบัน 4ocean ดำเนินงานในฐานะ Public Benefit Corporation และได้รับการรับรองเป็น Certified B Corp โดยแบรนด์รายงานว่าสามารถเก็บพลาสติกและขยะออกจากมหาสมุทร แม่น้ำ และชายฝั่งสะสมได้มากกว่า 50 ล้านปอนด์ ผ่านการ Cleanup มากกว่า 29,000 ครั้งทั่วโลก จุดนี้เลยทำให้ 4ocean น่าสนใจมากกว่าการเป็นแบรนด์ที่ขายสินค้าเพื่อช่วยสิ่งแวดล้อมค่ะ เพราะเมื่อมองลึกลงไป จะเห็นว่าการเก็บขยะถูกเชื่อมเข้ากับทั้ง Product, Revenue Model, การวัดผล และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักที่ช่วยให้ Mission ของแบรนด์เดินต่อได้ในระยะยาวค่ะ
Sustainable Business Model เปลี่ยนรายได้จากธุรกิจ ให้เป็นแรงขับเคลื่อนงานอนุรักษ์
เวลาพูดถึงการช่วยเหลือปัญหาสิ่งแวดล้อม เรามักคุ้นกับภาพของการบริจาคเงินให้มูลนิธิหรือองค์กรการกุศลเพื่อนำไปทำงานต่อค่ะ ส่วน 4ocean เลือกเดินอีกเส้นทางด้วยการสร้างบริษัทขึ้นมาเพื่อหารายได้ด้วยตัวเอง แล้วนำรายได้นั้นกลับไปขับเคลื่อนงานเก็บขยะที่เป็น Mission หลักของแบรนด์ ตั้งแต่การจ้าง Captain และ Cleanup Crew แบบเต็มเวลา ไปจนถึงเรือ อุปกรณ์ และการจัดการขยะหลังจากถูกนำกลับขึ้นมาจากธรรมชาติ
ด้วยเหตุนี้ 4ocean จึงไม่ได้จดทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ซึ่งกำหนดให้บริษัทต้องคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ แม้ 4ocean จะเป็นธุรกิจ ไม่ใช่องค์กรการกุศล แต่แบรนด์ก็ยังนำรายได้บางส่วนไปบริจาคให้องค์กรสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ด้วย ผ่านการเป็นสมาชิก 1% for the Planet ซึ่งแบรนด์ให้คำมั่นว่าจะบริจาคอย่างน้อย 1% ของยอดขายรวมให้กับองค์กรสิ่งแวดล้อมที่ผ่านการคัดเลือก และนับตั้งแต่ปี 2017 บริษัทสามารถบริจาคเงินเกือบ 2 ล้านดอลลาร์ฯ ให้กับองค์กรอนุรักษ์มหาสมุทรแล้วค่ะ
เงินส่วนนี้ถูกส่งต่อไปสนับสนุนองค์กรที่ทำงานกับปัญหาทะเลในหลายด้าน เช่น Coral Restoration Foundation ที่ฟื้นฟูแนวปะการัง, Whale and Dolphin Conservation ที่ทำงานเพื่อปกป้องวาฬและโลมา, Project AWARE ที่ขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ทะเลและจัดการขยะใต้ทะเล รวมถึง Ocean Conservancy ที่ทำงานครอบคลุมตั้งแต่ปัญหาขยะพลาสติก ระบบนิเวศ ไปจนถึงการผลักดันการอนุรักษ์มหาสมุทรในวงกว้างค่ะ
จึงทำให้เงินที่ผู้บริโภคจ่ายไปกับสินค้าหนึ่งชิ้นสามารถสร้างประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมได้หลายทาง ทั้งช่วยนำขยะที่หลุดเข้าไปอยู่ในธรรมชาติกลับออกมา ลดหนึ่งในภัยที่สัตว์ทะเลต้องเผชิญ และยังช่วยเติมทรัพยากรให้กับองค์กรที่กำลังทำงานด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศและอนุรักษ์สัตว์ทะเลอยู่แล้วด้วยค่ะ
Quantified Impact เปลี่ยนผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ให้เป็นตัวเลขที่ตรวจสอบได้
อีกวิธีที่ 4ocean ใช้ทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมเข้าใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น คือการแปลงผลลัพธ์จากการซื้อให้กลายเป็นตัวเลขที่มองเห็นได้ค่ะ สร้อยข้อมือหลายรุ่นของแบรนด์ระบุไว้ชัดว่า การซื้อหนึ่งชิ้นจะช่วยสนับสนุนการเก็บขยะ 1 ปอนด์ ออกจากมหาสมุทร แม่น้ำ และชายฝั่ง จากหนึ่งปอนด์ที่เกิดขึ้นในแต่ละการซื้อ เมื่อค่อย ๆ สะสมจากผู้สนับสนุนทั่วโลก 4ocean ก็สามารถผ่านหลัก 50 ล้านปอนด์ ของขยะที่เก็บกลับออกมาจากธรรมชาติได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ค่ะ
แต่ตัวเลขที่เห็นอยู่บนหน้าสินค้าไม่ได้เกิดจากการประเมินคร่าว ๆ ค่ะ เพราะเบื้องหลัง Cleanup แต่ละครั้ง ทีมจะบันทึกข้อมูลตั้งแต่สถานที่ วันเวลา ทีมและเรือที่เกี่ยวข้อง น้ำหนักของขยะ ไปจนถึงภาพก่อน ระหว่าง และหลังการเก็บ ก่อนให้ผู้ดูแลพื้นที่ตรวจสอบแล้วจึงนำเข้าสู่ 4ocean TrashTracker หากข้อมูลหรือภาพหลักฐานไม่ครบตามเกณฑ์ ขยะส่วนนั้นจะไม่ถูกนำไปนับรวมในยอดที่แบรนด์รายงาน ขณะที่ระบบยังมีการตรวจสอบจากบุคคลภายนอก เช่น GreenCircle Certified เพื่อช่วยยืนยันความถูกต้องของ Impact ที่เกิดขึ้นค่ะ
หลังจากชั่งและบันทึกแล้ว ขยะก็ยังต้องเดินทางต่อไปอีกขั้นค่ะ แบรนด์จะนำวัสดุที่เก็บได้มาคัดแยกว่าอะไรสามารถ Recycle, Upcycle หรือ Repurpose เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก ส่วนที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ก็จะถูกส่งไปจัดการด้วยวิธีที่เหมาะสมตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือทีมไม่ได้เลือกเก็บเฉพาะพลาสติกที่รีไซเคิลง่ายหรือมีมูลค่าเท่านั้น แต่ใช้แนวคิด “No Trash Left Behind” เก็บขยะประเภทอื่นที่พบในพื้นที่ออกมาด้วย เพื่อให้สิ่งที่ถูกนำออกจากธรรมชาติไม่ได้ถูกตัดสินจากมูลค่าของวัสดุเพียงอย่างเดียวค่ะ
Cause-Based Product เมื่อสินค้า 1 ชิ้น สร้าง Impact ได้มากกว่าหนึ่งด้าน
นอกจากช่วยสนับสนุนงาน Cleanup แล้ว ตัว Product ของ 4ocean ยังถูกออกแบบให้เชื่อมต่อไปถึงงานอนุรักษ์ในด้านอื่นด้วยค่ะ โดยเฉพาะกลุ่ม Adopt & Protect Collection ที่หยิบทั้งสัตว์และระบบนิเวศมาเป็นแกนของสินค้า แล้วนำรายได้บางส่วนไปสนับสนุนองค์กรที่ทำงานกับเรื่องนั้นโดยตรง ปัจจุบันมี Collection ครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่การช่วยเหลือสัตว์ทะเล ไปจนถึงการฟื้นฟูแนวปะการังและพื้นที่ชายฝั่ง ทำให้การซื้อสร้อยหนึ่งชิ้นสามารถต่อยอดไปสู่การดูแลธรรมชาติในหลายรูปแบบมากขึ้นค่ะ
ถ้าดูจากกลุ่มที่ช่วยเหลือสัตว์โดยตรง Sea Turtle Rescue Bracelet จะเห็นภาพค่อนข้างชัดค่ะ เพราะทุกการซื้อมีการส่งต่อเงิน 2 ดอลลาร์ฯ ให้กับ Loggerhead Marinelife Center สำหรับงานช่วยเหลือและฟื้นฟูเต่าทะเลที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่สัตว์เหล่านี้ต้องเผชิญก็คือการพันติดกับพลาสติกและเศษขยะในทะเล
ในฝั่งของการฟื้นฟูระบบนิเวศ 4ocean มี Coral Restoration Collection ที่ทำร่วมกับ Coral Gardeners โดยการซื้อสร้อยแต่ละเส้นจะช่วยสนับสนุนการปลูกปะการังกลับคืนสู่แนวปะการังที่กำลังถูกคุกคาม เงินจากการซื้อจึงถูกต่อยอดไปถึงการฟื้นฟูพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากด้วยค่ะ ส่วน Mangrove Restoration Collection พาแนวคิดเดียวกันขยับขึ้นมาสู่พื้นที่ชายฝั่ง โดยทุกการซื้อมีส่วนช่วยปลูกต้น Mangrove เพิ่มขึ้น ซึ่งป่าชายเลนมีบทบาททั้งในฐานะแหล่งอนุบาลของสัตว์ทะเล ช่วยรักษาแนวชายฝั่ง และเป็นพื้นที่สำคัญที่เชื่อมระบบนิเวศบนบกกับทะเลเข้าหากันค่ะ
สาม Collection นี้เป็นเพียงบางส่วนจากแนวทางที่ 4ocean นำมาใช้กับ Product เท่านั้น แต่ก็ช่วยให้เห็นว่าการอนุรักษ์ถูกกระจายออกไปหลายมิติ ตั้งแต่การดูแลสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ การฟื้นฟูแหล่งอาศัย ไปจนถึงการดูแลพื้นที่ธรรมชาติที่มีบทบาทต่อระบบนิเวศโดยรวม ผู้บริโภคจึงไม่ได้มีส่วนเพียงกับงาน Cleanup ของแบรนด์ แต่เงินจากการซื้อยังสามารถถูกส่งต่อไปสนับสนุนงานอนุรักษ์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อีกทอดหนึ่งค่ะ
Intercept Before the Ocean เมื่อจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา ไม่ได้อยู่ที่ทะเล
แม้ชื่อของแบรนด์จะเป็น 4ocean แต่พื้นที่ที่ทีมเข้าไปจัดการขยะส่วนใหญ่กลับไม่ได้อยู่กลางมหาสมุทรค่ะ จาก Impact Report ปัจจุบันของแบรนด์ พบว่า 85% ของ Cleanup เกิดขึ้นในแม่น้ำ ตามด้วยพื้นที่ชายฝั่ง 12% และในมหาสมุทรอีก 3% สัดส่วนนี้สะท้อนวิธีคิดที่ขยับการเก็บขยะเข้ามาใกล้เส้นทางของมันมากขึ้น เพราะขยะจำนวนมากสามารถเริ่มต้นจากพื้นที่บนบก ก่อนถูกฝน กระแสน้ำ และแม่น้ำพาไหลต่อไปจนถึงชายฝั่งและทะเลค่ะ
การเข้าไปเก็บตั้งแต่แม่น้ำจึงช่วยลดโอกาสที่ขยะจะเดินทางไปไกลกว่าเดิม เพราะเมื่อพลาสติกหลุดออกสู่ทะเลเปิดแล้ว มันสามารถกระจายตัวไปตามคลื่นและกระแสน้ำ รวมถึงเข้าไปติดอยู่ตามชายฝั่ง ป่าชายเลน หรือแตกออกเป็นชิ้นเล็กลงจนตามเก็บได้ยากขึ้น 4ocean จึงมีทั้ง River Team และพื้นที่ปฏิบัติการที่กลับเข้าไปดูแลซ้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจุดที่รับขยะมาจากชุมชนต้นน้ำอยู่ตลอดค่ะ
อย่าง Bago River ในอินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เห็นภาพนี้ชัด เพราะขยะจากชุมชนต้นน้ำยังไหลเข้ามาตามกระแสน้ำและระดับน้ำขึ้นลงอยู่เรื่อย ๆ จนบางช่วงทีมของ 4ocean ต้องกลับเข้าไป Cleanup มากถึง สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อไม่ให้ขยะสะสมตามริมแม่น้ำและถูกพัดต่อไปยังพื้นที่อื่นค่ะ
เมื่อแม่น้ำหลายสายไหลมารวมกันบริเวณ Bago Estuary ปัญหาก็ยิ่งเห็นชัดขึ้น หลังช่วงฝนตกหนักและน้ำท่วม ขยะอย่างถุงพลาสติก ขวด โฟม รองเท้า หรือบรรจุภัณฑ์อาหารสามารถถูกพัดลงมาจนติดอยู่ตามราก Mangrove ฝังตัวอยู่ในโคลน หรือไหลต่อออกไปสู่ทะเล ในการ Cleanup เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 เพียงครั้งเดียว ทีมสามารถนำขยะพลาสติกออกจากบริเวณนี้ได้กว่า 775 ปอนด์ จาก 43 กระสอบค่ะ
สรุป Sustainable Business Strategy ถอด กลยุทธ์ 4ocean เปลี่ยนรายได้จากธุรกิจ สู่การฟื้นฟูทะเลและระบบนิเวศ
สำหรับเบลล์ จุดที่น่าสนใจของ 4ocean จึงอยู่ที่การทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมซึ่งดูใหญ่และไกลตัว ค่อย ๆ มีพื้นที่เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้นค่ะ จากการซื้อสร้อยหนึ่งเส้น คนทั่วไปสามารถมีส่วนกับการเก็บขยะ การช่วยเหลือสัตว์ หรือการฟื้นฟูพื้นที่ธรรมชาติได้ ขณะที่ฝั่งธุรกิจก็ถูกออกแบบให้รายได้และการเติบโตช่วยเพิ่มทรัพยากรกลับไปสู่งานอนุรักษ์ต่ออีกทอดหนึ่ง แม้สิ่งเหล่านี้อาจยังไม่เพียงพอที่จะหยุดปัญหาขยะทะเลทั้งหมดได้ แต่ก็ช่วยให้การแก้ปัญหาเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในหลายระดับ และเปิดพื้นที่ให้คนจำนวนมากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลมหาสมุทรในแบบที่ตัวเองทำได้ค่ะ
Source
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ