Sponsorship Marketing ฉบับ Purra สร้าง ‘New Moment’ เปลี่ยนขวดน้ำแร่ให้กลายเป็น Kettlebell ในงาน BYD HYROX Bangkok 2026

ถ้าพูดถึงการเป็นสปอนเซอร์ในงานกีฬา เรามักจะคุ้นเคยกับภาพแบรนด์เครื่องดื่มที่มาตั้งบูธแจกน้ำ หรือติดโลโก้บนป้ายแบ็กดรอปเพื่อเป็นสีสันข้างสนามใช่ไหมครับ วันนี้เลยผมจะพามาดูแคมเปญการตลาดเก๋ ๆ จากแบรนด์น้ำแร่อย่าง Purra ที่หยิบเอาขวดน้ำแร่มาออกแบบใหม่ให้กลายเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายอย่าง Kettlebell จากบูธภายในงาน BYD HYROX Bangkok 2026 เมื่อวันที่ 13-16 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ครับ

Creative Design แคมเปญ Purra Kettlebell เปลี่ยนขวดน้ำแร่เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกาย

ไฮไลต์สำคัญของแคมเปญนี้อยู่ที่ “หัวจับพิเศษ (Handle)” ซึ่งทางแบรนด์คิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะครับ ตัวหัวจับมาในโทนสีสดใส ฉีกภาพจำของอุปกรณ์เวทเทรนนิ่งสีเหล็กทึบ ๆ ในยิมทั่วไป และถูกออกแบบกลไกให้ล็อกกับขวดน้ำแร่เพอร์ร่าได้อย่างมั่นคง ทำให้หยิบไปเล่นเวทได้ทันที โดยทางแบรนด์พัฒนาออกมา 2 สเปกน้ำหนัก ได้แก่:

Source: Wersm
  • รุ่น 3 กิโลกรัม: ใช้ขวดน้ำแร่เพอร์ร่าขนาด 750 มล. จำนวน 4 ขวด ประกอบเข้ากับหัวจับพิเศษ
  • รุ่น 6 กิโลกรัม: ใช้ขวดน้ำแร่เพอร์ร่าขนาด 1.5 ลิตร จำนวน 4 ขวด ประกอบเข้ากับหัวจับพิเศษ

ภายในงานยังมีกิจกรรม “Purra Kettlebell Challenge” ให้คนมาร่วมทดสอบความแกร่งด้วยท่า Squats, Bent-over Rows และ Reverse Lunges อย่างละ 10 ครั้ง ซึ่งสามารถดึงดูดผู้ร่วมสนุกในบูธได้กว่า 1,000 คนตลอดระยะเวลาการจัดงาน

ส่วนตัวเลขที่ยืนยันความสำเร็จได้ชัดเจนคือ ยอดรีโพสต์และการพูดถึงผ่าน Instagram Stories ที่ทะลุกว่า 15,000 แอคเคานต์ภายในเวลา 1-2 วันแรกครับ จากสินค้าที่ถูกวางเป็นพร็อพสร้างสีสันในบูธ แต่พอนักกีฬาและครีเอเตอร์เริ่มหยิบมาถ่ายและแชร์ต่อ ก็เกิดเป็นกระแสจนคนต้องมาถามว่า “มีขายไหม” ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการประกาศออกมาว่าจะมีหัวจับนี้จำหน่ายให้กับเรา ๆ ไหม

Active Brand Experience สร้างประสบการณ์ร่วมแบบเนียน ๆ ผ่านด่านทดสอบสุดโหด

ความน่าสนใจในแคมเปญนี้ คือวิธีการเปลี่ยนผ่านจาก Passive Sponsorship หรือการสนับสนุนเชิงรับ มาสู่การสร้าง Active Brand Experience ที่มีความหมายครับ

Purra HYROX
Source: Wersm

ทีมงานไม่ได้มองหาแค่ทำเลตั้งบูธ แต่พวกเขาศึกษาโครงสร้างการแข่ง HYROX ที่ต้องวิ่งสลับกับด่าน Functional Fitness 8 ด่านอย่างละเอียด จนไปเจอจุดเชื่อมโยงกับด่าน Farmer’s Carry ซึ่งนักกีฬาต้องแบกน้ำหนักของ Kettlebell เดินไปข้างหน้า แบรนด์เลยประยุกต์ขวดน้ำแร่ให้กลายเป็นอุปกรณ์ลักษณะเดียวกับที่ใช้แข่งจริง การเชื่อมโยงนี้ช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในมือและในสายตาของผู้ร่วมงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งสร้าง Emotional Connection กับนักกีฬาได้อีกด้วย

Brand Adaptation ปรับวิธีการใช้งาน แต่ไม่เปลี่ยนตัวตนของสินค้า

อีกหนึงความน่าสนใจคือเรื่องกลยุทธ์การปรับตัวของแบรนด์ หรือ Brand Adaptation ที่ “ปรับแต่ไม่เปลี่ยน” ครับ แบรนด์ไม่ได้ทำการเปลี่ยนสูตรน้ำแร่ หรือออกแบบรูปทรงขวดพลาสติกใหม่เลย ขวดที่นำมาใช้ในแคมเปญก็คือขนาด 750 มล. และ 1.5 ลิตร ที่เราคุ้นเคยตามร้านค้าทั่วไป

Purra HYROX
Source: Wersm

แต่สิ่งที่แบรนด์ทำคือการ “ปรับวิธีการใช้งานให้เข้ากับบริบท” ด้วยการเพิ่มฟังก์ชันภายนอกอย่างหัวจับพิเศษเข้ามาเป็นตัวเชื่อม วิธีนี้ทำให้สินค้าเดิมสามารถกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมของสายฟิตเนสได้แนบเนียน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้าง Moment ใหม่ ๆ ให้กับสินค้า ที่นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มก็ยังเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายเก๋ ๆ ได้อีกด้วย

Wellness as a Status Symbol เมื่อความฟิตและสุขภาพดี คือสัญลักษณ์สะท้อนสถานะทางสังคมยุคใหม่

หากเรามองลึกลงไปในมุมสังคมวิทยา แคมเปญนี้สะท้อนอินไซต์ที่ว่าสุขภาพดีได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะรูปแบบใหม่ในยุคปัจจุบันครับ

Purra HYROX
Source: Wersm

การจะมาร่วมแข่งขันในงานระดับ HYROX ได้นั้นต้องใช้ทรัพยากรพอสมควร ตั้งแต่ค่าสมัคร ค่าอุปกรณ์ Smart Wearables ชุดกีฬาแบรนด์เนม และที่สำคัญคือต้องมีเวลาและพลังงานในการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอตลอดปี การมีร่างกายที่ฟิตและเฟิร์มจึงเป็นตัวสะท้อนถึงวินัย ความสามารถในการบริหารจัดการชีวิต และความพร้อมทางการเงิน

การที่ Purra นำน้ำแร่ธรรมชาติ 100% เข้ามาเชื่อมโยงกับกิจกรรมนี้ จึงตอบโจทย์ความต้องการเชิงจิตวิทยาของผู้บริโภคที่ต้องการสะท้อนภาพลักษณ์ที่ดูหรูหรา มีสไตล์ และมีสุขภาพดีไปพร้อมกัน ขวดน้ำแร่ที่ถูกแปลงโฉมเป็น Kettlebell ชิ้นนี้จึงกลายเป็น Design Object ที่ผู้เข้าร่วมงานภูมิใจจะถ่ายรูปอวดลงบนหน้าฟีดโซเชียลมีเดียของตัวเองครับ

Strategic Key Takeaways จาก Purra

จากแคมเปญ Purra x HYROX เราสามารถถอดรหัสบทเรียนที่นำไปประยุกต์ใช้ได้ใน 3 มิติหลัก ดังนี้ครับ:

  • Focus on Engagement, Not Exposure: สปอนเซอร์ยุคใหม่ควรเลิกโฟกัสแค่ยอดการมองเห็นจากป้ายโฆษณา แต่ควรหันมาสร้างประสบการณ์ร่วมที่มีความหมาย (Meaningful Experience) ซึ่งจะช่วยสร้างการจดจำ (Brand Recall) ได้ลึกซึ้งและยาวนานกว่าครับ
  • Product Integration as a Design Object: สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป (FMCG) สามารถเพิ่มมูลค่าให้กลายเป็นงานดีไซน์ที่ผู้คนอยากครอบครองได้ หากแบรนด์ใส่นวัตกรรมทางความคิด และผสานฟังก์ชันการใช้งานจริงได้
  • Lifestyle Integration: เทรนด์ Wellness ได้หลอมรวมเป็นไลฟ์สไตล์ไปแล้ว แบรนด์ควรนำภาพลักษณ์ของตัวเองมาสวมเข้ากับบริบท เพื่อสร้างมูลค่า (Brand Equity) และเติบโตไปพร้อมกับค่านิยมของผู้บริโภคยุคใหม่ครับ

สรุป Sponsorship Marketing ฉบับ Purra สร้าง ‘New Moment’ เปลี่ยนขวดน้ำแร่ให้กลายเป็น Kettlebell ในงาน BYD HYROX Bangkok 2026 

การร่วมมือระ Purra และ BYD HYROX Bangkok 2026 แสดงให้เห็นว่า สินค้าพื้นฐานในชีวิตประจำวันก็สามารถยกระดับให้เป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์ได้ หากแบรนด์วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด แคมเปญนี้สามารถสื่อสาร Message ออกไปได้อย่างเป็นธรรมชาติเลยครับว่า สุขภาพที่ดีและภาพลักษณ์ที่ดูดี คือสิ่งที่สามารถไปพร้อม ๆ กันได้

Source: Wersm และ Positioningmag

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *